เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87: เห็นผี

บทที่ 87: เห็นผี

บทที่ 87: เห็นผี


“เร็วเข้า เร่งมือหน่อย ข้าต้องกลับไปพักผ่อนเพื่อความงามแล้ว” หรงเฟยพูดเร่งอย่างหมดความอดทนเมื่อเห็นขันทีทั้ง 2 ไม่ยอมลงมือสักที

ขณะนี้ขันทีน้อย 2 คนยังคงหวาดหวั่นอยู่ลึก ๆ ในใจ หลังจากที่ได้ยินคำสั่งของคู่เป็นนาย พวกเขาก็ไม่กล้าชักช้าอีก ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วเหวี่ยงมู่ไป๋ไป่ออกไปทันที

จากนั้นร่างเล็ก ๆ ก็เป็นเหมือนว่าวสายขาดในยามค่ำคืน พอผ้าห่อสีดำตกลงสู่หน้าผาที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ดวงตาของหรงเฟยก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น

ขอเพียงแค่มู่ไป๋ไป่ตายไป หว่านผินก็จะหมดประโยชน์ อีกเพียงไม่นานตัวนางก็จะได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทอีกครั้ง

“อ๊ะ! นั่นอะไรน่ะ?!”

เสียงอุทานตกใจของขันทีขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว ก่อนที่นางจะหันไปจ้องขันทีที่กำลังหวาดกลัวมากจนต้องไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างหมดความอดทน และดุด่าเสียงเกรี้ยวกราด “เจ้าจะตะโกนทำไม!”

“หรงเฟย เมื่อครู่ข้าน้อยเห็นผีอย่างนั้นหรือ?” ขันทีชี้ไปที่หน้าผาในขณะที่มือสั่นเทา “เมื่อครู่… เมื่อครู่ข้าน้อยเห็นอะไรสีดำแวบผ่านไป แล้วองค์หญิงหกก็หายตัวไป เอ่อ… กลางอากาศ”

ก่อนหน้านี้เขาได้ยินไต้ซือในวัดฮู่กั๋วบอกว่าวัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขาลูกนี้มาหลายร้อยปีแล้ว เนื่องจากควันธูปที่ถูกจุดมากว่าร้อยปีทำให้มีวิญญาณมารวมตัวกันอยู่ที่นี่

หรือว่าจะมีสิ่งลี้ลับที่อยู่บนภูเขาเห็นว่าพวกเขากำลังทำร้ายคนอื่น ดังนั้นพวกมันจึงพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือองค์หญิงหก

ยิ่งขันทีคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เขาก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น ส่วนท้ายเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไป แต่ก่อนที่เขาจะทันวิ่งไปได้เกิน 2 ก้าว ก็มีเส้นสีแดงปรากฏที่คอของเขา

อึดใจต่อมา ศีรษะและลำตัวของเขาก็แยกออกจากกัน

“กรี๊ดดดดดด!!” หรงเฟยและขันทีอีกคนต่างก็ตกใจกลัว เมื่อสักครู่นี้พวกเขาคิดว่าขันทีคนนั้นพูดเรื่องไร้สาระ แต่ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าร่างของขันทีแยกออกเป็น 2 ส่วน ทั้งคู่ก็ไม่กล้าลบหลู่หรือบอกว่าตัวเองตาฝาดไป แล้วพวกเขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวว่าตนจะมีสภาพไม่ต่างจากขันทีที่เพิ่งเสียชีวิตไป

“เจ้าป่าเจ้าเขาทั้งหลาย พวกเราผิดไปแล้ว หากพวกเรากลับไป พวกเราจะอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พวกท่าน...”

“ได้โปรดอย่าลงโทษพวกเราเลย...”

ทางด้านเซียวถังอี้จ้องมองหรงเฟยที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเงียบ ๆ

เป็นนางหรือ?

“อืม…?” ในที่สุดมู่ไป๋ไป่ก็ลืมตาขึ้นหลังจากถูกโยนไปมา เธออ้าปากหาวก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างง่วงงุน และทันใดนั้นเธอก็พบกับหน้ากากสีเงินที่คุ้นเคย

เด็กหญิงพูดพึมพำกับตัวเองว่า “...ข้าคงกำลังฝันอยู่แน่ ๆ โชคร้ายชะมัด ทำไมข้าฝันถึงเจ้าสัตว์ประหลาดกัน”

หลังจากคนตัวเล็กพูดจบ เธอก็หลับตาลงเตรียมพร้อมจะนอนต่อ

ในไม่ช้าร่างของเธอก็ถูกโยนลงกับพื้น ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาในสมองมันสมจริงมากจนทำให้เธอสงสัยว่าก้นของตัวเองหักไปแล้วหรือยัง

“โอ๊ย!” มู่ไป๋ไป่ร้องเสียงหลงก่อนจะลืมตามองผู้คนรอบตัวด้วยความตกตะลึง ส่วนหรงเฟยที่อยู่ตรงข้ามเธอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจพอ ๆ กัน “นี่มันไม่ใช่ความฝัน!”

เกิดอะไรขึ้นกัน?

ทำไมเธอถึงตื่นขึ้นมาไกลจากเรือนพักของตัวเองขนาดนี้?

ขณะเดียวกัน เซียวถังอี้มองดูคนตัวเล็กที่ยังนั่งสับสนอยู่แทบเท้าเขาอย่างเย็นชา ทันใดนั้นเขาก็นึกเสียใจที่ลงมือช่วยนางเมื่อครู่ จากนั้นเขาก็เดินผ่านนางไปโดยมุ่งตรงเข้าไปหาหรงเฟยที่กำลังตกตะลึง “ทำไมเจ้าถึงอยากฆ่านาง?”

“อ๋อง...” หรงเฟยมองเห็นหน้ากากที่กำลังสะท้อนใต้แสงจันทร์ได้อย่างชัดเจน และจำคนตรงหน้าได้ในทันที

ในตอนที่นางเข้าวังครั้งแรก นางโชคดีที่ได้พบคนสำคัญผู้นี้ อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มคนนี้กลับมีนิสัยดื้อรั้นและมักจะทำตัวเข้าใจยากอยู่เสมอ

หากหน้ากากเงินไม่ได้ทิ้งความประทับใจไว้ในใจของหญิงสาว นางอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร

หรงเฟยไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบเซียวถังอี้ในสถานการณ์เช่นนี้ นางตกใจมากจึงลุกขึ้นทำความเคารพอย่างรวดเร็ว

“ข้าถามว่าทำไมเจ้าถึงอยากฆ่านาง!” เซียวถังอี้เขาหมดคิ้วอย่างหมดความอดทน เขาถอยหลังไป 1 ก้าวเพื่อปฏิเสธการทำความเคารพของอีกฝ่าย

“นางต้องการฆ่าข้าหรือ?” มู่ไป๋ไป่ที่อยู่ด้านข้างเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เธอจึงเดินไปด้านข้างเด็กหนุ่มและชี้หน้าหรงเฟยขณะถามเขา

เซียวถังอี้เหลือบมองคนที่ยืนด้านข้างแล้วพูดขึ้นว่า “ทำไม เจ้าคิดว่าตัวเองเดินละเมอมาจนถึงตรงนี้หรืออย่างไร?”

มู่ไป๋ไป่สะดุดกับคำพูดตอบโต้ของอีกฝ่าย และพยายามปลอบใจตัวเอง

ช่างมันเถอะ เจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้นับว่ายังมีคุณธรรม ฉันจะละเว้นเขาไปก่อน

แต่หรงเฟย…

มู่ไป๋ไป่หรี่ตาลงพร้อมเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าและพูดว่า “หรงเฟย ข้าอยากฟังคำอธิบายของท่านสักหน่อยว่าทำไมท่านถึงอยากฆ่าข้า?”

หญิงสาวแอบเหลือบมองเซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่สลับไปมา ก่อนจะคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2

เท่าที่นางรู้จักเด็กหนุ่ม เขาไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่จู่ ๆ ทำไมเขาถึงมาช่วยองค์หญิงหก

หรือว่า 2 คนนี้มีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว?

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วเซียวถังอี้ก็มีสถานะที่แตกต่างออกไป และมู่ไป๋ไป่ก็เป็นองค์หญิงที่มีอิทธิพลที่สุดในวังตอนนี้

หรงเฟยกัดฟันแน่นพร้อมกับคิดว่าทำไมวันนี้นางถึงได้โชคร้ายนัก นางเจอใครไม่เจอดันมาเจอคนผู้นี้

“อะไรกัน หรงเฟยเป็นใบ้ไปแล้วหรือ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกโกรธมากแต่ก็กลัวมากเช่นกัน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอเฉียดใกล้ความตายถึงเพียงนี้

เธอเกือบจะตายทั้ง ๆ ที่ยังหลับอยู่

ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายอย่างไร

ดูเหมือนว่าหรงเฟยคนนี้จะเลวทรามยิ่งกว่าลี่เฟยเสียอีก!

“เพราะว่า…” หญิงสาวกลอกตาไปมา ก่อนจะชี้นิ้วไปที่เด็กหญิงแล้วพูดว่า “เจ้ายังมีหน้ามาถามข้าอีก เป็นเจ้าที่ขโมยของของข้าไปก่อนต่างหาก”

“หืม?” มู่ไป๋ไป่ชี้หน้าตัวเองพร้อมทำหน้างุนงง

นี่เธอหูฝาดไปหรือไม่?

หรงเฟยเปิดปากมาก็โยนความผิดให้กับเธอเลย แล้วยังสามารถหาข้ออ้างที่โง่เขลาเช่นนี้ออกมาได้อีก

“ใช่ ถูกต้องแล้ว เป็นเพราะนางขโมยของของข้าไปและไม่ยอมรับมันออกมา” หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองในขณะที่ไม่กล้าสบตาเซียวถังอี้ ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ข้ารู้สึกโกรธมากที่นางไม่ยอมรับ ข้าก็เลยจะทำให้นางกลัว”

“ข้าไม่ได้อยากฆ่านางจริง ๆ เสียหน่อย”

มู่ไป๋ไป่ที่กำลังโมโหได้ลืมสิ่งที่เด็กหนุ่มเคยพูดไปทันที เธอดึงเสื้อของอีกฝ่ายพลางถามติดตลกว่า “ท่านเชื่อหรือไม่?”

เซียวถังอี้ไม่ตอบคนตัวเล็ก แต่เชิดหน้ามองขันทีซึ่งกำลังหวาดกลัวจนแทบเป็นลมด้านข้างอย่างเย็นชา “เจ้าตอบข้าสิ”

ขันทีที่ถูกเรียกอย่างกะทันหันรู้สึกว่าขาอ่อนแรงลง เขาจึงทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น

“ถ้าเจ้าไม่พูดความจริง เจ้าก็จะมีสภาพเป็นเหมือนเขา” เซียวถังอี้เปิดปากพูดเบา ๆ ก่อนที่มู่ไป๋ไป่จะสังเกตเห็นว่าร่างที่หัวอยู่ทางหนึ่งตัวอยู่อีกทางหนึ่งล้มอยู่ด้านข้าง ทำให้เธอต้องกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

“ทำไมท่านถึงฆ่าคนอีกแล้ว!” เด็กหญิงทุบหน้าอกอีกฝ่ายพร้อมกับบ่นว่า “ท่านฆ่าคน ทำไมท่านถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้!?”

แค่แทงเขาให้ตายก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?

แต่นี่อะไร ยังตัดหัวของเขาด้วย นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!

ขณะนี้มีแสงที่เย็นเยียบแวบผ่านดวงตาของเซียวถังอี้ “หุบปาก!”

“...” มู่ไป๋ไป่ปิดปากเงียบทันที

“ท่านเซียนได้โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย องค์หญิงหกได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด ทั้งหมดนี้ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากหรงเฟย” บัดนี้ขันทีผู้น้อยคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นซ้ำ ๆ เพื่อร้องขอชีวิต

จบบทที่ บทที่ 87: เห็นผี

คัดลอกลิงก์แล้ว