เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78: โรงพนันใต้ดิน

บทที่ 78: โรงพนันใต้ดิน

บทที่ 78: โรงพนันใต้ดิน


ปัจจุบันมู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าตนเองเดินมานานแค่ไหนแล้ว เธอรู้สึกเจ็บขาไปหมด ในที่สุดเธอก็มาถึงจุดสิ้นสุดของอุโมงค์และประตูหินหนา ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

แม่เจ้าโว้ย มีอะไรซ่อนอยู่ใต้อุโมงค์นี้ด้วย!

เด็กหญิงจินตนาการถึงฉากเบื้องหลังประตูและเงยหน้ามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างระแวดระวังมากขึ้น

หน้ากากสีเงินบนใบหน้าของเซียวถังอี้ดูเหมือนจะเรืองแสงเย็นเยียบภายใต้แสงเทียนที่ส่องสว่าง

หลังจากนั้นก็มีเสียงของกลไกที่กำลังเริ่มทำงานดังขึ้น

มู่ไป๋ไป่ตระหนักว่าประตูหินบานใหญ่ตรงหน้ากำลังจะเปิด เธอจึงรีบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังคนตัวสูงกว่า

เซียวถังอี้ที่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของคนตัวเล็กก็ยกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย

เมื่อประตูหินเปิดออก เสียงเซ็งแซ่ก็ดังเข้ามาในหูของมู่ไป๋ไป่ และเธอก็ได้แต่อ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด ในขณะที่จ้องมองไปยังโลกภายนอกที่อยู่ด้านหลังประตู

ภายใต้เท้าของฮ่องเต้ ภายใต้เมืองหลวงมีโรงพนันขนาดใหญ่ซ่อนอยู่!

ใช่แล้ว ภายในประตูหินมีโรงพนันขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยควัน ผู้คนเดินพลุกพล่าน และมีโต๊ะพนันที่มีคนยืนล้อมจนแน่น

ขณะที่มู่ไป๋ไป่มองไปรอบ ๆ เธอก็ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

“เด็กโง่…” เสียงพึมพำของเซียวถังอี้แทบจะเรียกสติเด็กน้อยกลับมาอีกครั้ง เธออยากจะสวนเขากลับ แต่เมื่ออีกฝ่ายเอามือไพล่หลังแบบไม่แยแส เธอก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที

ลืมมันไปเสีย กุลสตรีย่อมไม่ทะเลาะกับคนอื่น

ให้เขาด่าเธอว่าโง่สัก 2-3 ครั้ง มันก็ไม่ทำให้เธอกลายเป็นคนโง่จริง ๆ สักหน่อย

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือต้องรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้!

เมื่อประตูหินถูกเปิดออก มันก็เกิดเสียงอึกทึกครึกโครม และหลายคนก็หันมามองพวกเธอ

ไม่รู้ว่ามู่ไป๋ไป่ตาฝาดไปเองหรือไม่ เพราะทันทีที่คนพวกนั้นเห็นเธอกับเซียวถังอี้ เสียงโหวกเหวกโวยวายของพวกเขาก็ดูจะเงียบลงมาก

เธอไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังจะไปไหน ดังนั้นเธอจึงเดินตามเขาไปอย่างใกล้ชิดในขณะที่สายตาคอยมองดูผู้คนในโรงพนันใต้ดินอย่างอยากรู้อยากเห็น

เธอเห็นว่าคนพวกนั้นแต่ละคนมีท่าทางน่ากลัว และทุกคนก็มีอาวุธอยู่ในมือ เพียงแค่มองปราดเดียวก็บอกได้ว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่คนใจดีหรือบริสุทธิ์

มู่ไป๋ไป่แอบคิดในใจว่า คนพวกนี้อาจจะเป็นอาชญากรที่ทางราชสำนักต้องการตัวหรือไม่?

ไม่ว่าจะมองอย่างไร มันก็ไม่ผิดไปจากที่เธอคิดสักนิด

ทางด้านเซียวถังอี้ เขาเดินผ่านโรงพนันไปโดยเอามือไพล่หลังและเข้าไปในห้องด้านในสุด

ภายในห้องนี้เงียบกว่าภายนอกมาก ด้านในมีชายหญิงหลายคนที่มีหน้าตาน่ากลัวอยู่เช่นกัน

“นี่ คุณชายเซียว ทำไมวันนี้ท่านถึงดูอารมณ์ไม่ดีเลยล่ะ?” สตรีนางหนึ่งในชุดสีแดงที่แต่งตัวเปิดเผยมากเดินถือแส้เข้ามาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย้ายวน “ท่านมาที่นี่เพื่อพบหน้าข้าน้อยโดยเฉพาะหรือ?”

ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังเข้ามาใกล้ เซียวถังอี้ก็เบี่ยงตัวหลบไปอย่างราบรื่น

ส่วนมู่ไป๋ไป่ที่ตามเขามาไม่ทันระวังจึงบังเอิญไปสะดุดตาคนเหล่านั้น

“นั่นเด็กนี่!” ชายหัวล้านที่อยู่ข้างในชี้ไปที่เด็กผู้หญิงราวกับเห็นผี “เวลาเช่นนี้จะมีเด็กอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไม่สิ ยิ่งไปกว่านั้น เด็กคนนี้ยังกำชายเสื้อของคุณชายเซียวเอาไว้อีก คุณชายเซียวพาลูกมาเอง!”

“จุ๊ ๆ พี่สาม ท่านจะพูดวกไปวนมาทำไม” ชายร่างเตี้ยกระโดดขึ้นไปตบหัวของชายหัวล้าน แล้วเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้พลางมองดูเด็กน้อยด้วยความสนใจ “เจ้าหนู เจ้าอยู่ที่ไหน? เจ้ามาจากไหนหรือ?”

มู่ไป๋ไป่รีบหดคอหนีและหันไปมองเซียวถังอี้โดยไม่รู้ตัว

ในที่นี้เธอรู้จักเพียงเจ้าสัตว์ประหลาด แม้ว่าเขาจะฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะลงมือปลิดชีวิตเธอเลย

ดังนั้นระดับความอันตรายของเขาจึงลดต่ำลงเมื่อเทียบกับคนที่มีสายตามุ่งร้ายเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เซียวถังอี้เข้ามา เขาก็ทำเป็นไม่สนใจเธอและนั่งลงดื่มสุราบนโต๊ะ ราวกับว่าการที่คนตัวเล็กเข้ามาที่นี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขา

มู่ไป๋ไป่ยิ่งรู้สึกเป็นกังวลและอ้าปากจะเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่เมื่อพยายามนึกย้อนกลับไปแล้ว เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนไม่รู้จักชื่อเขาด้วยซ้ำ

หลังจากฟังที่ผู้หญิงคนนั้นเรียกเด็กหนุ่ม เธอก็ได้รู้ว่าเขาแซ่เซียว

“เด็กน้อย ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ!” จู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกเจ็บปวดบนใบหน้า เพราะสตรีในชุดแดงเอื้อมมือมาบีบหน้าเธอไว้ “เจ้ามาจากไหน เจ้ามีความสัมพันธ์อะไรกับคุณชายเซียวของเรา?”

ผู้หญิงคนนั้นบีบแก้มมู่ไป๋ไป่เต็มแรง ทำให้ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

หลังจากที่คนตัวเล็กถูกทำให้หวาดกลัวจนขีดสุด เธอก็ยังถูกพามาสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้า อีกทั้งตอนนี้ใบหน้าของเธอยังถูกผู้หญิงสารเลวบีบอีก เธอจึงยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น

มู่ไป๋ไป่รู้สึกแสบจมูก สุดท้ายเธอก็ส่งเสียงร้องออกมา “ฮืออออ ๆๆๆ!!”

ซึ่งเสียงร้องไห้ของเธอมันดังมากจนทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึง ก่อนจะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

มู่ไป๋ไป่ไม่สนใจว่าใครจะทำอะไรอีกต่อไป พอเห็นว่าผู้หญิงในชุดแดงเผลอปล่อยมือ เธอก็รีบพุ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเซียวถังอี้ซึ่งยังคงยกสุราขึ้นดื่มอยู่ตามลำพัง

เธอคว้าคอเสื้อของเด็กหนุ่มเอาไว้แน่นพร้อมซุกหน้าเล็ก ๆ ที่เปียกชื้นจากน้ำหูน้ำตาลงในอ้อมอกของเขาด้วยความกลัวว่าเขาจะดึงเธอออกและโยนเธอเข้าไปในฝูงชนอีกครั้ง

“นี่… ข้ายังไม่ได้ออกแรงสักหน่อย” สตรีที่สวมชุดแดงรู้สึกหงุดหงิดกับเสียงร้องไห้จึงแค่นเสียงในลำคอ “เฮอะ! เพราะอย่างนี้ข้าจึงรังเกียจพวกเด็ก ๆ มากที่สุด แค่แตะนิดแตะหน่อยก็ทนไม่ไหวแล้ว”

“พี่รอง ดูรอยบีบบนหน้าของเด็กน้อยคนนั้นสิ คุณชายเซียวจะต้องชำระแค้นกับท่านในภายหลังแน่” ชายร่างเตี้ยพูดพร้อมกับเหยียดยิ้มมุมปาก

ผู้หญิงในชุดแดงรู้สึกสับสนกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แล้วนางก็เหลือบมองเซียวถังอี้เล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าอีกคนยังคงนั่งดื่มไม่หยุด

ถึงแม้ว่าปกติแล้วนางมักจะออกไปไหนมาไหนกับเซียวถังอี้และหยอดคำหวานใส่เขาเป็นบางครั้ง แต่นางก็ไม่อยากทำให้ราชานรกที่ยังคงมีชีวิตอยู่พระองค์นี้โกรธเคืองจริง ๆ

“เจ้าร้องพอแล้วหรือยัง?” เด็กหนุ่มยกสุราดื่มอีก 2-3 จอก แล้วค่อยเอ่ยถามขึ้นมา แต่เจ้าเกี๊ยวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาก็ยังร้องไม่หยุด ตรงกันข้าม มันกลับดังขึ้นเรื่อย ๆ

“ไม่!” มู่ไป๋ไป่เงยหน้าที่มีรอยแดงขึ้นมองอีกฝ่ายพลางเบะปาก “ข้ากลัว ข้าหยุดร้องไม่ได้หรอก”

เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ ทำไมถึงได้โหดร้ายขนาดนี้!?

เซียวถังอี้รู้สึกขบขันเมื่อเขาเห็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวน้อยกำลังร้องไห้

ในตอนที่เขาฆ่าคน เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าตุ๊กตาตัวนี้สั่นกลัวมากเพียงใด แล้วตอนนี้นางยังกล้ากระโดดเข้ามาร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเขาเช่นนี้อีก

เจ้าเด็กนี่เจ็บแล้วไม่จำจริง ๆ!

ยามนี้มู่ไป๋ไป่ร้องไห้หนักมาก ถึงสถานการณ์ปัจจุบันมันจะแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่เธอก็ทำไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จึงทำได้เพียงร้องไห้ต่อไป

สถานที่แห่งนี้เป็นที่แหล่งซ่องสุมของบุคคลอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนที่อยู่ในห้องนี้

แต่เธอก็ยังเห็นความกลัวที่แล่นผ่านดวงตาของผู้หญิงคนนั้นในยามที่นางมองมาที่เจ้าสัตว์ประหลาดเมื่อสักครู่นี้

‘เจ้าสัตว์ประหลาด’ เป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวน เขาอาจจะดื่มมากไป หรือคิดว่าเธอน่ารำคาญ ดังนั้นเขาจึงทิ้งเธอไว้กับคนพวกนั้น

เธอจะต้องปกป้องตัวเอง!

มู่ไป๋ไป่เม้มริมฝีปาก ในขณะที่สมองคิดหาวิธีอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเด็กหญิงก็ปาดน้ำตา แต่ยังคงสะอื้นไม่หยุด ก่อนจะกางแขนสั้น ๆ ทำท่าทางขอให้เขากอด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า “ท่านพ่อ ข้ากลัว ขอกอดหน่อย”

ทันใดนั้นทั่วทั้งห้องก็เงียบกริบ ชายหญิงที่อยู่ภายในห้องจ้องมองมู่ไป๋ไป่เป็นตาเดียว ในขณะที่พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 78: โรงพนันใต้ดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว