เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77: ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา

บทที่ 77: ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา

บทที่ 77: ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา


มู่ไป๋ไป่เบะปากด้วยความรังเกียจพร้อมกับก่นด่าเสียงต่ำ “ผู้ชายสารเลว”

ขณะเดียวกัน เซียวถังอี้ที่อยู่ภายในห้องหูกระตุก เขามองไปยังทิศทางหนึ่งนิ่ง ๆ เขาไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กคนนั้นจะกล้าตามเขาเข้ามาจริง ๆ

“คุณชาย ท่านกำลังคิดอะไรอยู่? สุราในมือของข้าไม่หอมเช่นนั้นหรือ?” เสียงหญิงสาวที่ฟังดูเย้ายวนและมีเสน่ห์ดังขึ้น ทำให้มู่ไป๋ไป่ขนลุกไปทั้งตัว

แต่เด็กหนุ่มไม่ตอบโต้เลย เขาเพียงแค่หันศีรษะเพื่อหลีกเลี่ยงจอกสุราที่ถูกส่งมา

“เจ้าเต้นรำเป็นหรือไม่?” เซียวถังอี้แตะปลายนิ้วบนโต๊ะพลางถามด้วยท่าทางสบาย ๆ

พอผู้หญิงคนนั้นเห็นว่าแขกไม่อยากดื่ม นางก็ไม่ฝืนเซ้าซี้ต่อ ดังนั้นนางจำต้องวางจอกสุราลงแล้วยิ้มอย่างมีเสน่ห์ให้เขา “ข้าย่อมทำได้ ถ้าท่านต้องการดู ข้าก็จะขับร้องให้ท่านฟังด้วย”

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับเบา ๆ และโบกมือเป็นสัญญาณให้นางไปทำตามคำสั่ง

มู่ไป๋ไป่คิดว่าเธอคงจะได้เห็นฉากบางฉากที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าคนผู้นี้จะมาที่หอคณิกาเพื่อดูสตรีเต้นรำตลอดทั้งคืน

ในตอนแรกคนตัวเล็กก็คิดว่ามันน่าสนใจดี แต่พอดึกเข้าเธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงเผลอหลับอยู่บนบันได

ขณะที่เธอกำลังสะลึมสะลืออยู่นั้น เธอก็สัมผัสได้ถึงขนนุ่มปุกปุยบนมือ เธอคิดว่าเป็นเจ้าส้มจึงพึมพำว่า “อืมมม… อย่ามายุ่ง”

อย่างไรก็ตาม สัมผัสบนมือของเธอไม่เพียงแค่หายไป แต่มันยังให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังไต่ยุบยับอยู่บนหลังมืออีกด้วย

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วทันทีและลืมตาขึ้น ก่อนจะเห็นแมงมุมสีดำกำลังคลานขึ้นมาบนมือของเธอช้า ๆ สัมผัสนุ่ม ๆ นั้นน่าจะเป็นขนของเจ้าแมงมุมตัวใหญ่ตัวนี้

“!!!” เด็กหญิงอ้าปากค้างและรีบปัดแมงมุมออกจากหลังมือ

อย่างไรก็ตาม เธอเผลอลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองยังอยู่บนบันได พอปล่อยมือแล้วเธอก็ไม่มีที่จับยึด ส่งผลให้เธอกำลังจะร่วงหล่นลงไปจากชั้น 2

บัดนี้มู่ไป๋ไป่ตกใจมากจนหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ถึงกระนั้นเธอก็ยังโชคดีที่สามารถคว้าขอบหน้าต่างเอาไว้ได้ทันเวลา

และดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะเสียงดังเกินไป ทำให้หน้าต่างส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดในตอนที่เธอเปิดมันออก ถึงอย่างนั้นคนด้านในก็มองไม่เห็นเธออยู่ดี

เซียวถังอี้หันไปมองเด็กน้อยที่นอนอยู่บนหน้าต่างด้วยสีหน้าแปลก ๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเบา ๆ “เด็กโง่”

เสียงที่เขาเปล่งออกมาไม่ดังแต่ก็ไม่เบาจนเกินไป มันเพียงพอที่จะทำให้มู่ไป๋ไป่ได้ยิน

เด็กหญิงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที เธอต้องทนตรากตรำอยู่นอกหน้าต่างทั้งคืน แถมยังเป็นอาหารให้กับยุงนับไม่ถ้วนอีก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาที่คิดอยากจะมาในที่แบบนี้แทนที่จะไปที่อื่น!

แล้วก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าเธอกำลังลำบาก แทนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันบ้าง ยังกล้ามาว่าเธอโง่อีก!

มันจะมากเกินไปแล้ว!

แต่บางทีมู่ไป๋ไป่อาจจะคุ้นเคยกับนิสัยของเด็กหนุ่มไปเสียแล้ว ดังนั้นเธอจึงโกรธได้เพียงไม่กี่อึดใจก่อนที่จะสงบลง แล้วมองคนสารเลวด้วยสายตาเฉยเมย จากนั้นก็ค่อย ๆ ปีนกลับไปที่บันไดอย่างระมัดระวัง

ในเวลาเดียวกัน เซียวถังอี้ยกคางขึ้นและเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของคนตัวเล็กอย่างไร้ความรู้สึกราวกับว่าการเคลื่อนไหวของนางนั้นน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าสตรีผู้งดงามตรงหน้าเสียอีก

“คุณชาย ท่านกำลังมองอะไรอยู่หรือ?” นางคณิกาที่ถูกสั่งให้เต้นรำอยู่ค่อนคืนก็รู้สึกเหนื่อยมาก เมื่อเห็นว่าสายตาของแขกไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ตน นางจึงโน้มตัวลงมาเล็กน้อย

ในขณะที่นางกำลังจะวางมือลงบนไหลของเขา เซียวถังอี้ก็เคลื่อนไหวทันที

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน ก่อนจะรีบสาวเท้าไปทางหน้าต่างแล้วคว้าเด็กหญิงที่ลื่นจนเกือบตกบันไดเอาไว้

มู่ไป๋ไป่ที่ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเหม่อลอย ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไร เขาก็รั้งเธอเข้าไปด้านในแล้ว

“เอ๊ะ เด็กผู้หญิงคนนี้มาจากไหน—”

ก่อนที่นางคณิกาจะทันได้พูดอะไรต่อ นางก็ถูกเซียวถังอี้หยุดเอาไว้

มู่ไป๋ไป่ตกใจมากจนหัวใจกระตุกวูบ พร้อมกับที่ความกลัวคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง เธอจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีออกไปด้านนอก

“ข้าอนุญาตให้เจ้าไปแล้วหรือ?” เสียงของเซียวถังอี้ยังคงเรียบเฉย แต่คนที่ได้ยินกลับรู้สึกว่ามันฟังดูน่าหวาดกลัวมาก

นี่ล้อกันเล่นอยู่หรือไง ผู้ชายคนนี้มันโรคจิตชัด ๆ เขาเพิ่งฆ่าคนโดยไม่กะพริบตานะ!

ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ก่อนหน้านี้เธอหยอกล้อคนผู้นี้อยู่ทั้งวัน แต่สิ่งที่เขาทำคือเพียงแค่ตีก้นเธอ ไม่ได้ฆ่าเธอทันทีแบบนี้

จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็อยากจะเอ่ยปากขอบคุณอีกฝ่ายที่ไม่ฆ่าตน

ในเวลาเดียวกัน เซียวถังอี้ได้เข้ามาลากคอเสื้อของเธอให้มาเผชิญหน้าเขา จากนั้นก็แสยะยิ้ม “เจ้ามาที่นี่เอง อาณาเขตของข้าไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะไปมาได้ตามใจชอบ”

“ท่านวีรบุรุษ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ” มู่ไป๋ไป่หลับตาปี๋ ชู 3 นิ้วขึ้นพร้อมเอ่ยปากสาบานว่า “ข้าสาบานจะไม่บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่”

“คืนนี้ข้าไม่ได้มาที่นี่ และไม่เห็นอะไรเลย”

“ท่านวีรบุรุษ ข้าเป็นเพียงแค่เด็กอายุ 4 ขวบครึ่งย่างเข้า 5 ขวบเอง ท่านปล่อยข้าไปเถอะนะ”

“เมื่อก่อนเจ้าไม่ได้กล้าหาญมากหรอกหรือ แถมยังกล้าเรียกข้าว่าสัตว์ประหลาดอีกด้วย” เซียวถังอี้ยกยิ้มมุมปากพลางเขี่ยแก้มของเด็กน้อยเบา ๆ “ทำไมวันนี้ถึงเรียกข้าว่าวีรบุรุษเสียล่ะ?”

“ท่านวีรบุรุษ ข้าผิดไปแล้ว” มู่ไป๋ไป่พยายามอธิบาย “เป็นข้าที่ดวงตามืดบอด ทำให้เข้าใจท่านวีรบุรุษผิด ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่อยากให้ท่านส่งข้ากลับแล้ว ข้ากลับเองได้ ท่านทำธุระของท่านต่อเถอะ”

เด็กหญิงรู้สึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้ไม่รออยู่บนภูเขา

ตอนนี้เธออยากจะหลงทางอยู่บนภูเขามากกว่าอยู่กับคนบ้าที่ฆ่าคนด้วยเข็มเงินเช่นนี้ บางทีไทเฮาอาจจะสังเกตเห็นว่าเธอหายตัวไปตอนรุ่งสางและส่งคนออกมาตามหาเธอ

แล้วทีนี้เธอจะเอาชีวิตรอดไปได้อย่างไร?

ตอนนั้นเธอคิดอะไรอยู่ถึงได้ตามคนผู้นี้เข้ามาในเมือง?

“มันสายไปแล้ว” เซียวถังอี้โยนมู่ไป๋ไป่ออกไป โดยไม่ได้บอกว่าจะปล่อยเธอไปหรือไม่ เขาเพียงแค่ยืนขึ้นและบิดแจกันที่มุมห้อง

คนตัวเล็กได้แต่นั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมห้องโดยไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังจะทำอะไร หลังจากการกระทำของเขา ตู้ในห้องก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวแยกออกจากกันและเผยให้เห็นทางเดินมืด ๆ

“มานี่!” เซียวถังอี้สั่งพลางเอียงศีรษะแสดงท่าทางให้เดินมาหาตน

มู่ไป๋ไป่อยากจะตอบปฏิเสธ แต่เมื่อเธอเหลือบมองสตรีที่ตายตาไม่หลับคนนั้น เธอก็รีบกลืนคำพูดของตัวเองลงท้องทันที ก่อนจะถามขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ท่านจะพาข้าไปไหน?”

“ท่านไม่ได้บอกว่าข้าไร้ราคาหรอกหรือ?”

“ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เอาเจ้าไปขายหรอก” เซียวถังอี้ยิ้ม ก่อนจะยกเท้าก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าไม่อยากตายก็ตามข้ามา”

เด็กหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินตามเขาไปโดยไม่รอช้า

ต้องบอกว่าวรยุทธของฝ่ายศัตรูสูงเกินไป เธอไม่อาจหลีกหนีเขาได้ผลแม้ว่าจะวิ่งเต็มกำลังก็ตาม ในเมื่ออีกฝ่ายสัญญาแล้วว่าจะไม่เอาเธอไปขาย เธอจึงคิดว่าจะยอมติดตามเขาเป็นการชั่วคราวเพื่อคอยดูสถานการณ์

จากนั้นค่อยหาโอกาสหลบหนี!

ภายในอุโมงค์นั้นทั้งมืดและลึกมากจนมู่ไป๋ไป่ก้าวพลาดไปหลายขั้นจนเกือบจะล้ม

แต่เซียวถังอี้ที่เดินอยู่ข้างหน้ากลับมั่นคงมากประหนึ่งว่าความมืดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของเขาเลย

มู่ไป๋ไป่เม้มริมฝีปากแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองตกบันไดตายเอง เธอจึงคว้าชายเสื้อของคนตัวสูงกว่ามาจับเอาไว้แน่น

ทันทีที่เด็กหนุ่มสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของคนตัวเล็ก เขาก็เหลือบมองนางเล็กน้อย ไม่นานเขาก็ถอนสายตาออกไป โดยที่เขาไม่ได้ปฏิเสธหรือให้รางวัลนางเป็นเข็มเงินโดยตรง

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: น้องมาเจอกับคนประหลาดของแท้เลย นี่มันอะไรกันครับเนี่ย! ไป๋ไป่จะเจอกับอะไร แล้วจะเอาตัวรอดได้หรือไม่?

จบบทที่ บทที่ 77: ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา

คัดลอกลิงก์แล้ว