- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 145 ไอพิษแห่งวังมังกร
บทที่ 145 ไอพิษแห่งวังมังกร
บทที่ 145 ไอพิษแห่งวังมังกร
“หืม?”
เฟิงอู๋เฉินพลันหรี่ตาลง ระยะนี้ใกล้เกินกว่าที่จีหรูเสวี่ยจะสามารถร่ายวิชาป้องกันได้
แต่เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียด เขากลับพบเงื่อนงำบางอย่าง
อาภารณ์ของนาง เปล่งประกายเรืองรองสีฟ้าจางๆ
“อาวุธวิญญาณป้องกัน?”
หลังจากรับกระบี่ของเขาโดยตรง แสงเรืองรองบนอาภรณ์ของนางก็มืดลงไปไม่น้อย
‘อาภรณ์ชุดนี้เป็นของวิเศษระดับสูง…อย่างน้อยก็มิได้ด้อยกว่าสร้อยคอปีศาจอัคคีเหยียนกุ่ย’
กระบวนท่าที่หมายมั่นกลับล้มเหลว และเวลาที่เขาสามารถค้างตัวอยู่กลางอากาศก็หมดลงในพริบตา
ร่างของเขาร่วงลงอย่างรวดเร็ว!
จีหรูเสวี่ยคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว
แต่ในขณะเดียวกัน เฟิงอู๋เฉินกลับเผยรอยยิ้มจางๆ บนมุมปาก
ฟึบ!
มือของเขาสะบัดออกไป คว้าหมับเข้าที่ผ้าแพรสีขาวที่คาดอยู่ตรงเอวของจีหรูเสวี่ย
“อะไรกัน!?”
ใบหน้าของจีหรูเสวี่ยพลันซีดเผือด นางเพิ่งเข้าใจว่าตนเองกำลังติดกับ
“เจ้าปีศาจ! ปล่อยแพรเหมันต์สวรรค์ของข้าเดี๋ยวนี้!”
แต่ยังไม่ทันที่นางจะร่ายวิชาโจมตี เฟิงอู๋เฉินกลับชิงลงมือก่อน พลังปราณหลั่งไหลเข้าสู่กระบี่วิญญาณในมือ
กระบวนท่าควบคุมกระบี่ด้วยพลังปราณ ถูกปลดปล่อยในระยะประชิด!
แม้แต่นาง ก็ไม่อาจรับมือได้โดยประมาท
นางถูกบีบให้ต้อง เพ่งสมาธิไปที่การป้องกันเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน แพรเหมันต์สวรรค์ที่เอวของนาง…ถูกเฟิงอู๋เฉินกระชากออกมา!
“เจ้าปีศาจ! เอาแพรเหมันต์สวรรค์ของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงของจีหรูเสวี่ยแฝงความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ในวาจาไม่เพียงมีความเดือดดาล แต่ยังแฝงไปด้วยเสียงสะอื้นบางเบา
เฟิงอู๋เฉินจะกล้าหันกลับไปดูหรือ!?
เขาไม่เหลือพลังแม้แต่จะบินด้วยตนเองแล้ว
ยันต์มิติก็หมดไปแล้วเช่นกัน
วิชากระบี่เหินก็ใช้พลังมากเกินไป
ดังนั้น เขาทำได้เพียงหนีอย่างสุดกำลัง
ฟึบ!
มือหนึ่งถือผ้าแพร อีกมือกรอกโอสถเข้าปากไม่หยุด เม็ดแล้วเม็ดเล่า ราวกับมันเป็นเพียงข้าวที่สามารถเคี้ยวกลืนได้ตามอำเภอใจ
สำหรับผู้อื่น หากกินโอสถมากเกินไป ไม่เพียงจะไร้ผล ยังเสี่ยงที่ชีพจรวิญญาณจะถูกพลังปราณอัดแน่นจนระเบิด
แต่เฟิงอู๋เฉิน…มิใช่คนทั่วไป!
เคล็ดวิชากระบี่สังหารสวรรค์ เป็นมรดกจากยุคบรรพกาล เป็นวิชาแห่งแดนสวรรค์!
ชีพจรวิญญาณของเขา…เป็นหอกระบี่หลงหยวน
แม้แต่ จ้าวสวรรค์ระเบิดตัวเอง ยังไม่อาจทำให้มันสั่นคลอน
โอสถเพียงเล็กน้อยนี้ มีหรือจะก่อปัญหา!?
เพราะเหตุนี้ เฟิงอู๋เฉินจึงสามารถกลืนโอสถราวกับน้ำดื่ม
จีหรูเสวี่ยเมื่อขาดอาวุธวิญญาณสำหรับเหินบิน ความเร็วของนางลดลงอย่างมหาศาล
ขณะเดียวกัน… พลังของเฟิงอู๋เฉินก็ทะลวงขึ้นไปอีกขั้น!
“ข้า… ข้าทะลวงอีกแล้ว!?”
พลังของเขาพุ่งสูงขึ้น เข้าสู่ขั้นกายสุวรรณระดับห้า!
ระยะห่างระหว่างทั้งสอง… ยิ่งห่างออกไป!
ในที่สุด…เฟิงอู๋เฉินพุ่งมาถึงหน้าประตูของขุมทรัพย์
“บัดนี้!”
เขาไม่รอช้า ดึงเอาแผ่นหยกสีดำที่ได้จากเฟิ่งไหลอีออกมา
ซ่า!
แสงดำสาดประกาย อักขระบนกำแพงพลังค่อยๆ ละลายหายไป
ในที่สุด สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ…ทางเข้าขุมทรัพย์วังมังกร!
“มาดูกัน ขึ้นชื่อว่าเป็นแดนแห่งโชควาสนาอันไร้ขีดจำกัด… มันจะเป็นจริงดั่งคำลือหรือไม่!”
เขากู่ร้อง พลิกตัวกระโจนเข้าสู่กระแสน้ำวนอันมืดมิดเบื้องหน้า!
“เจ้าปีศาจเฟิง! อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้!”
เบื้องหลัง จีหรูเสวี่ยสูญสิ้นสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง
แววตาของนางมีเพียงโทสะและความกระหายในการสังหาร ไม่สนใจสิ่งใด ไม่สนใจผลที่จะตามมา
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เงาร่างของนางก็พุ่งทะยานเข้าไปในกระแสน้ำวนตามหลังเขาไปทันที!
วูมมมมมมมม
กระแสน้ำวนเปรียบดั่งปากของอสูรกายไร้ก้นบึ้ง ผู้ใดเข้ามาล้วนไม่มีข้อยกเว้น!
ภายในเสี้ยวลมหายใจ…ทั้งสองร่างก็หายไปจากโลกใบนี้
อีกครา...ดั่งต้องห้วงวังวนแห่งสวรรค์และปฐพี หมุนคว้างไร้ทิศทางเนิ่นนาน กว่าที่เฟิงอู๋เฉินจะกระแทกลงสู่พื้นอย่างหนักหน่วง
วงน้ำวนกลางทะเลนั้นแม้ดูประหนึ่งเป็นทางเข้าสู่ส่วนลึก แต่กลับคล้ายเป็นค่ายกลส่งผ่านอันลี้ลับยิ่งกว่า
ขณะนี้ เขาคงอยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทรอันกว้างใหญ่นับหมื่นจั้งแล้ว
“ที่นี่คือวังมังกรเช่นนั้นหรือ?”
วังมังกรที่กล่าวขานนั้น ดำรงอยู่ภายในค่ายกลโบราณอันใหญ่โต ด้วยการปกป้องของค่ายกลนี้ สายน้ำโดยรอบจึงมิอาจทะลักเข้ามาได้
หากไร้การปกป้องของมัน... ในห้วงทะเลลึกถึงเพียงนี้ เพียงแรงกดดันของสายน้ำก็มากพอจะบดขยี้มนุษย์ทั่วไปจนแหลกเป็นเนื้อบดแล้ว!
เฟิงอู๋เฉินขยับจมูกสูดลมหายใจ พลันกลิ่นคาวปลากระทบเข้าจมูกอย่างฉับพลัน
ในขณะเดียวกัน เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง พลังวิญญาณในตันเถียนของเขากำลังเหือดแห้งไปด้วยอัตราอันรวดเร็ว
ด้วยความเร็วนี้… ไม่เกินครึ่งชั่วยาม พลังวิญญาณของเขาคงเหือดแห้งหมดสิ้น กลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่มีเพียงกำลังเนื้อหนังเท่านั้น
“หรือว่า... นี่จะเป็นไอพิษที่เฟิ่งไหลอีเคยกล่าวถึง? สามารถกัดกินพลังวิญญาณได้กระนั้นรึ? ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกนั้นถึงไม่กล้าลงมา!”
พลังวิญญาณคือรากฐานแห่งการสำแดงวิชาแห่งผู้ฝึกยุทธ์ หากไร้พลังวิญญาณ แม้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมัจฉามังกร ก็เป็นได้เพียงมนุษย์ผู้มีกำลังมหาศาลเท่านั้น
ยามนั้น อย่าว่าแต่แสวงหาวัตถุวิเศษเลย แม้แต่การป้องกันตนเองจากภัยร้ายก็ยังมิมีทางกระทำได้
ดังนั้น สำหรับยอดฝีมือทั้งหลาย ไอพิษนี้ถือเป็นเส้นกั้นระหว่างความเป็นและความตายโดยแท้
กระนั้น เฟิงอู๋เฉินกลับเข้าใจในหลักการแห่งเสี่ยงภัยจึงพบโชคลาภ
หากรอจนไอพิษในน้ำวนนี้จางหายไป คิดหรือว่าผู้ฝึกยุทธ์มากมายจะไม่หลั่งไหลเข้ามา แล้วเขาจะยังมีโอกาสอันใดอีก
เขาลดลมหายใจให้แผ่วเบา ตั้งจิตมั่น เตรียมก้าวไปเบื้องหน้า
ทว่า...
ปัง!
เสียงกระแทกหนักดังขึ้นจากด้านหลัง
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าปีศาจ จงตายเสีย!”
เฟิงอู๋เฉินมิได้คาดคิดมาก่อนว่าจีหรูเสวี่ยจะกล้าติดตามเขาเข้าสู่วังมังกรแห่งนี้
ในใจพลันให้ความนับถือสตรีนางนี้เพิ่มขึ้น
จีหรูเสวี่ยหาได้เอื้อนเอ่ยอันใดไม่ สองมือโบกสะบัดเป็นกระบวนท่าทักษะวิญญาณ พลันปรากฏศรน้ำแข็งนับร้อยลอยละล่องทั่วอากาศ
ทว่าก่อนที่นางจะปลดปล่อยพลังโจมตี ศรน้ำแข็งเหล่านั้นกลับหลอมละลายเป็นธารน้ำใส ตกกระทบพื้นดิน
ในชั่วพริบตาเดียวกัน พลังวิญญาณบนร่างนางก็ร่วงดิ่งลงอย่างฉับพลัน
ใบหน้างามสะคราญพลันเปลี่ยนสีไปด้วยความตื่นตระหนก
“เป็นไปได้อย่างไร?!”
เฟิงอู๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา “ดูท่า... ยิ่งฝีมือสูงส่งเพียงใด อิทธิพลของไอพิษนี้ยิ่งรุนแรงเพียงนั้น”
“ไอพิษงั้นรึ!”
จีหรูเสวี่ยเบิ่งตากวาดมองรอบกาย จึงตระหนักว่าตัวเองเผลอไล่ตามเฟิงอู๋เฉินเข้ามาในขุมทรัพย์วังมังกรเสียแล้ว
ก่อนหน้า... ด้วยเพลิงโทสะที่พลุ่งพล่าน นางลืมคำนึงถึงข้อนี้ไปโดยสิ้นเชิง
บัดนี้ นางกลับรู้สึกเสียใจ
ทว่า เมื่อสบเข้ากับสายตาของเฟิงอู๋เฉินที่อยู่ตรงหน้า ความโกรธในใจพลันลุกโชนขึ้นมาอีกครา
“ล้วนเป็นเพราะเจ้า เจ้าปีศาจ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะสังหารเจ้าก่อน แล้วค่อยคิดหาทางออก!”
สิ้นคำ ร่างอรชรพลันกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าใส่เฟิงอู๋เฉิน
เฟิงอู๋เฉินยังคงสงบ ยกมือขึ้นคว้ากระบี่วิญญาณ เร่งเร้าพลังวิญญาณเข้าสู่คมกระบี่
“วิชาควบคุมกระบี่เหิน!”
เขาตวาดลั่นพร้อมซัดกระบี่พุ่งออกไป แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่า กระบี่วิญญาณเพิ่งพุ่งออกไปเพียงสามฉื่อ
เคร้ง!
เสียงโลหะกระแทกพื้นก้องกังวาน
เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงเลยว่าอิทธิพลของไอพิษนี้จะรุนแรงเกินคาด!
ยามนี้ จีหรูเสวี่ยได้พุ่งถึงเบื้องหน้าของเขาแล้ว
ไม่รู้ว่านางหยิบกระบี่ลึกลับออกมาตั้งแต่เมื่อใด แต่คมกระบี่ฟาดฟันลงมายังลำคอของเขาอย่างไร้ปราณี
“เจ้าปีศาจ จงตายเสีย!”
กระบี่นี้... ปราศจากซึ่งพลังวิญญาณโดยสิ้นเชิง เป็นเพียงกระบี่ที่เรียบง่ายดั่งสามัญโดยแท้!
มิใช่เพราะจีหรูเสวี่ยประมาทหรือยโสโอหัง เพียงแต่ว่าทันทีที่พลังวิญญาณของนางไหลเข้าสู่กระบี่ กลับถูกไอพิษกลืนหายไปจนหมดสิ้นในพริบตา
แน่นอน... เฟิงอู๋เฉินก็มิใช่ข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นรัศมีกระบี่หรือปราณกระบี่ ล้วนอยู่มิได้นานกว่าครึ่งอึดใจ ก่อนจะถูกกลืนหายไปโดยสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้ ภายในขุมทรัพย์แห่งวังมังกร หนึ่งคือผู้ฝึกวิญญาณขั้นทะเลโลหิต อีกหนึ่งคือปรมาจารย์กระบี่ กลับต้องต่อสู้กันด้วยเพลงกระบี่ธรรมดา โดยใช้เพียงพลังกล้ามเนื้อของร่างกายเท่านั้น!
เคร้ง!
คมกระบี่ของทั้งสองปะทะกัน ประกายไฟกระจายไปทั่ว
แม้ว่าเฟิงอู๋เฉินจะมิอาจสำแดงรัศมีกระบี่หรือปราณกระบี่ได้ ทว่าเขายังเป็นผู้ฝึกกระบี่โดยแท้ ด้วยความลึกซึ้งแห่งวิถีกระบี่สูงสุด ความเร็วของคมกระบี่ของเขาย่อมเหนือกว่าจีหรูเสวี่ยหลายส่วน
ตรงกันข้าม... แม้นางจะถือกระบี่ลึกลับอยู่ในมือ ทว่ากลับฟาดฟันไปอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง
จึงมิทันพริบตาเดียว นางก็ตกเป็นรอง
“จงตายเสีย!”
เฟิงอู๋เฉินสายตาคมปลาบ หลังจากโจมตีไปหนึ่งกระบวนท่า อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายถอยร่นแทงกระบี่ออกไปอีกครั้ง
…………………………………………..