เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111: ตีเขา

บทที่ 111: ตีเขา

บทที่ 111: ตีเขา


เมื่ออวี้เซิ่งเห็นว่าสีหน้าของทั้งเจ้าเด็กเล็กและเด็กโตดูคล้ายกันมาก ในสายตาของเขานั้นรู้สึกว่ามันน่าสนใจดีจนทำให้เขาอยากจะแกล้งทั้งคู่ต่ออีกสักหน่อย

ขณะนี้มีรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็นแล่นผ่านดวงตาของนักฆ่าหนุ่ม ขณะที่เขากำลังจะลงมือ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยใกล้เข้ามา

เขาจึงหันไปเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายหนึ่ง “มาแล้วหรือ?”

“ใครมาน่ะ?” มู่ไป๋ไป่หันหน้าไปรอบ ๆ ก่อนที่เธอจะเห็นว่ามีคนคุ้นหน้าคุ้นตาเดินออกมาจากป่าช้า ๆ

ชายชุดดำที่สวมหน้ากากสีเงินจะเป็นใครได้อีกนอกจากคนผู้นั้น

“เป็นท่านนี่เอง!” มู่ไป๋ไป่เบิกตากว้าง “เจ้าสัตว์ประหลาด!”

คำพูดนั้นทำให้ฝีเท้าของเซียวถังอี้ชะงักไปชั่วครู่ และดวงตาเรียวยาวที่อยู่ภายใต้หน้ากากก็เขม็งมองคนพูด พร้อมกับที่แรงกดดันค่อย ๆ แผ่กระจายไปทั่ว

จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าสถานการณ์ในวันนี้แตกต่างไปจากเดิม เธอจึงวิ่งไปหาอวี้เซิ่งแล้วตะโกนว่า

“อวี้เซิ่ง! ข้าขอสั่งให้ท่านตีเขา!”

“เขาเป็นคนไม่ดี!”

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วมองไปที่เด็กหนุ่มในชุดสีดำ “ทำไมท่านถึงไม่บอกข้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่าท่านรู้จักนาง?”

“หา!” ในตอนแรกมู่ไป๋ไป่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ ขณะที่เธอหันไปมองอวี้เซิ่งกับเซียวถังอี้ที่เดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม และเอ่ยปากว่า “พวกท่าน… พวกท่านรู้จักกันหรือ?”

“เจ้าเด็กโง่” เด็กหนุ่มชำเลืองมองเจ้าตัวเล็ก จากนั้นจึงเดินผ่านนางกับอวี้เซิ่งเข้าไปในเมืองโดยตรง

“นี่! ท่านกล้าดีอย่างไรถึงมาเรียกข้าว่าเด็กโง่!” มู่ไป๋ไป่อมลมไว้ที่แก้มด้วยความโกรธ “อวี้เซิ่ง ท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่ เขากล้าเรียกข้าว่าเด็กโง่ แต่ท่านกลับไม่ยอมทำตามที่ข้าบอก!”

“ท่านลืมคำสั่งของท่านพ่อแล้วหรืออย่างไร!”

หลังจากเด็กหญิงปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน เธอไม่คาดคิดเลยว่าอวี้เซิ่งจะรู้จักกับเจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้

แต่หากลองคิดดูให้ดี ๆ แล้ว มันก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจเลยสักนิด เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นดูเหมือนจะเป็นคนที่มีสถานะสูงส่ง ครั้งล่าสุดที่เขาพาเธอเข้าไปในโรงพนันใต้ดิน ทุกคนต่างก็มีท่าทีเกรงกลัวเขาทั้งสิ้น

และชื่อเสียงของอวี้เซิ่งก็ไม่แพ้ใคร ดังนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้ง 2 คนจะรู้จักกันมาก่อน

“ข้าไม่ได้ลืม” ชายหนุ่มอุ้มมู่ไป๋ไป่ขึ้นมาและเดินตามเซียวถังอี้ไปด้วยท่าทางสบาย ๆ “แต่ว่าองค์หญิงหก คุณชายเซียวคนนี้จะมาช่วยเรานะ”

“พระองค์แน่ใจหรือว่าอยากให้ข้าตีเขา”

“...” มู่ไป๋ไป่พูดไม่ออก

อวี้เซิ่งที่เห็นท่าทางหายใจไม่ออกของคนตัวเล็กก็นิ่งคิดสักครู่ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เอาเถอะ ถ้าพระองค์สามารถเพิ่มเงินให้ข้าได้อีกสักใบ เอาไว้ข้าจะหาโอกาสจัดการเขาทีหลัง”

“อวี้เซิ่ง…” มุมปากของฝ่ายที่ได้ยินถึงกับกระตุกยิก ๆ “ท่านขาดเงินหรืออย่างไร? แล้วนักฆ่าผู้เย็นชาที่ข้าเคยพบเจอหายไปไหนแล้ว? ทำไมข้าเห็นแต่พ่อค้าหน้าเลือดแทน”

“หืม?” นักฆ่าหนุ่มไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กน้อยพูด แต่เขาก็คาดเดาความหมายของนางได้จึงยิ้มกว้าง “นั่นเป็นเพราะว่าข้าอยู่ในวังหลวง ตอนนี้ข้าได้ออกมาอยู่ข้างนอก ข้าอยากจะทำตัวสบาย ๆ มากขึ้น และคิดว่าจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ตัวเองมีความสุข”

“...”

ลืมมันไปเสีย เธอรับรู้ถึงความเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว นักฆ่าคนนี้ไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด!

โชคดีที่ข้างกายเธอยังมีจื่อเฟิงกับหลัวเซียวเซียว

มู่ไป๋ไป่คิดวางแผนที่จะให้จื่อเฟิงจัดการกับเจ้าสัตว์ประหลาดอยู่สักพักหนึ่ง แต่เธอจดจ่อกับมันมากจนพอรู้ตัวอีกทีเธอก็พบว่าตนอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยมากแล้ว

“ช้าก่อน” เด็กหญิงมองสถานที่ตรงหน้าตัวเอง แม้ว่าครั้งล่าสุดที่เธอมาที่นี่จะเป็นตอนกลางคืน แต่ประสบการณ์ที่ได้รับนั้นลึกซึ้งมากจนเพียงแค่เห็นป้าย ตัวเธอก็สั่นสะท้าน “ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม!”

แต่เซียวถังอี้ดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำถามของเธอแล้วเดินตรงเข้าไป

“องค์— คุณหนู เราจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่เจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวเพียงแค่เห็นก็รู้ว่ามันเป็นสถานที่เช่นไร ตอนที่นางยังอยู่ในจวนตระกูลหลัว นางมักจะได้ยินคนพูดถึงสถานที่เช่นนี้บ่อย ๆ

“ฮัดชิ่ว!” จื่อเฟิงกับหมาป่าทนกับกลิ่นหอมฉุนจมูกที่ลอยอยู่ในอากาศไม่ไหว แล้วพากันจามสลับกันไปมา

มู่ไป๋ไป่ทนเห็นภาพนี้ไม่ไหว เธอจึงมอบผ้าเช็ดหน้าสะอาดของตัวเองให้กับมนุษย์ 1 คนและหมาป่า 1 ตัวเพื่อให้พวกเขาเอาไว้ใช้เป็นผ้าปิดจมูก

“เราเข้าไปข้างในได้” คนตัวเล็กเม้มปากอย่างหงุดหงิด “หากดูจากภายนอก สถานที่นี้อาจดูเหมือนหอคณิกา แต่จริง ๆ แล้วข้างในมีอย่างอื่นซ่อนอยู่”

“คราวที่แล้วเจ้าไม่ได้อยากรู้หรอกหรือว่าข้าไปที่ไหนมา?”

หลัวเซียวเซียวที่เพิ่งเข้าใจก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คุณหนู ครั้งที่แล้วท่านมาที่นี่หรือเจ้าคะ? และท่านก็ได้อยู่ที่นี่ตลอดทั้งคืนใช่หรือไม่?”

“...จะว่าแบบนั้นก็ได้” มู่ไป๋ไป่ที่คิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นก็โกรธมากจนกัดฟันแน่น

“องค์หญิงหกเคยมาที่นี่จริง ๆ สินะ” อวี้เซิ่งยืนกอดอกพิงเสาข้าง ๆ พลางทำหน้าประหลาดใจหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเด็กหญิง

มู่ไป๋ไป่อยากจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้วให้ทุกคนได้ฟัง แต่เธอก็รู้สึกว่าถ้าพูดออกไปมันจะทำให้เธอดูโง่มาก

ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าแบบส่ง ๆ แล้วบอกให้อวี้เซิ่งพาพวกเธอเข้าไปข้างใน

การมาเยือนหอคณิกาในตอนกลางวันช่างแตกต่างจากตอนกลางคืนอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่เงียบมาก มีเพียงเสี่ยวเอ้อร์คนเดียวที่อยู่ในห้องโถงที่กำลังคุยกับเซียวถังอี้ แต่ดูท่าทางแล้วเขาไม่แปลกใจเลยเมื่อเห็นคนอื่น ๆ เดินเข้ามา เขาเพียงแค่ยิ้มทักทายทุกคนแล้วพาพวกเขาขึ้นไปชั้นบน

ซึ่งห้องที่เสี่ยวเอ้อร์พาไปก็เป็นห้องเดียวกับครั้งที่แล้ว แต่คราวนี้ไม่มีหญิงสาวเข้ามาเต้นรำ

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองไปยังจุดที่ผู้หญิงคนนั้นล้มลงเมื่อคราวก่อน แล้วจู่ ๆ เธอก็ตัวสั่นสะท้าน

“ออกไป” เซียวถังอี้โยนเงินถุงหนึ่งให้เสี่ยวเอ้อร์พร้อมกับพูดเสียงต่ำว่า “หากข้าไม่ได้เรียกเจ้า เจ้าอย่าได้เข้ามาเด็ดขาด”

เสี่ยวเอ้อร์รู้ดีว่าแขกที่พักห้องนี้พิเศษมาก เขาจึงตอบรับหนักแน่น จากนั้นจึงเดินออกไปพร้อมกับถุงเงินอย่างมีความสุข

และก่อนจะจากไป เขาก็ยังปิดประตูให้อีกด้วย

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงที่ไม่เคยพบเจอสถานที่เช่นนี้ก็บังเกิดความอยากรู้อยากเห็น แต่หลังจากได้ยินคำแนะนำก่อนหน้านี้ของมู่ไป๋ไป่ ทั้งคู่ก็ไม่กล้าขยับตัวไปไหนมาไหน พวกเขาทำได้เพียงแค่กวาดตามองรอบตัวอย่างเงียบ ๆ

ในทางกลับกัน หมาป่าสีเทาจับจ้องไปที่มุมห้องด้วยความระแวดระวังซึ่งบริเวณนั้นเป็นทางเดินลับที่นำไปสู่โรงพนันใต้ดิน

“นี่ ที่ท่านพาเรามาที่นี่เพราะคดีเด็กหายเกี่ยวข้องกับโรงพนันใต้ดินนั่นหรือ?” มู่ไป๋ไป่เปิดปากถามเมื่อเห็นว่าเซียวถังอี้เดินไปที่ประตูลับ

เธอคิดว่าถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็มาเพื่อช่วยพวกตน อีกทั้งยังมีอวี้เซิ่งอยู่ที่นี่ด้วย เจ้าสัตว์ประหลาดคงไม่กล้าทำอะไรเธอเหมือนครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน

“เจ้ากำลังถามข้าอยู่หรือ?” เซียวถังอี้เปิดประตูลับแล้วไปยืนอยู่ที่ทางเข้า ก่อนจะมองย้อนกลับมาถาม

หลัวเซียวเซียวอดไม่ได้ที่จะขยับไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังจื่อเฟิง ซึ่งเขาเองก็แยกเขี้ยวข่มขู่อีกฝ่ายเช่นกัน

“ก็ใช่น่ะสิ!” มู่ไป๋ไป่ไม่ได้กลัวเขา เธอรู้ว่าคนผู้นี้มีนิสัยแปลก ๆ แต่เขาก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี

ไม่อย่างนั้นครั้งล่าสุดตอนที่เธอกำลังจะถูกหรงเฟยฆ่า เขาคงไม่ยื่นมือมาช่วยเธอ

แต่เธอก็ไม่อาจลบความโกรธที่ถูกเขาลงโทษถึง 2 ครั้งได้อยู่ดี!

เฮอะ! เธอเป็นถึงองค์หญิงหกผู้สง่างาม คนทั่วไปจะสามารถรังแกองค์หญิงได้อย่างไร หากในอนาคตเรื่องนี้ถูกร่ำลือออกไป เธอคงจะเสียหน้าแย่!

“น่าเสียดายที่ข้าไม่ใช่คนที่ชื่อ ‘นี่’” เซียวถังอี้ทำหน้าไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงหันหลังเดินเข้าไปในทางเดินที่มืดมิด

“ไร้สาระ ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้พูดทักทายท่าน ข้าแค่ไม่อยากรู้จักท่านก็เลยเรียกท่านด้วยคำนี้แทน!” มู่ไป๋ไป่พูดจบแล้วก็แลบลิ้นใส่ลับหลังเด็กหนุ่ม

เป็นผลให้เซียวถังอี้หันกลับมามอง ก่อนจะพบกับสายตาที่ค่อนข้างแปลกประหลาดของอวี้เซิ่ง

“อะไร?!” คนตัวเล็กทำหน้าไม่เข้าใจก่อนจะสะกิดไหล่ชายหนุ่มเพื่อบอกให้เขารีบตามอีกฝ่ายไป

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: คุณชายเซียวนี่ก็กวนประสาทน้องไม่พักเลย คู่กัดกันชัด ๆ 5555

จบบทที่ บทที่ 111: ตีเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว