เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 94: เจ้าหมาน้อย

บทที่ 94: เจ้าหมาน้อย

บทที่ 94: เจ้าหมาน้อย


“อือ!” ‘คนบ้า’ พยักหน้าอย่างตื่นเต้นหลังจากได้ยินคำพูดของหลัวเซียวเซียว ซึ่งบ่งบอกว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจะบอก

“องค์หญิงหก ทำไมพระองค์ไม่ให้เขาติดตามพระองค์ล่ะเพคะ?” หลัวเซียวเซียวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากช่วยขอร้องอีกแรง “เขาไม่มีบ้านและไม่มีทางเลือกอื่นเหมือนกับหม่อมฉัน”

“แล้วตอนนี้องค์หญิงหกก็ขาดคนคุ้มกันข้างกาย”

“อย่างน้อยก็ให้เขาคอยช่วยปกป้องพระองค์”

“วันนี้หม่อมฉันบังเอิญไปเห็นเขาดันเครื่องโม่ด้วยมือข้างเดียวด้วยเพคะ”

ที่เรือนด้านหลังวัดฮู่กั๋วว่างอยู่ โดยปกติแล้วพวกเขาจะใช้ลา 2 ตัวในการหมุนมัน ทว่า ‘คนบ้า’ สามารถผลักมันได้เพียงลำพัง แสดงว่าเขาเป็นคนที่แข็งแรงมาก

“ฟังดูแล้วก็มีเหตุผล” มู่ไป๋ไป่พูดพร้อมกับปัดมือตัวเอง “เอาเถอะ เช่นนั้นท่านก็ตามข้ามา แต่ข้าต้องแจ้งท่านแม่ก่อน”

เนื่องจากสถานะของเธอแตกต่างจากคนอื่น ดังนั้นหากเธอต้องการพาคนที่ไม่ทราบที่มากลับไปด้วย เธอจะต้องพูดคุยเรื่องนี้กับหว่านผินเสียก่อน

“อือ!” ‘คนบ้า’ ดีใจมากที่ได้ยินคำตอบรับของเด็กหญิง แล้วเขาก็คำนับให้กับเธออีกครั้ง

“นี่ท่านอย่าเอาแต่คำนับข้าสิ” มู่ไป๋ไป่รู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้วรีบหันไปพูดกับหลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้างว่า “เจ้าบอกเขาหน่อยสิ ข้าไม่ชอบให้คนก็ใกล้ตัวมีพิธีรีตองมากมาย”

“นอกจากนี้ ในเมื่อเขาต้องการติดตามข้า เขาจะต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสกปรกพวกนี้ออก แล้วก็ไปตัดผมตัวเองให้เรียบร้อย”

“มันเป็นเรื่องปกติที่คนที่อยู่ข้างกายองค์หญิงจะต้องสะอาดสะอ้าน”

“เซียวเซียว ในเมื่อเจ้าสนิทกับเขาดี เช่นนั้นข้าจะฝากเรื่องนี้ให้เจ้าจัดการ”

“เพคะ!” หลัวเซียวเซียวตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะวิ่งเข้าไปหา ‘คนบ้า’ แล้วพูดพร้อมกับทำมือประกอบการอธิบาย

ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่มู่ไป๋ไป่กลับไปที่เรือนของตัวเอง เธอก็มีคนคอยติดตามด้านหลังเพิ่มขึ้นอีกคน

เมื่อซูหว่านนำรังนกตุ๋นมาให้ลูกสาว ทันใดนั้นนางก็เห็นคนเนื้อตัวสกปรกอยู่ในเรือนของเด็กหญิง นั่นทำให้นางตกใจ

“ท่านแม่ ท่านอย่ากลัวไปเลย เขาเป็นคนยากไร้ที่ไป๋ไป่พบจากบนภูเขา” มู่ไป๋ไป่คิดทบทวนคำพูดของตัวเอง แล้วเธอก็เล่าว่าคนผู้นี้เป็นคนไร้ญาติไร้ครอบครัวที่ค่อนข้างซื่อบื้อ

“ในครั้งนี้เราเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อสวดมนต์ขอพร ในเมื่อเราพบเขาแล้ว ไป๋ไป่คิดว่านี่อ่านจะเป็นลิขิตสวรรค์ ดังนั้นไป๋ไป่จึงไม่อยากทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง”

“แล้วบังเอิญว่าข้างกายของไป๋ไป่ก็ยังไม่มีองครักษ์ เราควรเก็บเขาไว้ดีหรือไม่เพคะ?”

