เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 116: อย่าสนใจพวกเขา

บทที่ 116: อย่าสนใจพวกเขา

บทที่ 116: อย่าสนใจพวกเขา


“ข้าฟังพี่เสิ่น ข้าจะไม่เถียงกับพวกเขา” เสี่ยวฮวาแลบลิ้นใส่เด็กพวกนั้นก่อนจะกลับไปกอดเข่าอยู่เงียบ ๆ ที่มุมห้อง

เด็กกลุ่มนั้นทำเพียงแค่ส่งเสียงเยาะเย้ยก่อนจะหันไปดื่มด่ำกับอาหารต่อไป บางคนถึงกับจงใจเคี้ยวเสียงดัง โดยคิดว่ามันจะทำให้เสิ่นจวินเฉากับเสี่ยวฮวารู้สึกอิจฉา

เด็กชายทำเพียงแค่หลับตาลงเลิกสนใจเด็กกลุ่มนั้น เขาคิดเพียงว่าจะมีทางไหนที่เขาสามารถติดต่อกับองครักษ์ลับของเขาและให้คนของเขามาพาตนออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร

ปัจจุบันเขาถูกจับตัวมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว เขาไม่รู้ว่ายามนี้กิจการของเขาจะวุ่นวายมากเพียงใด

อีกทั้งเขาไม่รู้ว่าองครักษ์ลับได้ส่งรายงานการหายตัวไปของเขากลับไปแล้วหรือยัง

พอคิดถึงเรื่องนี้ เสิ่นจวินเฉาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา

แอ๊ด!

ไม่นานก็มีเสียงประตูเปิดออก ชายร่างกายกำยำปรากฏตัวที่ประตู จากนั้นกลุ่มเด็กที่เคยกินเสียงดังก็เงียบลงทันทีเมื่อเห็นผู้มาเยือน

“พวกเจ้ากินอิ่มแล้วหรือ?” ดวงตาของชายคนนั้นกวาดมองไปรอบห้อง

ขณะนั้นพวกเด็ก ๆ พยักหน้าพร้อมเพรียงกัน

“ถ้ากินเสร็จแล้วก็ตามข้ามา” ชายร่างใหญ่เปิดประตูกว้างขึ้นและปรบมือให้ทุกคนออกไป “ยกเว้น 2 คนนั้น”

ซึ่ง 2 คนที่ว่าก็คือเสิ่นจวินเฉากับเสี่ยวฮวา

เหล่าเด็กน้อยไม่กล้าขัดขืนจึงเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็วพลางก้มหัวนิ่ง หลังจากนั้นไม่นานในห้องก็เหลือเพียงเสิ่นจวินเฉากับเสี่ยวฮวาเท่านั้น

“พี่เสิ่น…” ยามนี้เด็กหญิงทั้งหิวและหวาดกลัว นางจึงโน้มตัวเข้าหาเด็กชายมากยิ่งขึ้น “เราจะยังได้ออกไปจากที่นี่หรือไม่?”

เสิ่นจวินเฉาขมวดคิ้ว ขณะที่เขาขยับเข้าไปปลอบโยนอีกฝ่ายเบา ๆ “แน่นอน”

เสี่ยวฮวาเม้มปากแน่น และเนื่องจากความวิตกกังวลจึงทำให้เธอยกนิ้วขึ้นมากัดพร้อมกับเงียบไป

จากนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านนอกเบา ๆ ในตอนแรกเสิ่นจวินเฉาไม่ได้สนใจมัน จนกระทั่งเสียงนั้นขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ

“เมี้ยว…”

“เมี้ยว เมี้ยว!”

เด็กชายขมวดคิ้วพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองไปที่หลังคาเพื่อดูแมวที่กำลังวิ่งอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“แมวหรือ?” เสี่ยวฮวาเองก็เงยหน้ามองบนเพดาน ก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัย “พี่เสิ่น นั่นเป็นเสียงแมวหรือ?”

“น่าจะเป็นเช่นนั้น” เสิ่นจวินเฉาพยักหน้านิ่ง ๆ ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไร เขาก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยตามมาติด ๆ

“นั่น! เจ้าส้มอยู่ตรงนั้น อวี้เซิ่งรีบอุ้มข้าขึ้นไปเร็วเข้า”

เด็กชายรู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น “ไป๋ไป่?”

“พี่เสิ่น ใครคือไป๋ไป่หรือ?” นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวฮวาเห็นเสิ่นจวินเฉาไม่สามารถรักษาท่าทีสงบนิ่งของตัวเองได้อีกต่อไป นางจึงอดไม่ได้ที่จะคว้าแขนเสื้อของเขามากำไว้แน่น

“นางเป็นสหายของข้า” เด็กชายไม่สนใจที่จะอธิบายให้อีกฝ่ายฟังมากนัก เขาเดินวนไปรอบ ๆ ห้องเพื่อมองหาอะไรก็ตามที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือให้เขาเข้าใกล้หลังคามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในห้องนั้นไม่มีอะไรนอกจากโต๊ะที่เต็มไปด้วยเศษอาหาร

เสิ่นจวินเฉาเหลือบมองสิ่งที่เหลืออยู่บนโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วแต่ก็พยายามทำเป็นไม่สนใจสิ่งสกปรกบนโต๊ะแล้วก้าวขึ้นไป

ในเวลาเดียวกัน บนหลังคา มู่ไป๋ไป่แสร้งทำเป็นไล่ตามเจ้าแมวอ้วนและถามมันเบา ๆ ว่า “เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นที่นี่ เจ้าไม่ได้พาข้ามาผิดที่ใช่หรือไม่?”

“มู่ไป๋ไป่ เจ้าคิดว่าแมวตัวนี้เป็นใครกัน” เจ้าส้มเหลือบมองเด็กหญิงด้วยสายตาดูถูก มันรู้สึกเหนื่อยมากที่วิ่งมาจนถึงที่นี่ ดังนั้นมันจึงทิ้งตัวนั่งลงบนหลังคาเพื่อพักผ่อน “เจ้าดำบอกเมื่อกี้ว่าเห็นเด็กพวกนั้นอยู่ที่นี่”

“มันจำได้แม่นเลย”

“ถึงแม้ว่ามันจะมองผิดไป หรือพามาผิดที่ เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า”

ปากมู่ไป๋ไป่กระตุกทันทีที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย “ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอ่ยปากสาบานว่าเจ้าดำมองไม่ผิดแน่นอน แต่ตอนนี้กลับพลิกลิ้นไปเสียแล้ว”

“เจ้าส้ม เจ้ากลายเป็นแมวนิสัยไม่ดีตั้งแต่เมื่อไหร่”

แมวที่ถูกต่อว่าถึงกับสำลัก ในขณะที่มันกำลังจะพูดโต้ตอบ มันก็รู้สึกว่ากระเบื้องที่อยู่ใต้ก้นของมันเอียงไปอีกด้าน มันจึงเอียงคอด้วยความรู้สึกสับสน “แปลก ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าใต้ก้นของข้ามีอะไรบางอย่าง…”

ก่อนที่มันจะทันได้พูดจบ แผ่นกระเบื้องใต้ก้นของมันก็ถูกผลักเปิดออกทันที

“แง้วววว!” เจ้าส้มส่งเสียงร้องด้วยความตกใจและรีบกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของมู่ไป๋ไป่ “อะไรน่ะ? เมื่อกี้มีอะไรกัดก้นข้าหรือไม่?!”

“ไป๋ไป่ นั่นเจ้าหรือ?” เสิ่นจวินเฉายกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถอดขาเก้าอี้ออกมาใช้เป็นเครื่องมือ ในที่สุดเขาก็สามารถเปิดกระเบื้องหลังคาออกได้เล็กน้อย

“พี่จวินเฉา!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกาย แล้วเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย “ข้าเอง! ท่านอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย!”

“เจ้ามาที่นี่เพื่อตามหาข้าหรือ?” เด็กชายเข้าใจความหมายในคำพูดของคนตัวเล็กทันที พร้อมกับมีความสุขเกิดขึ้นในใจ

มู่ไป๋ไป่ไม่สนใจที่จะตอบคำถามของเขา เธอเพียงแค่ถามเขาว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ จากนั้นเธอก็หันไปบอกให้อวี้เซิ่งไปช่วยเขา

นักฆ่าหนุ่มไม่คาดคิดว่าองค์หญิงหกจะตามหาคนพบหลังจากวิ่งไล่ตามจับแมว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ

จากนั้นเขาก็ได้เข้าไปในเรือนที่อยู่ด้านหลังเงียบ ๆ และเห็นเด็กชายหน้าตามอมแมมกับเด็กหญิงที่อายุประมาณมู่ไป๋ไป่ยืนอยู่ที่ประตู

“เสิ่นจวินเฉา คุณชายเสิ่น?” อวี้เซิ่งจ้องมองเด็กชายแล้วถามว่า “ท่านเป็นสหายของคุณหนูของข้าหรือ?”

“ถูกต้อง” เมื่อเสิ่นจวินเฉาเห็นชายหนุ่มตรงหน้า เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่าย แต่เขาจำไม่ได้ว่าตนเคยเห็นชายผู้นี้ที่ไหนมาก่อน เขาจึงทักทายอวี้เซิ่งอย่างสุภาพ

ในตอนที่เขากำลังจะบอกว่าตนถูกจับตัวมาอย่างไร เขาก็เห็นชายหนุ่มเปิดประตูอีกครั้งและหันมาพูดกับเขาว่า “เรารีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ”

นั่นทำให้เด็กชายตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “ออกไปทั้งแบบนี้เลยหรือ?”

“แล้วจะให้ออกไปเช่นไรล่ะ?” อวี้เซิ่งมองอีกฝ่ายแปลก ๆ “หรือว่าคุณชายเสิ่นมีงานอดิเรกแปลก ๆ”

“...”

ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าฝีปากของผู้ชายคนนี้ดูจะคมคายยิ่งนัก?

“พี่เสิ่น คนผู้นี้เป็นใคร?” เสี่ยวฮวาเบี่ยงตัวหลบอยู่ที่ด้านหลังของเด็กชายแล้วถามขึ้นด้วยเสียงกระซิบ “เสี่ยวฮวากลัว”

“เขาคือคนที่จะมาช่วยพวกเรา” เสิ่นจวินเฉาอธิบายให้เด็กหญิงฟังสั้น ๆ พร้อมกับดึงนางมาข้างหน้า “...ผู้มีพระคุณคนนี้ ท่านคงยังไม่รู้อะไร สถานที่แห่งนี้ถูกปกป้องอย่างแน่นหนา พวกเขามีคนคอยลาดตระเวนทั้งด้านนอกและด้านใน ถ้าเราเดินออกไปโดยตรง….”

ก่อนที่เขาจะทันพูดจบ จู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา

ชายคนนั้นสวมหน้ากากสีเงินขณะที่เขาปัดมือตัวเองเบา ๆ “ข้าจัดการทุกคนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เด็กที่ถูกลักพาตัวออกไปรอข้างนอกหมดแล้ว ยังเหลืออีกคนหนึ่ง…”

“อ้อ อยู่นี่เอง”

เสิ่นจวินเฉายืนนิ่งอึ้งจ้องผู้มาเยือนอยู่ครู่หนึ่ง

เซียวถังอี้สังเกตเห็นสายตาที่มองมาของเด็กชาย เขาจึงเลิกคิ้วมองกลับไป “เจ้ารู้จักข้าหรือ?”

เสิ่นจวินเฉาอยากบอกว่าเขาจะไม่รู้จักอีกฝ่ายได้อย่างไร?

เขาได้ยินชื่อคนผู้นี้มาตั้งแต่เด็ก

“นี่ ทำไมพวกท่านยังอยู่ที่เดิม?” มู่ไป๋ไป่ที่รออยู่บนหลังคาเป็นเวลานานก้มหัวมาถาม “พี่จวินเฉา รีบออกมาก่อน…”

“คุณหนู ท่านเองก็ลงมาเถอะ” อวี้เซิ่งเงยหน้าขึ้นเรียกเด็กหญิง “คุณชายเซียวจัดการศัตรูเรียบร้อยแล้ว”

“หา?!” คนตัวเล็กเพิ่งตระหนักได้ว่าเซียวถังอี้ติดตามมาด้วย

“คุณหนูรีบลงมาเร็วเข้า” หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงซึ่งมาถึงทีหลังก็เดินเข้ามาในลานบ้านด้วยเช่นกัน “คนข้างนอกถูกจัดการไปหมดแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ”

ก่อนหน้านี้พวกเขาเดินทางมาได้เพียงครึ่งทาง แล้วทั้งคู่ก็เห็นเซียวถังอี้ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันมุ่งตรงเข้าไปในจวนโดยจัดการกับศัตรูจนล้มลงไปหมด ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในจวน

ทันทีที่ทั้ง 2 เดินเข้ามา พวกเขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งนอนอยู่ในลานบ้าน และมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่สวมเสื้อคล้ายกันนั่งอยู่ข้าง ๆ

“อืม...” มู่ไป๋ไป่เม้มปากพลางบ่นพึมพำเบา ๆ “ชิ ขี้อวดชะมัด”

จบบทที่ บทที่ 116: อย่าสนใจพวกเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว