- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 155 ชะตากรรมเดียวกัน
บทที่ 155 ชะตากรรมเดียวกัน
บทที่ 155 ชะตากรรมเดียวกัน
คิดได้ดังนั้น เขาถอนหายใจเบาๆ
เพื่อความปลอดภัยของคนรอบตัว เขาไม่อาจปล่อยให้ระเบิดเวลาเช่นนี้เติบโตต่อไปได้
ขณะที่เฟิงอู๋เฉินกำลังคิด นางก็เปิดผนึกไหสุราขึ้นแล้วกระดกดื่มเข้าไปอึกใหญ่
จากนั้นจึงยื่นไหสุราให้เฟิงอู๋เฉิน
“ดื่ม!”
“ข้าไม่ดื่ม”
“ไม่ได้! เจ้าต้องดื่ม! เจ้าคือองครักษ์ของจวนเจ้าเมือง ข้าก็คือเจ้านายของเจ้า! หากเจ้าปฏิเสธข้า ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”
เฟิงอู๋เฉินรู้สึกจนปัญญากับเด็กน้อยตรงหน้า หากเขาต้องการ เพียงฝ่ามือเดียวก็สามารถตบสาวน้อยนี่ให้แหลกเป็นจุณได้แล้ว
แต่ตอนนี้ เขายังต้องพึ่งพาอาศัยนางเพื่อแทรกซึมเข้าไปในสำนักจันทร์กระจ่าง
‘จนใจนัก…’
เฟิงอู๋เฉินจึงรับไหสุรามาจิบไปเล็กน้อย
ทว่า ซ่างกวนเจวี๋ยกลับไม่พอใจ “เจ้าช่างไม่สมเป็นบุรุษนัก! ดูข้านี่! ดื่มต้องเป็นดื่ม!”
พูดจบ นางก็ฉวยไหสุรากลับไปแล้วกระดกลงคออย่างไม่ลังเล
ชายหนึ่งหญิงหนึ่งร่ำสุราครบสามรอบ ซ่างกวนเจวี๋ยสองแก้มเริ่มแดงระเรื่อ
นางทั้งหลั่งน้ำตา ทั้งพูดพึมพำกับตัวเอง
“เจ้ารู้หรือไม่? ตั้งแต่เด็กจนโต คนวัยเดียวกับข้าต่างหวาดกลัวข้า... พวกเขาล้วนแต่กลัวข้า มีเพียงพี่จ้าวหยางกับพี่สาวของข้าเท่านั้นที่เล่นกับข้า... แต่พวกเขาถูกคนชั่วนั่นฆ่าตายหมดแล้ว... ฮือ ฮือ ฮือ…”
เฟิงอู๋เฉินมองนางอย่างจนปัญญา ก่อนกล่าวเรียบๆ “เจ้าหมายจะฆ่าคนอยู่ตลอดเวลา คนอื่นจะไม่กลัวเจ้าได้อย่างไร?”
ซ่างกวนเจวี๋ยปาดน้ำตา แล้วกล่าวขึ้น
“แต่ข้าฆ่าเพียงคนที่สมควรตายเท่านั้น! คนแรกที่ข้าฆ่าคือที่โรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล... ตอนนั้น มีคนมานั่งที่ของข้า แล้วยังคิดลวนลามข้า ข้าตกใจจนพลั้งมือฆ่าเขาเสีย! ต่อมา มีคนลอบใส่ร้ายดูหมิ่นมารดาของข้า ข้าโกรธจนเผลอฆ่าเขาอีกคน”
“ทีละคน ทีละคน เรื่องราวของข้าถูกพูดกันไปต่างๆ นานา ไม่นาน ข่าวลือก็ลุกลามไปทั่วเมือง”
“ทุกคนต่างเรียกข้าว่า ปีศาจน้อยบ้าง นางมารน้อยบ้าง… แต่ข้าไม่ได้อยากเป็นแบบนี้! ข้าเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย”
“สุดท้ายข้าก็คิดว่า ไหนๆ พวกเขาก็กล่าวหาข้าเช่นนั้นอยู่แล้ว ข้าก็จะเป็นนางมารให้พวกเขาเห็นจริงๆ เสียเลย! แต่ส่วนมาก ข้าเพียงขู่พวกเขาเท่านั้น ข้าไม่ได้ฆ่าคนมากมายขนาดนั้นเสียหน่อย...”
“...”