เด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่พยายามหาเหตุผลมาโน้มน้าวอีกฝ่าย

“นี่…” หว่านผินเหลือบมอง ‘คนบ้า’ อย่างลังเล ในขณะที่นางกล่าวว่า “ไป๋ไป่ หลังจากนี้เราก็จะเดินทางกลับวังหลวงกันแล้ว ที่นั่นมีองครักษ์คอยรักษาความปลอดภัยพวกเรา และถ้าหากใครที่จะเข้าไปเป็นองครักษ์จะต้องมีภูมิหลังที่เชื่อถือได้ แต่เราไม่ทราบที่มาของเขา…”

มู่ไป๋ไป่คาดไว้แล้วว่าซูหว่านจะต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเธอจึงคิดข้ออ้างเอาไว้แล้ว “ท่านแม่ แต่เขาช่วยไป๋ไป่เอาไว้นะ”

“หืม?” หว่านผินรู้สึกประหลาดใจ “เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ครั้งล่าสุดที่ไป๋ไป่ลงเขาไป ไป๋ไป่ถูกคนไม่ดีหลอก..” เด็กหญิงพูดโกหกออกไปได้อย่างไหลลื่น “อันที่จริง หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากเขา ไป๋ไป่คงไม่สามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย”

“เนื่องจากเขาทำดีกับไป๋ไป่ก่อน ดังนั้นไป๋ไป่จึงอยากจะตอบแทนเขา”

“นะเพคะท่านแม่”

ซูหว่านรู้สึกลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายนางก็ตอบว่า “ตกลง…”

“ไป๋ไป่คิดไว้แล้วว่าท่านแม่จะต้องตกลง” มู่ไป๋ไป่ถือโอกาสนี้หยิบตาให้สหายของตน “ทำไมเจ้าไม่พาคน— เอ่อ… เขาออกไปแล้วหาที่พักให้เขาล่ะ?”

หลัวเซียวเซียวรับสัญญาณ แล้วตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการวิ่งออกไปพร้อมกับ ‘คนบ้า’

เด็กหนุ่มที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำได้เพียงติดตามเด็กหญิงไปอย่างงงงวย

ซึ่งมันก็สายเกินไปแล้วที่ซูหว่านจะกลับคำ นางถอนหายใจพร้อมกับบิดปลายจมูกของลูกสาวเบา ๆ “เจ้านี่หนา ทำไมตั้งแต่ออกจากวังหลวงมาเจ้าถึงได้กลายเป็นคนที่แสบสันมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นนี้”

“อิอิ” มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นยิ้มประจบประแจง “นั่นก็เพราะว่าท่านแม่กับไทเฮารักไป๋ไป่มากอย่างไรล่ะเพคะ”

“นอกจากนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือที่เราจะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นให้มากขึ้น”

หากเธอไม่ได้ติดตามคนบ้าไปช่วยหมาป่าสีเทาในวันนั้น เธอคงไม่บังเอิญรู้ว่ามีผลเพลิงสีชาดมากมายอยู่ด้านหลังเขา

นี่มันไม่ใช่ผลของการสร้างความสัมพันธ์อันดีหรอกหรือ?

“นั่นไม่ผิด” หว่านผินตอบพลางลูบหัวลูกสาวตัวน้อยอย่างรักใคร่ “แม่รู้ว่าเจ้ามีความคิดเป็นของตัวเอง แต่แม่แค่เป็นห่วงเจ้าเพียงเท่านั้น”

ตอนนั้นจู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็หายตัวไปทั้งคืน มันได้ทิ้งบาดแผลขนาดใหญ่เอาไว้ในใจของหัวอกคนเป็นแม่

ในตอนกลางดึกนางยังคงสะดุ้งตื่นจากความฝัน และสั่งให้คนมายังเรือนของมู่ไป๋ไป่เพื่อตรวจให้มั่นใจว่านางยังอยู่ที่นั่น

“ท่านแม่ ข้าขอโทษที่ข้าทำให้ท่านต้องเป็นกังวลมากถึงเพียงนี้” พอเด็กหญิงเห็นท่าทางกังวลของผู้เป็นแม่ เธอก็น้ำตารื้น ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นไปหอมแก้มอีกคน “ข้าจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”

ซูหว่านหัวเราะทันทีที่ถูกเด็กน้อยหอมแก้ม “ดูเหมือนว่าเจ้าจะออดอ้อนคนอื่นได้เก่งยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ”

มู่ไป๋ไป่ยิ้มแล้วไม่ได้พูดอะไร

หว่านผินเฝ้าดูลูกสาวกินรังนกให้หมดก่อนที่นางจะกลับไป และนางก็ได้กำชับว่าตนจะปล่อยเรื่องของเด็กคนนั้นไป แต่มู่ไป๋ไป่จะต้องไปขออนุญาตจากไทเฮาด้วยตัวเอง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่มีอำนาจตัดสินใจที่สุดในวัดฮู่กั๋วก็คือไทเฮา เพราะจู่ ๆ การจะมีคนเพิ่มเข้ามาในตำหนักอิ๋งชุน ตามกฎแล้ว พวกนางจะต้องรายงานต่อไทเฮาเช่นกัน

มู่ไป๋ไป่พยักหน้าเป็นการบอกว่าเข้าใจ

ทันทีที่ซูหว่านเดินออกไป เด็กหญิงก็ไปหาท่านย่าเพื่อเล่าเรื่องดังกล่าวให้พระนางฟัง

เนื่องจากไทเฮาทรงรักเธอมาก พอได้ยินเธอบอกว่า ‘คนบ้า’ คนนั้นน่าสงสารเพียงใด พระนางก็ตอบตกลงทันที

ในเมื่อไทเฮาทรงรับปากมู่ไป๋ไป่แล้ว ‘คนบ้า’ ก็มีเหตุผลที่จะติดตามเธอ และเธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องของเขาอีกต่อไป เธอเตรียมพร้อมที่จะพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนที่จะออกเดินทางไปเก็บผลเพลิงสีชาดบนภูเขาในอีก 3 วันข้างหน้า

หลังจากคนตัวเล็กสวดมนต์ช่วงบ่ายเสร็จแล้ว เธอก็นวดไหล่ที่ตึงของตัวเองในขณะที่กลับมายังเรือนพักผ่อน ทันใดนั้นเธอก็เห็นเด็กหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ที่ประตู

เด็กหนุ่มผู้นี้มีดวงตากลมโต สีของรูม่านตาสว่างกว่าคนปกติเล็กน้อย ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลา แต่บุคลิกของเขานั้นไม่ต่างจากสุนัขตัวใหญ่ที่ซื่อสัตย์

มู่ไป๋ไป่ลอบถอนหายใจกับตัวเอง นี่คงไม่ใช่เจ้าหมาน้อยจากชาติที่แล้วก่อนที่เธอจะเดินทางทะลุมิติมาหรอกใช่หรือไม่?

ในไม่ช้าดวงตาของเด็กหนุ่มก็สว่างขึ้นเมื่อเขาเห็นเด็กหญิง ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้ามาหาเธอ ขณะนั้นในภาพจินตนาการของเธอเหมือนกับว่าเห็นหางกำลังกระดิกไว ๆ อยู่ด้านหลังของเขา

“หยุด!” มู่ไป๋ไป่ร้องห้ามอีกฝ่ายด้วยความตกใจ “ท่านเป็นใคร! แล้วมาที่นี่ทำไม?”

เด็กหนุ่มคนนั้นตกตะลึงกับคำถามที่ได้รับและเอาแต่จ้องเธอ

เด็กหญิงรู้สึกอธิบายไม่ถูกว่าท่าทางของอีกฝ่ายช่างดูคุ้นตายิ่งนัก แล้วมันก็มีเงาร่างสกปรกปรากฏขึ้นในใจของเธอ

“ท่านคือคนบ้า!”

มู่ไป๋ไป่ตกใจมาก เธอไม่คาดคิดว่าภายใต้ผมเผ้าที่รกรุงรังจะมีหน้าตาเช่นนี้ซ่อนอยู่

ก่อนหน้านี้เธอเห็นว่า ‘คนบ้า’ นั้นสวมเสื้อผ้าสกปรกและมีผมเผ้ายาวปิดบังใบหน้า เธอคิดว่าคนผู้นี้อาจจะมีบาดแผลขนาดใหญ่อยู่บนใบหน้า เขาจึงพยายามหาอะไรมาปกปิดอยู่เสมอ

แต่กลับกลายเป็นว่านอกจากใบหน้าของอีกฝ่ายจะไม่มีบาดแผลแล้ว มันยังงดงามมากอีกด้วย

“อือ!” เด็กหนุ่มยิ้มสดใสซึ่งภาพนั้นแทบทำให้มู่ไป๋ไป่เป็นลมล้มพับไป

โอ้แม่เจ้า ดูเหมือนว่าฉันจะไปเก็บคนที่พิเศษขึ้นมาได้!

“องค์หญิงหก เกิดอะไรขึ้นเพคะ?” หลัวเซียวเซียวได้ยินเสียงจึงออกมาดู พอเห็นการแสดงออกของมู่ไป๋ไป่กับคนบ้า นางก็เข้าใจทันทีว่ามีอะไรเกิดขึ้น “องค์หญิงหกยังจำเขาได้อยู่หรือไม่เพคะ?”

“เมื่อกี้ข้าจำเขาไม่ได้ แต่ตอนนี้ข้าจำได้แล้ว” มู่ไป๋ไป่พูดพลางเดินวนไปรอบ ๆ ตัวของ ‘คนบ้า’ “ไม่เลวเลย หน่วยก้านดีทีเดียว”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: โอ้ววววว น้องเก็บของแรร์มาได้เฉยเลย!

จบบทที่ บทที่ 94: เจ้าหมาน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว