เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 149 จองจำวิญญาณ

บทที่ 149 จองจำวิญญาณ

บทที่ 149 จองจำวิญญาณ


“หืม?”

เฟิงอู๋เฉินยังไม่ทันตั้งตัว ร่างมหึมาของมังกรดำก็พุ่งตรงเข้าใส่เขา

ครืน!

เสียงกัมปนาทดังสนั่นทั่วทั้งมหาวิหาร

เกล็ดย้อนแนบเข้ากับแผงอกของเฟิงอู๋เฉิน ขณะที่ไอพิษสีดำทั้งหมดพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างของเขา!

ทว่า มุมปากของเฟิงอู๋เฉินกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแปลกประหลาด

“อย่าดีกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าก็รนหาที่ตายแล้ว!”

หากจิตวิญญาณของมังกรตนนี้เลือกที่จะใช้พลังบดขยี้เขาตรงๆ บางทีเขาอาจไม่รอดจริงๆ

แต่กลับเลือก...ที่จะเข้าสิงร่างของเขา!?

ร่างกายของเขานั้น ไม่ใช่ใครก็สามารถยึดครองได้!

เพราะภายในร่างของเขา มีบางสิ่งที่แม้แต่มังกรโบราณก็ไม่อาจต้านทาน!

“ฮ่าฮ่าฮ่า! อายุยังน้อย แต่กลับก้าวถึงระดับปรมาจารย์กระบี่แล้ว! ดี! ดีมาก!”

เมื่อจิตวิญญาณของมังกรดำแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเฟิงอู๋เฉิน มันก็สัมผัสได้ถึงเจตนากระบี่อันแรงกล้าในตัวเขา

ความรู้สึกพึงพอใจฉายชัดออกมา

“ช่างยอดเยี่ยม! ต่อไปข้าจะตรวจสอบชีพจรวิญญาณของเจ้า ว่ามันเป็น….”

ทว่าคำพูดของมังกรดำกลับขาดหายไปทันที

เสียงของมันพลันสั่นไหว และเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

“นี่…นี่มันอะไร! เด็กน้อย! ในร่างของเจ้ามีสิ่งใดกันแน่!”

ตามคำกล่าวของเสวียนเยว่ที่เป็นอสูรเทียนลู่ หลงหยวนนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากกระดูกสันหลังมังกรแท้!

และตอนนี้ แม้ว่ามังกรดำจะมีสายเลือดของมังกรอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่มังกรแท้โดยสมบูรณ์

ดังนั้น กระดูกมังกรแท้ในหลงหยวนย่อมมีอำนาจข่มขวัญมันโดยธรรมชาติ!

“โอ้?”

ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากชั้นที่สองของหลงหยวน

“เด็กน้อย! เจ้าไปหาวิญญาณมังกรดวงนี้มาจากที่ใดกัน?”

เฟิงอู๋เฉินถอนหายใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแฝงแววปลงตก

“ข้าไม่ได้ไปหามัน มันเข้ามาเอง ข้าห้ามมันก็ไม่ฟัง!”

พลังจิตของเขาปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหลงหยวน

มังกรดำสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างในชั้นที่สอง เสียงของมันยิ่งสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว

“เจ้า…เจ้ามีจิตวิญญาณอื่นอยู่ในร่างด้วยงั้นหรือ!? เจ้าเป็นใครกันแน่!?”

ครืน!

ก่อนที่มังกรดำจะได้รับคำตอบ หลงหยวนพลันสั่นสะเทือน

จากนั้น แรงกดดันมหาศาลก็โถมเข้าใส่มันราวกับคลื่นคลั่ง!

เสียงจากชั้นที่สองดังขึ้นอีกครั้ง

“เด็กน้อย! ข้ามีข้อเสนอ…”

เฟิงอู๋เฉินเลิกคิ้ว

“ว่ามา!”

เสียงจากชั้นที่สองหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์

“ข้าขอกลืนกินวิญญาณมังกรดวงนี้ แลกกับการช่วยเจ้าสังหารคนเพิ่มอีกสองสามคน! ว่าอย่างไร?”

เฟิงอู๋เฉินแสยะยิ้มเย็นชา

“เจ้าคิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร?”

อีกฝ่ายคงเดาคำตอบได้อยู่แล้ว จึงเพียงแค่ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเงียบไป

มังกรดำที่ได้ยินบทสนทนานี้พลันโกรธจนแทบคลั่ง

“เด็กน้อย! เจ้าคิดว่ามีแค่หลงหยวนแล้วจะสามารถสะกดข้าได้รึ? เจ้าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในหอคอยนั้นคงออกมาไม่ได้สินะ? ตราบใดที่ข้ากลืนกินวิญญาณของเจ้าได้ หอคอยนี้ก็เป็นของข้า!”

เสียงของมันเต็มไปด้วยความโลภ

เงามังกรดำคำรามอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฟิงอู๋เฉิน หวังยึดครองร่างของเขา

ทว่าภายในใจของเฟิงอู๋เฉินกลับสงบนิ่ง

เขาเพียงแค่ปลดปล่อยเจตนากระบี่เข้าไปในตราผนึกของหลงหยวน

เคร้งงงงง!

ในชั่วพริบตา โซ่ตรวนมหึมานับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากชั้นแรกของหลงหยวน!

โซ่เหล่านี้ใหญ่เท่าถังน้ำ และแผ่กลิ่นอายอันแข็งแกร่งจนสั่นสะท้านไปทั้งมิติภายในของหลงหยวน

“อะไรกัน!?”

มังกรดำเบิกตากว้าง มันรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงของโซ่ตรวนเหล่านี้ และสัญชาตญาณร้องเตือนให้มันหลบหนี!

ทว่าหลงหยวนคือสถานที่ที่สามารถคุมขังเก้าสุดยอดมือกระบี่ที่เข่นฆ่ามากที่สุดในโลก!

แล้ววิญญาณของมังกรเพียงดวงเดียว จะหลบหนีไปได้อย่างไร!?

“เข้ามาซะ!”

โซ่ตรวนพุ่งเข้าไปพันธนาการเงามังกรดำเอาไว้ในพริบตา!

เพียงชั่วครู่ หัวและหางของมัน รวมถึงกรงเล็บทั้งสี่ก็ถูกตรึงแน่น!

ครืน!

หลงหยวนสั่นสะเทือนดังกึกก้อง

เสียงกู่ร้องของมังกรดำดังก้องไปทั่วทั้งหอคอย

สุดท้าย เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของมันก็ถูกดึงเข้าไปในชั้นแรกของหลงหยวนโดยสมบูรณ์!

เฟิงอู๋เฉินดำรงตำแหน่งเป็นจ้าวแห่งหลงหยวนมาเกือบครึ่งปีแล้ว เขารู้ซึ้งถึงลักษณะพื้นฐานของหลงหยวนอย่างกระจ่างแจ้ง

ทุกครั้งที่เขาหลอมรวมพลังของชั้นใดชั้นหนึ่ง เขาย่อมสามารถควบคุมพลังของชั้นนั้นได้โดยสมบูรณ์ รวมถึงยังสามารถชี้ขาดชะตากรรมของนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ภายในได้อีกด้วย

ชั้นแรกของหลงหยวน เดิมทีมีชายคลั่งถือกระบี่ถูกจองจำอยู่ แต่ในช่วงที่เขายังอยู่ในแดนสวรรค์ไท่เสวียน เจ้าคนผู้นั้นก็ได้ทำลายพันธนาการและหลบหนีไป ทำให้ชั้นนี้กลายเป็นที่ว่างเปล่า

แม้ภายหลังปี้เสียจะเข้ามาพำนักอยู่ในชั้นนี้แทน แต่ด้วยเหตุที่มันมีพันธะเชื่อมโยงกับเฟิงอู๋เฉิน พลังตรึงผนึกจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับมัน

ดังนั้น ตราผนึกของชั้นแรกของหลงหยวน จึงเป็นเพียงของประดับตกแต่งโดยแท้

แต่สิ่งที่เฟิงอู๋เฉินไม่คาดคิดคือ มันกลับมามีประโยชน์ขึ้นมาในเวลานี้!

“เฮ้... เจ้าหนู! เจ้าคิดจะทำอะไร?”

เพียงไม่นานหลังจากที่เฟิงอู๋เฉินใช้ตราผนึกขังวิญญาณมังกรไว้ในชั้นแรก ก็มีเสียงตะโกนก้องจากชั้นที่สองดังขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว

เฟิงอู๋เฉินปรายตามองไปยังชั้นที่สอง พลางกล่าวเรียบๆ

“เจ้ามังกรนี่ข้าไม่มีวันให้เจ้าหรอก อย่าแม้แต่จะคิดหวังเลย”

สิ้นคำ ชายผู้ถูกคุมขังในชั้นที่สองก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นไปอีก

“ข้าหาได้พูดถึงมันไม่! ข้าไม่สนว่าเจ้าจะให้มังกรนั่นมาอยู่ในหลงหยวนหรือไม่... แต่เจ้าคิดอย่างไรถึงเอาสิ่งโสโครกแบบนั้นมาขังไว้กับพวกเรา? เจ้าดูถูกกันเกินไปแล้ว!”

เฟิงอู๋เฉินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

‘ไม่คิดเลยว่าเจ้าคนที่อยู่ในชั้นสองจะยังมีทิฐิสูงส่งเช่นนี้!’

จากคำบอกเล่าของฝานเย่ นักโทษที่ถูกจองจำในหอกระบี่หลงหยวน อาจมิใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า แต่ล้วนเป็นผู้ที่เปื้อนเลือดมนุษย์มากที่สุด

ส่วนเจ้า มังกรดำตัวนี้เล่า มันนับเป็นตัวอะไร?

มีฐานะอะไรถึงได้มาอยู่ร่วมชะตากับเหล่าจ้าวแห่งการสังหารพวกนี้?

ยิ่งไปกว่านั้น การถูกจองจำไว้กับพวกที่ทรงอำนาจกว่าหลายขุม คงทำให้พวกข้างบนรู้สึกว่าตนเองตกต่ำไปไม่น้อย

แต่เฟิงอู๋เฉินหาได้ใส่ใจ “หลงหยวนเป็นของข้า! ข้าเป็นจ้าวแห่งหลงหยวน ข้าจะขังใครไว้ที่ไหนมันก็เรื่องของข้า”

เสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังสะท้อนออกมาจากชั้นที่สอง “เฟิงอู๋เฉิน! เจ้าอย่าหยามเกียรติข้ามากเกินไปนัก!”

เฟิงอู๋เฉินไม่พูดพร่ำเพรื่ออีกต่อไป เขาส่งเจตนากระบี่หลอมรวมเข้ากับตราผนึก

เคร้ง!

พลังตราผนึกในหอกระบี่หลงหยวนถูกกระตุ้นถึงขีดสุด บัดนี้เฟิงอู๋เฉินมีพลังในการควบคุมที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นหลังจากบรรลุสู่ปรมาจารย์กระบี่

โซ่ตรวนรัดแน่นขึ้นทันที เสียงร้องโหยหวนจากชั้นที่สองดังสนั่นลั่นขึ้นอีกครั้ง

เมื่อจัดการกับนักโทษในชั้นที่สองเรียบร้อยแล้ว เฟิงอู๋เฉินก็เหยียบย่างเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งของหลงหยวน

มังกรดำที่เมื่อครู่ยังโอหังบัดนี้กลับถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้แน่นหนา ล่ามมันท่ามกลางหอคอยกระบี่

เบื้องหน้ามัน ปี้เสียกำลังแสดงท่าทีเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย กรามแหลมคมของมันแยกออกเป็นรอยยิ้มเยาะพลางคำรามใส่

“เป็นถึงทายาทแห่งเผ่าพันธุ์มังกร ทว่าเหตุใดเจ้าถึงยอมอยู่เคียงข้างมนุษย์?” มังกรดำร้องอย่างเจ็บปวดพลางคำรามออกมา

เฟิงอู๋เฉินกล่าวเสียงเรียบ “หากไม่อยากลิ้มรสความทรมาน ก็จงเงียบปากซะ”

แม้ว่าจะถูกคุมขัง แต่มังกรดำก็ยังคงรักษาความหยิ่งทระนงของมันไว้อย่างแน่วแน่

“เจ้ามนุษย์ต่ำช้า! ข้าคืออ้าวควง ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันก้มหัวให้เจ้า!”

เฟิงอู๋เฉินใบหน้าราบเรียบเย็นชา เอ่ยถามขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าสยบแทบเท้า ข้าเพียงต้องการคำตอบสองข้อ ข้อแรกขุมทรัพย์ของวังมังกรซุกซ่อนอยู่ใต้ห้วงเหวนี้หรือไม่? ข้อสองหนทางออกจากที่นี่อยู่ที่ใด?”

แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะของอ้าวควง

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

หลังจากหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง มันจึงกล่าวออกมา “สมบัติของวังมังกร อยู่ลึกลงไปในห้วงอเวจี หากเจ้าคิดว่ามีปัญญาก็ลงไปเอาเสียสิ! ส่วนหนทางออกจากที่นี่? วังมังกรไม่มีทางออก! เจ้าเองก็เตรียมใจถูกขังตายอยู่ที่นี่ไปเถอะ! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่มีทางออก?”

ในแววตาของเขาฉายแสงเยียบเย็นขึ้นมาแวบหนึ่ง

‘วิญญาณมังกรตนนี้ มีเกล็ดย้อนอยู่ ต่อให้จองจำไว้นานเพียงใด ก็ไม่มีทางที่จะฝึกฝนมันให้เชื่องได้’

‘ในเมื่อเป็นเช่นนี้... ข้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บมันไว้!’

“ก็ดี! ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะทำให้สมปรารถนา! ปี้เสีย กลืนวิญญาณมังกรนี้ซะ!”

กล่าวจบ เฟิงอู๋เฉินพลันสะบัดมือเบาๆ

เพียงหนึ่งความคิดโฉบผ่าน โซ่ตรวนที่พันธนาการทั่วสรรพางค์ของอ้าวควงก็เริ่มรัดแน่นขึ้น

แรงบีบรัดมหาศาลราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณมังกรออกเป็นชิ้นๆ

“อ๊าก! เจ้าพวกมนุษย์! เจ้าจะต้องพบจุดจบที่อเนจอนาถ!”

เสียงคำรามของมังกรดำดังก้องสะท้อนอย่างเจ็บปวด

แต่ทว่า

โครม!

เสียงระเบิดดังกึกก้อง!

ทั่วทั้ง หลงหยวนสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินถล่ม

“หืม?”

เฟิงอู๋เฉินตกตะลึง รีบละความสนใจจากมังกรดำโดยพลัน ร่างของเขากระพริบหายไปจากชั้นแรก และปรากฏขึ้น ณ ภายนอกหลงหยวน

สิ่งที่เขาเห็นคือ แสงสว่างวาบวับเจิดจ้าแผ่กระจายออกมาจากชั้นที่สี่

………………………………

จบบทที่ บทที่ 149 จองจำวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว