เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108: สายลับแคว้นหนานซวน

บทที่ 108: สายลับแคว้นหนานซวน

บทที่ 108: สายลับแคว้นหนานซวน


“ไอ้หนู เจ้ามีพื้นฐานร่างกายที่ดี สนใจจะเรียนวรยุทธหรือไม่?” อวี้เซิ่งคว้ามือของจื่อเฟิงและมองเขาด้วยสีหน้าพอใจ “ข้ารู้จักคนที่เหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ของเจ้า ข้าสามารถช่วยให้เจ้ากลายเป็นศิษย์ของเขาได้”

“แต่หลังจากที่เจ้าร่ำเรียนทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เจ้าต้องสัญญาว่าจะทำตามคำขอของข้า 3 สิ่ง”

“ปล่อย!” เด็กหนุ่มไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เขาเพียงแค่ดิ้นรนอย่างหนัก พอเห็นว่าตนหนีไม่พ้นจึงได้ใช้อวัยวะส่วนอื่นที่ไม่ใช่แขนโจมตีแทน

“ซี๊ดดด!” อวี้เซิ่งไม่คิดว่าตนจะถูกกัด “นี่เจ้าเป็นสุนัขจริง ๆ หรืออย่างไร?”

“ท่านพูดผิดแล้ว เขาไม่ใช่สุนัข เขาเป็นหมาป่า” มู่ไป๋ไป่รีบเข้าไปขัดจังหวะการต่อสู้ของคนทั้ง 2 “จื่อเฟิง ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร ท่านออกไปก่อนเถอะ”

ทว่าจื่อเฟิงยังคงยืนขวางหน้าเจ้านายโดยไม่ยอมออกไปไหน และจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างหวาดระแวง

เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าเธอไม่สามารถสั่งให้เขาหลบออกไปได้ เธอจึงทำได้เพียงถอนหายใจ “เอาเถอะ ท่านได้รับเงินไปแล้ว ท่านช่วยบอกข้าก่อนที่จะลงมือได้หรือไม่? ทำเช่นนี้มันกะทันหันเกินไป”

“ท่านกำลังทำให้จื่อเฟิงคิดว่าท่านต้องการทำร้ายข้าไปเสียแล้ว”

“ข้าลืมไป” อวี้เซิ่งยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ข้าคิดว่าท่านตั้งใจ” มู่ไป๋ไป่แย้งเขาก่อนที่จะยกแขนขึ้นถามว่า “จุดฝังเข็มจุดนี้มีหน้าที่อะไร?”

“มันสามารถทำให้ชีพจรของพระองค์เหมือนจะป่วยจริง ๆ” นักฆ่าหนุ่มยืนขึ้นพลางปัดเสื้อผ้าของตัวเอง “ในตอนที่หมอหลวงจับชีพจรของพระองค์วันพรุ่งนี้ พระองค์เพียงแค่กดมันเหมือนที่ข้าทำเมื่อครู่นี้ก็พอ”

คำตอบของเขาทำให้ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายทันที “มีวิธีดี ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ?”

อวี้เซิ่งไม่ตอบ เขาทำเพียงหันหลังและเดินออกจากลานบ้านไป

เด็กหญิงได้ลองกดจุดฝังเข็มที่ชายหนุ่มบอกอีกครั้ง เนื่องจากเธอกลัวว่าจะลืมตำแหน่งจุดฝังเข็มในตอนที่ตื่นขึ้นวันพรุ่งนี้เช้า เธอจึงได้สั่งให้หลัวเซียวเซียวนำพู่กันและหมึกมาแต้มทำเครื่องหมายไว้ที่แขน

ในยามค่ำคืนอันมืดมิด

จวนร้างแห่งหนึ่งที่เขตชานเมืองมีแสงไฟสลัว 2-3 ดวงสว่างขึ้น

หากมองดูใกล้ ๆ จะพบว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ในลานบ้าน

ขณะนี้เซียวถังอี้แอบย่องเข้าไปเงียบ ๆ

คนของเขารายงานว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้มีกลุ่มคนน่าสงสัยปรากฏขึ้นที่นอกเมืองหลวง และมันเป็นเวลาใกล้เคียงกับช่วงที่มีกลุ่มเด็กหายตัวไป ดังนั้นเขาจึงฉวยโอกาสที่ตัวเองกำลังเมามายไปตรวจสอบดู

“นั่นใครน่ะ?!” ชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมา พอเขาเห็นเซียวถังอี้ก็ตะโกนถามเสียงดัง

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว “คนของแคว้นหนานซวน?”

ในขณะนั้นเอง ชายคนนั้นก็ตระหนักว่าตนเองได้พูดภาษาของชาวหนานซวนออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ พลันดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและพุ่งเข้าโจมตีผู้บุกรุกทันที

“หึ อย่าได้ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป” เซียวถังอี้เยาะเย้ยอีกฝ่ายก่อนที่จะจัดการศัตรูได้ภายในการเคลื่อนไหวไม่กี่กระบวนท่า

“มีคนเยอะทีเดียว”

“ข้าอยากจะรู้นักว่าทำไมกลุ่มคนที่มีวรยุทธจากแคว้นหนานซวนจึงมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ มันหมายความว่าอย่างไร?”

หลังจากที่คนกลุ่มนั้นได้เห็นการเคลื่อนไหวของชายผู้สวมหน้ากากสีเงิน พวกเขาก็มองอีกฝ่ายอย่างประหม่า

คนเหล่านี้ไม่ค่อยรู้อะไรในแคว้นเป่ยหลงมากนัก จึงเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเซียวถังอี้มาก่อน แต่การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาเพิ่งแสดงให้เห็นนั้นก็เพียงพอให้พวกเขารับรู้ว่าคนผู้นี้ทรงพลังเพียงใด

“เจ้าเป็นใคร?” คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดด้วยสำเนียงเป่ยหลงที่ฟังดูกระท่อนกระแท่น “เจ้ามาที่นี่ทำไม?”

“ข้าเป็นใครอย่างนั้นหรือ?” เด็กหนุ่มเย้ยหยัน “ข้าเป็นคนของแคว้นเป่ยหลง ที่นี่คืออาณาเขตของเป่ยหลง แล้วทำไมข้าจะมาที่นี่ไม่ได้?”

“ในทางกลับกัน พวกเจ้าต่างหากที่แอบลักลอบเข้ามาในเป่ยหลงโดยอาศัยการใช้ข้ออ้างในการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ตบตา”

“พวกเจ้านี่มันไม่รู้จักยอมแพ้เสียจริง”

“เจ้าเป็นคนในราชสำนัก!” เมื่อคนของแคว้นหนานซวนได้ยินเขาพูดเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ พวกเขาก็ต้องตกใจเพราะเรื่องนี้มีคนรู้อยู่เพียงไม่กี่คน

จนกระทั่งตอนนี้ หนานซวนยังกล่าวถึงเรื่องนี้กับฮ่องเต้เป่ยหลงเพียงในจดหมายเท่านั้น

กล่าวได้ว่าในเวลานี้คนที่รู้เรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นั้นจะต้องเป็นคนของฮ่องเต้เป่ยหลง

“สหาย เราจะปล่อยคนผู้นี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!”

“ฆ่ามัน!”

หลังจากคนของแคว้นหนานซวนได้ยินคำสั่งของหัวหน้ากลุ่ม คนทั้งหมดก็พุ่งออกไปข้างหน้า

เซียวถังอี้ซึ่งอยู่ตรงกลางแค่นเสียงในลำคอ ก่อนจะขยับมือ

ในความมืดมิดของค่ำคืน เข็มเงินจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปจากปลายนิ้วของเขา ก่อนที่คนพวกนั้นจะทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็เห็นสหายของตนล้มลงไปทีละคน

เพียงชั่วพริบตา คนส่วนใหญ่ของแคว้นหนานซวนก็เสียชีวิตไปแล้ว

“อะไรน่ะ… เกิดอะไรขึ้น?” คนของแคว้นหนานซวนมองชายผู้สวมหน้ากากสีเงินด้วยสายตาหวาดกลัว “มันไม่ใช่มนุษย์ มันเป็นผี!”

“มีเพียงผีเท่านั้นที่ฆ่าคนโดยที่ไม่ขยับตัว”

เซียวถังอี้จับมือตัวเองพลางก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าสบาย ๆ “แคว้นเล็ก ๆ ก็คือแคว้นเล็ก ๆ ผู้คนช่างโง่เขลาเสียนี่กระไร”

“ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า แต่ต้องแลกกับบางสิ่ง”

“บอกข้ามาว่าใครส่งพวกเจ้ามาที่นี่ มีจุดประสงค์อะไร และพวกเจ้ามีผู้ติดต่ออยู่ในเมืองหลวงหรือไม่?”

ในตอนแรกคนของแคว้นหนานซวนลังเลไม่กล้าพูด แต่แล้วพวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นวิธีการที่คาดเดาไม่ได้ของศัตรู นั่นทำให้พวกเขาต้องเปิดปากอธิบายทุกอย่างออกมาทันที

“พวกเจ้าวางแผนที่จะลอบสังหารฮ่องเต้ในขณะที่พระองค์กับพระสนมเสด็จระหว่างทางเช่นนั้นหรือ?” เซียวถังอี้หรี่ตาลงมองกลุ่มชายที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา “พวกเจ้าวางแผนได้ดี”

ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะเอ่ยปากชม แต่คนของแคว้นหนานซวนก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนได้แต่นั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่กับพื้น

“น่าเสียดายที่พวกเจ้าคำนวณผิด” สิ้นเสียงพูด กลุ่มคนจากแคว้นหนานซวนทั้งหมดก็ถูกฆ่าตาย

ส่วนหัวหน้าเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็หวาดกลัวจนเป็นลมหมดสติไป

จากนั้นเซียวถังอี้ก็ส่งสัญญาณให้คนของเขามาเอาตัวผู้ที่รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวกลับไปยังวังหลวงเพื่อส่งมอบให้กับมู่เทียนฉง

“ข้าลืมไปเลย ข้าลืมถามพวกเขาว่าเรื่องที่เด็กสูญหายไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาหรือไม่?” เมื่อเด็กหนุ่มเห็นคนของเขาพาตัวศัตรูออกไป เขาก็เพิ่งนึกถึงจุดประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้ได้

ดังนั้นเขาจึงแสดงท่าทีผิดหวัง ก่อนจะเดินไปค้นทั่วจวนที่คนจากแคว้นหนานซวนซ่อนตัวอยู่อีกครั้ง

แต่เขาก็ไม่พบสิ่งใด

ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นแล้ว เสียงระฆังยามเช้าที่ดังขึ้นจากวัดฮู่กั๋วก็ก้องกังวาน

“องค์หญิงหก ถึงเวลาแล้ว ตื่นได้แล้วเพคะ” นางกำนัลมาเคาะประตูห้องของมู่ไป๋ไป่ และเอ่ยเตือนด้วยเสียงแผ่วเบา

ตามปกตินิสัยของคนตัวเล็ก เธอจะกลิ้งอยู่บนเตียงสักพักก่อนจะตอบ

ซึ่งเป็นที่รู้กันดี ทำให้นางกำนัลไม่รีบร้อน และกำลังจะตัดสินใจมาเรียกอีกครั้งในภายหลัง ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากในห้อง

“โอ๊ยยย ปวดท้อง!”

สีหน้าของนางกำนัลเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง นางจึงรีบเปิดประตูเข้าไปถามอย่างเป็นกังวล

ที่ห้องชั้นใน มู่ไป๋ไป่หน้าซีดเซียวและมีเหงื่อออกโทรมกาย เธอกำลังกลิ้งตัวอยู่บนเตียงพลางกุมท้องตัวเองเอาไว้

“โอ๊ยยย ปวดท้อง ข้าปวดท้องมาก!”

“องค์หญิงหก!” นางกำนัลตื่นจากภวังค์ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งออกไปพร้อมตะโกนเรียกหมอหลวงตลอดทาง

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินเสียงนางกำนัลไกลออกไปเรื่อย ๆ เธอก็หยุดเสแสร้งและถามคนที่ซ่อนตัวอยู่ว่า “เป็นอย่างไร ข้าแสดงได้สมจริงหรือไม่?”

“เพคะ!” หลัวเซียวเซียวที่ซ่อนตัวอยู่ที่ปลายเตียงพูดว่า “หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ปวดท้องจริง ๆ เสียแล้ว”

“ฮี่ ๆ” เด็กน้อยลูบใบหน้าขาวซีดราวหิมะของตัวเอง “ต้องขอบคุณเครื่องประทินผิวของท่านแม่”

“ไม่อย่างนั้นไม่ว่าฝีมือการแสดงของข้าจะดีมากเพียงใด แต่คนอื่นที่เห็นหน้าสีเลือดฝาดของข้าคงจะไม่มีใครเชื่อ”

ก่อนเข้านอนเมื่อคืนนี้จู่ ๆ ก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัวเธออย่างกะทันหัน เธอจึงสั่งให้หลัวเซียวเซียวแอบเข้าไปในห้องของซูหว่านในตอนเช้าเพื่อหยิบแป้งของอีกฝ่ายมา

หลังจากที่เธอได้เห็นปฏิกิริยาของนางกำนัลเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลดีมาก

“องค์หญิงหก” หลัวเซียวเซียวปีนลงมาจากเตียงพร้อมกับถามว่า “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปเพคะ?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: คุณชายเซียวเก่งมากกก แล้วไป๋ไป่ของเราจะทำตามแผนสำเร็จไหมนะ

จบบทที่ บทที่ 108: สายลับแคว้นหนานซวน

คัดลอกลิงก์แล้ว