เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: รับการโบย 2 ครั้ง

บทที่ 10: รับการโบย 2 ครั้ง

บทที่ 10: รับการโบย 2 ครั้ง


ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าทันทีโดยที่มู่ไป๋ไป่รู้สึกแสบร้อนที่ปลายจมูก และในดวงตาคู่สวยก็เริ่มมีน้ำตาคลอหน่วย

“ทำได้ดีมากซางเย่! ข้าจะคอยดูว่านางจะดื้อด้านได้มากเพียงใด เอามันมาคุกเข่าต่อหน้าข้าเดี๋ยวนี้”

ใบหน้าของมู่เชียนเชิดขึ้นสูงด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นนางกำนัลกำลังใช้ไม้ตีขาของมู่ไป๋ไป่ และเอ่ยปากชื่นชม

นางกำนัลที่มีนามว่า ‘ซางเย่’ ก็ยิ้มกว้างทันที “องค์หญิงใหญ่ นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเพคะ แม้ว่านางจะแข็งข้อมากเพียงใด หม่อมฉันก็จะทำให้นางคุกเข่าต่อหน้าพระองค์ให้ได้เพคะ!”

“พวกเจ้าควรเรียนรู้จากซางเย่ให้ดี พวกไร้ประโยชน์ แค่เด็กอายุ 4 ขวบก็ยังจัดการไม่ได้”

ยามนี้มู่เชียนมองดูดวงตาของมู่ไป๋ไป่ที่เต็มไปด้วยน้ำตา มันทำให้หัวใจที่เคยร้อนรุ่มของนางผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

แล้วนางก็เลื่อนสายตาไปมองใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กหญิงที่มีแก้มกลมมน จากนั้นจึงเอื้อมมือไปบิดแก้มขาว ๆ บนใบหน้าของอีกฝ่าย

ทว่าการบิดแก้มขององค์หญิงใหญ่ไม่ใช่เพียงการหยอกล้อ นางบิดหมุนแก้มนุ่มนิ่มจนแทบจะเป็นปม “เมื่อวานเจ้าเก่งนักไม่ใช่หรือ? เจ้าคงใช้ชีวิตจนเบื่อแล้วสินะถึงกล้ามายั่วโมโหข้า!”

นั่นทำให้ใบหน้าขนาดเท่าฝ่ามือของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากถูกบิด

เด็กน้อยรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วตัวพร้อมกับมีเหงื่อเย็นไหลออกมา แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ ก่อนที่เธอจะถ่มน้ำลายใส่คนตรงหน้า “แน่จริงท่านก็ฆ่าข้าสิ!”

“เจ้ามันรนหาที่ตาย!”

ทันทีที่นางกำนัลเห็นว่านายเหนือหัวของตนถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งถ่มน้ำลายใส่หน้า พวกนางก็โกรธและพากันถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมที่จะพุ่งเข้าไปจัดการกับเด็กจองหองคนนั้น

ทว่ามู่เชียนกลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้พวกนางถอยออกไปก่อน

“ฆ่าเจ้าอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าได้ตายไปง่าย ๆ หรอก ข้าจะให้เจ้าทุกข์ทรมานจนต้องร้องขอความตาย”

องค์หญิงใหญ่เหยียดยิ้มน่ากลัว แล้วนางก็ตะโกนออกคำสั่งเสียงดังก้องไปทั่วลานอีกครั้ง “ไปเอาแส้ของข้ามา!”

หลังจากนางกำนัลได้รับคำสั่ง นางก็เดินตรงไปยังห้องบรรทมขององค์หญิงใหญ่

ภายในไม่กี่อึดใจ นางกำนัลก็กลับมาพร้อมแส้เส้นบางเรียวยาวแล้วนำไปยื่นให้กับมู่เชียนด้วยท่าทางนอบน้อม

เด็กหญิงแสยะยิ้มอีกครั้งก่อนจะตวัดแส้ผ่านหน้าของมู่ไป๋ไป่เบา ๆ “ทีนี้เจ้ารู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง?”

ทางด้านมู่ไป๋ไป่มองดูแส้ยาวที่ตวัดไปมาเหมือนงูพิษซึ่งมันกำลังเคลื่อนผ่านใบหน้าของตน ในตอนนั้นเองดวงตาที่ขุ่นมัวคู่หนึ่งก็ฉายแววเย็นชายิ่งขึ้น

“ข้าไม่กลัว!”

หากมู่เชียนกล้าใช้แส้ฟาดหน้าเธอ เธอจะฆ่านางซะ!

ด้วยความคิดนี้ ความเยือกเย็นในดวงตาของมู่ไป๋ไป่ก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อมู่เชียนเห็นเช่นนั้นก็มีสีหน้าประหลาดใจ ทั้งที่อีกฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากับแส้ที่มีพิษเท่ากับงูและแมงป่อง แต่เหตุใดนางถึงสงบได้มากขนาดนี้?

ในใจนางอยากจะเห็นมู่ไป๋ไป่คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาต่างหาก!

บัดนี้น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้าตัวเล็กได้ไปยั่วโมโหองค์หญิงใหญ่ให้หมดความอดทนมากยิ่งขึ้น

“นังเด็กเหลือขอ! เจ้าก็เหมือนกับแม่ของเจ้า นังแพศยา!”

ในขณะที่มู่เชียนกำลังพูด แส้เส้นยาวก็ถูกตวัดออกไป มันตัดผ่านอากาศฟาดเข้าไปที่แขนของมู่ไป๋ไป่เต็มแรง

เพี้ยะ!

“โอ๊ย!” ฝ่ายที่ถูกทำร้ายส่งเสียงร้องลั่น

การลงแส้ครั้งนี้มู่เชียนคงใช้พละกำลังทั้งหมดที่ตัวเองมีฟาดลงไปเพราะมันทำให้เสื้อผ้าของมู่ไป๋ไป่ขาดและเกิดบาดแผลที่มีเลือดไหลออกมาตรงบริเวณที่ถูกฟาด

ในเวลาเดียวกัน มู่ไป๋ไป่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และรู้สึกว่าหัวสมองเริ่มว่างเปล่า

ตอนนี้แขนเล็ก ๆ ของเธอรู้สึกชาวาบ จากนั้นไม่นานเลือดก็ค่อย ๆ ไหลจนมาถึงปลายนิ้ว

“เจ้าคิดจะมาแย่งเสด็จพ่อของข้าอย่างนั้นหรือ คิดว่าตัวเองชนะแล้วใช่หรือไม่! องค์หญิงหกไม่เคยได้รับความโปรดปรานมาแต่ไหนแต่ไร ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมานจนตายไปซะ! แต่ดูเหมือนว่าข้าจะคิดผิด ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะมีความสามารถมากเพียงใด!”

เพี้ยะ!

เสียงเฆี่ยนหนัก ๆ ฟาดเข้ามาที่แขนขวาของมู่ไป๋ไป่อีกครั้ง

“อ๊า!” แล้วก็มีเสียงเด็กร้องขึ้น

คราวนี้ร่างเล็กไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดได้อีกต่อไปจึงล้มลงกับพื้น

และเลือดจากแขนขวาของเธอก็ค่อย ๆ ไหลออกมาจนย้อมพื้นบริเวณนั้นเป็นสีแดง

เมื่อมู่เชียนเห็นว่าองค์หญิงหกล้มลงไปแล้ว นางก็รู้สึกพึงพอใจมาก นางถึงขั้นเงยหน้าหัวเราะเสียงดังโดยไม่รักษาอากัปกิริยาขององค์หญิงเลยด้วยซ้ำ

จากนั้นนางก็เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วเหยียบมือที่บอบบางของมู่ไป๋ไป่ ก่อนจะก้มลงไปบีบคางของคนตรงหน้า

“นังแพศยา อย่าคิดว่าเจ้าแกล้งตายแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้านะ!”

ครั้นองค์หญิงใหญ่มองไปยังเด็กน้อยที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น นางก็แค่นเสียงเย็นชา

ถัดมา นางตวัดแส้ในมือของตัวเองแหวกอากาศไปกำลังจะฟาดเข้าใส่มู่ไป๋ไป่ ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมสูงแทรกขึ้นมา

“ฮ่องเต้เสด็จ~”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เสียงสวรรค์ชัด ๆ พ่อมา!!

จบบทที่ บทที่ 10: รับการโบย 2 ครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว