เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115: เหตุผลที่มาอยู่ที่นี่

บทที่ 115: เหตุผลที่มาอยู่ที่นี่

บทที่ 115: เหตุผลที่มาอยู่ที่นี่


ไม่ใช่แค่เพียงเจ้าส้มเท่านั้นที่ส่งเสียงร้อง แต่ยังรวมถึงแมวตัวอื่น ๆ ที่ก่อนหน้านี้ทำท่าทีเกียจคร้าน ตอนนี้พวกมันพากันลุกขึ้นอย่างหวาดระแวง ขณะที่สายตาของพวกมันมองไปที่ด้านหลังของมู่ไป๋ไป่

เด็กหญิงเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและตะโกนสั่งโดยไม่หันกลับไปมอง “จื่อเฟิง รีบพาเจ้าตัวโตไปก่อนเร็วเข้า”

“หา?” เด็กหนุ่มตกตะลึง ก่อนจะมองดูแมวที่ส่งเสียงข่มขู่ไม่หยุด สุดท้ายเขาก็ทำตามคำสั่งของมู่ไป๋ไป่โดยการพาหมาป่าสีเทาออกไป

แต่ถึงกระนั้น พวกแมวก็ยังไม่ยอมผ่อนคลายความระวังลงและยังส่งสายตามองไปที่หมาป่าตัวโต

“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น?” หลัวเซียวเซียวตกใจมากและหันไปถามมู่ไป๋ไป่ “องค์หญิง เจ้าส้มกับหมาป่ามีความแค้นอะไรกันหรือเพคะ?”

“พวกมันไม่เคยมีความโกรธแค้นต่อกัน มันเป็นเพียงสัญชาตญาณของสัตว์เท่านั้น” คนตัวเล็กโบกมือให้อีกฝ่ายเพื่อบอกนางว่าอย่าได้เป็นกังวล “นี่เป็นอาณาเขตของแมวอย่างเจ้าส้ม การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเจ้าตัวโตจะทำให้พวกมันรู้สึกว่าตัวเองโดนรุกล้ำอาณาเขต”

“มู่ไป๋ไป่ เจ้านั่นคืออะไร?” เจ้าส้มเพิ่งเคยเห็นสุนัขตัวใหญ่เช่นนี้เป็นครั้งแรก สายตาของมันจึงยังคงจับจ้องอยู่ที่ฝ่ายตรงข้าม จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นไปบนตัวของมู่ไป๋ไป่และนั่งลงในตำแหน่งประจำซึ่งก็คือไหล่ของเธอ “ข้าหายไปไม่กี่วันเจ้าก็มีสัตว์เลี้ยงใหม่เร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ?”

“มิหนำซ้ำ สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเจ้ายังเป็นสุนัขตัวใหญ่อีก”

“นี่เจ้าจะทำให้ข้าโมโหตายหรืออย่างไร?”

“เจ้าหุบปากไปเลย” มู่ไป๋ไป่ตบหัวของเจ้าส้มเบา ๆ

“องค์หญิงหก ที่จู่ ๆ พระองค์ก็วิ่งพรวดพราดออกมาก็เพื่อตามหาแมวอ้วนตัวนี้อย่างนั้นหรือ?” อวี้เซิ่งจำเจ้าส้มได้ทันทีที่มองดูร่างกายอ้วนกลมของมัน เขาจึงถามขึ้นมาด้วยสีหน้าซับซ้อน “ช่วงที่ผ่านมามันหายไปไหน?”

แมวที่ถูกพาดพิงตะโกนประท้วงใส่ชายหนุ่มทันที “เจ้านั่นแหละอ้วน โคตรเหง้าตระกูลเจ้าก็อ้วน!”

“เห็นหรือไม่ ข้าไม่ใช่คนเดียวที่คิดเช่นนั้น” มู่ไป๋ไป่พยายามกลั้นยิ้มในขณะที่พยักหน้าให้อวี้เซิ่ง “ก่อนหน้านี้เจ้าส้มวิ่งหนีออกมาตามลำพัง ข้าก็เลยตามหามันอยู่นาน”

“แล้วเมื่อกี้ตอนที่ข้าอยู่ในห้องน้ำ จู่ ๆ ข้าก็เห็นมันอยู่บนกำแพง ข้าจึงรีบวิ่งออกมาเพราะกังวลว่ามันจะหนีหายไปอีก”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง” อวี้เซิ่งลูบคางของตัวเองเบา ๆ “ในเมื่อตอนนี้เราหาแมวพบแล้ว เรารีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ”

เพราะที่นี่อยู่ด้านหลังห้องน้ำ ทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาตลอดเวลา

“ไปกันเถอะ…” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางมองดูแมวป่าที่อยู่ด้านข้างอย่างลังเล เธอยังไม่รู้เลยว่าจวนที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองนั้นอยู่ตรงไหน

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจู่ ๆ เธอบอกว่าให้ทุกคนเดินทางไปทางใต้ของเมืองเพื่อตามหาเด็กหาย แล้วเธอจะอธิบายให้พวกเขาฟังว่าอย่างไร?

มู่ไป๋ไป่เม้มปากพร้อมกับครุ่นคิดในใจ ก่อนจะเหลือบมองเจ้าแมวตัวโต

เจ้าส้มเข้าใจเจตนาของเด็กหญิงได้ทันที มันจึงกลอกตามองบน “ไม่มีทาง เจ้าจะใช้ข้าเพื่อแสดงละครอีกแล้วใช่หรือไม่?”

“เจ้าไม่คิดจะหาวิธีใหม่ ๆ บ้างหรือ?”

มู่ไป๋ไป่ไม่ตอบอะไรออกไป เธอหยิกก้นมันพร้อมกับกระซิบว่า “เจ้าขอให้เจ้าดำนำทางไปก่อน ข้าอยากจะไปจวนที่พวกเด็ก ๆ ถูกขังเอาไว้”

“เจ้าบอกมันไปว่าหากมันพาเราไปหาเด็กพวกนั้น เราจะตกรางวัลให้อย่างงาม”

“แง้ววว!” เจ้าส้มที่ถูกหยิกก้นส่งเสียงร้องเกินจริง จากนั้นมันก็กระโดดลงจากไหล่ของมู่ไป๋ไป่และรีบพุ่งเข้าไปหาเจ้าดำ ไม่กี่อึดใจต่อมา ทุกคนก็เห็นแมว 2 ตัวกระโดดขึ้นไปบนกำแพงพร้อมกันแล้ววิ่งไปทางตอนใต้ของเมือง

“โอ๊ะ! เจ้าส้มวิ่งหนีไปอีกแล้ว!” คนตัวเล็กตะโกนเสียงดังก่อนจะรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของอวี้เซิ่ง แล้วทำท่าทางให้เขาอุ้มเธอขึ้นไป “เร็วเข้า รีบตามเจ้าส้มไป หลังจากที่เราจับเจ้าส้มกลับมาได้แล้ว เราค่อยไปตามหาคนหายต่อ!”

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องอุ้มองค์หญิงหกและไล่ตามเจ้าแมวอ้วนไป

ทางด้านหลัวเซียวเซียวก็ปีนขึ้นไปบนหลังของจื่อเฟิงเช่นกัน

ไม่นานมนุษย์ 4 คนกับหมาป่า 1 ตัวก็หายไปที่สุดถนน โดยไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าเซียวถังอี้ยังคงยืนจ้องแมวที่เหลืออย่างครุ่นคิด

ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้เขาจะเจออะไรที่น่าสนใจเข้าแล้ว

เด็กน้อยคนนั้นดูไม่ธรรมดาเลย…

ขณะเดียวกัน ณ เรือนหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลวง

เสิ่นจวินเฉากำลังนั่งอยู่ที่มุมห้องในสภาพที่น่าสังเวช ไม่ไกลนัก มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าสะอาดกำลังแย่งกันกินข้าว

“พี่เสิ่น… พี่จะไม่กินข้าวจริง ๆ หรือ?”

ถัดจากเด็กชายมีเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในสภาพน่าอนาถไม่แพ้เขา

แม้ว่าใบหน้าของเด็กคนนั้นจะดูไร้ความรู้สึก แต่โดยรวมแล้วนางก็ยังดูน่ารักมาก ด้วยดวงตากลมโตครู่หนึ่ง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเด็กคนนี้ดูเหมือนมู่ไป๋ไป่

“ไม่กิน” เสิ่นจวินเฉาหลับตาในขณะที่มือยังคงลูบจี้หยกที่เอวด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“แต่...” เด็กคนนั้นหันไปมองกลุ่มคนที่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นนางก็หันมามองเด็กชายตรงหน้า สุดท้ายแล้วนางก็โน้มตัวเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับกระซิบ ในขณะที่กลืนน้ำลายเสียงดังว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่กินเช่นกัน พี่เสิ่นช่วยข้าไว้ ข้า… ข้าอยากจะติดตามท่าน”

“...” เสิ่นจวินเฉาไม่ได้ตอบอะไรออกไป

ใช่… นั่นเป็นเหตุผลที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่

เมื่อ 2 วันก่อน ตอนที่เขากำลังจะออกไปเจรจาการค้า เขาเห็นคนกำลังขโมยเด็ก เขาจึงเข้าไปขวางอย่างกล้าหาญ

แต่โชคไม่ดีที่เจ้าโจรขโมยเด็กพวกนั้นมีผู้ช่วย ในขณะที่เขาไม่ทันตั้งตัว อีกฝ่ายก็ทำให้เขาหมดสติและลักพาตัวเขามาพร้อมกับเด็กคนนั้น

แล้วทันทีที่เขามาถึงสถานที่แห่งนี้ เขาก็พบว่าโจรลักพาตัวเด็กดูเหมือนจะไม่ได้ตื้นเขินอย่างที่คิด

กลุ่มโจรไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกับเด็กพวกนี้ ขอเพียงแค่เหล่าเด็ก ๆ ยอมเชื่อฟัง พวกโจรก็จะมอบเสื้อผ้าสะอาดและอาหารอร่อยให้ทุกคนกิน

ด้วยเหตุนี้ ในไม่ช้าเด็ก ๆ ที่ถูกลักพาตัวมาก็ไม่คิดที่จะหลบหนีและยังรวมพลังกันเพื่อขัดขวางคนที่ต้องการหลบหนีอีกด้วย

ระหว่างที่เขาหลบหนีเมื่อเช้านี้ โชคไม่ดีที่เขาถูกเด็กคนหนึ่งค้นพบเข้าแล้วไปรายงานหัวหน้ากลุ่มโจร

แต่พวกโจรไม่ได้ทำร้ายเขา คนพวกนั้นเพียงแค่ไม่ให้น้ำและอาหารแก่เขาเท่านั้น

“ฮึ! คนบางคนไม่รู้ว่าอะไรดีไม่ดี” พวกเด็ก ๆ ที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ตรงนั้นได้ยินการเคลื่อนไหวของเสิ่นจวินเฉา ก่อนที่จะตะโกนประชดประชันว่า “คนบางคนมีของดี ๆ ให้กินก็ไม่ยอมกิน เสแสร้งทำเป็นสูงส่งเหนือใคร”

เสิ่นจวินเฉาเหลือบมองเด็กชายคนที่พูด ซึ่งก็คือคนที่ไปแจ้งหัวหน้าโจรเมื่อเช้านี้

“พวกเจ้าไม่ต้องเลียนแบบเขา” เด็กชายที่วางเท้าข้างหนึ่งบนเก้าอี้และถือน่องไก่มันเยิ้มในมือพูดขึ้นมา “เราโชคดีแล้วที่ได้มาอยู่ที่นี่ ดูสิ ที่นี่มีทั้งเสื้อผ้าและอาหารดี ๆ ทั้งนั้น ดีกว่าตอนที่เราอยู่ที่บ้านอีก”

“แถมเราไม่ต้องทำอะไรตอบแทนด้วย”

“นี่ยังดีไม่พออีกหรือ?”

ในบรรดาเด็กที่อยู่รอบตัวเขา บางคนก็ก้มหน้าลงเงียบ ๆ ในขณะที่บางคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ไม่! คนพวกนั้นเป็นคนไม่ดี!” เสิ่นจวินเฉาโต้กลับเด็ก ๆ เหล่านั้น “พวกมันพรากเรามาจากอกของพ่อแม่ นี่เจ้ายังกล้าพูดแทนคนพวกนี้อีกหรือ?”

“หุบปาก!” เด็กชายคนนั้นลุกขึ้นยืน “เด็กอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร? ในตอนที่เราอยู่กับพ่อแม่น่ะหรือ? พ่อแม่จะต้องวิ่งโร่ออกไปนอกบ้านทุกวันเพื่อหาเลี้ยงพวกเรา แต่มันก็ยังไม่พอ ต้องลำบากพวกเราออกไปหากินเองด้วย ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่เคยมีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ ไม่มีอาหารดี ๆ ให้กินอิ่มท้องทุกวัน”

“ตอนนี้มันไม่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราและพ่อแม่ของพวกเราหรอกหรือ?”

“ไร้สาระ!” เด็กหญิงที่อยู่ข้างกายเสิ่นจวินเฉาต้องการจะตอบโต้อีกฝ่าย แต่เด็กชายเข้ามาขวางนางเอาไว้

“พี่เสิ่นดูพวกเขาสิ คนพวกนี้เป็นบ้าไปแล้ว”

“เสี่ยวฮวา อย่าไปสนใจพวกเขาเลย ทุกคนย่อมมีความทะเยอทะยานของตัวเอง”

‘เสี่ยวฮวา’ เด็กหญิงตัวน้อยที่เสิ่นจวินเฉาช่วยชีวิตเอาไว้เม้มปากแน่นพร้อมกับทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่นางก็ยังเด็กเกินไปและไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก ดังนั้นนางจึงจำใจต้องนั่งลงอย่างไม่ยินยอม

จบบทที่ บทที่ 115: เหตุผลที่มาอยู่ที่นี่

คัดลอกลิงก์แล้ว