เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด

บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด

บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด


บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด

ขณะเดินตามชายคนนั้นไป เดม่อนก็เต็มไปด้วยคำถามในหัว ทำไมเขาถึงตอบตกลงข้อเสนอนี้กัน? ทั้งที่ไม่เคยชอบการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ

มันขัดกับทุกอย่างที่เขาเชื่อมาตลอดแต่ในตอนนี้... เขาจำต้องยอมเพราะท้องที่ร้องโครกครากไม่ได้สนใจศักดิ์ศรีหรืออุดมการณ์ใดๆ

บางที... ถ้าเขาชนะได้เงินมาบ้าง อะไรๆ อาจจะเปลี่ยนไป

ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ตัดผมให้เป็นผู้เป็นคนแล้วลองไปสมัครงานดูสักครั้ง

ใครๆ ก็มักพูดกันว่า การเป็นคนไร้บ้านเป็นทางเลือก แค่ “หางานทำ” ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ฟังดูง่ายเหลือเกิน แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

ลองคิดดูสิ ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณจะรับคนไร้บ้านเข้าทำงานหรือเปล่า? นั่นต่างหากคือคำถามที่ไม่มีใครกล้ายอมรับ

ในฐานะคนไร้บ้าน เดม่อนรู้ดีว่าสายตาที่ผู้คนมองมานั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ เขาเหมือนถูกมองว่าไม่ใช่มนุษย์ ไม่เคยมีใครเห็นความยากลำบากในแต่ละวันที่เขาต้องเผชิญ ไม่เห็นความหวาดกลัวและความเจ็บปวดของชีวิตกลางถนน

และยิ่งไม่เห็นเลย... ว่าความสิ้นหวังขนาดไหนที่ทำให้เขายอมรับข้อเสนอสู้ครั้งนี้

--

เมื่อมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ชายคนนั้นก็ยังคงก้มหน้ากดโทรศัพท์ไม่หยุดเขานำเดม่อนไปที่ลานด้านหลังบ้าน

ดวงตาของเดม่อนเบิกกว้าง สนามหลังบ้านนั้นใหญ่กว่าที่คิดมาก พื้นหญ้าเขียวขจีใจกลางลานมีกรงเหล็กรูปแปดเหลี่ยมตั้งตระหง่านดูแล้วไม่ต่างจากเวทีต่อสู้ในสนามใต้ดิน

รอบสนามมีผู้คนบางกลุ่มนั่งคุยกันบนม้านั่ง ดูเหมือนเป็นผู้ชมที่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ดี

ขณะนั้นชายวัยกลางคนร่างล่ำคนหนึ่งเดินตรงมาทางพวกเขา ที่จริงแล้วเขาตรงเข้าไปหาชายที่พาเดม่อนมา

"โจอี้! กลับมาเร็วนี่หว่า สรุปหาได้แล้วใช่มั้ยนักสู้น่ะ แล้วนั่นใครข้างหลังแก? อย่าบอกนะว่าไอ้หมอนั่นแหละนักสู้?"เขาพูดพลางดึงไหล่โจอี้ให้แยกออกจากเดม่อน

"อะไรของวะ ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันหานักสู้มาแล้ว" โจอี้บ่นอย่างหงุดหงิด พยายามสะบัดไหล่หลุดจากมือชายคนนั้น

แต่ดูเหมือนชายคนนั้นจะไม่พอใจนัก เขาหันกลับมามองเดม่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าขยะแขยงอย่างปิดไม่มิด

"แกดูตัวที่พามาดีๆ หน่อยสิวะ ผอมเหมือนไม้เสียบผี แถมเหม็นอีก ไม่มีใครอยากขึ้นสู้กับแบบนี้หรอก!"

เดม่อนได้ยินคำดูถูกทั้งหมดอย่างชัดเจนแต่ไม่ได้สะทกสะท้านเลย เขาเคยได้ยินคำพูดที่แย่กว่านี้จากปากพ่อของตัวเองเสียอีก

พอคิดถึงพ่อใจเขาก็เต้นระรัวด้วยความกลัวก่อนจะสงบลง เมื่อเตือนตัวเองให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต

โจอี้เดินกลับมาหาเขายิ้มเจ้าเล่ห์พลางตบบ่าเบาๆ

"เฮ้เพื่อน รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวถึงคิวเมื่อไรเราจะเรียกไปขึ้นสู้เอง"

โจอี้พูดจบก็หันหลังกลับไปหาเพื่อนชายคนนั้น ทั้งคู่เดินจากไปทิ้งให้เดม่อนยืนอยู่คนเดียวกลางลาน

ความรู้สึกอึดอัดและแปลกแยกค่อยๆ กัดกินใจเขา เขาหันไปมองรอบตัว เห็นผู้คนในสนามต่างพากันจ้องมาที่เขา บ้างมองด้วยความสงสัยบ้างก็เต็มไปด้วยสายตารังเกียจ

ยิ่งเวลาผ่านไป คนก็เริ่มทยอยเข้ามามากขึ้น บรรยากาศในลานเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเต็มแน่นไปด้วยผู้ชม

เมื่อฝูงชนเริ่มพร้อม โจอี้ก็เดินเข้าไปในกรงเหล็กกลางลาน

เขาตะโกนแนะนำรายการอย่างกระฉับกระเฉง เสียงเปล่งกังวานสะท้อนทั่วสนามจนทำให้เดม่อนขนลุกซู่

ลีลาการประกาศของเขาทำให้เดม่อนนึกถึงรายการโชว์เก่าๆ ที่พ่อเคยบังคับให้เขานั่งดู U...F... หรือ UFF? ไม่สิ น่าจะเป็น UFA Ultimate Fighting Association ใช่แล้ว

การต่อสู้เริ่มขึ้น

เดม่อนสังเกตเห็นนักสู้สวมถุงมือเปิดปลายนิ้วเพื่อปกป้องมือขณะต่อสู้ เขาขยับเข้าไปใกล้กรงเหล็ก ผู้คนรอบตัวต่างเบี่ยงหลบให้ทางอย่างไม่เต็มใจนัก

ไม่ใช่เพราะให้เกียรติอะไรหรอกแต่เพราะกลิ่นและสภาพซอมซ่อของเขาต่างหากที่ทำให้พวกเขาอยากหลีกให้พ้นๆ

เสียงหมัดกระทบเนื้อและเสียงหอบหายใจดังระงมเมื่อเขาเดินเข้าใกล้กรง ดวงตาเดม่อนจับจ้องอยู่แต่กับนักสู้สองคนกลางเวที ใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า

เขาสังเกตเห็นนักสู้ทั้งสองพันเทปที่มือ สวมถุงมือคล้ายกัน ดวงตาจดจ่อลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น

ด้วยความคิดว่าตัวเองกำลังจะต้องก้าวเข้าไปในโลกใบนี้ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ขณะเดียวกัน บนเวที นักสู้ผมบลอนด์เหวี่ยงหมัดขวาอย่างรุนแรงใส่อีกฝ่ายที่มีผมสีน้ำตาลเข้ม คู่ต่อสู้เบี่ยงตัวหลบหมัดได้อย่างเฉียดฉิว พยายามปัดออกแต่หมัดนั้นก็ยังเฉี่ยวโดนจนทำให้เขาถอยหลังไปสองสามก้าว

อย่างน่าประหลาดใจ นักสู้ผมบลอนด์ไม่ได้ฉวยจังหวะเข้าโจมตีทันทีแต่กลับเลือกเดินเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างระมัดระวังแทน

อีกฝ่ายตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะโต้กลับด้วยชุดหมัดรัวเร็ว บางหมัดเข้าเป้าเต็มๆ จนหน้าของนักสู้ผมบลอนด์สะบัดตามแรงกระแทก

เขาเซถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายโหมบุกไม่หยุด

ในจังหวะหนึ่ง นักสู้ผมสีน้ำตาลถึงกับเตะหวือออกไปอย่างดุดัน แม้พลาดเป้าไปแค่ไม่กี่นิ้วแต่เขาไม่ลดละ โหมต่อด้วยชุดหมัดหนักๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

หนึ่งในนั้นกระแทกเข้าเต็มๆ พร้อมเสียงดัง “ปัง!”

นักสู้ผมบลอนด์ยอมแพ้ ทรุดฮวบลงกับพื้น เสียงเฮของผู้ชมดังสนั่นขณะนักสู้ผมสีน้ำตาลยืนสง่างามกลางกรง ยกแขนขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

หัวใจเดม่อนเต้นระรัวรับกับบรรยากาศเร้าอารมณ์รอบตัว

เขารีบเหลือบมองร่างที่นอนแน่นิ่งของนักสู้ผมบลอนด์ ก่อนจะหันกลับมาเห็นโจอี้กำลังกวักมือเรียกเขาเข้ากรง

"เฮ้เพื่อน ถึงคิวแล้ว" โจอี้พูดเสียงต่ำเร่งเร้า "แค่เข้าไปทำให้ดีที่สุดก็พอ... เข้าใจนะ"

เดม่อนสูดหายใจเข้าลึก

ถึงตาของเขาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 2 ความสิ้นหวังแห่งการเอาชีวิตรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว