- หน้าแรก
- ระบบ MMA : ฉันจะขึ้นเป็นราชันไร้พ่ายแห่งทุกพิกัด
- บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด
บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด
บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด
บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด
ขณะเดินตามชายคนนั้นไป เดม่อนก็เต็มไปด้วยคำถามในหัว ทำไมเขาถึงตอบตกลงข้อเสนอนี้กัน? ทั้งที่ไม่เคยชอบการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
มันขัดกับทุกอย่างที่เขาเชื่อมาตลอดแต่ในตอนนี้... เขาจำต้องยอมเพราะท้องที่ร้องโครกครากไม่ได้สนใจศักดิ์ศรีหรืออุดมการณ์ใดๆ
บางที... ถ้าเขาชนะได้เงินมาบ้าง อะไรๆ อาจจะเปลี่ยนไป
ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ตัดผมให้เป็นผู้เป็นคนแล้วลองไปสมัครงานดูสักครั้ง
ใครๆ ก็มักพูดกันว่า การเป็นคนไร้บ้านเป็นทางเลือก แค่ “หางานทำ” ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ฟังดูง่ายเหลือเกิน แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
ลองคิดดูสิ ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณจะรับคนไร้บ้านเข้าทำงานหรือเปล่า? นั่นต่างหากคือคำถามที่ไม่มีใครกล้ายอมรับ
ในฐานะคนไร้บ้าน เดม่อนรู้ดีว่าสายตาที่ผู้คนมองมานั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ เขาเหมือนถูกมองว่าไม่ใช่มนุษย์ ไม่เคยมีใครเห็นความยากลำบากในแต่ละวันที่เขาต้องเผชิญ ไม่เห็นความหวาดกลัวและความเจ็บปวดของชีวิตกลางถนน
และยิ่งไม่เห็นเลย... ว่าความสิ้นหวังขนาดไหนที่ทำให้เขายอมรับข้อเสนอสู้ครั้งนี้
--
เมื่อมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ชายคนนั้นก็ยังคงก้มหน้ากดโทรศัพท์ไม่หยุดเขานำเดม่อนไปที่ลานด้านหลังบ้าน
ดวงตาของเดม่อนเบิกกว้าง สนามหลังบ้านนั้นใหญ่กว่าที่คิดมาก พื้นหญ้าเขียวขจีใจกลางลานมีกรงเหล็กรูปแปดเหลี่ยมตั้งตระหง่านดูแล้วไม่ต่างจากเวทีต่อสู้ในสนามใต้ดิน
รอบสนามมีผู้คนบางกลุ่มนั่งคุยกันบนม้านั่ง ดูเหมือนเป็นผู้ชมที่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ดี
ขณะนั้นชายวัยกลางคนร่างล่ำคนหนึ่งเดินตรงมาทางพวกเขา ที่จริงแล้วเขาตรงเข้าไปหาชายที่พาเดม่อนมา
"โจอี้! กลับมาเร็วนี่หว่า สรุปหาได้แล้วใช่มั้ยนักสู้น่ะ แล้วนั่นใครข้างหลังแก? อย่าบอกนะว่าไอ้หมอนั่นแหละนักสู้?"เขาพูดพลางดึงไหล่โจอี้ให้แยกออกจากเดม่อน
"อะไรของวะ ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันหานักสู้มาแล้ว" โจอี้บ่นอย่างหงุดหงิด พยายามสะบัดไหล่หลุดจากมือชายคนนั้น
แต่ดูเหมือนชายคนนั้นจะไม่พอใจนัก เขาหันกลับมามองเดม่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าขยะแขยงอย่างปิดไม่มิด
"แกดูตัวที่พามาดีๆ หน่อยสิวะ ผอมเหมือนไม้เสียบผี แถมเหม็นอีก ไม่มีใครอยากขึ้นสู้กับแบบนี้หรอก!"
เดม่อนได้ยินคำดูถูกทั้งหมดอย่างชัดเจนแต่ไม่ได้สะทกสะท้านเลย เขาเคยได้ยินคำพูดที่แย่กว่านี้จากปากพ่อของตัวเองเสียอีก
พอคิดถึงพ่อใจเขาก็เต้นระรัวด้วยความกลัวก่อนจะสงบลง เมื่อเตือนตัวเองให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
โจอี้เดินกลับมาหาเขายิ้มเจ้าเล่ห์พลางตบบ่าเบาๆ
"เฮ้เพื่อน รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวถึงคิวเมื่อไรเราจะเรียกไปขึ้นสู้เอง"
โจอี้พูดจบก็หันหลังกลับไปหาเพื่อนชายคนนั้น ทั้งคู่เดินจากไปทิ้งให้เดม่อนยืนอยู่คนเดียวกลางลาน
ความรู้สึกอึดอัดและแปลกแยกค่อยๆ กัดกินใจเขา เขาหันไปมองรอบตัว เห็นผู้คนในสนามต่างพากันจ้องมาที่เขา บ้างมองด้วยความสงสัยบ้างก็เต็มไปด้วยสายตารังเกียจ
ยิ่งเวลาผ่านไป คนก็เริ่มทยอยเข้ามามากขึ้น บรรยากาศในลานเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเต็มแน่นไปด้วยผู้ชม
เมื่อฝูงชนเริ่มพร้อม โจอี้ก็เดินเข้าไปในกรงเหล็กกลางลาน
เขาตะโกนแนะนำรายการอย่างกระฉับกระเฉง เสียงเปล่งกังวานสะท้อนทั่วสนามจนทำให้เดม่อนขนลุกซู่
ลีลาการประกาศของเขาทำให้เดม่อนนึกถึงรายการโชว์เก่าๆ ที่พ่อเคยบังคับให้เขานั่งดู U...F... หรือ UFF? ไม่สิ น่าจะเป็น UFA Ultimate Fighting Association ใช่แล้ว
การต่อสู้เริ่มขึ้น
เดม่อนสังเกตเห็นนักสู้สวมถุงมือเปิดปลายนิ้วเพื่อปกป้องมือขณะต่อสู้ เขาขยับเข้าไปใกล้กรงเหล็ก ผู้คนรอบตัวต่างเบี่ยงหลบให้ทางอย่างไม่เต็มใจนัก
ไม่ใช่เพราะให้เกียรติอะไรหรอกแต่เพราะกลิ่นและสภาพซอมซ่อของเขาต่างหากที่ทำให้พวกเขาอยากหลีกให้พ้นๆ
เสียงหมัดกระทบเนื้อและเสียงหอบหายใจดังระงมเมื่อเขาเดินเข้าใกล้กรง ดวงตาเดม่อนจับจ้องอยู่แต่กับนักสู้สองคนกลางเวที ใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
เขาสังเกตเห็นนักสู้ทั้งสองพันเทปที่มือ สวมถุงมือคล้ายกัน ดวงตาจดจ่อลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น
ด้วยความคิดว่าตัวเองกำลังจะต้องก้าวเข้าไปในโลกใบนี้ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ขณะเดียวกัน บนเวที นักสู้ผมบลอนด์เหวี่ยงหมัดขวาอย่างรุนแรงใส่อีกฝ่ายที่มีผมสีน้ำตาลเข้ม คู่ต่อสู้เบี่ยงตัวหลบหมัดได้อย่างเฉียดฉิว พยายามปัดออกแต่หมัดนั้นก็ยังเฉี่ยวโดนจนทำให้เขาถอยหลังไปสองสามก้าว
อย่างน่าประหลาดใจ นักสู้ผมบลอนด์ไม่ได้ฉวยจังหวะเข้าโจมตีทันทีแต่กลับเลือกเดินเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างระมัดระวังแทน
อีกฝ่ายตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะโต้กลับด้วยชุดหมัดรัวเร็ว บางหมัดเข้าเป้าเต็มๆ จนหน้าของนักสู้ผมบลอนด์สะบัดตามแรงกระแทก
เขาเซถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายโหมบุกไม่หยุด
ในจังหวะหนึ่ง นักสู้ผมสีน้ำตาลถึงกับเตะหวือออกไปอย่างดุดัน แม้พลาดเป้าไปแค่ไม่กี่นิ้วแต่เขาไม่ลดละ โหมต่อด้วยชุดหมัดหนักๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
หนึ่งในนั้นกระแทกเข้าเต็มๆ พร้อมเสียงดัง “ปัง!”
นักสู้ผมบลอนด์ยอมแพ้ ทรุดฮวบลงกับพื้น เสียงเฮของผู้ชมดังสนั่นขณะนักสู้ผมสีน้ำตาลยืนสง่างามกลางกรง ยกแขนขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
หัวใจเดม่อนเต้นระรัวรับกับบรรยากาศเร้าอารมณ์รอบตัว
เขารีบเหลือบมองร่างที่นอนแน่นิ่งของนักสู้ผมบลอนด์ ก่อนจะหันกลับมาเห็นโจอี้กำลังกวักมือเรียกเขาเข้ากรง
"เฮ้เพื่อน ถึงคิวแล้ว" โจอี้พูดเสียงต่ำเร่งเร้า "แค่เข้าไปทำให้ดีที่สุดก็พอ... เข้าใจนะ"
เดม่อนสูดหายใจเข้าลึก
ถึงตาของเขาแล้ว