เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 138 หัวใจของนักสู้ที่แท้จริง!

บทที่ 138 หัวใจของนักสู้ที่แท้จริง!

บทที่ 138 หัวใจของนักสู้ที่แท้จริง!


เมื่อถูกซ่างกวนเจวี๋ยถามเช่นนี้ ชายหนุ่มในชุดบัณฑิตรู้สึกราวกับตกลงไปในเหวลึกเย็นยะเยือก รีบส่ายศีรษะอย่างตื่นตระหนก

“ไม่... ไม่ใช่ข้า!”

“ไม่ใช่เจ้า แล้วเจ้าตื่นตระหนกไปทำไม?” ซ่างกวนเจวี๋ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก

“ข้า...” ใบหน้าของชายหนุ่มซีดขาวไร้สีเลือด หยดเหงื่อเม็ดโตไหลลงมาตามหน้าผากอย่างต่อเนื่อง

“ข้าตื่นตระหนกหรือ? เปล่าเลย...”

“ฮึ!”

พร้อมกับเสียงแค่นหัวเราะเย็นชา

เคร้ง!

มือของซ่างกวนเจวี๋ยปรากฏมีดสั้นเล่มหนึ่ง

ในชั่วพริบตา มีดสั้นก็ถูกซัดออกจากมือของนางพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม

เมื่อเห็นฉากนี้ บรรดาผู้คนในโถงต่างเบิกตากว้างราวกับเห็นภาพศีรษะของชายหนุ่มร่วงลงพื้นเป็นที่เรียบร้อย

ในช่วงเวลาสิ้นหวัง...

แกร๊ง!

เสียงกระทบของโลหะดังขึ้น

ก่อนที่มีดสั้นจะปักเข้าร่างชายหนุ่ม กลับถูกพลังบางอย่างสะท้อนออกไป!

ฉึก!

หลังจากกระเด็นออกไป มีดสั้นยังคงพุ่งไปปักติดกับเสาหลักของโรงเตี๊ยม

ทุกคนเพ่งสายตาไปยังสิ่งที่สะท้อนมีดสั้น เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ในที่สุดก็เข้าใจ

มันเป็นเพียงตะเกียบธรรมดาหนึ่งคู่!

“หืม?”

ซ่างกวนเจวี๋ยส่งเสียงเบาๆ อย่างแปลกใจ ก่อนหันขวับกลับไป

สายตาของนางจับจ้องไปยังเฟิงอู๋เฉินอย่างไม่อยากเชื่อ

ทว่าชายหนุ่มกลับยังคงถือถ้วยชาในมือ ดื่มอย่างสบายอารมณ์ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

เฟิงอู๋เฉินอาจไม่ใช่คนดี แต่เขาก็เข้าใจความหมายของการตอบแทนบุญคุณ

ชายหนุ่มชุดบัณฑิตผู้นี้ตกอยู่ในอันตรายเพราะเขา

หากเขายืนมองโดยไม่ทำอะไร นั่นไม่ใช่วิถีของเขา!

“คนที่นั่งอยู่ตรงนี้คือข้า หากเจ้าต้องการฆ่าใคร ก็มุ่งเป้ามาที่ข้าเถอะ”

เพียงคำพูดสั้นๆ นี้ ทำให้ผู้คนในโรงเตี๊ยมเฟิ่งไหลต่างเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเฟิงอู๋เฉิน

บุรุษที่กล้าท้าทายซ่างกวนเจวี๋ยต่อหน้า... มิใช่บุคคลธรรมดาแน่!

และที่สำคัญ...เขาสามารถใช้ตะเกียบธรรมดา ดีดมีดสั้นของซ่างกวนเจวี๋ยกระเด็นออกไป

แสดงให้เห็นว่าพลังของเขา มิได้ด้อยกว่าซ่างกวนเจวี๋ยเลยแม้แต่น้อย!

แม้กระนั้น ก็ยังมีคนจำนวนมากแอบทอดถอนใจ

เพราะในเมืองหนานชาง...มีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าปีศาจน้อยนางนี้มากมาย!

แต่ใครบ้างที่กล้าแตะต้องนาง?

เพราะเบื้องหลังของนาง คือจวนเจ้าเมืองหนานชาง!

ราวกับภูเขาสูงใหญ่ที่ทำให้ทุกคนในเมืองนี้ต้องหวาดกลัว

หลังจากสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ประกายในดวงตาของซ่างกวนเจวี๋ยพลันเจิดจ้าขึ้น

“นานแล้วที่ไม่มีใครกล้าพูดกับข้าเช่นนี้! วันนี้ ข้าจะใช้เลือดของเจ้าลับคมดาบเล่มใหม่ของข้า!”

เมื่อกล่าวจบ นางก็ชักดาบสั้นออกมาสองเล่ม แต่ละเล่มมีความยาวประมาณสองฉื่อ กุมไว้ในมือทั้งซ้ายและขวา

ทันใด ร่างของนางก็กลายเป็นเพียงเงาเลือนลาง พริบตาก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเฟิงอู๋เฉิน

“เจตนาดาบ!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาดาบอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านออกมาจากหญิงสาว เฟิงอู๋เฉินแสยะยิ้ม

“ไม่นึกเลยว่าเจ้าปีศาจน้อยนี้จะเป็นผู้ฝึกดาบด้วย!”

ด้วยสัญชาตญาณ เขาหันตัวเบี่ยงไปด้านข้าง หลบดาบของซ่างกวนเจวี๋ยได้อย่างแม่นยำ

แต่ในขณะที่หนึ่งกระบวนท่าถูกหลบไป ซ่างกวนเจวี๋ยกลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“หืม?”

เมื่อเฟิงอู๋เฉินรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ เขาพลันเปล่งเสียงเบาๆ ด้วยความแปลกใจ

เพราะทันใดนั้น บนคมดาบของซ่างกวนเจวี๋ย ปรากฏ รัศมีดาบทะลักออกมาอย่างฉับพลัน

มันยาวถึงสี่ฉื่อ!

วิถีดาบสูงสุด!

ภาพตรงหน้าทำให้เฟิงอู๋เฉินรู้สึกตื่นตะลึง

ไม่นึกเลยว่าเด็กสาวผู้นี้ จะสามารถฝึกฝนวิถีดาบจนบรรลุถึงขั้นเจตนาดาบระดับสูงสุด อีกทั้งยังสามารถก้าวสู่วิถีดาบสูงสุดได้!

น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!

พรสวรรค์ระดับนี้ เรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัว!

ดาบของซ่างกวนเจวี๋ยแหวกผ่านอากาศพุ่งเข้าใส่ลำคอของเฟิงอู๋เฉิน แววตาของหญิงสาวฉายประกายเย็นเยียบ

“ตายเสียเถอะ!”

ในช่วงเวลาคับขัน เฟิงอู๋เฉินพลันเผยแววตาแน่วแน่ เขายกสองนิ้วขึ้น

เพล้ง!

เสียงปะทะของโลหะดังขึ้น

ทุกสายตาจับจ้องไปยังปลายนิ้วของเฟิงอู๋เฉิน

รัศมีกระบี่สี่ฉื่อปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา!

มันส่องประกายเจิดจ้า สกัดกั้นรัศมีดาบของซ่างกวนเจวี๋ยได้อย่างสมบูรณ์

“นั่นมัน...รัศมีกระบี่!”

“เจ้านี่เป็นผู้ฝึกกระบี่!”

“และที่สำคัญ เขาเองก็สามารถบรรลุวิถีกระบี่สูงสุดเช่นกัน!”

“นี่มัน...เหลือเชื่อ!”

ทั่วทั้งโรงเตี๊ยมเฟิ่งไหลเดือดพล่าน

“เด็กหนุ่มคนนี้อายุเท่าไร? การฝึกฝนกระบี่จนบรรลุถึงระดับนี้ เขาต้องเป็นอัจฉริยะตัวจริงแน่!”

“ไม่น่าแปลกใจที่เขากล้าท้าทายปีศาจน้อยนางนี้”

ดวงตาของซ่างกวนเจวี๋ยเบิกกว้าง นางตกตะลึงไปชั่วขณะ

ไม่ว่าอย่างไร นางก็คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นอัจฉริยะกระบี่เช่นกัน!

หลังจากนั้น นางกัดฟันแน่น

“เป็นผู้ฝึกกระบี่แล้วอย่างไร? คนที่ข้าจะฆ่า ก็คือพวกผู้ฝึกกระบี่!”

เสียงของนางเต็มไปด้วยความดื้อรั้น รัศมีดาบของนางพุ่งทะลักขึ้นอีกครั้ง

ดาบสั้นทั้งสองเล่มเริ่มหมุนวนในมือของนางด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

จนแม้แต่ผู้ชมยังตามไม่ทัน!

“วิชาดาบขั้นลึกลับระดับสูง คมดาบเปลวเพลิง!”

พร้อมกับเสียงร้องของซ่างกวนเจวี๋ย คลื่นพลังร้อนระอุพุ่งออกมาจากร่างของนาง

สองดาบสั้นที่หมุนวนอยู่ เริ่มดึงกระแสอากาศรอบข้างให้เคลื่อนตาม

จนก่อให้เกิดพายุหมุนอันน่าหวาดกลัว!

แรงเสียดสีระหว่างคมดาบและลมปราณ ทำให้เกิดเปลวไฟลุกโชนขึ้น

ดาบทั้งสองเล่มกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเหล็กที่เพิ่งถูกเผา!

แม้นางจะอยู่เพียงขั้นปราณยุทธ์ระดับเก้า แต่กลับสามารถใช้กระบวนท่าดาบอันทรงพลังได้ถึงเพียงนี้!

สิ่งนี้ทำให้เฟิงอู๋เฉินต้องประเมินหญิงสาวตรงหน้าสูงขึ้นอีกสามส่วน!

“ช่างเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัว! วิชาดาบขั้นลึกลับระดับสูง ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณ หากเผชิญหน้ากับนาง เกรงว่าคงต้องถึงฆาต!”

“เหอะๆ... เจ้าหนุ่มมือกระบี่ผู้นั้น คงตกอยู่ในอันตรายแล้วล่ะ!”

เฟิงอู๋เฉินสัมผัสได้ถึงอานุภาพอันมหาศาลของวิชาคมดาบเปลวเพลิง

เขาย่อมไม่อาจประมาท!

ที่ปลายนิ้วของเขา รัศมีกระบี่เริ่มก่อตัวและอัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่อันแหลมคม!

“กลับไป!”

โครม!

รัศมีกระบี่ปะทะรัศมีดาบรุนแรงดุจพายุเพลิงกระหน่ำ คลื่นพลังมหาศาลซัดกระจายไปทั่วโรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล

ครึ่งหนึ่งของโถงใหญ่ถูกแรงกระแทกพัดกระจุย โต๊ะเก้าอี้ลอยคว้างกลางอากาศ

ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นและแหลกสลายเป็นผุยผง!

ขณะเดียวกัน รัศมีกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินบดขยี้รัศมีดาบของซ่างกวนเจวี๋ยจนแหลกสลาย

ร่างของหญิงสาวถูกซัดกระเด็นออกไปราวกับว่าวที่ขาดสาย

นางปลิวออกจากประตูของโรงเตี๊ยมเฟิ่งไหล กระแทกลงบนพื้นเบื้องนอก!

ทันใดนั้นเอง บรรยากาศทั่วทั้งโรงเตี๊ยมพลันตกอยู่ในความเงียบงัน

มีเพียงเสียงสูดหายใจอย่างหวาดหวั่นดังก้องไปทั่ว

ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่เฟิงอู๋เฉิน ดั่งกำลังมองอสูรกายในร่างมนุษย์

“ชายหนุ่มผู้นี้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้ฝึกกระบี่... เขาคือปรมาจารย์กระบี่ตัวจริง!”

“ผู้ที่สามารถบรรลุวิถีกระบี่สูงสุด…นี่มันพรสวรรค์!”

“สิ่งนี้... ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่มันคืออัจฉริยะที่แท้จริง!”

เฟิงอู๋เฉินยืดตัวขึ้น ก่อนก้าวเดินไปที่ประตู

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือซ่างกวนเจวี๋ยในสภาพสะบักสะบอม

ดาบคู่ที่เคยเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงของนาง ได้แหลกสลายไปแล้ว

เสื้อผ้าของนางขาดวิ่นแทบจะปิดร่างกายไม่มิด เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่มีร่องรอยบาดแผล

หญิงสาวกัดฟันแน่น สายตาของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้น

“เจ้าควรฆ่าข้าซะ! ไม่เช่นนั้น สักวันหนึ่ง ข้าจะเป็นฝ่ายฆ่าเจ้า!”

เฟิงอู๋เฉินเผยรอยยิ้มเจือแววเย้าหยอก

“เจ้าหมายถึงตัวเจ้าเอง หรือหมายถึงตระกูลซ่างกวนกันแน่?”

“แน่นอนว่าข้าหมายถึงตัวข้าเอง! ถึงตอนนี้ข้าอาจไม่ใช่คู่มือของเจ้า แต่วันหนึ่ง ข้าจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้า! ข้าซ่างกวนเจวี๋ย... คนที่ข้าจะฆ่า ข้าไม่ต้องให้ใครมาช่วย!”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มของเฟิงอู๋เฉินยิ่งกว้างขึ้น

เด็กสาวผู้นี้ แตกต่างจากบุตรหลานของตระกูลใหญ่ทั่วไป

นางโอหัง หยิ่งผยอง และใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น ซึ่งเป็นลักษณะของบุตรตระกูลขุนนางโดยแท้

แต่ในขณะเดียวกัน...นางก็มีความหยิ่งทะนงของตนเอง!

แม้ต้องเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งกว่าตนเอง นางกลับมิได้ร้องขอชีวิต

มิได้เอ่ยถึงอำนาจของตระกูลเพื่อข่มขู่ศัตรู ต่อให้ภายนอกมันอาจดูโง่เขลาสำหรับบางคน

แต่เฟิงอู๋เฉินเข้าใจดี นี่แหละ... หัวใจของนักสู้ที่แท้จริง!

เขาไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ทรุดนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น

เฟิงอู๋เฉินยกมือขึ้น ปลายนิ้วแตะลงบนกลางหน้าผากของซ่างกวนเจวี๋ย

หญิงสาวหายใจสะท้าน หัวใจเต้นระรัว นางค่อยๆ หลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม

‘ใช่แล้ว...คนผู้นี้ไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมไม่มีทางปล่อยข้าไปแน่…’

ทว่า...

ป๊อก!

เสียงดังขึ้นเบาๆ ซ่างกวนเจวี๋ยรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบกลางหน้าผากของตน

แรงสะท้อนจากการดีดนิ้วส่งผลให้ร่างของนางหงายหลังไป ก่อนจะล้มลงนั่งกับพื้น

หญิงสาวลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง

นางเห็นเฟิงอู๋เฉินหันหลังให้นางและเสียงของเขาก็ดังขึ้น

“กลับไปฝึกฝนให้ดี ข้าจะรอวันที่เจ้าแข็งแกร่งขึ้นแล้วมาฆ่าข้า…”

………………………………….

จบบทที่ บทที่ 138 หัวใจของนักสู้ที่แท้จริง!

คัดลอกลิงก์แล้ว