เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96: หอไป่เฉ่า

บทที่ 96: หอไป่เฉ่า

บทที่ 96: หอไป่เฉ่า


หลังจากที่มู่ไป๋ไป่ได้รับอนุญาตจากไทเฮาแล้ว เธอก็พาหลัวเซียวเซียว, จื่อเฟิง และองครักษ์ 2 คนลงจากภูเขา

เธอได้จงใจเอาเสื้อผ้าของคนธรรมดามาสวมใส่ แต่ของพวกนี้ก็ยังมาจากในวังหลวง ผ้าและฝีเย็บจึงมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม หากสังเกตให้ดี ๆ ก็ยังบ่งบอกได้ว่าตัวตนของเธอนั้นไม่ธรรมดา

“เซียวเซียว เรามาทำธุระสำคัญให้เสร็จกันดีกว่า แล้วไปหาของอร่อย ๆ กินกัน” มู่ไป๋ไป่พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกน้ำลายไหล “อยู่ที่วัดฮู่กั๋วข้าได้กินแต่ผักกาดกับหัวไชเท้าทุกวันเลย ตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตของข้าดูจืดชืดจนไม่สามารถเติมรสชาติอื่นได้แล้ว”

“เพคะ” หลัวเซียวเซียวเดินตามมู่ไป๋ไป่ไปด้วยรอยยิ้ม “วันนี้องค์หญิงจะสามารถกินอะไรก็ได้ตามต้องการเลยเพคะ”

“ทำไมเจ้าถึงเอาแต่เรียกข้าว่าองค์หญิง?” คนตัวเล็กบิดแขนสหายตัวน้อยแล้วกระซิบว่า “ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าหากไม่ได้อยู่ในวังหลวงให้เจ้าเรียกข้าว่าคุณหนู ไม่เช่นนั้นทุกคนก็รู้หมดว่าข้าเป็นใคร จะเป็นอย่างไรถ้าเราบังเอิญไปพบคนเลวเข้า?”

ยิ่งไปกว่านั้นองค์หญิงลำดับที่ 6 แห่งแคว้นเป่ยหลงยังออกมาเร่ขายยาวิเศษอยู่ในตลาด ถ้าเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป มันคงทำให้เธอต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

“เซียวเซียวขอโทษ เซียวเซียวประมาทเลินเล่อเอง” เด็กหญิงปิดปากตัวเองพลางยิ้มเจื่อน ๆ ขอโทษ “ท่านอย่าได้กังวลไปเลย เซียวเซียวจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกเจ้าค่ะ”

มู่ไป๋ไป่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็หันกลับไปสั่งองครักษ์ทั้ง 2 ที่อยู่ข้างหลังตน

สำหรับจื่อเฟิง… อย่างไรเขาก็พูดไม่ได้ ดังนั้นเด็กหญิงจึงไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเขาเลย

ก่อนหน้านี้มู่ไป๋ไป่ได้ถามขันทีที่รับผิดชอบการจัดซื้อของจากตลาดและพบว่าผู้ค้าสมุนไพรรายใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงก็คือร้านขายยาที่ชื่อหอไป่เฉ่า

จากข่าวที่ได้รับบอกว่าหอไป่เฉ่ามีอิทธิพลมาก นอกจากพวกเขาจะมีอำนาจและการเงินที่แข็งแกร่งแล้ว พวกเขายังมีกลยุทธ์การค้าขายที่ยอดเยี่ยม ในเวลาเพียงไม่กี่ปี พวกเขาได้เปิดหอไป่เฉ่าทั่วแคว้นเป่ยหลงและเกือบจะผูกขาดการซื้อขายสมุนไพรทั้งหมดในแคว้นแห่งนี้

มู่ไป๋ไป่คิดว่าการทำธุรกิจที่ดีย่อมหมายถึงการทำการค้ากับคนที่ร่ำรวยที่สุด เธอจึงเลือกหอไป่เฉ่าเป็นสถานที่แรก

หอไป่เฉ่าตั้งอยู่ในเมืองหลวงที่พลุกพล่าน รูปแบบการจัดร้านแตกต่างจากร้านขายยาทั่วไป เพราะที่นี่ดูมีระดับ ถ้าไม่บอกก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามันคือร้านขายยา

“คุณหนู ท่านต้องการให้รับใช้อันใดขอรับ?”

ตอนที่เถ้าแก่เห็นมู่ไป๋ไป่เดินเข้ามา เขาไม่ได้สนใจเธอเลยเพราะเห็นว่าเธอยังเด็ก แต่ก็ยังคงต้อนรับเธออย่างสุภาพ

“ทางร้านของเรามีสมุนไพรให้เลือกสรรมากมาย คุณหนูสนใจจะซื้อแบบปลีกหรือแบบจำนวนเยอะ ๆ ก็ได้ พวกเรายินดีให้บริการทั้งสิ้นขอรับ”

เด็กหญิงมองไปรอบ ๆ และแอบคิดในใจว่า

สมแล้วที่เป็นร้านมีระดับ การบริการของพนักงานค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ต่อมา เธอเอามือไพล่หลังและแสร้งทำเป็นเดินไปรอบ ๆ ร้าน จากนั้นก็เดินไปหาเถ้าแก่แล้วเงยหน้าขึ้นพูดว่า “ข้าอยากจะถามท่านว่าที่นี่รับซื้อสมุนไพรหรือไม่?”

เถ้าแก่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “รับก็รับอยู่ขอรับ อย่างไรก็ตาม ร้านเล็ก ๆ ของข้าน้อยรับได้เพียงจากเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรจากถงอีกับจิงจงเท่านั้น”

ความนัยที่เขาอยากจะบอกก็คือนอกจากเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรเหล่านั้น ที่ร้านจะไม่รับสมุนไพรจากผู้อื่นโดยง่าย

มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่นานเธอก็หยิบผลเพลิงสีชาดออกมาจากถุงของตัวเองแล้ววางต่อหน้าเถ้าแก่ร้าน

ในตอนแรกเถ้าแก่มีสีหน้าสับสน แต่หลังจากได้กลิ่นหอมเตะจมูก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น แล้วเขาก็หยิบผลเพลิงสีชาดขึ้นมามองอย่างละเอียดด้วยท่าทางเหลือเชื่อ

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็มองมู่ไป๋ไป่ด้วยสีหน้าตกใจ “ข้าน้อยขอถามท่านได้หรือไม่ นี่ใช่ผลเพลิงสีชาดหรือไม่ขอรับ?”

“ถูกต้อง ท่านฉลาดยิ่งนัก” มู่ไป๋ไป่กอดอกพร้อมกับเชิดคางขึ้น “นี่คือผลเพลิงสีชาด รู้เช่นนี้แล้วท่านจะยอมรับซื้อมันหรือไม่?”

“รับขอรับ!” เถ้าแก่ร้านพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “คุณหนู ท่านมีผลเพลิงสีชาดกี่ผลหรือขอรับ ไม่ว่าท่านจะมีเท่าไหร่ หอไป่เฉ่าของเราก็จะรับซื้อมันทั้งหมด”

“โดยราคาต่อผลอยู่ที่ 20 ตำลึงเงิน ท่านคิดว่าอย่างไร?”

“20 ตำลึงเงิน?” ทันใดนั้นคนตัวเล็กก็หน้าถอดสี “เถ้าแก่ นี่ท่านกำลังมองว่าข้ายังเด็กอยู่เช่นนั้นหรือ?”

ราคาที่เถ้าแก่บอกไม่ได้ใกล้เคียงกับที่เธอเคยได้ยินมาเลยด้วยซ้ำ!

“เสี่ยวเอ้อร์ มานี่ซิ” เถ้าแก่เรียกบริกรที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อนำชาและขนมมาให้ ก่อนจะเชิญเด็กหญิงไปที่สวนด้านหลังด้วยท่าทางนอบน้อม “คุณหนูคงไม่รู้อะไร แม้ว่าผลเพลิงสีชาดจะมีค่ามาก แต่ราคาในตลาดไม่สูงนัก”

“ข้าน้อยคิดว่าในมือของคุณหนูน่าจะมีพวกมันอยู่มากมาย”

“มันคงเป็นไปได้ยากที่เราจะรับซื้อมันทั้งหมดในคราวเดียว และก็ไม่ง่ายเลยที่จะหาเงินมากมายมาเพื่อซื้อมันในคราวเดียว”

“ดังนั้นราคาที่ข้าน้อยเสนอให้คุณหนูนั้นเป็นราคาที่ยุติธรรมอย่างแน่นอน”

“ถ้าหากคุณหนูมองว่าราคาต่ำไป พวกเราสามารถพูดคุยต่อรองกันได้ ขอเพียงแค่คุณภาพของผลเพลิงสีชาดในมือของท่านดีมากพอ เราจะสามารถไปพูดคุยกับเจ้านายของพวกเราได้ แล้วข้าน้อยจะเพิ่มราคาให้ท่านสูงขึ้น”

มู่ไป๋ไป่จิบชาพร้อมกับรำพึงรำพันในใจว่าขิงนี้แก่เกินไป คำพูดของเถ้าแก่ชาญฉลาดมาก ถ้าเธอเป็นเพียงแค่เด็กโง่ เธออาจจะถูกเขาหลอกไปแล้ว

เขาแสร้งทำเป็นพูดช่วยเหลือให้เธอรู้สึกขอบคุณ เมื่อถึงเวลาที่เธอตอบตกลง เขาก็จะกดราคาของเธอลงต่ำอีก เฮ้อ!

มู่ไป๋ไป่ส่งเสียงเย้ยหยันในลำคอก่อนจะวางถ้วยชาลงแล้วพูดขึ้นว่า “เซียวเซียว เราไปกันเถอะ”

เถ้าแก่ร้านไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงคนนี้จะขอตัวลาไปโดยที่ไม่ตอบเขาสักคำ เขาจึงวิตกกังวลขึ้นมาทันทีและก้าวไปขวางนางเอาไว้ “คุณหนู ถ้าท่านไม่พอใจกับราคาที่เราให้ เราสามารถพูดคุยกันใหม่ได้ เหตุใดคุณหนูจึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น”

“เรื่องกิจการค้าขายเราต้องค่อย ๆ เจรจากันไม่ใช่หรือขอรับ?”

มู่ไป๋ไป่กลอกตามองบนพลางคิดว่าตัวเธอนั้นมีเวลาเพียงแค่นี้ เธอยังต้องมาเสียเวลาค่อย ๆ คุยกับอีกฝ่ายอีกหรืออย่างไร?

“เถ้าแก่ คุณหนูของเรามีงานรัดตัว นางไม่ชอบคุยกับคนที่ไม่จริงใจ” หลัวเซียวเซียวกล่าวจบแล้วก็ส่งสัญญาณให้องครักษ์ 2 คนที่อยู่ด้านหลังมาจับตัวเจ้าของร้านออกไป

ก่อนที่มู่ไป๋ไป่จะนำคนเดินออกจากหอไป่เฉ่าให้พวกเขาได้รู้ว่าตนเองนั้นคิดผิด

“คุณหนู ราคาที่หอไป่เฉ่าเสนอมานั้นจะเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว” หลัวเซียวเซียวเม้มปากด้วยความไม่พอใจ “ใช่ว่าในเมืองหลวงแห่งนี้เราจำเป็นต้องขายให้กับพวกเขาเพียงเท่านั้น”

“อืม...” เด็กหญิงลูบคางแล้วพยักหน้าเบา ๆ “ที่จริงแล้วที่เถ้าแก่คนนั้นพูดก็มีบางอย่างสมเหตุสมผล”

“เป็นเพราะเรามีผลเพลิงสีชาดอยู่ในมือมากเกินไป หากร้านขายยาใดต้องการรับซื้อมัน พวกเขาจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก เช่นนี้มันก็จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกิจการ”

แม้ว่าเธอจะไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน แต่เธอรู้ดีว่ากระแสเงินสดนั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจมาก

ร้านเครือข่ายอย่างเช่นหอไป่เฉ่ายังไม่สามารถใช้จ่ายเงินออกไปได้มากนัก ดังนั้นร้านขายยาเล็ก ๆ ร้านอื่นคงจะยากลำบากกว่านั้นอีก

ดูเหมือนว่าเธอจะสามารถขายผลเพลิงสีชาดได้เฉพาะที่หอไป่เฉ่าเพียงเท่านั้น

“ท่านหมายความว่าร้านขายยาทั่วไปไม่สามารถรับซื้อสิ่งที่เรามีได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดได้ในทันที “แล้วเช่นนี้เราจะทำอย่างไรกันดี?”

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” มู่ไป๋ไป่ยักไหล่เบา ๆ “ตอนนี้ข้าหิวแล้ว ยังคิดอะไรไม่ออก เลิกสนใจเรื่องนี้แล้วไปหาอะไรกันกินก่อนเถอะ พออิ่มท้องค่อยคิดกันอีกที”

ดวงตาของจื่อเฟิงเป็นประกายเมื่อเขาได้ยินคำว่า ‘กิน’ แล้วเขาก็พยักหน้าอย่างมีความสุข

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้ลงจากภูเขา

ต่อมา มู่ไป๋ไป่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้ง 2 ไปที่ร้านอาหารใกล้ ๆ พร้อมกับเชิญองครักษ์ทั้ง 2 ให้มานั่งด้วยกัน จากนั้นก็จัดการสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ

ในตอนแรกองครักษ์ 2 คนรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย แต่แล้วพวกเขาก็ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าองค์หญิงหกไม่ได้ถือตัวเลยสักนิด ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาถึงกลับกล้าบอกนางเกี่ยวกับร้านขายยาขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง

จบบทที่ บทที่ 96: หอไป่เฉ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว