เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109: แกล้งป่วย

บทที่ 109: แกล้งป่วย

บทที่ 109: แกล้งป่วย


“ขั้นต่อไปคือการทดสอบฝีมือการแสดงของเจ้ากับจื่อเฟิง” มู่ไป๋ไป่กวักมือให้หลัวเซียวเซียวขยับเข้ามาใกล้ ๆ แล้วกระซิบว่า “อีกไม่นานหมอหลวงฉินจะมาที่นี่ เจ้าจะต้องร้องไห้อยู่ข้างๆ ยิ่งเจ้าร้องไห้ดังเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น”

“ด้วยวิธีนี้ หมอหลวงฉินจะได้ไม่มีสมาธิ แล้วข้าก็จะทำตามวิธีการที่อวี้เซิ่งแนะนำ สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้อย่างราบรื่น”

หลัวเซียวเซียวพยักหน้าเข้าใจ

ปัจจุบันมู่ไป๋ไป่ได้กลายเป็นหลานคนโปรดของไทเฮา อีกทั้งเรือนพักที่เธออาศัยอยู่ก็อยู่ใกล้กับเรือนพักของพระนาง ดังนั้นตอนที่นางกำนัลตะโกนลั่น พระนางก็ทรงได้รับข่าว

ดังนั้นก่อนที่หมอหลวงจะมาถึง ผู้เป็นย่าก็เสด็จมาถึงก่อน

“ไป๋ไป่ของเราเป็นเช่นไรบ้าง?” ไทเฮาที่มาถึงก่อนใครเพื่อน ทันทีที่ประตูถูกเปิดเข้ามา พระนางก็เห็นหลานสาวนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าของเจ้าถึงได้ซีดเช่นนั้น?”

“ท่านย่าไทเฮา” เด็กหญิงได้เปิดม่านการแสดง และทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “ท่านย่า ไป๋ไป่ปวดท้อง”

“เกิดอะไรขึ้น?” หญิงสูงวัยไม่กล้าแตะต้องร่างเล็กจึงทำได้เพียงนั่งลงข้างเตียงแล้วจับมือน้อย ๆ ของหลานสาวเอาไว้ “เมื่อวานเจ้ากินอะไรที่แสลงท้องเข้าไปหรือไม่ หรือเป็นเพราะนางกำนัลพวกนั้นไม่ได้ปรนนิบัติเจ้าตอนเข้านอนจึงทำให้เจ้าท้องเย็น?”

“ไป๋ไป่ไม่ทราบเพคะ” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวอย่างอ่อนแรง “วันนี้ไป๋ไป่รู้สึกไม่สบายท้องทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา จากนั้นความเจ็บปวดก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ”

นี่เป็นคำพูดที่เธอคิดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้

ทว่าในสายตาของไทเฮาและคนอื่น ๆ นางเป็นเพียงแค่เด็ก 4 ขวบ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่นางจะไม่สามารถอธิบายความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดเจน

“นั่นสิ เราถามเจ้า เจ้าก็คงไม่สามารถตอบได้เหมือนกัน” ผู้เป็นย่ารู้สึกปวดใจที่เห็นหลานสาวทุกข์ทรมานเช่นนี้ “ไม่เป็นไร ๆ หมอหลวงกำลังจะมาที่นี่แล้ว”

“หลังจากหมอหลวงตรวจไป๋ไป่เสร็จ เขาก็จะสั่งยา พอกินยาแล้วไป๋ไป่ก็จะหายขาด”

“หมอหลวงอยู่ที่ไหน? ทำไมหมอหลวงยังไม่มา!”

ไทเฮาหันกลับไปถามนางกำนัลโดยที่สายตากับท่าทีอ่อนโยนที่เคยมีให้มู่ไป๋ไป่เปลี่ยนไป ทำให้นางกำนัลและขันทีทุกคนต้องรีบคุกเข่าลง

“มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมาแล้ว” หมอหลวงฉินที่ได้ยินเสียงของไทเฮาจากหน้าประตูจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น “กระหม่อมมาช้า ขอพระองค์ทรงอภัยให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงฉินมีอายุถึงวัยเกษียณกลับบ้านนานแล้ว แต่ฝีมือการรักษาของเขาดีมากจนมู่เทียนฉงต้องเก็บเขาเอาไว้ในวังหลวง

ในยามที่ไทเฮาพบหน้าชายชรา พระนางก็ไม่รู้สึกอยากซักไซ้เขา ดังนั้นพระนางจึงยืนขึ้นและก้าวออกไปเพื่อเปิดทางให้อีกฝ่ายเข้าไปตรวจอาการของมู่ไป๋ไป่

“เป็นอย่างไรบ้าง? หลานสาวเราเป็นอะไรร้ายแรงหรือไม่?” พอสตรีสูงวัยเห็นว่าหมอหลวงฉินกำลังลูบเคราครุ่นคิดเงียบ ๆ พระนางก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างเป็นกังวล “หรือนางจะถูกวางยาพิษ?!”

การถูกวางยาพิษนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในวังหลวง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในวัดฮู่กั๋วที่การอารักขาหละหลวมยิ่งกว่า

ทันทีที่พระนางคิดว่ามีใครบางคนแอบวางยาพิษหลานสาว พระพักตร์ของพระนางก็เปลี่ยนเป็นโกรธแค้น

“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ” ผู้เป็นหมอหรี่ตาลง “ไทเฮา พระองค์ทรงอย่าได้กังวลไป ตามการวินิจฉัยของกระหม่อม ชีพจรขององค์หญิงหกไม่มีอะไรผิดปกติ นางน่าจะเป็นไข้ลมหนาวแล้วปวดท้องเท่านั้น ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นในยามที่ร่างกายอ่อนแอ”

“กระหม่อมจะสั่งยาให้องค์หญิงหก แล้วให้องค์หญิงหกพักสัก 2-3 วัน อาการไข้ลมหนาวก็จะหายไป ส่วนเรื่องปวดท้องไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงพ่ะย่ะค่ะ”

“จริงหรือ?” ไทเฮาถอนหายใจด้วยความโล่งอก “หมอหลวงฉิน ท่านแน่ใจหรือว่านางเป็นเพียงแค่ไข้ลมหนาว? แล้วทำไมใบหน้าไป๋ไป่ถึงได้ซีดขนาดนี้?”

ยามนี้คนตัวเล็กยังคงนอนกลิ้งร้องด้วยความเจ็บปวด

โอ๊ะ ดูเหมือนว่าฉันจะแสดงมากเกินไป

เมื่อเธอเห็นว่าหมอหลวงฉินกำลังจะเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของตน เธอก็รีบขยิบตาให้กับหลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้าง

เด็กหญิงที่ได้รับสัญญาณก็น้ำตาไหลพรากทันที เมื่อนางเริ่มร้องไห้ มือของคนเป็นหมอก็สั่นเพราะความตกใจ

“องค์หญิงหก ฮือ ๆๆ ทั้งหมดเป็นความผิดของเซียวเซียวที่ไม่ดูแลพระองค์ให้ดี” หลัวเซียวเซียวกระโจนเข้ากอดคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียง โดยขวางไม่ให้ชายชราแตะต้องอีกฝ่าย “เป็นเซียวเซียวที่ทำให้องค์หญิงหกต้องลมหนาว องค์หญิงหก โปรดลงโทษเซียวเซียวเถิดเพคะ!”

“อะแฮ่ม… ไม่เป็นไร” มู่ไป๋ไป่แอบยกนิ้วโป้งให้สหายตัวน้อย แล้วพูดเสียงเบา “เป็นข้าเองที่ปฏิเสธไม่ยอมห่มผ้า ข้าจะตำหนิเจ้าได้อย่างไร”

“ไม่ ๆๆ มันเป็นความผิดของหม่อมฉันเอง…”

“ไม่ ๆๆ มันเป็นความผิดของข้า...”

ทันทีที่คนอื่น ๆ เห็นว่าเด็ก 2 คนนี้เอาแต่ทะเลาะกัน บรรยากาศที่หนักอึ้งภายในห้องก็ดูเหมือนจะเบาลง

“ไทเฮา องค์หญิงหกทรงเป็นคนมีจิตใจดีมากพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงฉินลูบเคราตัวเอง 2-3 ที ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “สำหรับใบหน้าซีดเซียวของนาง น่าจะเป็นเพราะความเย็นส่งผลต่อลมปราณในร่างกายจนทำให้เลือดลมบกพร่อง”

“หลังจากที่องค์หญิงหกได้พักสักครู่ กระหม่อมจะสั่งยาบำรุงให้องค์หญิงหก เพียงแค่นี้มันก็สามารถช่วยให้องค์หญิงหกกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ยอดไปเลย” ไทเฮาถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ถ้าเช่นนั้นหมอหลวงฉิน ท่านรีบไปสั่งยาเถิด”

ในขณะที่ซูหว่านกำลังวิ่งเข้ามา หมอหลวงฉินก็ตรวจมู่ไป๋ไป่เสร็จแล้ว พอนางได้รู้ว่าลูกสาวเป็นเพียงไข้ลมหนาว นางจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เจ้าเด็กนี่ ทำให้แม่ต้องกังวลอยู่เรื่อย” หว่านผินกล่าวพลางปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

มู่ไป๋ไป่มีสุขภาพไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก และยังถูกรังแกมานานหลายปี

ตอนนี้ในที่สุดลูกสาวก็กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว นางกลัวว่าเด็กคนนี้จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมหลังจากที่ได้ยินว่าเจ้าตัวป่วย

“ท่านแม่ ข้าขอโทษ” แม่และลูกสาวมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น มู่ไป๋ไป่รู้ว่าซูหว่านกำลังคิดอะไรอยู่ เธอจึงรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที

ก่อนหน้านี้เธอได้คำนึงถึงทุกเรื่องแล้ว ยกเว้นความกังวลของผู้เป็นแม่ที่มีต่อตัวเธอ

“คนที่เจ้าต้องขอโทษไม่ใช่แม่ แต่เป็นตัวของเจ้าเอง” หว่านผินถอนหายใจ “ไป๋ไป่ ร่างกายเจ้าเป็นของเจ้า ในอนาคตเจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก เข้าใจหรือไม่?”

“ถ้า…ถ้าเกิดว่าเจ้าเป็นอะไรไป แม่จะทำเช่นไร?”

ในขณะที่พูดหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะสะอื้นเบา ๆ

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ได้แต่โทษตัวเองไม่รู้จบ แต่เธอไม่สามารถบอกท่านแม่ได้ว่าที่จริงแล้วตนไม่ได้เป็นอะไร ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าก้มตารับถ้วยยาที่นางกำนัลนำมาให้ แล้วดื่มมันเข้าไปจนหมด

ซูหว่านอยู่ดูแลเธอในห้องสักพักก่อนจะกลับออกไปพร้อมกับไทเฮาเพื่อไปสวดมนต์ที่วิหาร

ก่อนที่จะออกเดินทาง หว่านผินยังได้กำชับให้ลูกสาวพักผ่อนให้ดี อย่าไปเล่นซนที่ไหนอีก

ทันทีที่เสียงฝีเท้าหายไป แล้วยืนยันว่าหว่านผินกับไทเฮาได้เดินออกไปไกลแล้ว มู่ไป๋ไป่ก็กลิ้งตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว

“รีบออกไปกันเถอะ ช่วงบ่ายท่านแม่จะต้องมาเยี่ยมข้าอย่างแน่นอน เราคงต้องรีบไปรีบกลับ”

“องค์หญิงหก เมื่อสักครู่นี้หม่อมฉันเห็นว่าหว่านผินร้องไห้อย่างเศร้าใจมาก” หลัวเซียวเซียวพูดขึ้นมาขณะช่วยอีกฝ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้า “ทำไมเราไม่บอกหว่านผินก่อนที่เราจะไปล่ะเพคะ?”

“ไม่ได้” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านแม่เป็นคนคิดมาก ถ้าข้าบอกนาง นางคงไม่ยอมให้ข้าลงจากเขาแน่”

“คราวนี้เรามีอวี้เซิ่งร่วมเดินทางไปด้วย ดังนั้นทุกอย่างจะเรียบร้อยดี”

“ไปกันเถอะ รีบไปจะได้รีบกลับ”

หลังจากหลัวเซียวเซียวได้ยินสิ่งที่องค์หญิงตัวน้อยพูด นางก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นางรีบเก็บข้าวของและออกไปพร้อมกับอีกคนทันที

ขณะนี้จื่อเฟิงรออยู่ที่ด้านนอกเรือนพักแล้ว เมื่อเขาเห็นพวกเธอเดินออกมา เขาก็โบกมือให้เด็กหญิงทั้ง 2

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าสายตาของมู่ไป๋ไป่ก็ถูกหมาป่าสีเทาที่อยู่ข้างกายของเขาดึงดูดไป

“อ๊ะ ทำไมเจ้าตัวโตถึงมาอยู่ที่นี่?” คนตัวเล็กก้าวเข้าไปข้างหน้าด้วยความประหลาดใจก่อนจะลูบหัวหมาป่า

“เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือไม่ น่าเสียดายยิ่งนัก ตอนนี้ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องลงภูเขาไปจัดการ ไม่อย่างนั้น เจ้ารอตอนเย็นได้หรือไม่ แล้วเจ้าค่อยมาใหม่”

“ท่านจ้าวอสูร ข้าไม่ได้เป็นอะไร” หมาป่าสีเทาโน้มตัวเป็นการทำความเคารพมู่ไป๋ไป่เล็กน้อย “ข้าได้ยินจากเจ้าเด็กโง่คนนี้ว่าท่านมีปัญหาบางอย่างและต้องการความช่วยเหลือ”

จบบทที่ บทที่ 109: แกล้งป่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว