เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 106: น่าสนใจ

บทที่ 106: น่าสนใจ

บทที่ 106: น่าสนใจ


จื่อเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นด้วยท่วงท่าสบาย ๆ หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของมู่ไป๋ไป่ เขาก็ส่ายหัวแบบโกรธ ๆ “ไม่!”

ทุกวันนี้เด็กหนุ่มได้เรียนรู้คำพูดง่าย ๆ 2-3 คำจากหลัวเซียวเซียว แต่การออกเสียงของเขาอาจจะฟังดูแปลกไปอยู่เล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงยังรู้สึกไม่มั่นใจนักในยามที่ต้องพูด

ยกเว้นเวลาที่เขาโกรธ

“หืม…” มู่ไป๋ไป่เพิ่งได้ยินเขาพูดเป็นครั้งแรก และคิดจะแซวเขาสักหน่อย เธอจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ก่อนจะยิ้มล้อเขา “ท่านโกรธหรือ?”

“ฮึ!” จื่อเฟิงเงยหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมองเด็กหญิงตรงหน้า “เขาเป็นคนเลว”

“คนเลว?” มู่ไป๋ไป่เอียงคอพูดตามอีกฝ่าย “ทำไมอวี้เซิ่งถึงเป็นคนเลว ท่านพ่อของข้าส่งเขามาปกป้องข้านะ”

“...” เด็กหนุ่มเม้มปาก ก่อนจะอ้าปากเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของตัวเองด้วยระดับภาษาในปัจจุบันได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่กล้ำกลืนความโกรธที่มีลงไป “ใช่ เขาเป็นคนเลว”

คนตัวเล็กรู้สึกขบขันกับท่าทีของอีกคน “ข้าไม่รู้ว่าระหว่างท่านกับอวี้เซิ่งเกิดอะไรขึ้น หรือเขาไปทำอะไรให้ท่านโกรธเข้าจนทำให้ท่านไม่พอใจเขาขนาดนี้”

“แต่ว่านะจื่อเฟิง ในเมื่อท่านติดตามข้าและยอมรับข้าเป็นเจ้านายของตัวเอง ท่านจะยอมเชื่อฟังเจ้านายได้หรือไม่?”

เด็กหนุ่มเหลือบมองคนพูด ผ่านไปสักพักเขาถึงจะยอมพยักหน้าแบบไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่

“จริงหรือ?” มู่ไป๋ไป่เห็นว่าเขาเชื่อฟังบ้างแล้วจึงอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปลูบหัวเขา “ถ้าอย่างนั้น เจ้านายคนนี้ขอสั่งให้ท่านทำดีกับอวี้เซิ่ง และอย่าได้ไปหาเรื่องทะเลาะกับเขาทุกวัน ท่านทำได้หรือไม่?”

จื่อเฟิงรู้สึกมีความสุขมากที่อีกฝ่ายสัมผัสหัวเขา คราวนี้เขาไม่คัดค้านและพยักหน้าอย่างมีความสุข

บนหลังคาไม่ไกลจากทั้ง 2 คน เซียวถังอี้กำลังจิบสุราขณะหัวเราะเยาะเบา ๆ “เจ้าตัวเล็กนั่นทำเหมือนกับคนข้างกายตัวเองเป็นสุนัขเลยจริง ๆ”

“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าท่านดูเหมือนจะมีอคติกับองค์หญิงหก?” อวี้เซิ่งกล่าวขณะเหลือบมองอีกฝ่าย

หลังจากมื้อเย็นเขาก็ไม่มีอะไรทำ เขาจึงหยิบสุราติดมือมาบนหลังคาเพื่อดื่มกับเซียวถังอี้

“ท่านอ๋อง ข้าอยากจะเตือนท่านสักหน่อย” นักฆ่าหนุ่มจิบสุราพลางหลับตาพริ้มเพลิดเพลินไปกับรสชาติที่เข้มข้นแต่หอมหวานของสุราเลิศรส “ฝ่าบาทปฏิบัติปฏิบัติต่อองค์หญิงหกแตกต่างจากคนอื่น ท่านไม่ควรทำอะไรบุ่มบ่าม”

“หึ ๆ” เซียวถังอี้หัวเราะในลำคอเบา ๆ “อวี้เซิ่ง ตอนนี้ท่านออกจากวังหลวงแล้ว ท่านอย่าเรียกข้าว่าท่านอ๋องอีกเลย มันฟังดูไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่”

“แล้วอีกอย่าง เจ้าเด็กนั่นจะทำอะไรข้าได้?”

“นอกจากนี้ หากนับตามลำดับความอาวุโส นางควรจะเรียกข้าว่าเสด็จอาด้วยซ้ำ”

อวี้เซิ่งยิ้มมุมปากแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ ทว่าสายตาของเขาจ้องไปยังจื่อเฟิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มู่ไป๋ไป่ “เด็กคนนั้นมีพื้นฐานร่างกายที่ดี เขาเป็นคนที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว”

เพียงแต่ว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะเกลียดชังเขามากเสียจนไม่อาจอธิบายได้

มันทำให้เขาต้องมานั่งคิดอย่างจริงจังว่าตนได้บังเอิญไปฆ่าพ่อแม่หรือโคตรเหง้าของเจ้าตัวหรือไม่

แต่คิดอยู่นานเขาก็นึกไม่ออก

“ข้าเองก็มีบางอย่างอยากจะเตือนท่านเช่นกัน” เซียวถังอี้เหลือบมองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “สถานะของเด็กคนนั้นมีความสำคัญมาก นางเป็นถึงองค์หญิงหก ท่านไม่ควรทำอะไรบุ่มบ่าม”

“...” อวี้เซิ่งได้ยินเช่นนี้ถึงกับพูดไม่ออก

เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขที่สามารถตอบโต้อีกฝ่ายได้ ทำให้ริมฝีปากบางที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีเงินเม้มแน่น และเขาก็ยังมองดูภาพตรงหน้าในขณะที่ลิ้มรสสุราไปด้วย

“ท่าน— คุณชายเซียว” อวี้เซิ่งลุกขึ้นยืนพร้อมกับเลิกคิ้ว “ถ้าข้าจำไม่ผิด เหมือนท่านเคยบอกข้าไว้ว่าท่านมาที่นี่เพื่อตามหาอะไรบางอย่าง”

“นี่ก็ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วยามแล้ว ท่านหาของพบหรือยัง?”

“ใกล้ถึงเวลาที่องค์หญิงหกของเราต้องเข้านอน ข้าคงไม่สามารถปล่อยให้คนนอกรั้งอยู่ที่เรือนหลังนี้ได้”

“เมื่อถึงเวลานั้น คุณชายเซียวก็อย่าได้ตำหนิข้าที่ไร้ความปรานี”

“...” คราวนี้เป็นเซียวถังอี้ที่พูดไม่ออก

ไม่นานชาย 2 คนที่ผู้คนต่างหวาดกลัวก็เริ่มโต้เถียงกันอยู่บนหลังคาโดยที่ไม่มีใครรู้

ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่มู่ไป๋ไป่ซึ่งอยู่ในลานบ้านจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน ยามนี้เธอกับหลัวเซียวเซียวกำลังพูดคุยเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือเสิ่นจวินเฉา

“องค์หญิงหก ฝ่าบาทได้ส่งคนออกไปสืบสวนเรื่องนี้แล้ว ทำไมเราไม่ทนรออีกสักหน่อยล่ะเพคะ?” หลัวเซียวเซียวมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ตอนนี้มีพี่อวี้เซิ่งเฝ้าอยู่ เราคงไม่สามารถขยับตัวทำอะไรได้สะดวก”

“พะ...พี่? นี่เจ้าเรียกอวี้เซิ่งว่าพี่เช่นนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกขบขันกับการเรียกของอีกฝ่าย “อวี้เซิ่งรู้หรือไม่ว่าเจ้าเรียกเขาเช่นนี้?”

ใบหน้าของหลัวเซียวเซียวเปลี่ยนเป็นสีแดง ขณะที่นางยกมือขึ้นเกาหัวเบา ๆ “พี่อวี้เซิ่งไม่ยอมให้หม่อมฉันเรียกเขาว่าใต้เท้า ดังนั้นหม่อมฉันจึงทำได้เพียงเรียกขานเขาเช่นนี้เท่านั้น…”

“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร เจ้าเรียกเขาว่าท่านพี่ก็ได้” คนตัวเล็กปิดปากหัวเราะ “ข้าแค่รู้สึกสงสัยว่าถ้าเขาได้ยินเจ้าเรียกเช่นนี้เขาจะมีสีหน้าอย่างไร”

“เอาล่ะ ๆ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า”

“เทพเจ้าแห่งโชคลาภของเรายังคงหายตัวไป เราต้องรีบลงมือกันหน่อยแล้ว”

“แม้ว่าท่านพ่อจะสั่งให้คนของศาลต้าหลี่ไปสืบสวนแล้ว แต่เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นมานานหลายปี หากผู้บัญชาการศาลต้าหลี่สามารถหาเบาะแสได้ในเวลาอันสั้น เขาคงไม่ปิดบังเรื่องนี้จากท่านพ่อตลอดเวลาเช่นนี้”

“ดังนั้นเราไม่สามารถนั่งรออยู่เฉย ๆ ได้”

“สำหรับอวี้เซิ่ง ใครบอกว่าข้าจะลงมือคนเดียวโดยไม่บอกเขา ในเมื่อท่านพ่อส่งเขามาปกป้องข้า ข้าก็จะไม่ขัดพระประสงค์ของท่านพ่ออยู่แล้ว”

“เพียงแต่ว่าวิธีการจะใช้เขาอย่างไรนั้นต้องหารือกันอีกสักหน่อย”

ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกไม่สบายใจในตอนที่เธอลงจากเขาเพราะว่าเธอ หลัวเซียวเซียว และจื่อเฟิงเป็นเพียงเด็ก 3 คนเท่านั้น

หากมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ พวกเธอทั้ง 3 คงไม่สามารถรับมือไหว

แต่ตอนนี้พวกเธอมีอวี้เซิ่งเพิ่มมาอีกคนหนึ่งแล้ว สถานการณ์จึงย่อมแตกต่างไปจากเดิม

ขณะเดียวกันที่บนหลังคา สีหน้าของเซียวถังอี้และอวี้เซิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนไป

“ดูเหมือนว่านางจะต้องการสืบสวนคดีเด็กหายในเมืองหลวง” เด็กหนุ่มมองดูท่าทางเด็ดเดี่ยวแต่ก็อ่อนโยนของมู่ไป๋ไป่ที่สะท้อนท่ามกลางแสงจันทร์

เจ้าเด็กนี่รนหาที่จริง ๆ

“ข้าได้ยินแล้ว” นักฆ่าหนุ่มที่เคยเอนตัวนอนเอกเขนกอยู่บนหลังคาก็ลุกขึ้นนั่ง

“ตอนอยู่ในวังหลวงนางเป็นเช่นนี้หรือไม่?” เซียวถังอี้ถามขึ้นมาด้วยความสนใจ “นางชอบไปจุ้นจ้านเรื่องของคนอื่นเช่นนี้ตลอดเลยหรือ?”

ทันใดนั้นอวี้เซิ่งก็นึกขึ้นได้ว่ามู่ไป๋ไป่เคยเรียกเขาให้ไปดูความสัมพันธ์ลับของลี่เฟยด้วยกัน ทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามอีกฝ่ายอย่างไรดี

“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น” เซียวถังอี้ได้รับคำตอบจากสีหน้าของอวี้เซิ่ง ก่อนที่เขาจะยิ้มมุมปาก “น่าสนใจจริง ๆ คนที่มีนิสัยเย็นชาอย่างมู่เทียนฉงสามารถให้กำเนิดบุตรีจอมป่วนเช่นนี้ได้อย่างไร?”

“น่าสนใจ...”

“ท่านคิดจะทำอะไร?” ชายหนุ่มรู้สึกคล้ายกับว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขาม ทุกคนบนโลกนี้รู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณชายเซียวเอ่ยปากว่า ‘น่าสนใจ’ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

“ท่านจะกังวลไปทำไม” เซียวถังอี้กล่าวพลางลุกขึ้นยืน “ข้าแค่คิดว่าหลานสาวของข้าค่อนข้างน่าสนใจเลยอยากจะช่วยนางสักหน่อย”

อวี้เซิ่งอยากจะถามอีกฝ่ายมากว่าเขาใจดีขนาดนั้นเลยหรือ?

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร เซียวถังอี้ก็กระดกสุราจอกสุดท้ายและหายตัวไปเสียก่อน

ในลานบ้าน มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นมองเพราะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง แต่ภายใต้แสงจันทร์นั้นกลับไม่มีอะไรเลยนอกจากปุยเมฆบาง ๆ

“องค์หญิงหก มีอะไรหรือเพคะ?” หลัวเซียวเซียวสังเกตเห็นท่าทางแปลก ๆ ของอีกคนจึงเงยหน้าขึ้นมองตาม แต่ก็ไม่เห็นอะไรเช่นกัน

“แปลก...” คนตัวเล็กย่นปลายจมูก “ทำไมข้ารู้สึกแปลก ๆ เหมือนตอนที่เรากลับมาจากในเมืองเลยล่ะ?”

“หา?” จู่ ๆ หลัวเซียวเซียวก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา “พระองค์ยังรู้สึกว่ามีคนกำลังจับตาดูเราอยู่ใช่หรือไม่เพคะ? หรือว่าจะมีคนติดตามเรามาจนถึงวัดฮู่กั๋วตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้?”

จบบทที่ บทที่ 106: น่าสนใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว