เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73: ไม้แข็งไม้อ่อน

บทที่ 73: ไม้แข็งไม้อ่อน

บทที่ 73: ไม้แข็งไม้อ่อน


มู่ไป๋ไป่มองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งรู้สึกถึงความเจ็บปวดบริเวณหน้าผากของตน “โอ๊ย! ท่านตีข้าทำไม?”

“ใครอนุญาตให้เจ้ามองข้ากัน” เซียวถังอี้หรี่ตาลงเป็นสัญญาณอันตรายและเตือนว่า “ในอดีตคนที่กล้าจ้องหน้าข้าแบบเดียวกับเจ้าหัวหลุดออกจากบ่าไปนานแล้ว”

“ทำไม ข้าจ้องหน้าท่านแล้วมันจะทำไม?” เด็กหญิงหัวเราะเยาะเย้ยพลางรู้สึกว่าคนผู้นี้นอกจากจะมองไม่ออกแล้ว เขายังเป็นคนที่แปลกมากอีกด้วย “ท่านมีดอกไม้บานอยู่บนหน้าหรืออย่างไร มันแปลกมากจนไม่อยากให้คนอื่นเห็นอย่างนั้นหรือ?”

มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่คนเราจำเป็นต้องมาหัวเสียเพราะมีคนมองเพียงครั้ง 2 ครั้ง

“เจ้าเด็กนี่ เจ้ายังไม่โตเลยทำไมปากถึงได้คมยิ่งนัก” เซียวถังอี้ลุกขึ้นยืนแล้วตัดสินใจว่าจะไม่สนใจเด็กคนนี้อีก “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตอบแทนบุญคุณข้าแล้ว เจ้าอยากทำอะไรก็เชิญเลย”

แล้วท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเด็กหนุ่มก็ทำให้มู่ไป๋ไป่ตกใจ หลังจากที่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งหมายถึงอะไร เธอก็ลุกขึ้นยืนเท้าเอวบนโต๊ะ แต่มันแทบไม่สามารถชดเชยความต่างของส่วนสูงระหว่างทั้ง 2 คนได้เลย “ท่านเป็นคนพาข้ามาที่นี่ ท่านก็ต้องรับผิดชอบพาข้ากลับไปสิ!”

ทว่าเซียวถังอี้กลับทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินคำพูดของเธอ เขาล้มตัวลงนอนบนกองฟางข้าง ๆ และหลับตาพักผ่อนทันที

“นี่ท่าน!” มู่ไป๋ไป่ไม่ได้รู้สึกโกรธใครเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว เธอจึงคิดที่จะดึงแส้หนังเล็ก ๆ ของตัวเองออกมาจากเอวโดยหมายจะฟาดคนผู้นั้นเพื่อระบายความโกรธ แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดดังกล่าวไปหลังจากคิดถึงวรยุทธของคู่ต่อสู้ที่สูงส่งพอ ๆ กับอวี้เซิ่ง

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังก้องไปทั่วห้อง

โครกคราก~

“เสียงอะไรน่ะ?” เด็กน้อยกะพริบตาปริบ ๆ พลางมองไปรอบ ๆ ในที่สุดก็ไปหยุดอยู่ที่คนที่กำลังนอนอยู่ “ท้องของท่านร้องหรือ?”

เซียวถังอี้ลืมตาขึ้นอย่างง่วงงุน “เจ้าเด็กน้อย ถ้าเจ้ายังไม่ยอมไป ข้าจะกินเจ้าซะ”

มู่ไป๋ไป่ไม่เชื่อคำพูดไร้สาระที่แกล้งหลอกให้เด็กอายุ 3 ขวบตกใจกลัวของเขา เธอใช้แขนขาสั้น ๆ ปีนลงจากโต๊ะก่อนจะวิ่งไปหาอีกฝ่าย จากนั้นก็หยิบห่อบางอย่างที่เปื้อนน้ำมันออกมาจากกระเป๋าของตัวเองอย่างระมัดระวัง

เมื่อกลิ่นหอมของอาหารอบอวลไปทั่วห้อง ดวงตาของเซียวถังอี้ก็จับจ้องไปยังมือเล็ก ๆ ของเด็กหญิง

“นี่ ท่านหิวแล้วใช่หรือไม่ บังเอิญข้ามีซาลาเปาติดตัวมาด้วย” มู่ไป๋ไป่ยิ้มขณะเปิดห่อแล้วยื่นไปตรงหน้าเด็กหนุ่มเพื่อเป็นการยั่วเย้าอีกฝ่าย

ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งซื้อซาลาเปาลูกนี้มาจากเตาร้อน ๆ ดังนั้นเวลาผ่านไปเพียงไม่นานมันจึงยังอุ่นอยู่ มันถูกยัดไส้ด้วยหมูและต้นหอม พอกัดเข้าไปแล้วมันก็อบอวลอยู่ในปาก

“แล้ว?” เซียวถังอี้ไขว้มือไว้ด้านหลังศีรษะพลางมองดูเด็กหญิงเหมือนไม่รู้สึกอะไร

“ก็ไม่มีอะไรหรอก” มู่ไป๋ไป่ยิ้มแบบมีเลศนัย “ขอเพียงแค่ท่านส่งข้ากลับไปที่เดิม ข้าก็จะมอบซาลาเปาลูกนี้ให้แก่ท่าน ตกลงหรือไม่?”

เด็กหนุ่มทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากมองเด็กตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าเขาไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย หัวใจของเธอก็เต้นรัว เธอรีบแบ่งซาลาเปาลูกใหญ่ออกเป็น 2 ส่วนแล้วมอบให้กับเซียวถังอี้ “เอาน่า วีรบุรุษหนุ่ม ชิมสักคำแล้วค่อยพาข้ากลับ”

“ท่านแค่ก้าวไม่กี่ก้าว ใช้เวลาไม่นานหรอก วีรบุรุษหนุ่ม”

“พอท่านส่งข้ากลับแล้ว ท่านแม่ของข้าจะตกรางวัลให้ท่านอย่างงามแน่นอน แบบนี้การลงแรงของท่านก็จะไม่สูญเปล่า”

ในชั่วพริบตานั้นก็มีประกายรอยยิ้มแวบขึ้นมาในดวงตาของเซียวถังอี้ พร้อมกับที่เขารู้สึกว่าเด็กหญิงคนนี้เป็นคนตลกมาก ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อนางสักหน่อย “ถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ?”

“...”

มู่ไป๋ไป่ไม่เคยพบคนเช่นนี้มาก่อน

“ท่านจะไม่ทำใช่หรือไม่?” เด็กหญิงหรี่ตาลง ในขณะที่มีแสงแวววับปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ “ข้าจะบอกความจริงบางอย่างให้ท่านฟัง ข้าได้วางยาพิษไร้สีไร้กลิ่นใส่ท่านแล้ว”

“ภายใน 1 วัน ถ้าท่านไม่ได้รับยาถอนพิษ อวัยวะภายในของท่านก็จะค่อย ๆ เน่าเปื่อยและร่างกายของท่านก็จะระเบิดตาย”

“ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ให้รีบส่งข้ากลับไปเดี๋ยวนี้”

“ไม่อย่างนั้น… เอ่อ...”

“น่ากลัวจังเลย~” เซียวถังอี้ลุกขึ้นนั่ง หากมู่ไป๋ไป่เห็นสีหน้าภายใต้หน้ากากของเขา เธอก็จะพบว่ามันกำลังแสดงความรู้สึกสนใจมากกว่าหวาดกลัว “ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าจะต้องทำตามที่เจ้าบอกแล้วสินะ”

คนตัวเล็กถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที พลางคิดกับตัวเองว่าตนช่างอัจฉริยะยิ่งนัก พอใช้ไม้อ่อนแล้วไม่ยอมก็จำเป็นต้องใช้ไม้แข็ง

“เร็วเข้า” มู่ไป๋ไป่ดึงมือที่ถือซาลาเปากลับพร้อมกับพูดเร่งอีกฝ่าย “ครอบครัวของข้าต้องเดินทางไปที่วัดฮู่กั๋วอีก อย่าทำให้ข้าเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย”

พอเซียวถังอี้ได้ยินคำว่า ‘วัดฮู่กั๋ว’ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ถ้าอยากให้ม้าวิ่ง ก็ต้องให้อาหารมัน” เด็กหนุ่มหยิบซาลาเปาในมือของเด็กหญิงมาแล้วพูดว่า “ข้าจะกินมันให้หมดก่อน”

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่ถูกเซียวถังอี้พาตัวกลับมาส่ง ขบวนเสด็จก็ตกอยู่ในความโกลาหลแล้ว

ทันทีที่ซูหว่านกับไทเฮาได้ยินว่ามู่ไป๋ไป่ถูกลักพาตัวโดยบุคคลปริศนา ทั้งคู่ก็เป็นกังวลกันมาก พวกนางถึงกับเตรียมส่งคนไปที่วังหลวงเพื่อรายงานมู่เทียนฉงและขอให้เขาส่งทหารรักษาพระองค์ออกไปตามหาองค์หญิงหกทั่วเมือง

ในตอนนั้นเอง ก็มีคนพบเห็นมู่ไป๋ไป่ลอยลงมาจากฟ้าโดยมีชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าลึกลับจับเอาไว้

“ท่านแม่! ท่านย่าไทเฮา!”

เมื่อเท้าเล็ก ๆ แตะพื้น เด็กน้อยก็วิ่งไปขอโทษแม่และย่าของตนพร้อมกับอธิบายเรื่องนี้จนชัดเจน

พอหว่านผินเห็นว่าลูกสาวปลอดภัยดี นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ส่วนไทเฮาเดินเข้าไปกอดหลานสาวและปาดน้ำตาที่หางตาเบา ๆ พร้อมกับเตือนว่าในอนาคตอย่าได้ประมาทเช่นนี้อีก

มู่ไป๋ไป่ทำได้เพียงรับปากซ้ำ ๆ ก่อนจะนึกถึงเด็กหนุ่มที่เพิ่งมาส่งเธอกลับ และกำลังจะขอให้ซูหว่านกับไทเฮามอบรางวัลให้เขาเป็นค่าตอบแทนที่เสียเวลามาส่งเธอ แต่พอหันกลับไป เธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา

นี่เขาไม่รอรับยาแก้พิษจากเธอหรือ?

“ไป๋ไป่ เจ้ากำลังมองอะไรอยู่น่ะ?” ซูหว่านอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาบนรถม้า ไม่นานขบวนเสด็จก็เคลื่อนตัวต่อไป

หลังจากที่ใช้เวลาตามหามู่ไป๋ไป่กับเจ้าส้มอยู่นาน ขบวนเสด็จก็เริ่มออกเดินทางทันทีที่พวกเธอกลับมา

“ไป๋ไป่กำลังมองหาพี่ใหญ่ที่มาส่งไป๋ไป่กลับ ไป๋ไป่ยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย” เด็กหญิงคิดว่าแม้ชายคนนั้นจะนิสัยแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่เขาก็ยังยอมมาส่งเธอกลับ แล้วเธอก็คิดในใจว่า

หากมีโอกาส เอาไว้ค่อยไปขอบคุณเขาคราวหน้า

“ไป๋ไป่…” ซูหว่านนึกถึงร่างที่มาส่งลูกสาวเมื่อครู่ ดูเหมือนว่านางจะเคยเห็นหน้ากากบนใบหน้าของบุคคลนั้นที่ไหนสักแห่ง แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกสักที

“มีอะไรหรือเพคะท่านแม่?” มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นถามหลังจากได้ยินเสียงเรียกอย่างลังเลของผู้เป็นแม่

“ไม่มีอะไร” หว่านผินปกปิดความสงสัยแล้วยิ้มให้คนตัวเล็ก “แม่แค่คิดว่าสถานะของเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา อีกทั้งพวกเจ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้นในอนาคตควรติดต่อกับเขาให้น้อยลงจะดีกว่า”

มู่ไป๋ไป่เอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเธอรู้สึกว่าสิ่งที่ซูหว่านพูดนั้นสมเหตุสมผล เธอจึงพยักหน้าและหันกลับมาเพื่อจัดการสั่งสอนเจ้าส้ม

จากนั้นการเดินทางที่เหลือก็เป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งทุกคนเดินทางมาถึงวัดฮู่กั๋วก่อนกำหนดการ

เมื่อเจ้าอาวาสทราบข่าวว่าไทเฮาเสด็จมาพร้อมกับพระสนมและองค์หญิง เขาก็ได้มารอรับอยู่ที่ตีนเขาด้วยท่าทางนอบน้อม

วัดฮู่กั๋วนั้นตั้งอยู่บนภูเขาในเขตชานเมืองของเมืองหลวง ทิวทัศน์ที่นั่นงดงามสะอาดตา ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่ดึงดูดใจทุกคนให้ออกไปเดินเล่นเยี่ยมชมทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า

จบบทที่ บทที่ 73: ไม้แข็งไม้อ่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว