เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89: ถูกตีอีกครั้ง

บทที่ 89: ถูกตีอีกครั้ง

บทที่ 89: ถูกตีอีกครั้ง


“ท่านเห็นข้าเป็นคนประเภทแยกแยะถูกผิดไม่เป็นหรืออย่างไร?” มู่ไป๋ไป่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ตั้งแต่ที่ท่านช่วยข้าเอาไว้ บุญคุณความแค้นเก่า ๆ ของเราก็นับว่าถูกลบล้างไปแล้ว”

“บุญคุณความแค้นเก่า ๆ?” เซียวถังอี้ทวนคำพร้อมเหยียดยิ้มมุมปาก

เด็กหญิงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น ขณะที่เธอกำลังจะถาม หลัวเซียวเซียวก็กลับมาพร้อมกับขวดยา

ครั้งนี้หมอหลวงได้ร่วมเดินทางมาด้วย พวกเขาได้เตรียมการโดยการส่งยาฉุกเฉินจำนวนมากมายังเรือนแต่ละหลัง หลัวเซียวเซียวจึงได้นำยาทั้งหมดที่องค์หญิงหกบอกมาให้

“อันไหนใช้รักษาบาดแผลหรือ?” มู่ไป๋ไป่ไม่รู้เรื่องยามากนัก เธอรับมันมาแล้วเปิดดมกลิ่นอยู่นาน แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่ายาขวดไหนคืออะไร ดังนั้นเธอจึงหันไปถามสหายตัวน้อยที่อยู่ด้านข้าง

“องค์หญิงหก ให้หม่อมฉันทำเองเถิดเพคะ” หลัวเซียวเซียวหยิบยารักษาบาดแผลออกมา 2-3 ขวดแล้วกล่าวว่า “หม่อมฉันจะทายาให้ผู้มีพระคุณเอง”

“ไม่จำเป็น” คนตัวเล็กคว้ายาจากมือของอีกฝ่ายมาก่อนจะบอกให้นางไปเอาเก้าอี้ตัวเล็กมาให้ตน จากนั้นเธอก็ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้เพื่อให้ตัวเองสูงพอ ๆ กับเซียวถังอี้ที่กำลังนั่งอยู่

“เอาล่ะ รีบถอดเสื้อผ้าเร็วเข้า” เด็กหญิงพูดเร่งเร้า

แล้วเด็กหนุ่มก็ถอดเสื้อคลุมด้านนอกออกโดยไม่ลังเล ซึ่งเผยให้เห็นว่าเสื้อผ้าชั้นในของเขาก็เป็นสีดำเช่นกัน จึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นความรุนแรงของบาดแผลได้ จนกระทั่งเขาถอดเสื้อผ้าส่วนบนออกทั้งหมด

มู่ไป๋ไป่กับหลัวเซียวเซียวที่ได้เห็นภาพตรงหน้าถึงกับเผลอกลั้นหายใจ

พวกเธอเห็นบาดแผลที่น่าสยดสยอง 2 ที่บนหลังของเขาซึ่งมันลึกจนเห็นกระดูก

“ทะ…ท่านได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร?” มู่ไป๋ไป่ตกใจกับบาดแผลของอีกฝ่ายจนรู้สึกมึนงง

“ก็แค่โดนสุนัขกัด” เซียวถังอี้ยังคงจิบชาอย่างใจเย็นราวกับว่าบาดแผลเหล่านี้ไม่ได้อยู่บนร่างกายของเขา

ต่อมา เด็กหญิงเปิดขวดยาทาแผลด้วยมือที่สั่นเทาก่อนจะโรยผงห้ามเลือดลงบนแผลให้เบามือที่สุด ในขณะที่เธอพูดว่า “ใครเชื่อก็บ้าแล้ว สุนัขที่ไหนจะสามารถกัดคนจนทำให้เกิดบาดแผลเหมือนคมมีดเช่นนี้ได้กัน?”

“วันหลังท่านพามันมาหาข้าหน่อย ข้าอยากจะเห็นมันกับตาสักครั้ง”

คราวนี้เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่ได้ตอบอะไร

ส่วนมู่ไป๋ไป่ก็ยังคงพูดต่อไป แม้แต่ในระหว่างที่พันผ้าพันแผล เธอก็ยังพึมพำไม่หยุด

“โอ๊ย เสร็จสักที เหนื่อยชะมัด” มู่ไป๋ไป่คว้ากาน้ำชาขึ้นมารินให้ตัวเอง แต่ก็พบว่าเซียวถังอี้ดื่มชาไปจนหมดกาแล้ว

ทางด้านหลัวเซียวเซียวที่รู้ความ พอเห็นดังนี้นางก็หยิบกาน้ำชาออกไปชงชาให้ใหม่ทันที

ตอนนี้มู่ไป๋ไป่รู้สึกปากแห้งมาก ดังนั้นเธอจึงหยิบผลไม้ที่เก็บมาระหว่างวันขึ้นมาแทะกินขณะที่มองเซียวถังอี้

สายตาของเธอแสดงให้เห็นว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

หลังจากนั้นไม่นานมันก็เป็นไปตามที่เขาคาดว่าคนตัวเล็กจะต้องเปิดปากพูดขึ้นอีกครั้ง

“ข้าพันแผลให้ท่านแล้ว ตอนนี้ท่านเป็นหนี้ชีวิตข้า” มู่ไป๋ไป่เท้าคางอยู่บนโต๊ะและยิ้มอย่างภาคภูมิใจให้คนตรงหน้า “ส่วนอาการบาดเจ็บของท่าน ถ้าข้าไม่พันแผลให้ ท่านอาจจะไม่สามารถรอดพ้นคืนนี้ไปได้”

“องค์หญิงคนนี้ช่วยชีวิตท่านไว้ ท่านเป็นหนี้ชีวิตของข้าแล้ว ท่านคิดว่าอย่างไร?”

“ทำไมเจ้าถึงบอกว่าเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้?” เซียวถังอี้เลิกคิ้ว “อย่าลืมสิว่าถ้าข้าไม่ได้ช่วยเจ้าที่หน้าผาเมื่อกี้นี้ เจ้าคงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แบบมีชีวิตหรอก”

“มันไม่เหมือนกัน” เด็กหญิงโบกมือไหว ๆ “เราคุยกันแล้วไม่ใช่หรือว่าตั้งแต่ตอนนั้นบุญคุณความแค้นของเราถือว่าหายกัน ดังนั้นตอนนี้ถือว่าเป็นการนับใหม่อีกครั้ง”

“...” เซียวถังอี้ที่ได้ยินเช่นนี้ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

เจ้าตัวเล็กนี่กำลังเล่นลิ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ?

“ฮิฮิ อย่ากดดันเกินไป ข้าไม่ได้จะขอให้ท่านทำอะไรสักหน่อย ข้าแค่อยากให้ท่านจำเอาไว้ว่าท่านเป็นหนี้ข้า— โอ๊ย! ท่านทำอะไรเนี่ย?!”

ในขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังพูด อีกฝ่ายก็คว้าคอเสื้อของเธอแล้ววางเธอลงบนต้นขาของเขา

ท่าทางที่คุ้นเคยนี้ทำให้เด็กหญิงมีลางสังหรณ์ไม่ดีทันที และเธอก็พยายามตีแขนตีขาดิ้นรนสุดชีวิตพร้อมกับโวยวายเสียงดัง “ท่านจะตีข้าอีกแล้วหรือ ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าข้าเป็นองค์หญิง ท่านยังจะกล้าตีข้าอีกหรือ?!”

“ท่านรู้หรือไม่ว่าการทำร้ายร่างกายองค์หญิงมีโทษร้ายแรง”

แต่ดูเหมือนว่าเซียวถังอี้จะไม่ได้ยินคำพูดของมู่ไป๋ไป่เลย เขายังคงไม่หยุดมือ

“โอ๊ย! เจ้าสัตว์ประหลาดตัวใหญ่จอมเนรคุณ ถ้าข้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ข้าจะไม่ทายาให้ท่านแล้วปล่อยให้ท่านเลือดออกจนตายไปซะ!”

“กรี๊ดดด! หลังจากกลับไปที่วังข้าจะฟ้องท่านพ่อ แล้วให้ท่านพ่อตัดหัวของท่านซะ!”

ทางด้านเด็กหนุ่มยังคงตีเจ้าเด็กน้อยจนนางเริ่มเบะปากร้องไห้ถึงจะยอมปล่อย จากนั้นก็โยนนางให้กลับไปนั่งบนเก้าอี้และเอ่ยปากสั่งสอนว่า “คราวหน้าถ้าเจ้ากล้าใช้กลอุบายกับข้าอีก ข้าก็จะตีเจ้าอีกครั้ง”

หลังจากกล่าวจบเขาก็หันหลังเดินออกไป

มู่ไป๋ไป่ลูบก้นตัวเองขณะที่จ้องร่างที่กำลังเดินไกลออกไปเรื่อย ๆ ของเซียวถังอี้พลางกัดฟันพูดว่า “ฮึ่ม! ข้าขอถอนคำพูดทั้งหมดของข้าก่อนหน้านี้ ระหว่างเรา 2 คนไม่มีวันญาติดีกันได้ และบุญคุณความแค้นที่มีต่อกันก็ยิ่งมีมากขึ้น!”

“องค์หญิงหก เกิดอะไรขึ้นเพคะ?” หลัวเซียวเซียวที่กลับมาพร้อมกับชาร้อน ๆ เอ่ยถาม “หม่อมฉันได้ยินเสียงพระองค์ดังมาแต่ไกล พระองค์ตรัสว่าอย่าทำอะไรเอิกเกริกไม่ใช่หรือเพคะ?”

“อ้าว แล้วผู้มีพระคุณคนนั้นไปไหนแล้ว?”

“ผู้มีพระคุณที่ไหนกัน?!” มู่ไป๋ไป่พูดเสียงลอดไรฟัน “หลังจากนี้ไปอย่าเรียกเขาว่าผู้มีพระคุณอีก เขาเป็นศัตรูของข้า ศัตรูตัวฉกาจ!”

“ถ้าข้ากลับถึงวังหลวงเมื่อไหร่ ข้าจะตั้งใจเรียนวรยุทธกับท่านพี่รัชทายาทให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วข้าจะฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ ด้วยมือของข้าเอง”

“หา?” หลัวเซียวเซียวทำหน้าสับสน “เมื่อครู่นี้เขายังเป็นผู้มีพระคุณของพระองค์อยู่เลยไม่ใช่หรือเพคะ ทำไมเขาถึงได้เปลี่ยนเป็นศัตรูไปเสียแล้วล่ะ?”

“แต่ว่าองค์หญิงหก พระองค์ควรอยู่ห่างจากคนผู้นี้เอาไว้นะเพคะ”

“บาดแผลของผู้ชายคนนั้นไม่ธรรมดาเลย แล้วพระองค์ยังตรัสว่าเขาเป็นคนเข้าใจยาก เป็นการดีที่สุดหากเราไม่ข้องแวะกับเขาเช่นนี้เพคะ”

หลัวเซียวเซียวพยายามโน้มน้าวองค์หญิงตัวน้อย

ระหว่างนั้นมู่ไป๋ไป่กินขนมจานใหญ่จนหมดเพราะความโมโหและดื่มน้ำชาไป 1 กาเต็ม ๆ จึงจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ก่อนจะเอนตัวลงนอนหลับไปจนกระทั่งรุ่งสาง

พอถึงเวลาสวดมนต์ของวันรุ่งขึ้น หรงเฟยก็ไม่ได้มาที่วิหาร

มู่ไป๋ไป่ฟังไทเฮาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของหรงเฟยพลางแอบเย้ยหยันในใจ ผู้หญิงคนนั้นขี้ขลาดมาก นางคงกลัวเธอชำระแค้นถึงได้อ้างเรื่องเจ็บป่วยขึ้นมา

“ไป๋ไป่ เมื่อคืนนี้เราเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่างจากเรือนพักของเจ้า ทำไมหรือ ห้องเจ้ามีหนูอีกแล้วหรือ?” สตรีสูงวัยถามขณะลูบหัวของหลานสาวอย่างเป็นกังวล “ถ้าในห้องยังมีหนูอยู่ เจ้าสามารถย้ายเรือนได้ เจ้ามานอนกับเราก็ได้”

“ที่เรือนของเราสะอาดสะอ้าน ไม่มีหนูสักตัว”

ไทเฮาต้องการจะหลอกล่อให้เด็กน้อยไปนอนกับพระนางมานานแล้ว เพราะตอนที่อยู่ในวังหลวงพระนางก็ไม่เคยมีโอกาสเหมาะสักที

ในเมื่อตอนนี้พวกพระนางอยู่นอกวังหลวง พระนางเองก็อยากลองทำในสิ่งที่ครอบครัวธรรมดาเขาทำกัน อย่างเช่นการนอนกับหลานสาวที่น่ารักของตนเอง

“ไม่เป็นไรเพคะ” มู่ไป๋ไป่แอบก่นด่าเซียวถังอี้ในใจอีกครั้ง “เมื่อคืนนี้ไป๋ไป่นอนละเมอพูดพร่ำไปเรื่อยเปื่อยจนเสียงของไป๋ไป่ไปรบกวนไทเฮาเชียวหรือ?”

หลัวเซียวเซียวซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านข้างแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวเมื่อได้ยินคำพูดขององค์หญิงหก

“นอนละเมออย่างนั้นหรือ?” ไทเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจมาก “ตอนกลางคืนเจ้ายังจะพูดเรื่อยเปื่อยอีกหรือ?”

มู่ไป๋ไป่เกาจมูกด้วยความขัดเขิน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว เธอไม่สามารถบอกออกไปได้ว่าเมื่อคืนเธอกำลังด่าคนต่างหาก ดังนั้นเธอจึงต้องกัดฟันพยักหน้ารับ “เพคะ ไม่เพียงแต่ไป๋ไป่จะละเมอพูดเท่านั้น ไป๋ไป่ยังนอนกรนอีกด้วย ไป๋ไป่นอนได้ไม่เรียบร้อยนัก ไป๋ไป่ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับท่านย่าไทเฮาเพคะ”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: คุณชายเซียวผู้ไม่อ่อนโยนกับใครทั้งสิ้น 555 ว่าแต่โดนใครทำร้ายมาหนอ แผลน่ากลัวมาก

จบบทที่ บทที่ 89: ถูกตีอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว