เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72: คนดีและความดี

บทที่ 72: คนดีและความดี

บทที่ 72: คนดีและความดี


“ใช่ องค์หญิง ทำไมเราไม่กลับไปที่ขบวนกันก่อนล่ะเพคะ?” หลัวเซียวเซียวเองก็ช่วยสำทับอีกแรง “เราออกมากันนานแล้ว หว่านผินคงจะเป็นห่วง”

“และเจ้าส้มเองก็เป็นแมวที่ฉลาดมาก บางทีมันอาจจะกำลังมุ่งหน้ากลับไปที่ขบวนแล้วเพคะ”

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วปฏิเสธว่า “ไม่ได้ ข้าเป็นคนพาเจ้าส้มออกมา ข้าจะต้องพามันกลับไปด้วย”

ทันใดนั้นในสายตาของคนตัวเล็กก็เหลือบไปเห็นสุนัขสีเหลืองกำลังเดินผ่านไปผ่านมาบนถนน มันทำให้เธอเกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาในใจ

โธ่! ทำไมฉันถึงได้โง่แบบนี้นะ ฉันลืมไปได้ไงว่าตัวเองฟังภาษาสัตว์รู้เรื่อง!

หลังจากมู่ไป๋ไป่คิดหาหนทางได้แล้ว เธอก็ไม่อยู่เฉยโดยสั่งให้องครักษ์กับหลัวเซียวเซียวรอเธออยู่ที่นี่ ก่อนจะวิ่งไปหาสุนัข

ขณะนี้สุนัขตัวนั้นกำลังแทะกระดูก ในไม่ช้ามันก็สังเกตเห็นรัศมีที่ไม่คุ้นเคยเข้ามาใกล้ มันจึงแยกเขี้ยวข่มขู่ผู้บุกรุกทันที

อย่างไรก็ตาม ชั่วอึดใจต่อมามันก็รับรู้ได้ถึงรัศมีที่ทรงพลังมากจากบุคคลที่เดินเข้ามาใกล้

มันเป็นรัศมีกดขี่ให้สิ่งมีชีวิตนับพันต้องยอมจำนน

“เอ๋ง!” สุนัขตัวใหญ่หางจุกก้นแล้วนอนหมอบตัวสั่นอยู่กับพื้นทันที

หลังจากที่มันกลิ้งลงไปนอน มันก็ได้หงายท้องที่ผอมแห้งของมันให้มู่ไป๋ไป่เป็นสัญญาณของการยอมจำนน

“ลุกขึ้น” เด็กหญิงนั่งลงแล้วจิ้มท้องของเจ้าเหลือง “ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า”

“ท่านจ้าวอสูร...” เจ้าเหลืองลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่อฟังและแลบลิ้นออกมา “ท่านอยากจะถามข้าว่าข้าได้กระดูกมาจากที่ไหนหรือ? หากท่านจ้าวอสูรอยากกิน เชิญท่านเอาไปได้เลย ข้ายังสามารถไปเอามาได้อีก”

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองกระดูกที่ไร้ชิ้นเนื้ออยู่บนพื้นก่อนที่มุมปากจะกระตุก “ข้าไม่อยากได้กระดูกของเจ้า ข้าแค่อยากจะถามเจ้าว่าเจ้าเคยเห็นแมวตัวอ้วนหรือไม่?”

“มันตัวประมาณนี้ และลายบนตัวของมันก็เป็นแบบนี้…”

คนตัวเล็กวาดรูปให้สุนัขสีเหลืองดูว่าเจ้าส้มหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วอธิบายว่า “พวกเราเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก มันไม่คุ้นเคยกับสถานที่นี้ และมันก็หายตัวไป ข้าจึงต้องการตามหาตัวมันให้พบ”

“ข้าไม่เคยเห็นแมวตัวนี้มาก่อน” เจ้าเหลืองเอียงคอตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่หากท่านต้องการตามหามัน ข้าสามารถช่วยท่านได้”

“ใช่แล้ว สุนัขอย่างเจ้ามีจมูกดีมาก” มู่ไป๋ไป่ปรบมือและรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อที่เคยเช็ดน้ำลายให้เจ้าส้มแล้วยื่นให้เจ้าเหลืองดม

สุนัขตัวโตสูดกลิ่นเข้าไปจากนั้นก็มุ่งหาเป้าหมายโดยไม่รอช้า

ขณะนั้นเด็กหญิงได้เรียกองครักษ์กับหลัวเซียวเซียวให้ติดตามสุนัขสีเหลืองที่วิ่งผ่านตรอกไป เมื่อเธอกำลังสงสัยว่าเจ้าสุนัขตัวนี้จะตามหาเจ้าส้มได้หรือไม่ ถนนข้างหน้าก็ชัดเจนมากขึ้น

ตลาดอีกแห่งได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเธอและเห็นว่าเจ้าส้มนั่งอยู่บนหลังคาของร้านอาหารฝั่งตรงข้ามซึ่งกำลังพัวพันกับแมวขาวตัวหนึ่ง

มู่ไป๋ไป่มีประสาทสัมผัสการฟังเสียงที่ดีเยี่ยม เธอจึงได้ยินเสียงมันกำลังพูดบางสิ่งที่ฟังดูคลุมเครือ

“ข้าผู้นี้เป็นแมวทรงเลี้ยง เจ้ารู้หรือไม่ว่าแมวทรงเลี้ยงคืออะไร นั่นก็คือแมวที่ฮ่องเต้เลี้ยงเอาไว้ แต่ตอนนี้ทาสของข้าคือองค์หญิง”

“แต่ก็นับว่าไม่เลว ตราบใดที่เจ้าติดตามข้า ข้ารับรองได้ว่าเจ้าจะได้รับการปรนนิบัติอย่างดีและไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องของตัวเองอีกตลอดชีวิต...”

“ท่านจ้าวอสูร นั่นคือแมวที่ท่านกำลังตามหาใช่หรือไม่?” เจ้าเหลืองแลบลิ้นออกมาพลางกล่าวว่า “ข้าคิดว่ากลิ่นบนตัวของมันเหมือนกับกลิ่นบนผ้าของท่าน”

“ถูกต้อง ขอบใจเจ้ามาก” มู่ไป๋ไป่พยายามระงับโทสะของตัวเอง แล้วลูบหัวมันเบา ๆ เป็นการขอบคุณ ก่อนจะบอกองครักษ์ที่อยู่ข้างหลังว่า “ท่านไปซื้อเนื้อวัวดี ๆ มาสัก 2 จินแล้วเอาให้เจ้าเหลืองเป็นรางวัล”

หลังจากคนตัวเล็กกล่าวจบ เธอก็สะบัดแขนเสื้อเดินไปอีกด้านหนึ่งด้วยความโกรธ

เจ้าส้ม! เธอเดินจนขาแทบหักเพื่อตามหามัน แต่ทำไมมันถึงมามัวแต่นั่งจีบสาวอยู่ที่นี่

ในตอนที่เธอเกือบจะเดินไปถึงร้านอาหาร จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนดังมาจากด้านหน้า

“โจรขโมยเด็ก!”

“ไม่นะ! ผู้ชายคนนั้นขโมยลูกของข้าไป ใครก็ได้ช่วยจับเขาไว้ที!”

มู่ไป๋ไป่ชะงักไปทันทีและมองไปตามต้นเสียง ก่อนที่เธอจะเห็นชายที่มีร่างกายบึกบึนกำลังถือมีดวิ่งเข้ามาหาเธอ ในขณะที่เขาอุ้มเด็กที่มีอายุพอ ๆ กับเธอไว้ในอ้อมแขน

ส่วนคนที่เดินบนท้องถนนที่ได้ยินเสียงร้องของแม่เด็กจึงพยายามเข้ามาขวาง แต่ก็ถูกผู้ชายคนนั้นใช้มีดในมือทำร้ายจนล้มลง

“ช่างอุกอาจยิ่งนักที่กล้ามาขโมยเด็กบนถนนกลางวันแสก ๆ” เด็กหญิงขมวดคิ้ว ก่อนจะหันกลับไปแล้วหยุดยืนอยู่กลางถนน

เธอสามารถจัดการกับเจ้าส้มในภายหลังได้ แต่ตอนนี้เธอจะต้องจัดการกับโจรค้ามนุษย์คนนี้ก่อน

“นี่! เด็กคนนี้มาจากไหน หลบไปซะ!”

“แม่หนูรีบหลบไปเร็ว มันอันตราย!”

เมื่อผู้สัญจรผ่านไปมาเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ยืนกอดอกนิ่งอยู่กลางถนน พวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวกันมาก ส่วนอีกด้านหนึ่ง ชายร่างบึกบึนก็กำลังจะวิ่งไปถึงตัวนางแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่ตะโกนเตือน

“เฮอะ มีเด็กเพิ่มมาอีกคนอย่างนั้นหรือ?” ชายร่างใหญ่มองเด็กหญิงแล้วเยาะเย้ย “เอาเถอะ วันนี้โชคเข้าข้างให้ข้าจับได้อีกคนหนึ่งแล้ว”

ทางด้านมู่ไป๋ไป่ดึงแส้ที่เอวออกมาอย่างใจเย็น และจ้องมองเท้าของชายที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างไม่วางตาเพื่อรอโอกาส

ตรงนี้แหละ!

เด็กหญิงหรี่ตาลงพร้อมกับขยับมือเล็ก ๆ เพื่อส่งแส้ออกไป

ในเวลาเดียวกันก็มีเงามืดตกลงมาจากท้องฟ้าพาดผ่านไปเหนือพื้นดินราวกับภาพติดตา พอทุกคนรู้ตัวอีกครั้งก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของมู่ไป๋ไป่ตรงจุดที่นางเคยยืนอยู่เลย

ทางด้านองครักษ์และหลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้างตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และหน้าของพวกเขาก็ถอดสีทันที

สำหรับมู่ไป๋ไป่ เธอพบว่าตัวเองลอยอยู่บนอากาศเหนือพื้นดินในชั่วพริบตา แต่เธอก็ยังคงกำแส้ไว้ในมือแน่น

คนที่อุ้มเธอนั้นมีวรยุทธสูงมาก เขาสามารถกระโดดและร่อนลงบนหลังคา จนพาเธอออกไปไกลจากตลาดได้ในระยะเวลาอันสั้น

“วางข้าลงนะ!” คนตัวเล็กที่เพิ่งรู้ตัวก็กัดมือของเด็กหนุ่มที่อุ้มเธอไว้

“นี่! แม่หนูน้อย นี่เป็นวิธีการที่เจ้าตอบแทนบุญคุณคนที่ช่วยชีวิตเจ้าไว้หรือ?” ‘เซียวถังอี้’ ก้มลงมองดูเกี๊ยวสีขาวราวหิมะในอ้อมแขนของตัวเอง ก่อนจะยกยิ้มชั่วร้ายและข่มขู่ว่า “เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะโยนเจ้าลงไปจากตรงนี้”

“...” มู่ไป๋ไป่เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไร้ความรู้สึก “นี่ท่านกำลังพยายามหลอกเด็กอยู่หรืออย่างไร ความสูงเพียงเท่านี้ ถ้าตกลงไปอย่างมากก็แค่ขาหัก”

ดวงตาดั่งนกอินทรีภายใต้หน้ากากของเซียวถังอี้แคบลงทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น

เด็กคนนี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก

“ข้าขอเตือนท่านเอาไว้ก่อนเลยนะว่าให้รีบปล่อยข้าลง ไม่อย่างนั้นคนของข้าจะมาถึงและเห็นท่านกำลังรังแกเด็ก”

มู่ไป๋ไป่มองเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจน เธอเห็นเพียงแค่บางสิ่งที่เป็นสีเงินบนใบหน้าของเขาอย่างคลุมเครือโดยเดาว่ามันคงจะเป็นหน้ากากหรืออะไรสักอย่าง

“โอ๊ะ กลัวจังเลย~” เซียวถังอี้หัวเราะก่อนจะกระโดดจากหลังคาลงไปบนพื้น

จากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินเข้าไปในลานเล็ก ๆ แล้วพูดว่า “ข้ากำลังพยายามทำความดีโดยการช่วยเจ้าอยู่นะแม่หนูน้อย ทำไมคนของเจ้าถึงต้องมาเอาเรื่องข้าด้วยล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกสับสนกับการกระทำของอีกคน “ทำความดีอย่างนั้นหรือ? ข้ายืนอยู่กลางถนนอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ใครก็ไม่รู้เข้ามาพาตัวข้าไป ท่านคิดว่านี่เรียกว่าเป็นการทำความดีหรือไม่?”

“เกรงว่าท่านจะเข้าใจผิดเรื่องการทำความดี”

ในขณะที่เด็กหญิงกำลังพูด เซียวถังอี้ก็วางเธอลงบนโต๊ะ ในที่สุดเธอก็ได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มตา

หน้ากากสีเงินที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตบดบังใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาเอาไว้ และเผยให้เห็นเพียงคางที่เป็นรูปไข่ ซึ่งขับให้บุคลิกของเขาดูงดงามและลึกลับซับซ้อนในเวลาเดียวกัน

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เจ้าส้มติดสาวอยู่นี่เอง! ว่าแต่ใครลักพาตัว (?) น้องมาเนี่ยยย

จบบทที่ บทที่ 72: คนดีและความดี

คัดลอกลิงก์แล้ว