- หน้าแรก
- รัตติกาลอันตราย
- บทที่ 8 ตัดสินใจ (2)
บทที่ 8 ตัดสินใจ (2)
บทที่ 8 ตัดสินใจ (2)
เมื่อมองเสี่ยวเจียปาเก็บของแห้งเข้าที่ แล้วหยิบโถเล็กๆ เดินออกไปข้างนอก
หลี่ยู่หงรีบตามไปติดๆ เขาต้องเรียนรู้ว่าจะไปหาน้ำที่ไหน
ทั้งสองเดินออกจากบ้าน นอกเหนือจากที่เขาคาดคิดคือ เสี่ยวเจียปาไม่ได้ไปตักน้ำจากบ่อนั้น แต่เดินออกจากถนนกรวด ตามทางหลวงเก่าออกไป
เดินไปประมาณสิบกว่านาที
ทั้งสองพบบ่อเก่าพังที่มีระดับต่ำกว่าริมทาง
บ่อตื้นมาก อาศัยแสงก็สามารถมองเห็น ที่ก้นบ่อมีแอ่งน้ำสีเหลืองเข้มเหม็นเน่าเพียงแอ่งเดียว
เสี่ยวเจียปาไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาโถผูกเข้ากับเชือกให้แน่น หย่อนลงไปตักน้ำ
"ทำไมไม่ไปตักน้ำจากบ่อในหมู่บ้านล่ะ?" หลี่ยู่หงอดไม่ไหวถามเสียงเบา
"นั่นดื่มไม่ได้!" เสี่ยวเจียปาตอบอย่างจริงจัง
เธอเงยหน้า ขณะตักน้ำก็มองมาที่หลี่ยู่หง
"ต่อไป น้ำ มา ที่นี่!" เธอชี้ไปที่บ่อน้ำเบื้องหน้า
"..." หลี่ยู่หงพยักหน้า ก้มลงมองน้ำเน่าที่ค่อยๆ ถูกตักขึ้นมาจากบ่อ ความรู้สึกหนักอึ้งเพิ่มขึ้นทุกที
เขาช่วยเสี่ยวเจียปาปิดโถให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหกออกมา
ทั้งสองไม่ได้กลับไป แต่เริ่มค้นหาอะไรบางอย่างในกอหญ้าบริเวณใกล้เคียง
"ต้อง กิน หญ้า!" เสี่ยวเจียปาสอน
"ไม่งั้น ป่วย! จะ ตาย!" เธอทำท่าทางประกอบการอธิบาย
หลี่ยู่หงพยักหน้า และเริ่มเรียนรู้อย่างละเอียดว่าอีกฝ่ายขุดหญ้าชนิดใดบ้าง
นี่เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง หากกินผิด อาจเกิดพิษหรือท้องเสีย อะไรทำนองนี้ ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเช่นนี้ การป่วยไข้หมายถึงความอ่อนแอ และความตาย
เก็บรวบรวมสักพัก ทั้งสองต่างมีห่อใหญ่กลับเข้าบ้าน
เสี่ยวเจียปาเอาหญ้าไปตากที่หน้าต่าง
หลี่ยู่หงใช้ดินสอถ่านบันทึกประสบการณ์ที่เรียนรู้มาอย่างละเอียด เขาบันทึกเฉพาะประเด็นสำคัญ เป็นเวอร์ชั่นย่อ ขอเพียงให้ตัวเองอ่านออกก็พอ
สิ่งที่เขาใช้บันทึกคือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เสี่ยวเจียปาให้เขาไว้ก่อนหน้านี้
"เนื้อแห้งกับเห็ดแห้งที่กิน ต้องไปซื้อจากที่ไกลๆ เท่านั้นเหรอ?" หลี่ยู่หงบันทึกเสร็จ เงยหน้าถาม
"สามารถ ปลูกเอง ได้" เสี่ยวเจียปาตอบอย่างยากลำบาก "แต่ ไม่ คุ้ม!"
หลี่ยู่หงพยักหน้า บันทึกลงไป
เขากำลังจะถามต่อ แต่ทันใดนั้น สมุดบันทึกเล่มเล็กเล่มหนึ่งก็ถูกส่งมาตรงมือ
ปกสมุดเป็นสีขาว ตรงกลางมีรูปการ์ตูนหนูตัวหนึ่ง เขียนไว้ด้วยลายมือคดๆ เขียนๆ ว่า คู่มือเอาชีวิตรอดที่จำเป็น --- หลิน อี้อี้
หลี่ยู่หงเงียบไปครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้น เห็นเสี่ยวเจียปาถือสมุดบันทึก ยิ้มกว้างให้เขา เผยให้เห็นฟันเหลืองๆ ทั้งปาก
"ขอบคุณ" เขารับสมุดบันทึก เปิดดู
ด้านในบันทึกอย่างละเอียดว่า จะหาน้ำได้อย่างไร ซื้ออาหารอย่างไร ลักษณะเด่นของผักป่าพื้นฐานบางชนิดและสถานที่ค้นหา
เนื้อหาไม่มาก แต่ละเอียดครบถ้วน
และในนั้นยังมีบันทึกชาวบ้านในหมู่บ้านไป๋คิวที่สามารถติดต่อได้อีกหลายคน พร้อมวิธีการติดต่อ
ในนั้นผู้เฒ่าหยูคือคนทำเนื้อแห้ง หมอซูรับผิดชอบการรักษาความเจ็บป่วย ผู้หนึ่งชื่อเจียนนี่ทำงานฝีมือและฟอกหนัง ยังมีคนทำเทียนไข นอกจากนี้ ยังมีที่อยู่ของชาวบ้านอื่นๆ ทำเครื่องหมายไว้ แต่ไม่ได้เขียนชื่อ เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นเคย
สุดท้าย ยังมีที่แห่งหนึ่งเรียกว่าที่ทำการไปรษณีย์ ตั้งอยู่ในป่าด้านเหนือของหมู่บ้านไป๋คิว
"ที่ทำการไปรษณีย์ทำอะไร?" หลี่ยู่หงถาม
"ติดต่อ เมือง ขน ของ เกลือน้ำตาล ส่ง จดหมาย" เสี่ยวเจียปาพูดด้วยความยากลำบาก
เธอขยับมือขยับเท้า ทำท่าทางประกอบ
"คุณต้อง มี ฝีมือ อย่างหนึ่ง แลก กับคน ของ"
"ฉันเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ฉันเข้าใจทั้งหมด แต่ฉันคิดว่า สิ่งสำคัญที่ต้องแก้ไขอันดับแรกคือเรื่องความปลอดภัย" หลี่ยู่หงพูดอย่างจริงจัง
"ตอนที่เธอไม่อยู่ มีคนปลอมตัวมาก่อกวนถึงสองครั้งแล้ว อันตรายมาก"
ในสมองของเขากำลังคิดอย่างรวดเร็วว่า จะใช้ประโยชน์จากตราประทับดำที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มี เพื่อให้ได้ความปลอดภัยสูงสุดได้อย่างไร
"ทำ ไม่ได้" เสี่ยวเจียปาเห็นได้ชัดว่าเธอเข้าใจ และเคยพิจารณาประเด็นนี้มาแล้ว ก้มหน้าลงด้วยความท้อแท้
"วิญญาณหลอน ไม่มี อะไร กั้น ได้ แมลง แค่ มี ช่อง ก็ ลอด เข้า มา ได้"
"พวกมัน ทะลุ กำแพง ได้!" เธอทำท่าทางประกอบ
ทะลุกำแพง??
หลี่ยู่หงเงียบ มองผนังในบ้าน เขาจมอยู่ในห้วงความคิด
"ที่นี่หยาบเกินไป การป้องกันแย่มาก มีรอยแยกรอยรั่วไปทั่ว" เขาจำได้ว่าแมลงดำก่อนหน้านี้ลอดเข้ามาทางช่องประตูและช่องหน้าต่าง นั่นหมายความว่าพวกมันอาจไม่สามารถทะลุกำแพงได้
เขาถามเสี่ยวเจียปา และได้รับคำตอบยืนยัน
หลังจากตรวจสอบบ้านอย่างละเอียด เขาก็ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วว่า บ้านหลังนี้มีการป้องกันที่แย่มาก
"ฉันตั้งใจจะออกไปอยู่คนเดียว หาที่อื่น" เขาพูดเสียงต่ำ อยู่คนเดียวก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผู้คนปลอมตัว แค่ทุกคนไม่เปิดประตูก็พอ
เสี่ยวเจียปาชะงัก
เธอเคยช่วยคนมาไม่น้อย แต่คนพวกนี้ล้วนอยากอยู่กับเธอนานๆ เรียนรู้ทักษะพื้นฐานให้มากขึ้นแล้วค่อยไป
แต่คนตรงหน้า ชายที่ชื่อหลี่ยู่หงคนนี้ เพิ่งฟื้นคืนสติ ร่างกายเพิ่งดีขึ้นเล็กน้อย ก็คิดจะไปอยู่คนเดียวเสียแล้ว?
แปลก
ผู้ชายที่แปลกประหลาด
เสี่ยวเจียปากะพริบตาปริบๆ
"คุณ ไม่ กลัว หรือ?"
"กลัวสิ แต่บ้านของเธอปลอดภัยน้อยเกินไป" หลี่ยู่หงตอนนี้คงทราบจุดสำคัญของที่นี่จากข้อมูลในสมุดบันทึกแล้ว
"สิ่งที่สามารถโจมตีเราได้ หลักๆ คือแมลงประหลาดและวิญญาณหลอน แม้ว่าวิญญาณหลอนจะทะลุกำแพงได้ ไม่สนใจสิ่งกีดขวาง แต่เราสามารถใช้หินเรืองแสงขับไล่พวกมันได้
แมลงประหลาดถูกกั้นด้วยประตูและผนังได้ แค่อุดรอยแยกในช่วงเวลาสำคัญก็พอ นั่นก็คือ ถ้ามีหินเรืองแสงมากพอ รวมกับบ้านที่ปิดสนิทเพียงพอ ก็จะรับประกันความปลอดภัยพื้นฐาน ใช่ไหม?"
หลี่ยู่หงวิเคราะห์อย่างใจเย็น
สีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมของเขา ทำให้เสี่ยวเจียปามองอย่างงงๆ
"ลองดูไหม? ใช้ของอุดช่องว่าง ลดขนาดรูให้เล็กลง ดูว่าแมลงจะเข้ามาได้หรือไม่? ถ้าเข้าได้ ต้องใช้ช่องว่างขนาดไหน แล้วจึงทำตาข่ายช่องระบายอากาศตามนั้น" หลี่ยู่หงถาม
"อีกอย่าง หินเรืองแสงทำยังไงกันแน่? สอนฉันได้ไหม?" เขาถามอย่างจริงจัง
เสี่ยวเจียปามองเขา ไม่รู้ตัวว่าพยักหน้าหงึกๆ อย่างเหม่อลอย
ในช่วงเวลานั้น เธอดูเหมือนจะเห็นในตัวอีกฝ่าย เงาคุ้นเคยและคิดถึงอย่างยิ่งจากส่วนลึกในความทรงจำของเธอ
เมื่อตกลงกัน ทั้งสองก็เริ่มเตรียมการทันที
เสี่ยวเจียปาค้นหาเครื่องมือ ค้อน เลื่อย แผ่นไม้เก่า ขวาน ตะปูยาว สารพัดจิปาถะ
หลี่ยู่หงเพิ่งหายป่วยใหญ่ ไข้เพิ่งลด ร่างกายยังอ่อนแอ จึงคอยสั่งเสี่ยวเจียปาทำงาน
เขาพบว่าเสี่ยวเจียปามีพละกำลังมาก มากกว่าเขาในสภาพปกติหลายเท่า สภาพร่างกายแข็งแรงมาก ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาครองเตียง เสี่ยวเจียปานอนบนพื้น ไม่เคยป่วยไข้
ตามที่บันทึกในสมุด แมลงสีดำได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า คลื่นเลือด
ทั้งที่เป็นแมลงสีดำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกตั้งชื่อว่าคลื่นเลือด แต่หลี่ยู่หงไม่สนใจ เขาเพียงต้องการเข้าใจข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับแมลงและวิญญาณหลอนให้มากที่สุด
ทั้งสองทำงานตลอดทั้งวัน อาจเป็นเพราะร่างกายดีขึ้นมาก จึงไม่มีวิญญาณหลอนมารบกวน
เมื่อถึงตอนกลางคืน ก็ไม่มีคลื่นเลือดมาโจมตี
ตามที่เสี่ยวเจียปาบอก คลื่นเลือดจะมาทุกสามถึงห้าวัน มีเพียงแสงสว่างที่เพียงพอเท่านั้นที่สามารถป้องกันแมลงทั้งหมดได้
คลื่นเลือดกลัวแสงสว่าง วิญญาณหลอนกลัวหินเรืองแสง
นี่คือกฎแห่งการเอาชีวิตรอดที่ผู้คนที่นี่ยึดถือ
วันที่สอง ทั้งสองยังคงทำตามแนวคิดของหลี่ยู่หง เลื่อยไม้ ทำตัวบังช่องว่าง ปิดรอยแยกที่เหลือของประตูและหน้าต่างให้สนิท
ตัวบังช่องว่างเคลื่อนที่ได้ สามารถเปิดในตอนกลางวัน ปิดลงในตอนกลางคืน
ตัวบังช่องว่างทำไม่ยาก นี่เป็นเพียงการทดลองของหลี่ยู่หง ยิ่งเขาได้ยินเรื่องอันตรายและปัญหาของที่นี่จากปากของเสี่ยวเจียปามากเท่าไร เขาก็ยิ่งต้องการสร้างฐานที่มั่นที่สามารถรับประกันความปลอดภัยพื้นฐานของตัวเอง หรือพูดอีกอย่างคือ ที่พักพิงปลอดภัย
และบ้านของเสี่ยวเจียปา อยู่ห่างไกลจากความต้องการมาก
ไม่ต้องพูดถึงวิญญาณหลอนและแมลง แค่ราขึ้นตามมุมบ้าน อากาศอับชื้นปิดทึบ ก็ทำให้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานานอายุสั้นลงหลายปี
นอกจากนี้ ยังมีแหล่งน้ำ เป็นปัญหาใหญ่อีกอย่าง
เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองดื่มน้ำสกปรกแบบนั้นตลอด อาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ยืนยาวเช่นกัน
ยามราตรี
ในบ้าน เสี่ยวเจียปาและหลี่ยู่หงยืนอยู่ด้วยกัน มือขวาของเสี่ยวเจียปาชูเทียนไขสูง แสงเทียนไหวเอน ขับไล่ความมืดโดยรอบเป็นบริเวณกว้าง
ฟู่ซ่า ฟู่ซ่า
เสียงแมลงคลานเล็กๆ ดังมาจากนอกประตูและหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากตัวบังปิดช่องว่าง ช่องระบายอากาศที่เหลือเล็กกว่าก่อนหน้านี้มาก
แมลงดำเหล่านี้ลอดเข้ามาไม่ได้เลย
"ได้ผล!" สีหน้าของหลี่ยู่หงสดใส ไม่คิดว่าเขาเพียงแค่ลองเล่นๆ กลับได้ผลจริงๆ
เสี่ยวเจียปาก็ยืนข้างๆ หัวเราะอย่างเซ่อๆ ด้วยความดีใจ
เพราะเธอพบว่าไม่มีแมลงดำเข้ามา หากมีก็เป็นเพียงสองสามตัวที่ลอดตาข่ายมาได้ และถูกแสงเทียนละลายอย่างรวดเร็ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เทียนไขจะถูกใช้ช้าลง เธอจะไม่ต้องไปซื้อจากร้านเทียนไขบ่อยๆ ไม่ต้องใช้จ่ายในเรื่องนี้มาก
ทำให้เธอสบายขึ้นมากเลยทีเดียว
ขณะที่ทั้งสองรู้สึกว่าทำสำเร็จ
กร๊อบ กร๊อบ
ทันใดนั้น เสียงแทะเล็กๆ ดังมาจากนอกตัวบังช่องว่าง
ทั้งตัวบังช่องว่างและประตูหน้าต่างไม้ ต่างเริ่มมีเสียงถูกแทะ
"ไม่ใช่! ดูเหมือนแมลงพวกนี้เข้าไม่ได้ ก็เริ่มแทะประตูหน้าต่างแทน!!" หลี่ยู่หงฉุกคิดขึ้นได้ทันที
หยิบไม้ท่อนหนึ่งในมือ วิ่งไปที่ประตูไม้ ใช้แรงดัน ดันตัวบังช่องว่างด้านล่างขึ้น
แกร่ม!
เสียงดังครั้งหนึ่ง แมลงดำมากมายดุจคลื่นลูกใหญ่ทะลักเข้ามา พุ่งเข้าหาทั้งสอง
ฟู่ซ่า
แมลงดำพุ่งเข้าไปในแสงเทียน ไม่นานก็ถูกละลาย ระเหย หายวับไปกับตา
เทียนไขเริ่มถูกใช้อย่างรวดเร็ว
ในแสงเทียนสีเหลืองอำพัน หลี่ยู่หงมองภาพเบื้องหน้า รอยยิ้มแห่งความสำเร็จค่อยๆ จางหายไป
"เข้าไม่ได้ก็จะแทะกัดผนังภายนอกของบ้านหรือนี่?"
เขาเข้าใจได้ในที่สุดว่า ทำไมบ้านของเสี่ยวเจียปาถึงไม่ปิดช่องว่างทั้งที่รู้ว่ามีแมลงดำ แม้แต่พ่อแม่ของเธอในอดีตก็ไม่ปิด
"ล้มเหลวแล้วหรือ?" เสี่ยวเจียปาถามอย่างระมัดระวังจากด้านหลัง
"ไม่ถือว่าล้มเหลวทั้งหมด" หลี่ยู่หงส่ายหน้า
คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีเรื่องอื่นใด
เช้าวันต่อมา
หลี่ยู่หงออกจากหมู่บ้าน มาที่ป่าไม้บริเวณเชิงเนินเขา
เขาเดินวนรอบต้นไม้ในผืนป่า เอาค้อนเคาะไปมาเป็นระยะ
เสี่ยวเจียปาอยู่ข้างๆ ไม่มีอะไรทำ เริ่มเก็บสมุนไพรที่เธอรู้จักแ ละพืชบางชนิดที่ใช้ทำหมึก
สินค้าแลกเปลี่ยนที่เธอใช้เลี้ยงชีพคือหินเรืองแสงที่วาดสัญลักษณ์
ตามที่เสี่ยวเจียปาบอก หินเรืองแสงที่เธอวาดสัญลักษณ์ให้ผลดีกว่าหินเรืองแสงธรรมดา
แสงแดดสดใส เสี่ยวเจียปาเก็บสมุนไพรไปพลาง เงยหน้ามองหลี่ยู่หงที่ทำอะไรแปลกๆ ไปพลาง
"คุณกำลัง ทำอะไร?" ดูมาสักพัก เธอทนไม่ไหวจึงถามออกไป
"ฉันกำลังเลือกไม้ เลือกทำเล เตรียมสร้างที่พักพิงปลอดภัยเอง" หลี่ยู่หงตอบ
"สร้าง บ้าน เอง?" เสี่ยวเจียปาไม่เข้าใจ
บ้านที่สร้างเองจะแข็งแรงกว่าบ้านก่ออิฐหินได้อย่างไร?