เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76: หอคณิกา

บทที่ 76: หอคณิกา

บทที่ 76: หอคณิกา


“ไอ้ตูดหมึก เจ้าไปทำอะไรบนนั้น รีบลงมาแล้วกลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้นะ!” มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นแล้วตะโกนใส่เจ้าส้ม “เร็วเข้า! นี่ก็ดึกมากแล้ว เสียเวลาพักผ่อนของข้าจริง ๆ”

“ไม่” แมวอ้วนขยับตัวซุกเข้าไปในรังนกโดยหันก้นให้กับเธอแทน “ข้าผู้นี้ถูกบังคับให้ต้องแยกจากแม่นางขาวมณีที่รักของข้า อยู่ที่นี่อย่างน้อยข้าก็ได้อยู่ใกล้แม่นางขาวมณีของข้ามากยิ่งขึ้น เจ้ายังอยากจะให้ข้าลงไปจากที่นี่อีกหรือ มู่ไป๋ไป่ เจ้ามันไม่มีหัวใจ”

“...” ความรักทำให้แมวเสียสติจริง ๆ

“เจ้าจะไม่ลงมาใช่หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่เหลือฟางเพียงเส้นสุดท้าย ในขณะที่พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้เต็มที่

ทว่าเจ้าส้มก็ยังส่งเสียงร้องแสดงออกว่ากำลังรำคาญ

ส่วนเซียวถังอี้ก็กอดอกพิงอยู่ต้นไม้ใกล้ ๆ มองดูการสนทนาระหว่างมนุษย์กับแมวด้วยความสนใจ

“เอาล่ะ ถ้าเจ้าไม่ยอมลง ข้าจะขึ้นไปจับเจ้าเอง” เด็กหญิงเลิกแขนเสื้อตัวเองขึ้น และพยายามกอดต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะเริ่มปีนขึ้นไปพลางบ่นไม่หยุดปากว่า “คอยดูเถอะ อย่าให้ข้าจับเจ้าได้นะ มิเช่นนั้น 1 เดือนหลังจากนี้ข้าจะให้เจ้างดกินน่องไก่”

“มู่ไป๋ไป่! ทำไมเจ้าถึงได้โหดร้ายกับแมวตัวนี้นัก!” เจ้าส้มลุกขึ้นแล้วย่ำเท้าเดินวนอยู่บนรังนกด้วยความโกรธ “เจ้าปล่อยให้ข้าอยู่ที่นี่ตัวเดียวสักพักไม่ได้หรือ?”

มันเพียงแค่อยากจะคิดถึงแม่นางขาวมณีอยู่เงียบ ๆ ตัวเดียวก็เท่านั้น

คนตัวเล็กไม่สนใจจะพูดกับมันอีก ใช้เวลาไม่นานเธอก็กระเถิบตัวไปยังจุดที่สามารถเอื้อมถึงรังนกได้ จากนั้นก็อาศัยตอนที่แมวอ้วนไม่ทันตั้งตัวคว้าหลังคอมันมากอดไว้

“แง้วววว! มู่ไป๋ไป่ ยัยปีศาจโหดเหี้ยม ปล่อยข้าไปนะ!” เจ้าส้มพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิดพร้อมกับตวัดกรงเล็บไปมา แต่มันก็ไม่สามารถสู้แรงของอีกฝ่ายได้อยู่ดี

มู่ไป๋ไป่คว้ามันมานอนกอดอยู่บนต้นไม้ บัดนี้เสื้อผ้าที่สะอาดของเธอเต็มไปด้วยเศษผงมากมาย และใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอก็เปื้อนฝุ่นไม่สมกับเป็นองค์หญิงเลย

เจ้าส้มยังคงนอนอยู่ในอ้อมแขนของเธอ มันดูเหมือนจะยอมจำนน ซึ่งทำให้เธอต้องขมวดคิ้วสงสัย

“แค่เพียงแมวตัวเมียตัวหนึ่งเองไม่ใช่หรือ?” เด็กหญิงส่ายหัวเบา ๆ “ถ้าเรากลับไป ข้าจะหาแฟนให้เจ้า 10 ตัวเลย เจ้าสามารถเลือกได้ตามใจชอบ”

“ที่มันทำทั้งหมดนี้ก็เพราะแมวตัวหนึ่งอย่างนั้นหรือ?” เซียวถังอี้ถามแกมขบขันหลังจากเฝ้าดูบทสนทนาของคนกับแมวมานาน “ดูเหมือนกับว่ามันกำลังอยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินที่ต้องพูดเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าผู้ชายจึงไม่ได้ตอบอะไร

“แม้ว่าเจ้าจะหาแมวตัวเมียมาให้ข้าสัก 100 ตัว ข้าก็คงไม่อยากได้พวกมัน” เจ้าส้มยังคงเถียงขาดใจ “แม่น้ำรั่วสามพันลี้ เพียงหนึ่งจอกก็ดับกระหาย* ข้าไม่ใช่มู่เทียนฉงนะ ที่จะต้องมีเมียหลาย ๆ คน”

*เป็นสำนวนเปรียบเปรย มีความหมายว่า แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายให้เลือกรัก แต่ก็จะรักเพียงแค่คนคนเดียว

มู่ไป๋ไป่แทบอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ หลังจากที่มันพบแมวตัวเมียตัวนั้น ดูเหมือนว่ามันจะเจ้าบทเจ้ากลอนขึ้นเยอะ เพราะเกือบทุกประโยคจะต้องมีสำนวนเปรียบเปรยอยู่ทุกครั้งไป

“มู่ไป๋ไป่ เจ้าให้ข้าไปหาแม่นางขาวมณีได้หรือไม่?” จู่ ๆ เจ้าส้มก็เริ่มมีสีหน้าจริงจัง “ข้าสัญญาว่าขอเพียงแค่ได้พบหน้าแม่นางขาวมณีอีกครั้ง ข้าจะรีบกลับมาทันที”

“วันนี้ข้ากับนางต้องรีบแยกจากกัน ยังมีเรื่องที่เรายังไม่ได้พูดคุยกันอีกตั้งมากมาย”

“ได้หรือไม่?”

มันรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนจิตใจอ่อนโยน มันจึงยกอุ้งเท้าไปแตะมืออีกฝ่ายและร้องออดอ้อนเบา ๆ

เนื่องจากเซียวถังอี้ไม่เข้าใจภาษาสัตว์ ดังนั้นเมื่อเขาเห็นการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ของเจ้าส้ม เขาจึงถามขึ้นมาว่า “มันหมายความว่าอย่างไร มันกำลังขอร้องให้เจ้าปล่อยมันไปหาแมวตัวเมียตัวนั้นหรือ?”

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองเด็กหนุ่มโดยคิดว่าบุคคลนี้ถึงจะคาดเดาไม่ได้ไปสักหน่อย แต่การคาดการณ์ของเขาก็จะค่อนข้างแม่นยำ

เธอเริ่มรู้สึกรำคาญเจ้าแมวส้มตัวนี้แล้ว ดังนั้นเธอจึงโยนมันลงพื้นพร้อมพูดด้วยความโกรธว่า “เจ้าจะไปไหนก็ไป ข้าไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเจ้าไปหลงรักมันตรงไหน!”

ทันทีที่เท้าของมันแตะพื้น มันก็หันหลังมุ่งหน้าเข้าป่าไปยังทิศทางกลับเมืองหลวง

เธอยังคงได้ยินเสียงขี้เล่นของมันดังมาจากที่ห่างไกลด้วย

“มู่ไป๋ไป่ แล้วข้าจะรีบกลับมา!”

“...” เด็กหญิงแค่นเสียงเยาะเย้ยในลำคอ พลางคิดกับตัวเองว่า คงจะแปลกถ้าเธอยอมเชื่อมัน!

เดิมทีเธอออกมาก็เพื่อฆ่าเวลา แต่สุดท้ายแล้วกลับเป็นการพาเจ้าแมวนี่มาปล่อยให้มันไปทำตามใจปรารถนาแทน

มู่ไป๋ไป่อยากจะกลับเรือนพักของตัวเอง แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าตอนอยู่นอกวัดฮู่กั๋วแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอถูกเซียวถังอี้พามาที่นี่ เธอไม่ได้สังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบเลย

บัดนี้เธอรู้แล้วว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบนั้นรกร้างมากเพียงใด และเธอก็เห็นทิศทางของเมืองหลวงได้อย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าพวกเธอเกือบจะมาถึงตีนเขาแล้ว

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าส้มถึงวิ่งมาที่นี่

มู่ไป๋ไป่แอบบ่นอยู่ในใจ เธอกัดฟันแน่นและดิ้นรนอยู่นานก่อนที่จะหันไปหาเซียวถังอี้แล้วพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “นี่ ข้าอยากกลับแล้ว”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเป็นการตั้งคำถามพลางแบมือยักไหล่

“...” มู่ไป๋ไป่ที่เห็นเช่นนั้นก็กัดฟันแทบแตก พร้อมกับสงสัยว่าคนผู้นี้จงใจหรือไม่ “ข้าจะกลับแล้ว ท่านรีบพาข้าไปส่งสิ!”

เธอสาบานว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกในครั้งต่อไป เธอจะต้องจำมันให้ขึ้นใจ

เซียวถังอี้ยังคงยืนพิงต้นไม้ ยิ้มหวาน และเอ่ยปากว่า “ฝันไปเถอะ”

“...”

อ๊ากกกกกกกกกก!!

คนตัวเล็กได้แต่กรีดร้องในใจ เธอคิดไว้ไม่มีผิดว่าผู้ชายคนนี้มันไอ้สารเลว!

คราวหน้าอย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย ไม่อย่างนั้นเธอจะใช้แส้ฟาดเขาให้ยับเลยคอยดู!

มู่ไป๋ไป่หันหลังเดินปั้นปึ่งออกไปโดยเลือกทิศทางแบบสุ่ม พร้อมกับสาปแช่งอีกฝ่ายอยู่ในใจ และสาบานว่าจะไม่มีวันพบเจอกับคนผู้นี้อีก

อย่างไรก็ตาม มีกี่อึดใจต่อมา เธอก็กลับไปยังสถานที่เดิมและจ้องหน้าเซียวถังอี้นิ่ง

เมื่อครู่เธอกำลังเดินไปผิดทาง ซึ่งเธอไม่ได้ใส่ใจที่จะมองทิวทัศน์รอบข้างด้วยซ้ำ ทำให้เธอเกือบตกลงไปในหลุมที่ลึกมาก

ในขณะที่มู่ไป๋ไป่กำลังตบตีกับตัวเองอยู่ในหัวว่าจะขอร้องเขาดีหรือไม่ หรือจะหลอกล่อให้เขาส่งเธอกลับไป แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตัดสินใจ อีกฝ่ายก็เลี้ยวเดินไปอีกทาง

“นี่ ท่านจะไปไหน?” เด็กหญิงมองไปยังทิศทางที่เด็กหนุ่มเดินไป จากนั้นก็มองย้อนกลับไปยังป่าที่มืดมิดคล้ายกับมีสัตว์ร้ายซ่อนตัวอยู่ เธอจึงกัดฟันเดินตามคนตัวสูงกว่าไป

เซียวถังอี้ยังคงทำเป็นไม่สนใจคนตัวเล็กตลอดทาง เขามุ่งหน้าเดินเข้าไปในเมืองอย่างช้า ๆ

ตอนแรกมู่ไป๋ไป่พยายามชวนเขาคุย แต่เขาก็ไม่ยอมตอบ สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้แล้วหุบปากเดินตามเขาไปไม่ไกลนัก พลางคิดในหัวว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

ตัวเธอนั้นไม่รู้ทาง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะกลับไปที่วัดฮู่กั๋วในตอนนี้ และถ้าเธอกลับไปที่เมือง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเดินทางกลับไปตามลำพังอยู่ดี

บ้าเอ๊ย ตัวฉันยิ่งน่ารักซะด้วย ถ้าฉันโดนผู้ชายคนนี้ลักพาตัวไปขายจริง ๆ ล่ะ?

มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าพวกเธอเดินมานานแค่ไหน แต่ในที่สุดเซียวถังอี้ก็หยุดแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอ

เด็กหญิงซึ่งเดินมานานจนปวดน่องกำลังจะรู้สึกมีความสุข แต่จู่ ๆ ก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ด้านหลังระเบียงชั้น 2 มีสตรีหลายคนที่อยู่ในชุดสีสันสดใส และโบกผ้าเช็ดหน้าให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาชั้นล่าง

เมื่อมู่ไป๋ไป่มองดูผู้คนที่เดินเข้าออก เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้คือสถานที่อะไร

เจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้พาเด็กน้อยอย่างเธอมาที่หอคณิกา!

พอคนตัวเล็กเห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังเดินเข้าไป ทีแรกเธอคิดจะติดตามเขาไป แต่แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คน มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอโชคไม่ดีและถูกแม่เล้าจับตัวไป

ดังนั้นเธอจึงเดินถอยห่างออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านข้างแล้วปีนกำแพงเข้าไป

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่มาถึง เธอเพิ่งได้ยินเขากำลังพูดบางสิ่งกับใครสักคน จากนั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็ตอบว่า ‘ชั้น 2’ เธอจึงหันหลังกลับไปและพบบันได จากนั้นก็เอามันมาพาดไว้บนกำแพง ก่อนจะปีนมันขึ้นไปอย่างชำนาญ

โชคดีที่เดินผ่านเพียง 2 ห้อง เธอก็พบเซียวถังอี้

อีกฝ่ายกำลังนั่งเอนตัวอยู่ที่โต๊ะ และมีผู้หญิงที่สวมชุดสีเหลืองยื่นจอกสุราไปจรดที่ริมฝีปากของเขาพร้อมกับรอยยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 76: หอคณิกา

คัดลอกลิงก์แล้ว