เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107: ไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว

บทที่ 107: ไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว

บทที่ 107: ไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว


“เป็นไปไม่ได้” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัว “ที่นี่ไม่มีใครมีวรยุทธสูงกว่าอวี้เซิ่ง ถ้ามีคนตามเรามาจนถึงวัดฮู่กั๋วจริง ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้เรื่องนี้”

อวี้เซิ่งที่อยู่บนหลังคา “...”

เขารู้ แต่เขาเพียงแค่ไม่พูด!

“ช่างเถอะ ๆ ไม่ต้องคิดมากหรอก มันคงเป็นความเข้าใจผิดของข้าเอง” คนตัวเล็กโบกมือก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “เจ้าจำสิ่งที่ข้าเพิ่งบอกเจ้าไปได้หรือไม่?”

“ข้าจะไปพูดโน้มน้าวอวี้เซิ่งให้เขาร่วมมือกับเรา แล้วพรุ่งนี้เช้าพวกเจ้า 2 คนก็ช่วยข้าแกล้งทำเป็นป่วยเพื่อหาข้ออ้างกับไทเฮาและท่านแม่”

“ส่วนหมอหลวงฉินคนนั้นก็จัดการได้ยากเสียด้วย”

“หลังจากที่พวกเขากลับไปกันหมดแล้ว เราจะแอบลงเขาเพื่อไปตามหาพี่จวินเฉากัน”

บนหลังคาในขณะเดียวกัน มีแสงสลัวแล่นผ่านดวงตาของอวี้เซิ่ง เขารีบวางจอกสุราแล้วกระโดดลงจากหลังคา จากนั้นเขาก็เอ่ยถามว่า “คนที่องค์หญิงหกเพิ่งพูดถึงเป็นใครกัน?”

“ตาเถร!”

จู่ ๆ ก็มีคนตกลงมาจากฟ้ากลางดึกโดยไม่คาดคิด ทำให้มู่ไป๋ไป่ตกใจมากจนหัวใจแทบวาย ส่วนหลัวเซียวเซียวก็ตกใจเช่นกัน แต่นางไม่ได้ส่งเสียงร้องเหมือนอีกคน

มีเพียงจื่อเฟิงที่อยู่ด้านข้างเท่านั้นที่เขม็งมองชายหนุ่มพร้อมกับแยกเขี้ยว ราวกับว่านี่เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบของร่างกายโดยอัตโนมัติ

“องค์หญิงหก ข้ามีเรื่องจะถามพระองค์” อวี้เซิ่งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูหนักใจเล็กน้อย “ข้าได้ยินว่าพระองค์เพิ่งพูดถึง ‘พี่จวินเฉา’ เขาคนนั้นเป็นใคร?”

“จวินเฉา เสิ่นจวินเฉา” มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ “คุณชายแห่งตระกูลเสิ่น พ่อค้าผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง ท่านรู้จักเขาหรือ?”

“เสิ่นจวินเฉา?” นักฆ่าหนุ่มขมวดคิ้ว “แซ่เสิ่น?”

“ใช่” เด็กหญิงพยักหน้าตอบ “มีอะไรหรือ?”

ใบหน้าของอวี้เซิ่งอ่อนลงเล็กน้อยในขณะที่เขากล่าวว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่ได้ยินผิดไป”

สิ้นเสียงพูดเขาก็หันหลังเตรียมจะจากไป แต่มู่ไป๋ไป่ไม่อยากปล่อยโอกาสที่ส่งมาถึงหน้าประตูให้หลุดลอยไปเฉย ๆ เธอจึงวิ่งเข้าไปกอดต้นขาของอีกฝ่ายพลางเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มกว้างให้กับเขา “ไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว...”

“...”

นางกำลังจะร้องขออะไรกัน?

“เรามานั่งคุยกันสักพักเถอะ” มู่ไป๋ไป่หันไปส่งสายตาให้หลัวเซียวเซียวซึ่งอยู่ด้านข้าง ในไม่ช้านางก็รินชาให้อวี้เซิ่ง ก่อนจะเช็ดทำความสะอาดม้านั่งอย่างแข็งขัน

“นี่พี่ใหญ่ ดูสิ เซียวเซียวเช็ดเก้าอี้ให้ท่านแล้ว ท่านควรนั่งลงสักหน่อยดีหรือไม่?” เด็กน้อยพูดพร้อมกับดึงคนตัวโตกว่าไปที่ม้านั่งหิน

ขณะนั้นอวี้เซิ่งกล่าวว่า “องค์หญิงหก หากพระองค์มีอะไรอยากจะพูดก็พูดมาเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว ข้าต้องกลับไปพักผ่อน”

“เมื่อกี้ท่านได้ยินสิ่งที่เรา 3 คนพูดหรือไม่?” มู่ไป๋ไป่เลิกอ้อมค้อมและพุ่งเข้าประเด็นทันที “เสิ่นจวินเฉาเป็นสหายคนใหม่ของข้า เขาเองก็หายตัวไปเช่นกัน พรุ่งนี้เราจะลงจากภูเขาเพื่อไปสอบสวนการหายตัวไปของเขา”

“เป็นอย่างไร ท่านจะไปกับข้าหรือไม่?”

“ที่แท้วันนี้องค์หญิงหกลงจากเขาก็เพื่อเรื่องนี้นี่เอง” อวี้เซิ่งพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “แล้วเสิ่นจวินเฉาคนนั้นมีความสำคัญสำหรับองค์หญิงหกมากหรือไม่?”

เมื่อครู่นี้เขาเหมือนจะได้ยินเจ้าตัวเล็กเรียกอีกฝ่ายว่า ‘เทพเจ้าแห่งโชคลาภ’

“แน่นอนว่าเขาย่อมสำคัญ!” มู่ไป๋ไป่ไม่ปฏิเสธว่าวันนี้ตนแอบลงจากภูเขาไป ในขณะที่เธอพยักหน้าอย่างจริงจัง “เขาสำคัญมาก! ดังนั้นอวี้เซิ่ง ท่านไปกับข้าเถอะนะ”

“หากเราพบพี่จวินเฉา เขาย่อมไม่ลืมขอบคุณท่าน”

นักฆ่าหนุ่มหรี่ตาลงแล้วถามว่า “ทำไม ข้าดูเหมือนคนที่ขาดเงินขนาดนั้นเลยหรือ?”

“มันไม่เหมือนกัน” เด็กหญิงส่ายหัว “ใครบ้างจะปฏิเสธการมีเงินเยอะ ๆ”

“นอกจากนี้ ท่านเองก็เป็นนักฆ่ามาก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในวังหลวงไม่ใช่หรือ?”

“ข้าได้ยินมาว่าในยามที่ท่านถูกจ้างวานให้ฆ่าใครสักคน ค่าตอบแทนจะต้องจ่ายเป็นทองคำ”

“อย่างไรก็เถอะ ตอนนี้ท่านได้ออกจากวังหลวงแล้ว ถือว่านี่เป็นการรับงานส่วนตัว แต่เปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยจากการฆ่าคนเป็นช่วยชีวิตคน”

“เช่นนี้ไม่ดีหรือ?”

อวี้เซิ่งที่ได้ยินเช่นนี้ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “คารมขององค์หญิงหกดูเหมือนจะคมคายมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียจริง”

นั่นทำให้ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายทันที “แสดงว่าท่านตกลงแล้วใช่หรือไม่?”

“มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะมอบเงินมัดจำให้แก่ข้าเท่าไหร่” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าองค์หญิงหกเบี้ยวเงิน แล้วถ้าเสิ่นจวินเฉาไม่สามารถจ่ายเงินได้ล่ะ แบบนี้การลงทุนลงแรงของข้าจะไม่สูญเปล่าเช่นนั้นหรือ?”

“ไม่ ไม่!” ทันทีที่คนตัวเล็กเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มผ่อนปรนแล้ว เธอก็หยิบเงินก้อนเล็ก ๆ ของตัวเองออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็นับตั๋วแลกเงินปึกหนึ่งมามอบให้เขา “เท่านี้เพียงพอหรือไม่?”

“ถ้าหากท่านต้องการทองคำ ข้าก็สามารถพาท่านไปที่ร้านแลกเงินเพื่อแลกตั๋วเงินพวกนี้เป็นทองคำหลังจากที่ลงเขาไปในวันพรุ่งนี้”

อวี้เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น “องค์หญิงหกเป็นคนที่ใจกว้างมาก...”

ทำไมเขาจำไม่ได้ว่ามู่เทียนฉงให้เงินกับองค์หญิงหกมากมายขนาดนี้?

“อิอิ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” มู่ไป๋ไป่เกาแก้มตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเก็บตั๋วแลกเงินที่เหลืออย่างทะนุถนอม “ท่านยอมรับเงินไปแล้ว ท่านอย่าได้เปลี่ยนใจทีหลังล่ะ”

“พรุ่งนี้เช้าข้าจะแกล้งป่วย…”

จากนั้นเด็กหญิงก็บอกแผนการที่เธอเคยคุยกับอีก 2 คนให้อวี้เซิ่งฟัง “แค่นี้แหละ ใครมีคำถามอะไรหรือไม่?”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงส่ายหัวเบา ๆ เป็นการบอกว่าไม่มีปัญหา

ส่วนอวี้เซิ่งยกมือขึ้น “ข้ามีคำถาม ถึงแม้ว่าองค์หญิงหกจะแกล้งป่วยจนสามารถตบตาไทเฮากับหว่านผินได้ แต่พระองค์จะหลอกหมอหลวงอย่างไร?”

“เอ่อ… ข้ายังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย” มู่ไป๋ไป่เกาหัวอย่างคิดไม่ตก “ถ้ามันไม่ได้ผล ข้าคงต้องบอกว่าข้ารู้สึกไม่สบาย เช่นนี้หมอหลวงจะทำอะไรข้าได้”

ถึงแม้ว่ามันจะไร้ยางอายไปสักหน่อย แต่เธอก็ไม่เหลือวิธีอื่นแล้ว

“ไม่เป็นไร แต่ข้าเกรงว่าหมอหลวงที่ตรวจพระองค์จะถูกไทเฮาลงโทษ” นักฆ่าหนุ่มพูดขึ้นเหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไร

สีหน้าของมู่ไป๋ไป่ชะงักค้างไปทันที

ใช่ เธอเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไทเฮาอยากจะมาคอยดูแลเธอในวันพรุ่งนี้ หมอหลวงฉินจะต้องโทษหลอกลวงเบื้องสูงหรือไม่?

ชายชราคนนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างใจดี ถึงอย่างไรเขาก็เคยช่วยเธอรักษาเจ้าหมาป่ามาก่อน

บัดนี้มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นมากัดเล็บอย่างเป็นกังวล แล้วทันใดนั้นเธอก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “พี่อวี้เซิ่ง~ ในเมื่อท่านพูดเช่นนี้ ข้าคิดว่าท่านจะต้องมีทางแก้”

อวี้เซิ่งเป็นใครกัน?

เขาเป็นถึงนักฆ่าที่เก่งที่สุดในโลก!

แล้วคนเช่นเขาจะไม่รู้จักวิชาแปลก ๆ ได้อย่างไร?

“พระองค์ฉลาดมาก” นักฆ่าหนุ่มพยักหน้าและยื่นมือออกไป “แต่ความช่วยเหลือของข้ามีค่าใช้จ่าย”

มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย นั่นทำให้มุมปากของเธอกระตุก และเธอก็หยิบตั๋วแลกเงินออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะยื่นมันให้เขา “ทำไมข้าถึงไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลยว่าท่านเป็นคนขี้งกขนาดนี้?”

“ข้าเองก็เหมือนไม่รู้จักองค์หญิงหกมาก่อนเช่นกัน” อวี้เซิ่งยิ้มพร้อมกับรับตั๋วแลกเงินจากมือเล็ก ๆ มาถือ “ไม่ใช่ว่าพระองค์เข้าใจ สัจธรรมที่ว่าไม่มีใครไม่อยากมีเงินมากเกินไปหรอกหรือ?”

“...”

ทำไมเธอรู้สึกเหมือนตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้กัน?

“จำจุดนี้ไว้”

จู่ ๆ อวี้เซิ่งก็คว้ามือของมู่ไป๋ไป่ไปกดแรง ๆ ที่ข้อศอกด้านใน แล้วความเจ็บปวดก็ลามไปตามเส้นลมปราณของเธอทันที

“โอ๊ย!” เด็กน้อยที่ตั้งตัวไม่ทันแทบจะกระโดดหนีไปจากตรงนั้น “เจ็บนะ!”

“ปล่อย!” จื่อเฟิงที่อยู่ด้านข้างได้ยินเสียงร้องของมู่ไป๋ไป่จึงรีบพุ่งเข้าไปหมายจะผลักอวี้เซิ่งออกไป แต่เขาก็ถูกอีกฝ่ายหยุดเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว

จบบทที่ บทที่ 107: ไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว