เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ร้อยพัน

บทที่ 150 แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ร้อยพัน

บทที่ 150 แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ร้อยพัน


“เป็นชั้นที่สี่งั้นหรือ!?”

ดวงตาของ เฟิงอู๋เฉินหดเล็กลงอย่างฉับพลัน

หลงหยวน ถูกสร้างขึ้นด้วยตราผนึกที่แข็งแกร่งเรียงลำดับจากล่างขึ้นบน ยิ่งสูงยิ่งแน่นหนา

จนถึงตอนนี้ แม้แต่ในชั้นที่สองก็มีเพียงการรั่วไหลของพลังอันเล็กน้อย

ตามหลักแล้ว ก่อนที่ชั้นสามจะถูกปลดผนึก ชั้นที่สี่ไม่มีทางสั่นไหวเช่นนี้ได้!

เฟิงอู๋เฉินตระหนักดีว่าตนไม่มีเวลาคิดอะไรมาก รีบส่งเจตนากระบี่แทรกซึมเข้าไปในตราผนึกของชั้นที่สี่โดยเร็วที่สุด

เคร้งงง!

โซ่ตรวนที่หนาเท่าถังน้ำ เริ่มขยับตัวเองอย่างรุนแรง พยายามปิดผนึกพลังที่ไหลทะลักออกมา

แต่ไม่ว่ามันจะกระชับแน่นเพียงใด การสั่นสะเทือนของชั้นที่สี่กลับไม่ลดลงเลย!

“อย่าเสียแรงเปล่าเลย”

ทันใดนั้น เสียงเย็นเยียบของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง

ร่างของเฟิงอู๋เฉินแข็งค้างในทันที ความหนาวเยือกแล่นขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงกระหม่อม

เขาสะท้านไปทั้งตัว รีบหันขวับกลับไปมอง!

ที่นั่น ปรากฎหญิงสาวในอาภรณ์สีขาว บริสุทธิ์สะอาดราวหิมะยืนอยู่ด้านหลังของเขาโดยไม่รู้ว่า นางปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใด!

พร้อมกันนั้นเอง เสียงสั่นสะเทือนจากชั้นที่สี่ก็ดับลงอย่างสิ้นเชิง

ในชั่วขณะนั้น ดวงตาของเฟิงอู๋เฉินขยายกว้าง เขาถึงกับชะงักงันไปครู่หนึ่ง

จิตใต้สำนึกบังคับให้เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวในชุดขาวสลับกับชั้นที่สี่ของหลงหยวนอยู่หลายครั้ง

‘นางเป็นใคร? เหตุใด... เพียงแค่ปรากฏตัว ทุกสิ่งทุกอย่างถึงหยุดนิ่งได้เช่นนี้!?’

หญิงสาวผู้นี้สูงระหงถึงแปดฉื่อ แม้แต่เฟิงอู๋เฉินยังเตี้ยกว่านางไปครึ่งชุ่น ใบหน้างามสะคราญไร้มลทิน รูปโฉมของนางเจิดจ้าแปลกแยกจากผู้คน ดวงตาคู่งามลึกซึ้งดั่งทะเลสาบอันสงบนิ่ง

ทว่าการได้พบสาวงามผู้นี้หาได้ทำให้เฟิงอู๋เฉินรู้สึกยินดี

ชั้นที่สี่ของหลงหยวนเพิ่งเกิดความปั่นป่วนขึ้น แล้วหญิงสาวคนนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน

แม้แต่คนโง่ก็สามารถเชื่อมโยงความเกี่ยวข้องของทั้งสองเหตุการณ์นี้ได้

เฟิงอู๋เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “เจ้า…ออกจากหลงหยวนได้หรือ?”

“ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ฆ่าเจ้า”

แม้นางจะไม่ตอบโดยตรง แต่เพียงคำกล่าวของนางก็เพียงพอที่จะยืนยันถึงที่มาของตน

หญิงสาวก้าวเบาๆ เข้าไปยังชั้นแรกของหลงหยวน มองดูอ้าวควงอย่างสงบนิ่งก่อนเอ่ยขึ้นเสียงเบา

“เจ้าเป็นเผ่ามังกรดำ?”

ทันใดนั้น เสียงของอ้าวควงก็ดังขึ้นจากภายใน “เจ้ารู้จักเผ่ามังกรดำด้วยรึ? เจ้าเป็นใคร!?”

หญิงสาวหาได้ตอบคำถามของมันไม่ นางกล่าวต่อไปเพียงว่า

“อ้าวหวง เป็นอะไรกับเจ้า?”

“อ้าวหวง!?”

เพียงหนึ่งชื่อ แต่กลับทำให้อ้าวควงหวั่นไหวจนไม่อาจปกปิดอารมณ์ได้ เสียงของมันสั่นสะท้านไปด้วยความวิตก

“เจ้าเป็นใครกันแน่!? เหตุใดเจ้าถึงรู้จักนามบรรพชนของข้า!?”

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ ราวกับคาดเดาไว้แล้ว “ที่แท้ เจ้าเป็นทายาทของเขาจริงๆ เช่นนั้นก็แล้วไป…”

กล่าวจบ นางพลันหันกลับมาจ้องมองเฟิงอู๋เฉิน

“ข้ามีความสัมพันธ์เก่ากับบรรพชนของมังกรดำตัวนี้ เจ้ายอมมอบวิญญาณมังกรให้ข้าได้หรือไม่?”

เฟิงอู๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าพูดความจริง? เจ้าอาจไม่ต่างจากพวกในชั้นสอง ที่เพียงต้องการกลืนกินมันเพื่อเสริมพลังตนเอง”

หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าควรดูออกแล้วว่าข้าต่างจากนักโทษในหลงหยวน ข้ามิได้ถูกพันธนาการด้วยตราผนึกของที่นี่ หากข้าคิดทำร้ายเจ้า ข้าไม่จำเป็นต้องรอถึงตอนนี้ และข้าย่อมไม่ต้องใช้เล่ห์กลใดๆ ด้วยซ้ำ”

เฟิงอู๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา “ใครจะไปรู้? ต่อให้เจ้าพูดจริง แต่วิญญาณมังกรนี้เป็นของข้า มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องมอบให้เจ้า? สำหรับอสูรน้อยของข้า วิญญาณมังกรนี้คือของล้ำค่า”

หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ “เกล็ดย้อนของมันได้ฝังอยู่ในร่างของเจ้าแล้ว ข้าสามารถช่วยเจ้าหลอมรวมพลังที่ซ่อนอยู่ภายในได้”

แต่เฟิงอู๋เฉินกลับส่ายหน้า “ไม่พอ! ต่อให้ข้าไม่ต้องการมัน ข้าก็สามารถทำลายวิญญาณมังกรและหลอมรวมพลังจากเกล็ดของมันได้อยู่ดี ใช้เพียงเวลาเท่านั้น นี่จึงไม่ใช่เงื่อนไขที่คุ้มค่าพอให้ข้ายอมยกมันให้”

หญิงสาวเริ่มเผยสีหน้ารำคาญใจ “เช่นนั้น เจ้าต้องการอะไร?”

เฟิงอู๋เฉินยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ข้าต้องการให้เจ้าลงมือช่วยข้าสามครั้ง”

“หนึ่งครั้ง!”

“ตกลง!”

สตรีผู้นั้นดูเหมือนไม่คาดคิดว่า เฟิงอู๋เฉินจะตอบรับอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ นางถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ

เมื่อได้สติกลับคืนมา สายตาที่มองมายังเด็กหนุ่มผู้นี้ก็เปี่ยมไปด้วยความคับข้องใจ

นางตระหนักได้ว่านางถูกเจ้าหนูเจ้าเล่ห์ผู้นี้หลอกเข้าให้แล้ว!

แท้จริงแล้ว เฟิงอู๋เฉินไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสตรีผู้นี้เลยสักนิด จึงไม่กล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงปะทะกับนางอย่างสิ้นเปลือง

หากอีกฝ่ายสามารถต้านทานข้อจำกัดของหลงหยวนได้โดยสมบูรณ์ แล้วตบเขาให้แหลกเป็นเถ้าถ่านได้ในพริบตา เช่นนั้นคงเป็นเรื่องร้ายใหญ่หลวง

เขาสัมผัสได้ว่านางแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ที่ถูกจองจำในชั้นที่สองของหลงหยวนอย่างเทียบกันไม่ติด

แม้ให้นางลงมือเพียงครั้งเดียว ก็นับเป็นการค้าขายที่มีกำไรโดยไร้การขาดทุน

เฟิงอู๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา พลางสะบัดมือเบาๆ ปลดผนึกของชั้นที่หนึ่งในหลงหยวน ปลดปล่อยวิญญาณมังกรอ้าวควงออกมา

ทว่าอ้าวควงยังมิทันได้ตระหนักว่าเกิดอันใดขึ้น สตรีผู้นั้นก็เพียงใช้นิ้วเรียวขาวดุจหยกขีดไปในอากาศ พลันแสงขาววาบผ่าน และวิญญาณมังกรก็กลายเป็นเพียงแสงเรืองหนึ่งก่อนจะถูกดูดกลืนเข้าสู่แขนเสื้อของนาง

“เพียงลงมือครั้งเดียว แลกกับหนึ่งวิญญาณมังกร เจ้าหาได้ขาดทุนไม่!” เฟิงอู๋เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มกะล่อน

นางเหลือบมองเฟิงอู๋เฉินพลางเอ่ยเสียงขุ่น “ได้ประโยชน์แล้วยังจะทำเป็นรู้ดีอีก! เอาล่ะ ว่ามาเถิด เจ้าอยากให้ข้าทำสิ่งใด? ให้ข้ากำจัดแคว้นปีศาจแห่งหนานเจียงให้เจ้าหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินกลับส่ายหน้า “แคว้นปีศาจแห่งหนานเจียง ก็เป็นเพียงแค่ฝูงมดปลวก ไม่ต้องให้เจ้าสละแรงหรอก ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันเป็นศัตรูของข้าเอง ข้าจะจัดการพวกมันด้วยมือของข้าเอง!”

แววตาสตรีผู้นั้นเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย “เช่นนั้นเจ้าคิดให้ข้าทำสิ่งใด?”

เฟิงอู๋เฉินชี้ไปยังชั้นที่สอง “ช่วยข้าหลอมรวมหลงหยวนชั้นที่สอง!”

ประกายในแววตานางสว่างวาบขึ้น ก่อนจะยิ้มบาง

“เจ้าช่างคำนวณผลได้เสียไว้ดีนัก! แต่น่าเสียดาย เรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้! แม้ข้าจะมิได้รับผลกระทบจากผนึก ทว่าข้ายังคงเป็นส่วนหนึ่งของหลงหยวน ข้าไม่อาจก้าวก่ายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหลงหยวนได้”

เฟิงอู๋เฉินขบคิดพลางพยักหน้า “ก็จริง! มิเช่นนั้น เจ้าคงไม่ต้องให้ข้าปลดผนึกเพื่อปล่อยเจ้ามังกรดำตัวนั้นออกมา”

เมื่อได้ยินดังนั้น คิ้วงามของนางขมวดมุ่น “เจ้าแกล้งล้วงความลับจากข้า?”

เฟิงอู๋เฉินเพียงแย้มยิ้มโดยไม่ตอบ แน่นอนว่าเขากำลังล้วงความลับของนางและเขาทำสำเร็จ!

อย่างน้อยที่สุดเขาก็ได้รู้ว่า นางมิอาจตัดขาดจากกฎเกณฑ์ของหลงหยวนได้โดยสมบูรณ์

ตราบใดที่นางยังมิได้ตัดขาดความเกี่ยวข้องกับหลงหยวนอย่างสิ้นเชิง เฟิงอู๋เฉินก็ยังพอมีโอกาสที่จะควบคุมนางได้

ขณะที่ความคิดแล่นถึงตรงนี้ เขาพลันรู้สึกถึงจิตสังหารอันเย็นยะเยือกที่พุ่งมาหาเขา

เป็นนาง!

“เจ้าจงอย่าคิดสิ่งใดที่โง่เขลาเป็นดีที่สุด! ที่ข้ามิฆ่าเจ้า… มิใช่เพราะข้าฆ่าเจ้าไม่ได้...”

กล่าวจบ ร่างของนางพลันกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งหวนคืนสู่ชั้นที่สี่ในพริบตา

เมื่อนางจากไปแล้ว เฟิงอู๋เฉินก็กลับคืนสู่ร่างของตนเอง เขาหอบหายใจหนักหน่วง

แม้เพียงเผชิญหน้ากับนางชั่วขณะ หน้าผากของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

‘พลังของนางช่างแข็งแกร่งเกินจะหยั่งถึง ผู้ใดเล่าจะสามารถเพิกเฉยต่อพันธนาการของหลงหยวนได้เช่นนี้?’

สำหรับเฟิงอู๋เฉินแล้ว นางมิใช่อื่นใดนอกจากระเบิดเวลาที่พร้อมจะสังหารเขาได้ทุกเมื่อ

“ฝานเย่! เจ้ามีเรื่องใดที่ยังมิได้บอกข้าอีกกันแน่?”

เฟิงอู๋เฉินได้แต่แค่นยิ้มขื่น พลางรู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบที่แผ่ซ่านออกมาจากกลางอกโดยไม่รู้ตัว

เขาก้มมองลงมา พบว่าเกล็ดมังกรสีดำได้ย่อขนาดลงเหลือเพียงเท่ากับปลายนิ้ว ก่อนจะค่อยๆ หลอมรวมเข้าสู่เลือดเนื้อของเขา

ทว่า ภายในเกล็ดมังกรนี้กลับแฝงพลังมหาศาลที่กำลังทำลายล้างเนื้อหนังในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่พลังทำลายนี้ยังคงแผดเผาอยู่ พลันเกิดแสงขาวสายหนึ่งพุ่งตรงมาจากชั้นที่สี่ของหลงหยวน และซึมเข้าสู่เกล็ดมังกรทันที

เพียงชั่วพริบตา พลังทำลายล้างอันดุดันในเกล็ดมังกรก็สลายหายไปโดยไร้ร่องรอย

และในเวลาเดียวกัน รูปลักษณ์ของเฟิงอู๋เฉินก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าประหลาด

บางครั้งกลายเป็นมังกร บางครั้งกลับเป็นมนุษย์ บางครั้งเป็นบุรุษและบางครั้งเป็นสตรี

ที่น่าพิศวงยิ่งกว่านั้นคือ ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาของเขาเปลี่ยนไป แม้แต่พลังปราณของเขาก็ยังสอดคล้องกับผู้ที่เขาแปรเปลี่ยนเป็น

บุคคลเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้ที่เคยมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา

เฟิงหนิง เยว่ชิงอิง เย่เซียว เสิ่นหงอี…

ขณะนั้นเอง เสียงของสตรีในชุดขาวพลันดังมาจากภายในหลงหยวน

“เผ่ามังกรสามารถแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ร้อยพัน เจ้าเพียงฝึกฝนพลังนี้ให้ช่ำชอง มันจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าอย่างมหาศาล!”

………………………

จบบทที่ บทที่ 150 แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ร้อยพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว