เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 112: ไปโรงพนันใต้ดินอีกครั้ง

บทที่ 112: ไปโรงพนันใต้ดินอีกครั้ง

บทที่ 112: ไปโรงพนันใต้ดินอีกครั้ง


อวี้เซิ่งก้าวเท้าเดินเข้าไปในประตูลับในขณะที่พูดว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกแปลกใจที่องค์หญิงหกกับคุณชายเซียวสนิทกัน”

“ข้ากับเขาสนิทกันอย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่กลอกตามองบน “อวี้เซิ่ง ท่านตาบอดหรืออย่างไร หรือท่านเข้าใจคำว่า ‘สนิทกัน’ ผิดไป!”

นักฆ่าหนุ่มทำเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด

อย่างไรก็ตาม เท่าที่เขารู้มา จำนวนคนที่สามารถพูดคุยกับเซียวถังอี้แบบที่องค์หญิงหกพูดได้นั้นมีชีวิตอยู่ไม่เกินนับนิ้วมือ

เนื่องจากในครั้งนี้มีคนมากับมู่ไป๋ไป่เป็นจำนวนมาก เธอจึงไม่ได้รู้สึกกลัวเท่าครั้งก่อน อีกทั้งทางเดินนี้ก็ไม่ได้ยาวไกลเหมือนครั้งที่แล้วด้วย

ในระหว่างทางเธอได้พูดคุยกับหลัวเซียวเซียวและจื่อเฟิงเกี่ยวกับสถานการณ์ในโรงพนันที่เธอเคยเห็นเมื่อครั้งก่อน

“ที่นั่นมีคนเต็มไปหมด แล้วก็มีควันอะไรไม่รู้ฟุ้งไปทั่ว ทำให้ข้ากลัวแทบตาย”

“พอออกไปพวกเราต้องตามอวี้เซิ่งไปติด ๆ แล้วก็ไม่ต้องกลัวถ้าคนพวกนั้นจ้องมาที่เรา”

“โดยเฉพาะจื่อเฟิง ท่านต้องอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!”

จื่อเฟิงกับหลัวเซียวเซียวพยักหน้าตอบรับ

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ทุกคนก้าวเข้าไปในโรงพนัน พวกเขาก็พบว่ามันแตกต่างไปจากที่มู่ไป๋ไป่พูดโดยสิ้นเชิง ที่นั่นมีโต๊ะพนันมากมายวางเรียงอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่กลับไร้วี่แววผู้คน

“หืม?” คนตัวเล็กขยี้ตาด้วยความเหลือเชื่อ “คนล่ะ? ครั้งก่อนที่ข้ามาที่นี่มีคนอยู่เยอะมากเลย”

“องค์หญิงหกอาจยังไม่รู้ แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน” อวี้เซิ่งอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เรื่องเช่นนี้จะต้องทำกันตอนกลางคืน”

มู่ไป๋ไป่ตกตะลึง แต่แล้วเธอก็มีคำถามใหม่ผุดขึ้นมาในหัว “ไม่สิ เรากำลังสืบหาเด็กที่หายตัวไปไม่ใช่หรือ? ในเมื่อที่นี่ไม่มีคน แล้วเราจะสืบสวนได้อย่างไร?”

“หรือเด็กพวกนั้นถูกขังอยู่ที่นี่?”

“องค์หญิงหก พระองค์จำกลุ่มคนลึกลับที่ข้าเคยเล่าให้ฟังได้หรือไม่?” นักฆ่าหนุ่มลดเสียงถาม

เมื่อเด็กหญิงเห็นท่าทางมีเลศนัยของเขา เธอก็รู้สึกกังวลขึ้นมา ในขณะที่กวาดสายตามองรอบ ๆ และเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก “นี่อาจจะเป็นฐานของพวกมันอย่างนั้นหรือ?”

อวี้เซิ่งยิ้มและพยักหน้า

ในเวลาเดียวกัน เซียวถังอี้ที่อยู่ตรงหน้าอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองคนทั้ง 2 แล้วส่งสายตาเอือมระอามองพวกเขา

“ไม่น้าาา!” มู่ไป๋ไป่รีบปิดปากตัวเอง “ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา ไม่สิ กลุ่มคนพวกนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าน ดังนั้นสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นถิ่นของพวกท่าน แล้วเราจะมาที่นี่เพื่ออะไร?”

“จริงสิ ข้าเกือบโดนท่านหลอกแล้ว”

พออวี้เซิ่งเห็นว่าแผนการของตัวเองล้มเหลว เขาก็ทำเพียงแค่ยักไหล่และวางเด็กหญิงลงกับพื้น

“ไม่มีอะไร นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของข้า ข้าเพียงแค่อยากรบกวนให้องค์หญิงหกมากับข้าเพียงเท่านั้น” หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เขาก็เดินไปรอบ ๆ โรงพนันและเริ่มตรวจสอบอย่างละเอียด

มู่ไป๋ไป่ไม่เข้าใจว่าอวี้เซิ่งต้องการทำอะไร ซึ่งเธอก็ไม่สนใจเช่นกัน เธอเพียงแค่อยากตามหาเสิ่นจวินเฉาให้ได้โดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นผลเพลิงสีชาดของเธอก็จะเน่าลงในไม่ช้า

ของพวกนั้นมีมูลค่ามหาศาลเชียวนะ!

เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าธุระของอวี้เซิ่งดูเหมือนจะไม่จบง่าย ๆ เธอจึงอ้าปากเตรียมจะบอกให้หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงหาโต๊ะเพื่อนั่งพักผ่อน

ขณะที่เธอกำลังจะพูด เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างตกลงมาจากข้างบนแล้วกระแทกหัวเธออย่างจัง

ปั้ก!

“โอ๊ย!”

“องค์หญิง!”

จื่อเฟิงกับหลัวเซียวเซียวต่างตกใจและรีบพุ่งเข้ามาขวางทางอย่างรวดเร็ว

“แฮ่! คนเลว!” จื่อเฟิงหันกลับไปจ้องผู้กระทำผิดอย่างเซียวถังอี้ “เจ้า! ทำไม! โยน…”

เด็กหนุ่มทั้งโกรธทั้งตกใจ แต่เขาก็ไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ เขาได้แต่พูดออกมาเป็นคำ ๆ ขณะที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

เขาอยากจะพุ่งเข้าไปฟาดฟันกับชายผู้สวมหน้ากากเงินเหมือนที่เคยทำกับอวี้เซิ่งตอนที่อยู่ในวัดฮู่กั๋ว แต่พอนึกถึงคำพูดของมู่ไป๋ไป่เมื่อครู่นี้ เขาจึงทำได้เพียงยอมแพ้ไป

“เจ้าสัตว์ประหลาด!” มู่ไป๋ไป่หยิบพวงองุ่นที่ถูกโยนมาพลางจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาโกรธเคือง

“องุ่น กินสิ!” เซียวถังอี้นั่งลงที่โต๊ะแล้วดื่มสุราอย่างสบายใจ “เจ้าไม่ชอบหรือ? เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นผิงกั่ว*ดีหรือไม่?”

*ผิงกั่ว คือ แอปเปิล

ขณะที่พูดเขาก็หยิบผิงกั่วขึ้นมาจากถ้วยผลไม้และโยนให้เธอทันที

เด็กหญิงรีบหดตัวหนีด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าผิงกั่วลูกนั้นไม่ได้ถูกโยนมาทางตน เธอจึงมองอีกฝ่ายและเห็นว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นเหยียดยิ้มเยาะใส่เธอ

มันทำให้มู่ไป๋ไป่ยิ่งโมโหมากขึ้น “ถ้าเสือไม่แสดงพลัง คงจะคิดว่าข้าเป็นแมวป่วยสินะ? จื่อเฟิง! ไปจัดการเขาซะ!”

เด็กหนุ่มที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว หลังจากได้รับคำสั่งของผู้เป็นนาย เขาก็ส่งเสียงร้องตื่นเต้นพร้อมกับพุ่งตัวออกไป

ไม่ไกลนัก อวี้เซิ่งได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมจึงหันกลับมามองและถอนหายใจอย่างเอือมระอา “องค์หญิงหก เจ้าเด็กโง่นั่นไม่ใช่คู่มือของคุณชายเซียว พระองค์จะสั่งให้เขาไปตายหรืออย่างไร”

มู่ไป๋ไป่กำลังจะเอ่ยปากบอกว่า ‘ไม่แน่ว่าใครจะตาย’ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่น แล้วร่างของจื่อเฟิงก็ลอยอัดเข้าไปที่กำแพง จากนั้นเขาก็หมดสติไปทันทีที่ตัวกระแทกผนัง

ส่วนเซียวถังอี้ยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะ โดยที่ในจอกยังเหลือสุราอีกครึ่งหนึ่ง

“...” คำพูดที่กำลังจะออกจากปากเล็ก ๆ จึงไหลกลับไปที่เดิมทันที

“องค์หญิงหกดูสิ” อวี้เซิ่งที่กำลังเฝ้าดูเรื่องตื่นเต้นพูดขัดจังหวะโดยไม่ได้แสดงท่าทีเป็นกังวล “ข้าบอกพระองค์แล้ว”

“...”

“องค์หญิง ช่างเถิดเพคะ” หลัวเซียวเซียวดึงแขนเสื้อของมู่ไป๋ไป่แล้วเอ่ยปากแนะนำ “คนผู้นี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมาก เราอดทนกันสักหน่อยเถิดเพคะ”

ก่อนหน้านี้นางคิดว่าชายคนนี้เป็นผู้มีพระคุณขององค์หญิงหก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เช่นนั้น

ในเวลาเดียวกัน หมาป่าสีเทาวิ่งเข้าไปหาจื่อเฟิงและพยายามเลียให้เขาตื่น จากนั้นจึงนั่งลงอยู่ข้างหน้าเขาพร้อมกับเขม็งมองเซียวถังอี้อย่างระแวดระวัง “ท่านจ้าวอสูร ท่านต้องการให้ข้าจัดการเขาหรือไม่?”

“เจ้าตัวโต อย่าขยับ!” มู่ไป๋ไป่รีบห้ามมันไว้

เธอแค่รู้สึกโกรธและอยากให้จื่อเฟิงสั่งสอนเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นสักหน่อย เธอไม่อยากให้เกิดการต่อสู้ให้ต้องตายกันไปข้างจริง ๆ

เนื่องจากเซียวถังอี้เป็นคนที่แข็งแกร่ง เธอจะปล่อยให้เจ้าตัวโตเสี่ยงเข้าไปให้อีกฝ่ายเชือดได้อย่างไร?

“คนผู้นี้เป็นใครกัน?” เด็กหนุ่มที่ยกสุราดื่มจนหมดจอกแล้วมองดูจื่อเฟิงที่กำลังพยายามลุกขึ้นจากพื้น “เขามีพื้นฐานที่ดีทีเดียว”

“จริงหรือ?” อวี้เซิ่งเงยหน้าขึ้นมอง “ในวันที่ข้าเจอเขาครั้งแรก ข้าก็คิดว่าเขามีพื้นฐานที่ดีและยังเด็กอยู่”

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ตัดสินใจที่จะไม่ไปยุ่งกับอีกฝ่าย เธอจึงทิ้งสายตามองเซียวถังอี้ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งไปหาจื่อเฟิงเพื่อตรวจสอบเขา

เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นไม่ได้ลงมือหนักมาก หรือเป็นเพราะจื่อเฟิงเป็นคนที่แข็งแรงดีกันแน่ เขาถึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก

“นี่ เจ้าหนู แม่ของเจ้าคือพระสนมคนไหน?” เซียวถังอี้รู้สึกเบื่อหลังจากดื่มอยู่คนเดียวสักพัก เขาจึงเงยหน้าขึ้นถามมู่ไป๋ไป่

นิสัยของเจ้าตัวเล็กคนนี้แตกต่างไปจากมู่เทียนฉงอย่างสิ้นเชิง

แต่ในความรู้สึกของเขา ดูเหมือนว่าจะไม่มีพระสนมคนไหนที่มีนิสัยเหมือนนางเลยสักคน

“ท่านเรียกใครว่าเจ้าหนู!” มู่ไป๋ไป่มองเขาด้วยหางตาและตอกกลับสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ “แล้วอีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้ชื่อว่า ‘นี่’ ด้วย”

เซียวถังอี้หัวเราะและอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ในขณะที่อวี้เซิ่งเดินกลับมา “พวกท่านกำลังคุยอะไรกันอยู่ มันตลกขนาดนั้นเลยหรือ?”

“เรากำลังคุยกันว่าใครเป็นแม่ขององค์หญิงหก” เด็กหนุ่มเหลือบมองมู่ไป๋ไป่พลางยกยิ้มมุมปาก “แต่องค์หญิงหกไม่ยอมบอกข้า”

ส่วนอวี้เซิ่งเทสุราจากกาเข้าปากตัวเองโดยตรง “สุราดี! ท่านไม่รู้หรือว่าแม่ขององค์หญิงหกเป็นใคร?”

จบบทที่ บทที่ 112: ไปโรงพนันใต้ดินอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว