- หน้าแรก
- ระบบ MMA : ฉันจะขึ้นเป็นราชันไร้พ่ายแห่งทุกพิกัด
- บทที่ 3 คู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเป็นไปได้
บทที่ 3 คู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเป็นไปได้
บทที่ 3 คู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเป็นไปได้
บทที่ 3 คู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเป็นไปได้
หลังจากการต่อสู้นัดก่อนจบลง นักสู้คนหนึ่งถูกลากออกจากกรงอย่างหมดสภาพ ขณะที่อีกคนเดินออกไปด้วยชัยชนะ
ไม่นาน ชายอีกคนก็เดินเข้ามาในกรงแทน เขาดูเหมือนพ่อบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง พุงยื่นมีหนวดเครารุงรัง ราวกับเพิ่งออกจากร้านเหล้าเสียมากกว่าเวทีต่อสู้
เดม่อนกำลังจะก้าวเข้าไปในกรงแต่ถูกโจอี้คว้าตัวไว้ก่อน
"จะทำอะไรน่ะ? ถอดแจ็กเก็ตออกก่อนสิ" โจอี้บอก
เดม่อนก้มมองเสื้อแจ็กเก็ตเก่าๆ ที่ใส่ติดตัวมานานหลายปี เขาแทบไม่ได้ถอดมันเลยด้วยซ้ำ เขาถอดมันออกช้าๆ เผยให้เห็นแขนผอมแห้งไร้เรี่ยวแรง ผิวซีดเซียวดูไม่ต่างจากคนป่วย
โจอี้ถึงกับเบิกตากว้าง จะมีคนที่ผอมขนาดนี้ได้ยังไงกันวะ?
เดม่อนก้าวเข้าไปในกรง ทันทีที่ฝูงชนเห็นเขาเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทันที
"เหี้ยไรเนี่ย? ไอ้คริสกับโจอี้หาเด็กป่วยมาสู้เหรอวะ? กูไม่ได้จ่ายเงินมาดูอะไรแบบนี้นะ!" เสียงตะโกนจากฝูงชนทำให้เดม่อนเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน สายตาผู้คนรอบกรงจ้องเขาอย่างเย้ยหยัน
แต่สิ่งที่สะดุดสายตาเขายิ่งกว่านั้นคือ คู่ต่อสู้ตรงหน้า ไม่มีถุงมือเลยแม้แต่น้อย
"ถุงมือสู้ล่ะ?" เดม่อนถามพลางมองมือเปล่าของอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง
ชายคนนั้นยิ้มกริ่ม "ฉันไม่ต้องใช้หรอก แกอยากใส่ก็เชิญเลยนะเด็กน้อยแต่ไม่ต้องหวังว่าฉันจะทำตาม" เขาก้าวเข้าใกล้ "เอาล่ะ... มาเริ่มกันเถอะ"
เสียงหัวเราะและโห่เย้ยดังขึ้นรอบกรง ใบหน้าเดม่อนร้อนผ่าวด้วยความอับอาย เขาจ้องมองคู่ต่อสู้อย่างพินิจ ชายคนนั้นยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจเต็มเปี่ยม ในใจเดม่อนรู้ทันทีว่านี่จะไม่ใช่การต่อสู้ง่ายๆ แน่นอน
เสียงกระดิ่งใบเล็กดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ เดม่อนก้าวถอยหลังตั้งการ์ดขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ แขนผอมบางที่ยกขึ้นแทบไม่มีแรง
ภาพลักษณ์เขาในตอนนี้ช่างดูไร้พิษสงที่สุดในกรง ร่างกายผอมบาง ท่วงท่าเป๋ไปเป๋มา ดูแทบไม่ต่างจากเด็กที่พึ่งหัดต่อสู้เสียด้วยซ้ำ
แต่คู่ต่อสู้ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาพุ่งเข้ามาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดใส่รัวๆ ราวคนบ้า
เดม่อนเบิกตากว้าง พยายามตั้งรับ แต่มือทั้งสองกลับสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ภาพอดีตตอนที่พ่อเคยทุบตีเขาผุดขึ้นมาในหัวซ้ำๆ เขายกมือขึ้นป้องกันใบหน้า หมัดแรกก็พุ่งเข้าใส่ปลายคางเขาเต็มๆ
ฝูงชนอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าเดม่อนยังยืนได้อยู่ แม้จะเซถอยหลัง น้ำตาซึมจากความเจ็บแสบ
เสียงโห่ร้องดังสนั่นจากทุกทิศทาง เต็มไปด้วยความกระหายเลือด
ฝ่ายตรงข้ามไม่หยุด ตามมาอีกหมัด จนร่างเดม่อนแทบทรุด แขนขาของเขาแกว่งสะเปะสะปะราวตุ๊กตาผ้า พยายามประคองตัวเองไม่ให้ล้ม
เดม่อนหันซ้ายขวาหาช่องทางหนีออกจากกรงแทบจะในทันที
แล้วเขาก็สบโอกาส เตะออกไปอย่างรวดเร็วแต่ทันทีที่หน้าแข้งกระแทกขาของคู่ต่อสู้ ความเจ็บแปลบแล่นผ่านขึ้นมาทันที
ฝ่ายตรงข้ามฉวยจังหวะนั้น เหวี่ยงหมัดตามเข้าไปอีกครั้ง
หมัดนี้พุ่งเข้าเต็มหน้าแก้มเดม่อน ร่างเขาเซถอยหลังทันที เลือดกระเซ็นกระจาย เสียงกรี๊ดกร๊าดจากผู้ชมยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม
"มันไม่กันเลย! ไอ้เวรนี่แม่งปล่อยให้โดนซะงั้น!" ใครคนหนึ่งตะโกนลั่น
"ไม่มีใครป้องกันกันอยู่แล้วว่ะ แต่ดูหมอนี่สิโดนเข้าไปเต็มๆ ยังยืนกินหมัดอยู่เลย ไอ้เด็กนี่มันถึกจริงๆ!" เสียงหนึ่งจากข้างเวทีตะโกนขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้อง
แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล แต่เดม่อนไม่มีความคิดจะยอมแพ้แม้แต่น้อย เขากระโจนเข้าไปด้วยหมัดที่เหวี่ยงออกไปอย่างไร้แบบแผน
แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับรับหมัดนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย ก่อนสวนกลับด้วย อัปเปอร์คัต เต็มแรง
ศีรษะของเดม่อนสะบัดไปด้านหลัง ตาขาวลอยขึ้นจนมองไม่เห็นม่านตา
ผู้ชมพากันลุกขึ้นจากที่นั่งส่งเสียงเชียร์กระหึ่ม
อีกหมัดตามซ้ำเข้าไปอีกครั้ง ร่างเดม่อนโงนเงนถอยหลัง ดวงตาเริ่มพร่ามัว
แต่ถึงอย่างนั้น... เขายังคงยืนหยัดไม่ยอมล้มลงง่ายๆ ทุกหมัดที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยออกมา เปล่งเสียงกระแทกหนักหน่วงไปทั่วสนาม
ฝั่งหนึ่งของลาน คริสกับโจอี้ยืนมองการต่อสู้อย่างตะลึงงัน
คริสพูดเสียงกร้าว "มึงไปหาพวกขี้ยามาจากไหนวะ? ไอ้หมอนี่แม่งบ้าแน่!"
แม้โจอี้เองก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน "หรือว่ากูมีพรสวรรค์เรื่องหานักสู้วะ?" เขาบ่นพึมพำ "บอกแล้วไงว่ากูจะหาคนที่ใช่ได้ มึงดูไว้เลย งานนี้เวิร์คแน่"
คริสพยักหน้าสายตายังจับจ้องอยู่ที่กรงต่อสู้ "ไม่ต้องเข้าใจผิดนะ หมอนี่แม่งต่อสู้ห่วยจะตาย แถมคนอื่นในนี้ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก แต่ว่าที่หมอนั่นยืนรับหมัดจากพวกตัวใหญ่กว่าตั้งสามเท่าได้แบบนี้ มันบ้าเกินไปแล้ว"
เขาเหลือบมองฝูงชนรอบสนาม เสียงเชียร์ยังคงดังกระหึ่ม
คริสเริ่มคิดในใจ ถ้าเอาหมอนี่กลับมาสู้ใหม่อีกทีบางทีอาจทำเงินค่าตั๋วได้เยอะกว่าที่คิด
ความคลั่งไคล้ในสนามเพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ โจอี้กับคริสสบตากันและรู้ทันที นี่มันขุมทองชัดๆ แค่หมอนี่ยอมขึ้นเวทีให้โดนซ้อมก็ทำเงินได้มหาศาลแล้ว
ขณะที่การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป เดม่อนโซเซอยู่ในกรง ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ร่างกายไร้เรี่ยวแรง โจอี้โน้มตัวกระซิบกับคริสอย่างยากลำบากเพราะเสียงดังเกินจะพูดคุยได้สะดวก
"เราต้องให้เขาขึ้นสู้ใหม่อีกครั้งเว้ย งานนี้โกยเงินได้แน่นอน"
คริสพยักหน้า ดวงตาเปล่งประกายความโลภ "ไปคุยกับเขา ดูสิว่าพอจบไฟต์นี้แล้วจะยอมสู้ต่อได้มั้ย"
โจอี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ ในหัวเริ่มนึกถึงแผนการมากมาย
"งานนี้ใหญ่ว่ะคริส ใหญ่จริงๆ"
--
ในกรงต่อสู้ สมองของเดม่อนแทบจะว่างเปล่า เขาพยายามฝืนตัวเองเหวี่ยงหมัดสวนออกไป หมัดนั้นกระแทกเข้าเต็มคางคู่ต่อสู้...แต่แทนที่จะมีผลอะไร อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนกับตอนที่เขาโดนหมัดไปก่อนหน้า
ร่างเดม่อนสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว สีหน้าคู่ต่อสู้เปลี่ยนเป็นหงุดหงิด ก่อนจะฉวยโอกาสคว้าเดม่อนลากขึ้นแล้วเหวี่ยงร่างของเขากระแทกพื้นอย่างแรงก่อนที่เดม่อนจะทันตั้งตัวด้วยซ้ำ
หมัดของชายคนนั้นกระหน่ำลงบนใบหน้าเดม่อนไม่ยั้ง ทุกหมัดกระแทกลงมาอย่างหนักหน่วง พร้อมเสียงกระแทกที่ทำเอาคนดูสะอึก
เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหญ้าจนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน แรงกระแทกต่อเนื่องที่ศีรษะทำให้สติของเดม่อนเริ่มพร่าเลือน
เขารู้สึกเหมือนถูกดึงกลับเข้าไปในความมืดมิดอีกครั้ง ความมืดที่เขาเคยจมอยู่มานับครั้งไม่ถ้วน
ชายคนนั้นยังไม่หยุด เขายังคงปล่อยหมัดใส่ร่างไร้แรงของเดม่อน จนกระทั่งผู้คนรอบเวทีต้องพากันกรูเข้าไปลากตัวเขาออกมา
แต่ก่อนจะถูกแยกออกไป เขายังปล่อยหมัดใส่อีกสองสามครั้ง ราวกับยังไม่พอใจ ศีรษะของเดม่อนดังก้อง สายตาพร่ามัวมองไม่เห็นอะไรชัดเจนอีกต่อไป
ในหัวเขา... ภาพทุกอย่างพลันย้อนกลับ เขาอยู่ในห้องนั่งเล่นอีกครั้งนอนกองอยู่บนพื้น ร่างของพ่อกำลังฟาดหมัดใส่เขาอย่างไม่ยั้ง
ความรู้สึกสิ้นหวังและความกลัวแบบเดียวกันกับตอนนั้นเอ่อล้นขึ้นมาในใจ ความรู้สึกว่าเขาอาจจะตายอยู่ตรงนี้
ทันใดนั้น…
[ระบบ EMMAC ทำงานแล้ว]
เสียงประกาศก้องขึ้นมาในความมืดทุกอย่างดับวูบลง และเดม่อนก็หมดสติไปในทันที
–
เสียงฮือฮาเงียบหายไปจากฝูงชนทันที บรรยากาศเต็มไปด้วยความตกตะลึง ผู้คนพากันกลั้นหายใจมองดูร่างของเดม่อนที่แน่นิ่งไร้สติ
โจอี้กับคริสหันมามองหน้ากัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ?
หมอนั่นจะไม่เป็นไรใช่ไหม?
ทั้งสองคนเริ่มรู้สึกถึงความหนักหน่วงของสถานการณ์ พวกเขาไม่ได้อยากให้มีคนตายคามือพวกเขาเลยแม้แต่น้อย