เมื่อได้ยินคำพูดของซ่างกวนเจวี๋ย เฟิงอู๋เฉินที่มีจิตใจสงบมาตลอดกลับรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาเล็กน้อย
วันนั้นที่โรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล แม้ว่านางมารน้อยคนนี้จะบ้าระห่ำและลงมืออย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่เฟิงอู๋เฉินสัมผัสได้ว่า ปลายมีดสั้นเล่มนั้นไม่เคยเล็งไปที่จุดตายของชายหนุ่มผู้นั้นเลย
ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างแล้ว ตั้งแต่แรกนางไม่เคยคิดจะฆ่าคน!
ใช่แล้ว...สามคนกล่าวหา เสียงลือกลายเป็นความจริง
เมื่อคำพูดถูกเติมแต่งจากผู้ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เรื่องราวที่ถูกเล่าต่อๆ กันไป ก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
สุดท้าย แม้สิ่งที่เป็นเท็จก็กลายเป็นจริงขึ้นมา ตัวเขาเองก็คือตัวอย่างของเรื่องนี้เช่นกัน
ไม่นึกเลยว่ามารเฟิงกับนางมารน้อย จะมีชะตากรรมที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้
“ฮือ ฮือ ฮือ…”
ขณะนั้นเอง ซ่างกวนเจวี๋ยสะอึกสะอื้นอีกครั้ง
เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้วแล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “ในเมื่อเจ้าคิดว่าพวกนั้นสมควรตาย เจ้าก็ฆ่าไปแล้ว จะร้องไห้ทำไม?”
ซ่างกวนเจวี๋ยสะอื้นทั้งน้ำตา “ข้าเป็นคนทำให้พี่สาวต้องตาย! ทุกอย่างเป็นความผิดของข้า! ถ้าวันนั้นข้าไม่ไปโรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล ข้าไม่เจอมารร้ายตนนั้น ท่านพ่อกับพี่สาวก็คงไม่ออกตามจับเขา เขาก็คงไม่ตัดศีรษะพี่สาวของข้า…”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฟิงอู๋เฉินเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้น
“เจ้าผิดไม่ใช่เพราะเจ้าไปโรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล…”
“แต่เป็นเพราะเจ้าไม่รักษาสัญญากับเขา! เจ้าควรฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น แล้วไปหาเขาด้วยตัวเอง ไม่ใช่พาผู้คนไปล้อมสังหารเขาเช่นนั้น!”
ซ่างกวนเจวี๋ยส่ายหน้ารัวๆ น้ำตานองใบหน้า “ไม่! ไม่ใช่! ตอนนั้นข้าไม่รู้เลยว่าเขาคือมารร้ายนั่น! ข้ายังพยายามห้ามศิษย์พี่และท่านพ่อด้วยซ้ำ! แต่พลังของข้ามันอ่อนแอเกินไป ข้าหยุดพวกเขาไม่ได้เลย... เป็นความผิดของข้า... เป็นความผิดของข้า...”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฟิงอู๋เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง
เป็นเขาที่เข้าใจเด็กสาวคนนี้ผิดไป? เรื่องราวในตอนนั้นเป็นเพียงความบังเอิญ หาใช่นางจงใจกลับคำไม่
ทว่ายามนี้ ต่อให้พูดไปก็มิอาจย้อนคืนสิ่งใดได้แล้ว
“ฮือ ฮือ ฮือ...”
เสียงสะอื้นของเด็กสาวทำให้เฟิงอู๋เฉินรู้สึกรำคาญเล็กน้อย
“หยุดร้องได้แล้ว!”
ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมฟัง ซ้ำยังร้องไห้เสียงดังขึ้นด้วยฤทธิ์สุรา
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้าไม่ให้ร้อง? มีสิทธิ์อะไร? เจ้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า ก็พี่สาวของเจ้าไม่ได้ถูกฆ่านี่!”
เฟิงอู๋เฉินต้องข่มกลั้นไม่ให้เผลอฟาดมือใส่สาวน้อยด้วยความหงุดหงิด เขาจึงเลือกจะเงียบ
ทว่า...นางช่างดื้อดึงเสียจริง!
ซ่างกวนเจวี่ยไม่ยอมหยุดง่ายๆ นางยังคงดึงชายแขนเสื้อของเขาไม่เลิก “เจ้าพูดสิ! เจ้าเคยสูญเสียพี่สาวไปหรือไม่?”
ใบหน้าของเฟิงอู๋เฉินฉายแววครุ่นคิดก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “ข้าไม่มีพี่สาว...แต่ข้ามีน้องสาว นาง...ยังมีชีวิตอยู่ ทว่ากลับถูกพาตัวไปยังสถานที่อันไกลแสนไกล”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่างกวนเจวี่ยก็หยุดร้องไห้ทันที ดวงตาคู่น้อยจ้องมองเขาอย่างเงียบงัน
เฟิงอู๋เฉินพูดต่อไป “แม้น้องสาวจากไป แต่ในเวลานั้นข้ายังมีอาจารย์และศิษย์พี่...แต่ไม่นานก็มีผู้แข็งแกร่งผู้หนึ่งขึ้นเขามา เขาต้องการกวาดล้างพวกเราจนสิ้นซาก”
ซ่างกวนเจวี่ยกำมือแน่น ถามเร่งเร้า “แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
อาจเพราะสุรากล่อมจิตใจ เฟิงอู๋เฉินจึงเอ่ยตอบอย่างจริงจัง “หลังจากนั้น...อาจารย์ของข้าก็ตาย ศิษย์พี่และศิษย์น้องต่างพากันหนีไปยังที่อื่น ส่วนข้าเพียงลำพังเดินทางมาถึงดินแดนตะวันออก เข้าตระกูลซ่างกวน...กลายเป็นองครักษ์!”
เมื่อพูดจบ เขากลับเปลี่ยนเรื่องทันควัน “แล้วเจ้าล่ะ? ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ คงมิอาจล้างแค้นได้กระมัง?”
แววตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความแน่วแน่ “ตอนนี้ข้ายังทำไม่ได้ แต่สักวันหนึ่ง...ข้าจะต้องฆ่าเขาให้ได้!”
เฟิงอู๋เฉินกล่าวขึ้นอีกครั้ง “เจ้าฆ่าเขาเพื่อแก้แค้นให้พี่สาวของเจ้า แต่เคยคิดหรือไม่ว่า เมื่อเจ้าฆ่าเขาแล้ว ครอบครัวและสหายของเขาก็จะมาล้างแค้นให้เขาเช่นกัน”
ดวงตาของซ่างกวนเจวี่ยสั่นไหวเล็กน้อยราวกับไม่อยากเชื่อ “มารร้ายเช่นนั้น...ก็มีมิตรสหายด้วยหรือ?”
เฟิงอู๋เฉินตอบกลับ “สำหรับชาวเมืองหนานชาง ในสายตาของพวกเขา...เจ้าก็คือนางมารน้อยเช่นกัน กระนั้นเจ้ายังมีพี่สาว มีบิดา เขาเองก็ไม่ต่างกัน ความแค้นก็เหมือนวงเวียน ยิ่งคิดแก้แค้นก็ยิ่งไม่มีที่สิ้นสุด”
ซ่างกวนเจวี๋ยกัดฟันแน่น กล่าวด้วยแววตาดุดัน “ข้าไม่กลัว! หากพวกมันกล้ามาแก้แค้น ข้าก็จะฆ่าพวกมันให้หมด!”
เฟิงอู๋เฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “เช่นนั้น เจ้าไม่เคยคิดจะถอนรากถอนโคน เพื่อตัดปัญหาให้สิ้นซากเลยหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ซ่างกวนเจวี๋ยชะงักไปทันที นางตกอยู่ในความเงียบ
ครู่ใหญ่ นางกลับส่ายศีรษะ
“ในช่วงแรก ข้าย่อมเจ็บปวดแทบขาดใจ อยากฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับมารร้ายนั่นให้หมด...แต่ตอนนี้ ข้าเข้าใจแล้ว ว่าผู้ที่ฆ่าพี่สาวและพี่จ้าวหยาง มีเพียงมารร้ายนั่นเพียงคนเดียว มันเป็นเรื่องระหว่างข้ากับเขาเท่านั้น! ข้าจะไม่ยอมปล่อยความเกลียดชังทำให้ข้าลงมือกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง!”
“เช่นเดียวกับในวันนั้น ที่โรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล...เขารู้ตัวดีว่าข้าเป็นใคร แต่เขาก็ไม่ลงมือฆ่าข้า อาจเป็นเพราะเขาเองก็คิดแบบเดียวกัน หากข้าเลือกแก้แค้นโดยไปฆ่าผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่นนั้นข้าก็ไม่ต่างอะไรจากมารร้ายจริงๆ!”
เฟิงอู๋เฉินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ แต่ไม่ได้กล่าวอะไร
ที่จริงแล้ว คำพูดเมื่อครู่ของเขา เป็นเพียงการทดสอบจิตใจของซ่างกวนเจวี๋ย
หากนางมีแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความคิดที่จะทำร้ายคนรอบตัวเขา เขาก็จะหาทางกำจัดนางเสียก่อนที่นางจะแข็งแกร่งขึ้น
แต่ความจริงกลับปรากฏว่า เด็กสาวผู้นี้มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับตัวเขามากกว่าที่คิด
ทันใดนั้น ดวงตาของซ่างกวนเจวี๋ยกลับแดงเรื่อขึ้นอีกครั้ง นางมองเฟิงอู๋เฉินด้วยแววตาสงสาร
“ข้าขอโทษ… ข้าไม่รู้เลยว่าเจ้ามีอดีตที่โหดร้ายขนาดนี้ ข้าไม่น่าถามเจ้าตั้งแต่แรกเลย....”
กล่าวจบ นางเหลือบมองไหสุราที่อยู่ตรงหน้า แล้วถามขึ้น “ว่าแต่... เจ้าชื่ออะไร?”
“กู่ฉี”
“เจ้าอายุเท่าไหร่?”
“สิบหก”
ทันใดนั้น ซ่างกวนเจวี๋ยคว้ามือขวาของเฟิงอู๋เฉินขึ้น แล้วใช้ขอบไหสุราครูดผ่านปลายนิ้ว
ปลายเล็บของเขาถูกกรีดเป็นรอยแผลเล็กๆ โลหิตหยดลงในไหสุรา
เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้ว กล่าวอย่างงุนงง “เจ้าทำอะไร?”
ซ่างกวนเจวี๋ยยิ้มกว้าง ก่อนจะกรีดปลายนิ้วตัวเองแล้วทำเช่นเดียวกัน
จากนั้น นางยกไหสุราขึ้นพร้อมกล่าวอย่างภาคภูมิ
“ในเมื่อเราต่างมีชะตากรรมเดียวกัน อีกทั้งน้องสาวของเจ้าก็จากเจ้าไปแล้ว เช่นนั้น เรามาผูกสัมพันธ์เป็นพี่น้องกันเถอะ! ข้าจะเป็นน้องสาวของเจ้าเอง!”
พูดจบ นางไม่รอฟังคำตอบของเฟิงอู๋เฉิน นางกระดกไหสุราขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงยื่นไหสุราให้เฟิงอู๋เฉิน “ถึงตาเจ้าแล้ว!”
เฟิงอู๋เฉินทั้งขบขัน ทั้งรู้สึกจนปัญญา “เจ้ามั่นใจหรือ ว่าอยากเป็นน้องสาวของข้า?”
ซ่างกวนเจวี๋ยกล่าวอย่างหนักแน่น “แน่นอน! ข้าไม่เคยโกหกใคร! ดื่มเสียเถอะ! ดื่มแล้ว จากนี้ไป เราจะเรียกกันว่าพี่น้อง! เจ้าไม่ต้องกลับไปยังเมืองหนานชางอีกแล้ว แต่จงไปอยู่กับข้าที่สำนักจันทร์กระจ่าง!”
เฟิงอู๋เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกไหสุราขึ้นดื่ม
จากนั้น เขาจึงถามขึ้น “จากนี้ไป เราเป็นพี่น้องกันแล้วสินะ... เช่นนั้น หากมีใครคิดจะฆ่าข้า เจ้าจะทำเช่นไร?”
ซ่างกวนเจวี๋ยยกมือทุบอกของตัวเองเบาๆ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม
“ใครคิดฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่ามัน! ถ้าใครอยากให้เจ้าตาย ก็ต้องผ่านข้าไปให้ได้ก่อน!”
เมื่อได้ยินคำประกาศอันองอาจนี้ เฟิงอู๋เฉินรู้สึกซับซ้อนในใจอย่างบอกไม่ถูก
‘หากนางรู้ว่าพี่ชายที่เพิ่งสาบานเป็นพี่น้องกัน ก็คือศัตรูที่นางอยากฆ่าที่สุดในชีวิตนี้ นางจะมีสีหน้าเช่นไร?’
………………………….