เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75: สัตว์ประหลาด

บทที่ 75: สัตว์ประหลาด

บทที่ 75: สัตว์ประหลาด


เพียงแค่มู่ไป๋ไป่เห็นท่าทางของเขาที่ทำเหมือนกับว่าเรียกสุนัข มันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้าดีอย่างไรถึงมาแสดงท่าทีเช่นนี้กับเธอกัน?

เธอเป็นถึงองค์หญิงหกผู้สง่างาม เขาไม่คิดจะไว้หน้ากันบ้างเลยหรือ?

“หืม?” เซียวถังอี้หรี่ตาลงเป็นเชิงข่มขู่ “พูดอีกทีซิ”

“ข้าบอกว่าไม่!” มู่ไป๋ไป่ที่กำลังโมโหสุดขีดยืนเท้าเอวยกมือขึ้นชี้หน้าเขาและสบถออกไปว่า “ทั้งหมดเป็นเพราะท่าน ทำตัวอย่างกับสัตว์ประหลาดมายืนอยู่มืด ๆ กลางค่ำกลางคืน แล้วยังทำท่าเหมือนผีอีก มันเลยทำให้เจ้าส้มกลัวจนหนีไป”

“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?” ดวงตาของเด็กหนุ่มมีประกายความเย็นแล่นผ่าน และเขาก็เม้มปากแน่น “สัตว์ประหลาดอย่างนั้นหรือ?”

เด็กหญิงที่เห็นท่าทีของเขาเช่นนั้นก็ตัวสั่นจนอยากจะหนีไป แต่เธอรู้สึกว่าถ้าตัวเองหันหลังหนีไปเพียงเพราะถูกดุคงขายหน้าแย่ ถึงอย่างไรเธอก็เป็นถึงองค์หญิง ดังนั้นไม่มีอะไรที่เธอต้องกลัว!

พอคิดได้ดังนี้มู่ไป๋ไป่ก็กัดฟันโต้เถียงกับอีกฝ่าย “ใช่ ข้าเรียกท่านว่าสัตว์ประหลาด ทำไม ท่านจะกัดข้าหรือ?”

“ฮ่า ๆๆ” เซียวถังอี้หัวเราะเยาะ “ข้าไม่ได้ชอบทำอะไรแบบเด็ก ๆ ดังนั้นข้าไม่มีทางกัดเจ้าหรอก”

ขณะที่เด็กหนุ่มพูด เขาก็ขยับเท้าเล็กน้อยแล้วร่างของเขาก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้าเด็กหญิง

มู่ไป๋ไป่มองเห็นการเคลื่อนไหวของเขาไม่ชัดเจนทำให้เธอวิ่งหนีไม่ทัน จากนั้นคนตัวสูงกว่าก็คว้าคอเสื้อของเธอขึ้น ก่อนจะบินขึ้นไปในอากาศ

“กรี๊ดดดด! ช่วยด้วย! เจ้าสัตว์ประหลาดกำลังรังแกเด็ก!” เด็กน้อยตะโกนสุดเสียงโดยไม่สนใจใบหน้าของอีกฝ่าย ขณะที่เธอตะโกน เธอก็เอื้อมมือไปแตะแส้ที่ผูกอยู่ที่เอวของตัวเองและพยายามจะสู้กลับ

อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถคว้าแส้มาได้ สุดท้ายแล้วแส้เส้นนั้นก็ถูกเซียวถังอี้คว้าเอาไว้พร้อมกดมันลงไว้ที่เดิม

ตามด้วยเสียงดังป้าบ!

มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงที่ถูกตีก้น

ขณะนี้หัวสมองของเธอว่างเปล่า แล้วเธอก็ต้องใช้เวลาหลายอึดใจในการเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เจ้าสัตว์ประหลาดกล้าตีก้นเธออย่างนั้นหรือ?

คนตัวเล็กรู้สึกอับอายและโกรธมาก ถึงแม้ว่าเธอจะเคยถูกมู่เทียนฉงตีก้นมาก่อน แต่นั่นเป็นเพราะเขาเป็นพ่อของเธอ

แต่เจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้เป็นใครกัน การที่เขาตีก้นผู้หญิงแบบเธอนั้นมันเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจมากจริง ๆ!

“วางข้าลงเดี๋ยวนี้นะ!” ใบหน้าของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ และเธอก็ดิ้นรนสุดชีวิตโดยการสะบัดแขนขาตัวเองแรง ๆ “ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ท่านกล้าทำเช่นนี้กับข้า—”

“เจ้าก็ถอนคำพูดของเจ้าก่อนสิ” เซียวถังอี้กดมู่ไป๋ไป่ลงและตีก้นของเธอเสียงดัง

“ข้าพูดผิดตรงไหน!” เด็กหญิงกัดริมฝีปากด้วยความหงุดหงิดขณะตอบอย่างดื้อรั้น “ท่านมันสัตว์ประหลาด! สัตว์ประหลาด! ถ้าข้ากลับไปแล้วข้าจะฟ้องพ่อของข้า แล้วให้ท่านพ่อจัดการท่านซะ!”

“หึ ๆ เด็กน้อยเอ๋ยเด็กน้อย พอรู้ว่าตัวเองสู้ไม่ได้ ก็จะกลับไปฟ้องพ่ออย่างเดียว” เด็กหนุ่มรู้สึกเอือมระอาและตีก้นของคนตัวเล็กเพื่อระบายความโกรธ หลังจากพอใจแล้วเขาจึงโยนนางลงบนพื้นก่อนจะหันหลังกลับ

ตั้งแต่มู่ไป๋ไป่ทะลุมิติมายังที่นี่ เธอไม่เคยได้รับความอยุติธรรมเช่นนี้มาก่อนเลย มันทำให้เธอลงไปนั่งกองกับพื้นแล้วร้องไห้เสียงดัง “ฮืออออ!! โฮ ๆๆ!!”

เธอรู้สึกโกรธมาก แต่ก็ทำอะไรตัวต้นเหตุไม่ได้จึงทำได้เพียงร้องไห้ระบายความโกรธของตัวเอง ส่งผลให้น้ำหูน้ำตาเปื้อนอยู่บนใบหน้านวลจนดูน่าสงสารมาก

“...”

เซียวถังอี้เดินเข้าไปหาเด็กน้อยก่อนจะคุกเข่าลงถามว่า “นี่เจ้าร้องไห้จริง ๆ หรือ?”

“อย่ามาพูดมั่วซั่ว!” บัดนี้มู่ไป๋ไป่โกรธจัด “ท่านไม่มีตาหรืออย่างไร หรือไม่เคยเห็นใครร้องไห้ ข้าเป็นแบบนี้แล้วท่านยังจะแกล้งข้าอีกหรือ ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร!”

ฝ่ายที่ถูกต่อว่ารู้สึกตกใจกับเสียงตะโกนของคนตัวเล็ก จึงยกมือขึ้นเกาจมูกตัวเองแบบคนทำอะไรไม่ถูก

มู่ไป๋ไป่เหลือบตามองไปที่หน้ากากเงินของคนตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดและนึกสงสัยว่าจะมีคนที่น่ารำคาญขนาดนี้อยู่บนโลกได้อย่างไร เธอจึงสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

อย่างไรก็ตาม อึดใจต่อมา ร่างของเธอก็ลอยขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง

เป็นเซียวถังอี้ที่อุ้มเธอขึ้นจากพื้น

“นี่ท่านจะทำอะไรน่ะ!” มู่ไป๋ไป่ตกใจมากจนร้องไห้สะอึกสะอื้น ประกอบกับมีฟองน้ำมูกพ่นออกมาจากจมูก ทำให้ท่าทางของเธอนั้นดูน่าอับอาย “เจ้าสัตว์ประหลาด ท่านยังจะตีข้าอีกหรือ!?”

ผู้ชายคนนี้มันวิตถาร!

“...” เซียวถังอี้มองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีเดียวกับเสื้อผ้าของเขาออกมาแล้วยื่นให้นาง “เอาไปเช็ดหน้าเช็ดตาให้สะอาด”

มู่ไป๋ไป่กระชากผ้าเช็ดหน้ามาพลางจ้องมองเขาอย่างระมัดระวัง “ทำดีหวังผล เมื่อกี้ท่านยังตีข้าอยู่เลย แล้วตอนนี้กลับมาเสแสร้งหยิบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ข้าอีก ข้าไม่ขอบคุณท่านหรอกนะ”

“แมวเจ้าจะไม่หลงทางหรือ?” เด็กหนุ่มอุ้มเด็กหญิงเดินไปในทิศทางที่เจ้าส้มวิ่งหนีไป “ข้าจะพาเจ้าไปตามหามัน”

“ท่านใจดีได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกไม่เชื่อคำพูดอีกฝ่าย

“ไม่ได้หรืออย่างไร?” เซียวถังอี้ถามติดตลก “หรือว่าข้าจะลักพาตัวเจ้าเอาไปขายดี แต่จากที่ชั่งน้ำหนักดูแล้ว ดูเหมือนว่าจะขายได้ไม่เท่าไหร่ บางทีอาจจะถึงขั้นขายไม่ออก ไม่น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรง”

คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้เด็กหญิงรู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้ง “ท่านจะบอกข้าว่าไร้ค่าหรือ ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!”

ฉันเป็นถึงองค์หญิงลำดับที่ 6 ที่ได้รับความโปรดปรานของแคว้นเป่ยหลงเชียวนะโว้ย!

“ข้าไม่รู้ แล้วไม่ได้อยากรู้ด้วย” เซียวถังอี้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า หลังจากนั้นเขาก็พาคนตัวเล็กลงจากภูเขาแล้วถามว่า “แมวของเจ้าชื่ออะไร เรียกมันแล้วมันจะมาหาหรือไม่?”

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าอีกฝ่ายอยากจะพาเธอไปหาแมวจริง ๆ เธอจึงผ่อนคลายตัวเองลงเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยเสียงโกรธเคืองว่า “มันชื่อเจ้าส้ม”

ส่วนเรื่องที่เรียกมันแล้วจะมาหาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเจ้าส้มอีกที

เพราะท้ายที่สุดตอนนี้เธอก็ไม่มีของกินอะไรติดมือมาด้วย เจ้าแมวอ้วนตัวนี้ต้องเอาของกินมาล่อถึงเรียกแล้วจะยอมมาหาเธอ

“เจ้าส้ม?” เซียวถังอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง “ชื่อนี้เหมาะกับมันมาก”

“...” มู่ไป๋ไป่มองเขาด้วยสายตาเอือมระอา “ถ้าไม่รู้จะพูดชมอย่างไรท่านก็ไม่ต้องชมก็ได้ อย่างนี้มันน่าอึดอัดกว่าเดิมอีก”

เป็นไปตามที่เด็กหญิงคาด เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนขณะเดินไปรอบ ๆ บางครั้งเขาก็จะหยุดเดินและย่อตัวลงนั่งอยู่บนพื้นหญ้าเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างบนพื้น

มู่ไป๋ไป่สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของเขาอย่างระมัดระวัง ในไม่ช้าเธอก็เริ่มรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ลึกลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ดูจากเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ เขาคงเป็นคนที่มีฐานะคนหนึ่ง

แต่เขาดูไม่เหมือนพวกพ่อค้าวาณิช เขามีวรยุทธที่เทียบเท่ากับอวี้เซิ่ง และยังสวมหน้ากากเอาไว้ตลอดเวลา

หึ… จากประสบการณ์การอ่านนิยายอันยาวนานของเธอ คนที่รวบรวมองค์ประกอบลึกลับเหล่านี้เอาไว้ในคนเดียวได้นั้นจะต้องเป็นคนที่มีบุคลิกโหดเหี้ยมอย่างแน่นอน

“มันน่าจะอยู่ใกล้ ๆ นี้” เซียวถังอี้วางมู่ไป๋ไป่ลงกับพื้นแล้วเอ่ยว่า “เจ้าลองเรียกมันดูสิ ลองดูว่ามันจะยอมกลับมาหรือไม่?”

“มันอยู่ใกล้ ๆ จริงหรือ?” คนตัวเล็กถามเขาอย่างสงสัย “ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าส้มอยู่ใกล้ ๆ ท่านไม่ได้พูดมั่วซั่วหรอกหรือ?”

เซียวถังอี้เหลือบมองคนพูดเล็กน้อย ในตอนที่มู่ไป๋ไป่คิดว่าเขาจะไม่ตอบคำถามตน เขาก็พูดขึ้นมาว่า “ร่องรอยบนหญ้า แมวของเจ้าเป็นแมวเลี้ยง มันไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศบนภูเขา ดังนั้นจึงยังมีร่องรอยเหลืออยู่บนพื้น”

“และร่องรอยสุดท้ายของมันอยู่ที่นี่”

ต่อมา เด็กหญิงนั่งลงมองพื้น และแน่นอนว่าเธอเห็นร่องรอยกลีบมังคุดจาง ๆ บนพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยวัชพืช อีกทั้งยังมีขนแมวสีส้มจำนวนหนึ่งหล่นอยู่ด้านข้าง

นั่นทำให้มู่ไป๋ไป่รู้สึกมั่นใจมากขึ้นทันที เธอรีบลุกขึ้นพร้อมกับตะโกนเรียกเจ้าแมวอ้วนสุดเสียง

ในไม่ช้า เสียงตอบรับที่เกียจคร้านของเจ้าส้มก็ดังมาจากเหนือศีรษะของเธอ

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเห็นแมวตัวโตกำลังยัดตัวเองเข้าไปขดตัวนอนอยู่ในรังนกขนาดใหญ่บนกิ่งไม้ต้นข้าง ๆ

“...”

มู่ไป๋ไป่คิดในใจว่า

ฉันไม่อยากได้ไอ้แมวตัวนี้อีกแล้ว!

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: 2 คนนี้เจอหน้ากันหยุมหัวกันไม่พักเลย 555

จบบทที่ บทที่ 75: สัตว์ประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว