เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95: เก็บผลไม้

บทที่ 95: เก็บผลไม้

บทที่ 95: เก็บผลไม้


“เพคะ” หลัวเซียวเซียวปิดปากหัวเราะเบา ๆ “ในตอนที่หม่อมฉันออกมาหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว หม่อมฉันเห็นนางกำนัลหลายคนในวังเดินผ่านมาพากันทำหน้าแดงทั้งนั้นเลยเพคะ”

ปัจจุบัน ‘คนบ้า’ ไม่ว่าจะมองทางไหนก็ดูดีไปเสียหมด

ดวงตาของเขาสุกสกาว ใครที่ได้มองเข้าไปในดวงตาของเขาจะต้องตกตะลึงกับความบริสุทธิ์ที่อยู่ในนั้น พลางนึกสงสัยว่าจะมีใครบนโลกนี้ที่ดวงตาใสซื่อได้ถึงเพียงนี้

“แหะ ๆ” ‘คนบ้า’ ไม่รู้ว่าหลัวเซียวเซียวหมายความว่าอย่างไร ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงยิ้มโง่ ๆ ให้มู่ไป๋ไป่เท่านั้น

เพราะนี่คือสิ่งที่เด็กหญิงเคยบอกเขาเมื่อครู่นี้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าคนอื่นกำลังพูดถึงอะไร จึงทำได้แค่หัวเราะตอบรับไปตามน้ำ

มู่ไป๋ไป่รู้สึกขบขันกับท่าทีของอีกฝ่าย จากนั้นเธอก็พูดว่า “ท่านหน้าตาเช่นนี้ เราคงไม่สามารถเรียกท่านว่าคนบ้าได้อีกต่อไปแล้ว เราต้องตั้งชื่อใหม่ให้กับท่าน”

“คนบ้า… เฟิงจื่อ...” ดวงตาของคนตัวเล็กพลันเปล่งประกาย “ข้าเรียกท่านว่าจื่อเฟิงดีหรือไม่? เพราะเราพบกันบนภูเขาลูกนี้”

“ชื่อไพเราะมากเพคะ!” หลัวเซียวเซียวปรบมือเห็นด้วย “จื่อเฟิง จื่อเฟิง ไม่เลวเลยเพคะ”

‘คนบ้า’ ซึ่งตอนนี้มีชื่อใหม่ว่า ‘จื่อเฟิง’ กะพริบตาปริบ ๆ คล้ายกับว่าไม่เข้าใจที่เด็กหญิงทั้ง 2 พูดคุยกัน หลัวเซียวเซียวที่เห็นดังนั้นจึงกระซิบอธิบายให้เขาฟัง

ทันทีที่เด็กหนุ่มเข้าใจ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งสดใสขึ้น และเขาก็พยักหน้าซ้ำ ๆ เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าตนชอบชื่อนี้

ด้วยประการฉะนี้ มู่ไป๋ไป่จึงมีผู้ติดตามอีกคนอยู่ข้างกาย

วันรุ่งขึ้น ซูหว่านก็ประหลาดใจมากเมื่อเห็นจื่อเฟิง นางแทบจะไม่อยากเชื่อเลย นางไปยืนยันกับลูกสาวให้แน่ใจอีกครั้งว่านี่คือเด็กที่อยู่ในสภาพรกรุงรังคนนั้นหรือ

ซึ่งนั่นทำให้มู่ไป๋ไป่มีความสุขมาก

ในตอนแรกเด็กหญิงรับจื่อเฟิงเข้ามาเพราะรู้สึกสงสารเขา และเธอก็ไม่ได้คาดหวังมากนักว่าเขาจะสามารถปกป้องเธอได้

แต่เธอไม่คาดคิดว่าในช่วง 3 วันที่ผ่านมา อีกฝ่ายจะทำงานเป็นองครักษ์ของเธอได้เป็นอย่างดี เขาคอยติดตามเธอทุกฝีก้าว และยังได้รับคำชมจากซูหว่านและไทเฮาอีกด้วย

แม้แต่มู่ไป๋ไป่ก็ยังรู้สึกว่าเธอเลือกคนได้เหมาะสมแล้ว

และแล้วเวลาก็ผ่านไป 3 วัน ในขณะนี้หมาป่าสีเทาก็ได้แอบย่องเข้ามาที่วัดฮู่กั๋วในคืนนั้นเงียบ ๆ เพื่อมาหามู่ไป๋ไป่

ในช่วง 3 วันที่ผ่านมามันได้รับบาดแผลใหม่ แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงมากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น มู่ไป๋ไป่ยังรู้สึกว่ารัศมีรอบตัวของหมาป่าตัวนี้ดูจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

“ท่านจ้าวอสูร ท่านพร้อมที่จะออกเดินทางแล้วหรือ?” หมาป่าสีเทานั่งอยู่ที่ประตูโดยไม่ยอมเดินเข้าไปในห้องของเด็กหญิง “ออกเดินทางตอนกลางคืนมันอันตราย เหตุใดเราไม่รอให้ถึงเวลารุ่งสางก่อนค่อยเข้าไปในภูเขาล่ะ?”

ในตอนที่มันต้องเดินทางอยู่ในภูเขานั้นมันไม่สำคัญว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไปทันทีเมื่อมีพวกนางติดตามไปด้วย

“ไม่หรอก ตอนนี้แหละดีแล้ว” มู่ไป๋ไป่ค้นเอาอุปกรณ์และชุดที่เอาไว้เดินทางตอนกลางคืนออกมาอีกครั้ง คราวนี้เธอผูกแส้หนังเอาไว้ที่ด้านนอกเสื้อผ้าโดยตรงเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน “ในตอนกลางวันข้าอยากจะไปสวดมนต์กับไทเฮาตามปกติ เรารีบไปกันเถอะ”

หมาป่าสีเทาไม่เข้าใจความหมายของคำว่าสวดมนต์ แต่เนื่องจากท่านจ้าวอสูรเป็นคนเอ่ยเช่นนั้น มันจึงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

ดังนั้นหมาป่าตัวโตจึงพามู่ไป๋ไป่และอีก 2 คนขึ้นไปบนภูเขา

“เจ้าตัวโต ทำไมเจ้าถึงไม่แปลกใจเลยว่าเขาเป็นใคร?” มู่ไป๋ไป่เดินตามหมาป่าไปจนสุดทางโดยไม่เห็นว่ามันจะถามถึงจื่อเฟิงเลย ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมา

เจ้าหมาป่าได้ยินคำถามจึงหันกลับมาตอบว่า “เขาคือคนบ้าไม่ใช่หรือ?”

แม้ว่าตัวเขาจะสะอาดขึ้น แต่กลิ่นกายของเขาก็ยังไม่เปลี่ยน มันจึงจำเจ้าเด็กโง่คนนี้ได้

หลังจากมู่ไป๋ไป่ได้ยินสิ่งที่หมาป่าสีเทาพูด เธอก็นึกขึ้นได้ว่าสัตว์อาจจะจำคนได้ด้วยกลิ่นมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ดังนั้นเธอจึงไม่รู้สึกแปลกใจอีก

เนื่องจากหมาป่าตัวใหญ่คุ้นเคยกับภูเขานี้มาก ในไม่ช้ามันก็ได้พาพวกมู่ไป๋ไป่ไปยังส่วนลึกของภูเขา พอมาถึงที่หมาย บริเวณโดยรอบก็เหมือนจะเงียบลง มีเพียงเสียงสัตว์ดังอยู่ไกล ๆ

“ที่แท้มันก็อยู่ลึกมากขนาดนี้นี่เอง” คนตัวเล็กมองไปรอบ ๆ แต่เธอที่เป็นเพียงคนธรรมดาก็มองเห็นเพียงความมืดมิดที่อยู่รอบตัว “ข้าไม่คิดเลยว่าภูเขาลูกนี้จะใหญ่ถึงเพียงนี้”

โชคดีที่ในคืนนั้นเธอไม่ได้ถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวกลางป่า ไม่อย่างนั้นเธออาจจะถูกหมาป่าจับกินไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว

พอคิดได้ดังนี้มู่ไป๋ไป่ก็ลูบแขนเล็ก ๆ ของตัวเอง

“ท่านจ้าวอสูร ข้างหน้าคือสถานที่ที่ข้าเคยบอกเอาไว้” หมาป่าสีเทาเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำแม้จะอยู่ท่ามกลางความมืด ในทางกลับกัน คนตัวเล็กสะดุดจนเกือบล้มหน้าทิ่มอยู่หลายครั้งตั้งแต่เดินมาที่นี่

ในตอนที่เธอกำลังจะขอให้หมาป่าตัวโตชะลอความเร็วลง จู่ ๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ

เป็นจื่อเฟิงที่ย่อตัวลงข้างหน้าเธอและชี้ไปที่หลังของตัวเอง

มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังของเขา

การก้าวเดินของเด็กหนุ่มมั่นคงมาก ทำให้เด็กหญิงแอบประหลาดใจเมื่อพบว่าความเร็วของเขาเกือบจะทัดเทียมกับหมาป่าสีเทา

ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่?

“เรามาถึงแล้ว!” เสียงของหมาป่าดังมาจากด้านหน้า ทำให้มู่ไป๋ไป่หลุดจากภวังค์

ท่ามกลางความมืดมิดเธอมองเห็นแสงไฟสีแดงดวงเล็ก ๆ สว่างขึ้นทีละดวง ซึ่งภาพเบื้องหน้ามันดูงดงามมาก

“โอ้โห ผลเพลิงสีชาดส่องแสงได้ด้วย” เด็กหญิงรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นภาพดังกล่าว

“ใช่แล้ว” หมาป่าสีเทามีท่าทีสงบมาก เพราะถึงอย่างไรมันก็เติบโตมาบนภูเขาที่มีผลไม้วิญญาณเล็ก ๆ พวกนี้ตั้งแต่เกิด ภาพเหล่านี้จึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับมันมาก

“งดงามเหลือเกิน” หลัวเซียวเซียวเองก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้

“มันเป็นยาวิเศษที่พิเศษมากจริง ๆ” มู่ไป๋ไป่กระโดดลงจากหลังของจื่อเฟิง ก่อนจะกวักมือเรียกคนทั้ง 2 “เซียวเซียว จื่อเฟิง พวกเจ้าไปเก็บผลไม้มาให้ข้าที”

“หลังลงจากเขา เราจะเอามันไปขาย มันทำกำไรได้มหาศาลเลย แล้วเราจะซื้ออาหารอะไรอร่อย ๆ ให้พวกเจ้ากิน”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่พวกเขาจะก้าวไปพร้อมกับถุงผ้าที่พวกเขาเตรียมเอาไว้

หลังจากเก็บผลไม้มาได้ประมาณ 2 เค่อ ถุงทั้ง 2 ใบก็อัดแน่นไปด้วยผลไม้ แต่แสงสีแดงที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้ลดลงมากนัก

“องค์หญิงหก เพียงพอแล้วหรือยังเพคะ?” หลัวเซียวเซียวปาดเหงื่อจากหน้าผากพลางถามอย่างกระตือรือร้นว่า “หากยังไม่เพียงพอ หม่อมฉันจะขึ้นไปเก็บเพิ่มอีกเพคะ”

“พอแล้ว” มู่ไป๋ไป่ดึงสหายของตนกลับมา “นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะเอามันไปขาย ดังนั้นเราควรเอาไปแค่พอประมาณก็พอ แล้วรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน”

นอกจากนี้ผลไม้ชนิดนี้ยังเป็นพืชที่สามารถเน่าเสียได้ ดังนั้นเธอจะต้องวางแผนระยะยาว

หลังจากเก็บผลเพลิงสีชาดเสร็จแล้ว มู่ไป๋ไป่ก็กลับไปที่วัดฮู่กั๋วตามเส้นทางเดิม โดยที่พวกเขาทั้ง 3 มีหมาป่าคอยนำไปตลอดทาง ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น

ก่อนออกเดินทาง หมาป่าสีเทาได้ให้สัญญาว่าหากในอนาคตเธอต้องการเข้าไปเก็บผลไม้ในป่าอีก เธอจะต้องเป่านกหวีด แล้วมันจะออกมานำทางเธอเข้าไป

“เจ้าตัวโตเก่งมาก” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางมองไปที่หลังหมาป่าแล้วถอนหายใจ “ไม่เหมือนกับแมวบางตัวที่เลี้ยงไม่เชื่อง ตามปกติแล้วข้าคอยเลี้ยงดูมันเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายมันก็เห็นแมวที่เพิ่งเคยพบครั้งแรกดีกว่าข้า”

“ไอ้แมวส้มตูดเหม็น นี่ผ่านไปกี่วันแล้วมันยังไม่กลับมาอีก!”

“องค์หญิงหกอย่าได้โกรธไปเลยเพคะ พรุ่งนี้เราจะลงเขากันแล้วไม่ใช่หรือ?” หลัวเซียวเซียวปลอบประโลมอีกฝ่าย “ถ้าเรามีเวลาเพียงพอ เราจะสามารถแวะระหว่างทางเพื่อตามหาเจ้าส้มกลับได้เพคะ”

“ฮึ! ข้าจะไม่ไปตามหามันแล้ว” มู่ไป๋ไป่กอดอกพลางพูดเสียงขึ้นจมูก “ข้าได้เอ่ยปากไปแล้วว่าจะไม่สนใจมันอีก”

เธอจะไม่มีทางไปตามหาเจ้าส้มแน่นอน!

หลัวเซียวเซียวรู้ว่าองค์หญิงเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ดังนั้นนางจึงไม่ได้พูดอะไรต่อและทำเพียงแค่ปิดปากหัวเราะเบา ๆ

วันรุ่งขึ้น ในตอนเช้าเด็กหญิงก็ได้ไปสวดมนต์ตามปกติ และในช่วงบ่ายไทเฮาต้องการสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส พวกมู่ไป๋ไป่จึงขออนุญาตพระนางพากันไปเล่นด้านล่างภูเขา

เนื่องจากทุกคนได้มาสวดมนต์ขอพรอยู่ที่วัดฮู่กั๋วเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว และมู่ไป๋ไป่ก็อยู่ที่วัดตลอดเวลา ไทเฮาทรงรู้ดีว่าเด็ก ๆ นั้นชอบเล่นสนุก พระนางจึงตอบตกลงโดยมีเงื่อนไขเดียวก็คือต้องพาองครักษ์ติดตามไปด้วย

จบบทที่ บทที่ 95: เก็บผลไม้

คัดลอกลิงก์แล้ว