เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 148 กระบี่พิฆาตมังกร

บทที่ 148 กระบี่พิฆาตมังกร

บทที่ 148 กระบี่พิฆาตมังกร


เฟิงอู๋เฉินกระดิกจมูกเล็กน้อย สูดดมกลิ่นคาวที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทำให้คิ้วของเขาขมวดแน่น

แม้ว่าภายในวังมังกรแห่งนี้จะเป็นดินแดนปิดตายที่แยกออกจากภายนอก แต่กลับไม่มีดวงตะวัน ดวงจันทรา หรือแม้แต่ดวงดารา ไม่ปรากฏแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและไม่มีแม้แต่หยดน้ำสักหยด

เช่นนั้นแล้ว เมฆหมอกเหล่านั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

ใต้มหาวิหารเบื้องหน้า เกรงว่าคงเต็มไปด้วยไอพิษ!

ไอพิษที่หนาแน่นจนจับตัวเป็นหมอกควัน!

เมื่อสังเกตได้ว่ามหาวิหารแห่งนี้มิใช่สถานที่ธรรมดา เฟิงอู๋เฉินไม่รอช้าเร่งฝีเท้ามุ่งตรงไป

สองวันให้หลัง เฟิงอู๋เฉินก้าวขึ้นถึงยอดเขา และได้เห็นมหาวิหารแห่งนั้นอย่างชัดเจน

แม้ว่ามหาวิหารจะเก่าแก่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่โครงสร้างอันยิ่งใหญ่ยังคงตั้งตระหง่าน แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต

ยิ่งก้าวเข้าไปใกล้ หัวใจของเฟิงอู๋เฉินก็ยิ่งสั่นสะท้าน

สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเขาคือซากกระดูกขาวโพลนที่เรียงรายกันเป็นแนวยาว

ซากกระดูกกองรวมกันหนาแน่นเป็นระยะทางนับหลายลี้ นับจำนวนแล้วมีไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นซาก!

ภาพนี้แม้เทียบกับสุสานใต้ดินที่จองจำอสูรปี้เสียไว้ ก็ยังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า!

สิ่งที่ทำให้เฟิงอู๋เฉินสงสัยคือ...วังมังกรที่ซ่อนสมบัตินี้มิใช่คุกคุมขังเผ่าอสูรหรือ?

แต่เหตุใดซากกระดูกที่นี่ ส่วนใหญ่กลับเป็นของมนุษย์!

เฟิงอู๋เฉินเดินตามแนวกระดูกขาวเรื่อยมาจนถึงหน้ามหาวิหาร

ที่เบื้องหน้าบานประตูใหญ่ของวิหาร เงาร่างสิบกว่าร่างยืนแน่นิ่งอยู่ในท่าคุกเข่า ก้มศีรษะต่ำ หันหน้าไปยังแนวกระดูกที่ทอดยาวอยู่ด้านหลังของเฟิงอู๋เฉิน

ท่วงท่าของพวกมันราวกับกำลังสำนึกผิดและแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณที่ดับสิ้นไปแล้ว

เมื่อเฟิงอู๋เฉินก้าวเข้าไปใกล้ เขากลับพบว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นมัมมี่แห้งกรัง!

แต่พวกมันหาใช่มนุษย์โดยสมบูรณ์ไม่ แม้ว่าจะมีร่างกายเช่นมนุษย์ แต่กลับมีลักษณะของเผ่าอสูรเจือปนอยู่

สิ่งนี้ทำให้เฟิงอู๋เฉินยิ่งประหลาดใจ!

พวกมันสามารถบำเพ็ญเพียรจนบรรลุถึงระดับที่สามารถหลายร่างเป็นมนุษย์ได้!

อย่างน้อยพวกมันก็ต้องเป็นราชันอสูรระดับเจ็ด!

ราชันอสูรระดับเจ็ด เทียบได้กับยอดฝีมือขั้นแปรวิญญาณของมนุษย์!

อย่าว่าแต่สิบกว่าตัว เพียงแค่ตัวเดียวก็เพียงพอจะทำลายล้างดินแดนอวิ๋นโจวได้จนราบคาบ!

ยิ่งไปกว่านั้น ในหมู่ซากมัมมี่ทั้งสิบกว่าร่างนี้ ยังมีอยู่หนึ่งหรือสองร่างที่ลักษณะของเผ่าอสูรเลือนหายไปเกือบทั้งหมด

ซึ่งหมายความว่าพวกมันอาจเป็นจักรพรรดิอสูรระดับแปด!

ทว่าผู้แข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้ กลับพ่ายแพ้สิ้นชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ แถมยังอยู่ในท่าคุกเข่า

ผู้ที่ลงมือสังหารพวกมันจะต้องเป็นบุคคลเช่นไร?

ในโลกแห่งวิญญาณยุทธ์นี้ จะมีตัวตนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นจริงหรือ?

เฟิงอู๋เฉินเดินอ้อมร่างมัมมี่แห้งเหล่านั้นไป ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าประตูใหญ่ของมหาวิหาร

เขายกมือขึ้นและผลักมันเบาๆ

ครืน!

เสียงกึกก้องสะท้อนกังวานไปทั่ว เมื่อประตูใหญ่เปิดออก

กลิ่นแห่งกาลเวลาที่เนิ่นนานพลันพัดกระแทกเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนกว่านั้น คือกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงกว่าภายนอกถึงสิบเท่า!

และเมื่อสายตาของเฟิงอู๋เฉินจับจ้องไปยังภาพเบื้องหน้า เขากลับนิ่งงันราวกับถูกแปรเป็นหิน

ภายในมหาวิหารกว้างขวางเกินกว่าที่เขาคาดคิด ไม่มีการแบ่งเป็นชั้น ไม่มีแม้แต่กำแพงกั้น

มีเพียงเสาหลักไม่กี่ต้นที่ค้ำยันโครงสร้างไว้ นอกเหนือจากนั้นกลับว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง

ทว่าที่กลางมหาวิหาร กลับปรากฏร่างของกระดูกสีขาวขนาดมหึมาที่กำลังขดตัวอยู่

ซากกระดูกนั้นมีความยาวกว่าหนึ่งร้อยจั้ง!

ร่างกายของมันมีสี่กรงเล็บกระดูก หัวกะโหลกใหญ่โต บนยอดศีรษะมีเขาสองข้างตั้งตระหง่าน

และตรงกลางกะโหลกที่อยู่ระหว่างเขาทั้งสอง กลับมีกระบี่โบราณที่เต็มไปด้วยสนิมปักคาอยู่

หากคาดเดาไม่ผิด คมกระบี่เล่มนี้คงเป็นสิ่งที่ปลิดชีพของมันในช่วงเวลาสุดท้าย!

แม้ว่ามันจะสิ้นชีวิตไปนานแล้ว แต่ร่างกระดูกของมันกลับยังไม่สลาย มันยังคงปล่อยไอพิษออกมาจากซากกระดูกอย่างต่อเนื่อง

ที่แท้แล้ว ไอพิษที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งมหาวิหาร กลับเป็นสิ่งที่แทรกซึมออกมาจากร่างของมัน!

แต่สิ่งที่ทำให้เฟิงอู๋เฉินตกตะลึงที่สุด ก็คือรูปลักษณ์ของซากกระดูกนี้!

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากเฟิ่งไหลอี เขาก็สงสัยมาโดยตลอดว่าเผ่ามังกรที่กล่าวถึงในวังมังกรแห่งนี้ แท้จริงแล้วมิใช่มังกรแท้ หากแต่เป็นอสูรที่มีสายเลือดของมังกรผสมอยู่

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความคิดของเขาจะถูกต้อง

ทว่า ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด!

ตามตำนานกล่าวไว้ว่า มังกรแท้มีความยาวกว่าพันจั้ง และมีห้ากรงเล็บ!

หากพิจารณาจากขนาดเพียงอย่างเดียว มันไม่อาจใช่มังกรแท้ได้

แต่กระนั้น ซากกระดูกเบื้องหน้ากลับมีความคล้ายคลึงกับมังกรแท้อย่างมาก!

เขาคู่ สี่กรงเล็บ นี่ไม่ใช่สิ่งที่อสูรทั่วไปจะมีได้!

แม้แต่อสูรปี้เสียที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุตรมังกร แต่รูปลักษณ์ของมันก็ยังแตกต่างจากมังกรแท้อยู่มาก

ในอดีต มังกรแท้เคยเกี่ยวพันกับร้อยเผ่า และสุดท้ายก็ให้กำเนิดบุตรเพียงเก้าตน ซึ่งแต่ละตนล้วนมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

นี่ถือเป็นหลักฐานว่าการผสานสายเลือดมังกรแท้กับอสูรทั่วไปนั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง

แต่ซากกระดูกที่อยู่เบื้องหน้ากลับมีลักษณะใกล้เคียงกับมังกรแท้มากถึงเพียงนี้

แสดงให้เห็นว่าสายเลือดมังกรของมันเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็ต้องสูงกว่าอสูรปี้เสียอย่างแน่นอน!

เมื่อครั้งแรกที่ได้ฟังเรื่องราวจากเฟิ่งไหลอีเกี่ยวกับขุมทรัพย์แห่งวังมังกร เฟิงอู๋เฉินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แต่ฉากที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้กลับกวาดล้างความผิดหวังทั้งหมดออกไป

แม้ว่าอสูรร่างมังกรที่นอนทอดร่างอยู่ตรงหน้าอาจไม่ใช่มังกรแท้ แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับมังกรแท้มากที่สุด

สิ่งมีชีวิตเช่นนี้ ร่างทั้งร่างล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า ไม่เว้นแม้กระทั่งซากกระดูก!

ทว่า สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเฟิงอู๋เฉินมากที่สุดกลับเป็นกระบี่โบราณที่ปักอยู่บนศีรษะของมัน!

เขาไม่รอช้า พริบตาเดียวก็ทะยานขึ้นไปยืนเหนือกระโหลกของมัน

กระบี่โบราณเล่มนั้นผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นและสนิมจากการแช่อยู่ในไอพิษเป็นเวลาหลายร้อยปี

ถึงแม้มันจะเก่าโทรมและมองไม่เห็นรูปลักษณ์เดิม แต่เฟิงอู๋เฉินกลับสัมผัสได้ว่า

จิตวิญญาณของกระบี่เล่มนี้ยังไม่ดับสูญ นี่คือกระบี่พิฆาตมังกรอย่างแท้จริง!

เฟิงอู๋เฉินสูดลมหายใจลึก กดข่มความตื่นเต้นในใจ ก่อนจะค่อยๆ วางฝ่ามือลงบนด้ามกระบี่

บัดนี้ เขากำลังขาดแคลนกระบี่ดีๆ สักเล่มอยู่พอดี!

เมื่อใช้แรงดึง กระบี่โบราณที่เต็มไปด้วยสนิมก็เริ่มขยับออกจากกระโหลกมังกร

และทันใดนั้นเอง ทั้งมหาวิหารก็เริ่มสั่นสะเทือน!

ฟู่ววว!

พร้อมกันนั้น ไอพิษที่แผ่ออกจากกระดูกมังกรก็เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า!

ชวิ้ง!

เสียงกระบี่ร้องลั่นในขณะที่มันถูกดึงออกมาทั้งเล่ม

แต่ทันใดนั้นเอง ร่างกระดูกของมังกรพลันเปล่งประกายสีดำแวบขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

“นั่นมัน…” เฟิงอู๋เฉินตกตะลึงทันที

ฟู่วววววว!

ลมพายุกรรโชกพัดกระหน่ำไปทั่วมหาวิหาร ไอพิษสีดำพลุ่งพล่านพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า

ท่ามกลางความมืดนั้น เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกดังก้องออกมา

“ย่ะฮ่าฮ่า… ถูกจองจำมาเนิ่นนานขนาดนี้! ข้า… ในที่สุดข้าก็เป็นอิสระแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

“อะไรนะ!?”

เฟิงอู๋เฉินหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน!

‘หรือว่า…เจ้ามังกรตัวนี้จะยังไม่ตายสนิท?’

‘และสิ่งที่สะกดวิญญาณของมันไว้ตลอดมาก็คือกระบี่โบราณเล่มนี้!?’

“ไม่! เป็นไปไม่ได้!”

เฟิงอู๋เฉินกวาดตามองไปรอบๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกระดูกนี้หมดสิ้นซึ่งพลังชีวิตมาเป็นพันปีแล้ว!

‘มังกรตัวนี้...มันตายไปนานแล้วแน่นอน แต่หากมันตายแล้ว…สิ่งที่อยู่รอบๆ นี้คืออะไร!?’

เมื่อเพ่งมองอย่างตั้งใจ เฟิงอู๋เฉินก็สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ท่ามกลางหมอกดำได้อย่างชัดเจน

มันเป็นเกล็ดสามเหลี่ยมขนาดประมาณฝ่ามือ กำลังเปล่งแสงเย็นเยียบสีดำออกมา

“นั่นมัน... เกล็ดย้อนของมังกร!”

ดวงตาของเฟิงอู๋เฉินสั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว

ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้

“ตามตำนานกล่าวไว้ มังกรมีเกล็ดย้อน ผู้ใดแตะต้องจักต้องตาย ว่ากันว่า บนร่างของมังกรทุกตัวจะมีเกล็ดย้อนเพียงหนึ่งเดียว มันเป็นเกล็ดที่แข็งแกร่งที่สุดของมังกร อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมพลังของเผ่ามังกรเกือบทั้งหมด หากเกล็ดยังคงอยู่ จิตวิญญาณมังกรก็จะไม่สูญสลาย!”

ในชั่วขณะนั้น เฟิงอู๋เฉินจึงเข้าใจทุกสิ่ง!

แม้แต่ผู้ที่สังหารมังกรตนนี้ในอดีตก็ยังไม่อาจทำลายเกล็ดย้อนนี้ได้

ดังนั้นพวกเขาจึงใช้กระบี่เล่มนั้นตรึงมันไว้ที่นี่!

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมขุมทรัพย์แห่งวังมังกรจึงเต็มไปด้วยไอพิษที่ไม่เคยจางหาย

เกรงว่าสาเหตุคงเป็นเพราะเกล็ดย้อนนี้อย่างแน่นอน!

เฟิงอู๋เฉินสูดลมหายใจลึก แม้สีหน้าจะนิ่งเฉย แต่หัวใจกลับเต้นระรัว

ในมือของเขายังคงกำกระบี่โบราณเอาไว้แน่น สายตาจ้องมองไปที่เกล็ดย้อนโดยไม่กะพริบ

มังกรตัวนี้แม้จะเหลือเพียงเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณ แต่ตัวเขาในตอนนี้ก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ไร้พลัง!

หากอีกฝ่ายคิดจะสังหารเขา มันง่ายยิ่งกว่าปลิดชีพมดตัวหนึ่งเสียอีก!

ในขณะที่เฟิงอู๋เฉินยังคงครุ่นคิด เสียงจากหมอกดำพลันดังขึ้นอีกครั้ง

“ฮ่าฮ่า... ไม่คิดเลยว่าผู้ที่ปลดปล่อยข้าออกมา จะเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง! ฟ้าดินช่างเข้าข้างข้านัก! ฮ่าฮ่าฮ่า!”

ทันใดนั้น หมอกดำที่พวยพุ่งอยู่รอบเกล็ดย้อนก็ค่อยๆ ก่อร่างขึ้นจนกลายเป็นเงามังกรสีดำยาวกว่าร้อยจั้ง!

เงามังกรหมุนวนรอบตัวเฟิงอู๋เฉิน พลังกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่เขาจนขยับตัวไม่ได้!

เฟิงอู๋เฉินใจหายวาบ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าเพียงเสี้ยววิญญาณของมังกรตนนี้จะยังทรงพลังถึงเพียงนี้!

‘แรงกดดันจากมัน... เทียบได้กับยอดฝีมือขั้นมัจฉามังกร ในสภาพเช่นนี้ ข้าไม่มีทางต่อต้านได้เลย หรือว่าที่นี่...จะเป็นที่ฝังศพของข้างั้นหรือ!?’

ขณะที่เขากำลังเร่งคิดหาทางรอด เสียงจากเงามังกรก็เปลี่ยนเป็นแฝงความโหดเหี้ยมและวิปลาส

“เด็กน้อย! เพื่อเป็นการขอบคุณที่เจ้าปลดปล่อยข้าออกมา ข้าจะใช้ร่างของเจ้าฟื้นคืนชีพเอง! ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าขอสาบาน จะทำให้ชื่อของเจ้ากึกก้องไปทั่วสามภพ!”

……………………………………..

จบบทที่ บทที่ 148 กระบี่พิฆาตมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว