เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103 ผู้มาเยือนจากเสินโจว

บทที่ 103 ผู้มาเยือนจากเสินโจว

บทที่ 103 ผู้มาเยือนจากเสินโจว


เมื่อทั้งสองปรากฏตัวขึ้น ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน

ชางห่าวพลันลอยตัวขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะประสานมือคารวะทั้งสองอย่างนอบน้อม

“ท่านทั้งสองคงเป็นแขกจากตระกูลเยว่แห่งดินแดนเสินโจวใช่หรือไม่? ข้าคือชางห่าว เจ้าสำนักชิงเฉิน มิทราบว่าควรเรียกขานท่านว่าอย่างไร?”

หญิงสาวผู้งามสะคราญเหลือบมองชางห่าวเล็กน้อย ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากแดงฉ่ำของนางอย่างเย้ายวน

เพียงแค่ท่าทางเช่นนี้ บรรดาศิษย์ชายที่อยู่ด้านล่างพลันตะลึงงันราวกับถูกสะกด!

แม้แต่ชางห่าวที่มั่นคงดั่งขุนเขา ยังต้องเบือนหน้าหลบสายตานางโดยไม่รู้ตัว

หญิงสาวหัวเราะเสียงใสเบาๆ

“ฮิฮิ… เจ้าก็คืออาจารย์ของหลานสาวข้าเองหรือ? หากนับตามลำดับอาวุโสแล้ว เจ้ากับข้าก็ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกัน! ข้ามีนามว่าเยว่เหลียนซิน เรียกข้าว่าเหลียนซินก็พอ!”

ชางห่าวสูดลมหายใจลึก ประกายตาของเขาฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที

“ข้ามิกล้าเสียมารยาท!”

ในขณะนั้นเอง บุรุษชุดดำที่ยืนอยู่ข้างเยว่เหลียนซิน พลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าบ่าวรับใช้ มีนามว่ากู่กู่เฉิง! วันนี้ข้ามาพร้อมกับคุณหนูเหลียนซิน เพื่อรับตัวคุณหนูเยว่ชิงอิงกลับไปยังดินแดนเสินโจว!”

“ดินแดนเสินโจว!?”

เมื่อคำนี้ดังขึ้น ทั่วทั้งสนามพลันเงียบสงัด!

ภายในเสี้ยวลมหายใจ ผู้คนที่จ้องมองเยว่เหลียนซินและกู่กู่เฉิง ต่างเผยแววตาตื่นเต้นและชื่นชมออกมา!

คนทั้งสองนี้มาจากดินแดนเสินโจวจริงๆ!

ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขามีพลังมากพอจะซัดฉือเหลี่ยนกระเด็นได้เพียงหนึ่งกระบวนท่า

แม้แต่เจ้าสำนักอย่างชางห่าวยังต้องแสดงความเคารพ!

แต่ต่างจากเยว่เหลียนซินที่ดูมีท่าทีเป็นกันเอง กู่กู่เฉิงกลับเผยแววดูแคลนอย่างชัดเจน

“พวกเจ้าจากสำนักชิงเฉิน เมื่อครู่คิดจะลงมือกับคุณหนูชิงอิงงั้นหรือ?”

“ท่านเจ้าสำนักชางห่าว ท่านไม่คิดจะอธิบายเรื่องนี้หน่อยหรือ?”

น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบแฝงด้วยแรงกดดัน

ชางห่าวถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เขาเองก็เริ่มอึดอัดกับสถานการณ์นี้

“เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้น!”

กล่าวจบ สายตาของเขาก็พลันแข็งกร้าวขึ้น

“ฉือเหลี่ยนละเมิดกฎของสำนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในวันนี้ก็ยังกล้าลงมือฆ่าศิษย์ต่อหน้าทุกคน! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะปลดเขาออกจากตำแหน่งเจ้าหุบเขา และคุมขังไว้ในคุกใต้ดินของสำนักรอการตัดสินโทษ!”

“ชางเสวียน! ชิงลั่ว! เจ้าสองคนจัดการเรื่องนี้!”

เมื่อได้รับคำสั่ง สองเจ้าหุบเขาจากยอดเขาชางหลางและยอดเขาชิงมู่ หันมองกันเล็กน้อยก่อนจะตอบรับพร้อมกัน

“รับทราบ!”

ว่าจบพวกเขาพุ่งทะยานขึ้นไปยังซากเขาที่ถูกเผาจนวอดวาย

หลังจากจัดการกับฉือเหลี่ยนแล้ว เยว่เหลียนซิน ค่อยๆ ลดตัวลงมาอยู่เบื้องหน้าเยว่ชิงอิง

“ข้านึกว่าต้องรอเจ้าอีกครึ่งปีเป็นอย่างน้อย… แต่นึกไม่ถึงว่าความก้าวหน้าของเจ้าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ!”

เยว่ชิงอิงมิได้ตอบอะไร แต่ในแววตาของนางกลับฉายแววสับสนบางอย่างออกมา

สายตาของเยว่เหลียนซินเฉียบคมราวเหยี่ยว ไม่มีสิ่งใดหลุดพ้นไปจากสายตานางได้

“เป็นอะไรไป? จากกันนานเพียงนี้ กระทั่งเรียกข้าว่าท่านอา เจ้าก็ยังมิอาจเอ่ยปากได้หรือ?”

ขณะที่กล่าว เยว่เหลียนซินเอื้อมมือไปกุมมือของเยว่ชิงอิงอย่างเป็นธรรมชาติ

ในเสี้ยวลมหายใจนั้น เยว่ชิงอิงพลันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบชักมือกลับ!

แต่…สายเกินไปแล้ว!

สีหน้าของเยว่เหลียนซินเปลี่ยนไปในทันที!

มือของนางสะบัดออกไปอย่างแผ่วเบา กระแสลมคมดุจใบมีดกรีดผ่านแขนเสื้อของเยว่ชิงอิง!

ฉัวะ!

แขนเสื้อฉีกขาดเผยให้เห็นผิวเนียนขาวนวลราวหิมะ

และที่สำคัญที่สุด…บนท่อนแขนนั้น รอยประทับสีแดงที่ควรจะมีกลับหายไป!

บรรยากาศรอบสนามเงียบงัน!

ทันใดนั้นเอง ผู้คนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ก็พลันสูดหายใจเย็นยะเยือก!

แม้แต่ชางห่าวก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นซีดเผือด!

“ชิงอิง! นี่มัน… เจ้าเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด!?”

บูมมมม!

ยังไม่ทันที่ใครจะทันตั้งตัว พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวพลันพวยพุ่งออกจากร่างของเยว่เหลียนซิน!

กลิ่นอายเสน่ห์ที่นางมีอยู่ก่อนหน้า บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยไอสังหารที่เย็นยะเยือก!

แม้แต่ชางห่าวยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาเริ่มหายใจลำบาก!

“บุรุษผู้นั้นเป็นใคร?”

เยว่ชิงอิงยังคงมิปริปาก เห็นเช่นนั้นเยว่เหลียนซินก็กวาดมองทั่วสนามประลอง แววตาของนางเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี

“เจ้าคิดว่ากำลังปกป้องเขาอยู่หรือ? เจ้ากำลังผลักไสเขาไปสู่หายนะต่างหาก!”

มือของนางพลันยกขึ้น สายลมคมดุจใบมีดหลายร้อยสายปรากฏขึ้นกลางอากาศ!

“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมพูด… เช่นนั้นข้าก็จะกวาดล้างทั้งสำนักชิงเฉิน!”

“กวาดล้างทั้งสำนัก!?”

สิ้นคำทั่วทั้งสนามเงียบงันอย่างสิ้นเชิง!

ไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัวทุกสายตาจับจ้องไปที่เยว่ชิงอิง!

เยว่เหลียนซินแสยะยิ้มเย็นชา

“ทั้งสำนักกำลังจะตายไปกับเขา แต่เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะออกมายอมรับ? นี่หรือคือบุรุษที่เจ้าเลือก?”

ริมฝีปากของเยว่ชิงอิงซีดเผือด แต่นางยังคงนิ่งเงียบ

“ดี! ในเมื่อเจ้าเลือกจะเงียบปาก ถ้าเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา!”

“ช้าก่อน!”

ในขณะนั้นเอง เฟิงอู๋เฉินที่ใช้กระบี่เพลิงสุริยันค้ำยันร่างที่อ่อนล้าไว้พลันกล่าวขึ้น!

“คนที่ท่านต้องการหา ก็คือข้า! ไม่มีความจำเป็นต้องพาลไปลงกับผู้อื่น!”

เฟิงอู๋เฉินไม่เคยสนใจชีวิตของเหล่าศิษย์สำนักชิงเฉิน

แต่หากเขาต้องเพิกเฉย ปล่อยให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากเพราะความหวาดกลัวของเขาเอง

เช่นนั้น เขาย่อมไม่คู่ควรแก่การเป็นผู้ฝึกกระบี่อีกต่อไป!

เหตุใดเขาจึงเพิ่งยืนออกมาบัดนี้!?

ผลกระทบจากกระบวนท่าฉับพลันเกิดดับนั้นรุนแรงเกินไป!

ก่อนหน้านี้ เขาแทบจะหมดสติไปแล้วด้วยซ้ำ!

จนกระทั่งตอนนี้ เขาถึงสามารถรวบรวมเรี่ยวแรงพอที่จะลุกขึ้นได้!

“เป็นเจ้าเองหรือ?”

ก่อนที่เยว่เหลียนซินจะได้ลงมือ ชายชุดดำกู่กู่เฉิงก็ได้พุ่งตัวออกไปก่อนแล้ว!

ร่างของเขากลายเป็นเงาดำ ทะยานเข้าใกล้เฟิงอู๋เฉินในพริบตา!

“อย่า!!!!”

ชางห่าวรีบตะโกนออกมา พลางพุ่งตัวเข้าไปหวังจะหยุดเขา

แต่ทันใดนั้นเอง สายลมแหลมคมอันรุนแรงพลันพุ่งลงมาจากฟากฟ้า!

ฉัวะ!

คลื่นพลังอันน่าสะพรึงทำให้ ชางห่าวต้องถอยร่นออกไปไกล!

ลั่วเฟิงกู่ที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบตวัดกระบี่หมายจะขวางทาง

แต่…

“หลีกไป!”

เสียงตะโกนก้องกัมปนาทดังกระแทกเข้าใส่โสตประสาทของเขาโดยตรง ทำเอาสมองของลั่วเฟิงกู่พลันว่างเปล่า

มือที่ถือกระบี่อยู่ สั่นสะท้านจนควบคุมไม่ได้!

“พลั่ก!”

แรงกดดันอันมหาศาลซัดเข้าใส่ร่างของเขา จนละลิ่วปลิวไปไกล ก่อนกระอักโลหิตออกมาเป็นสาย!

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกไร้พลังขนาดนี้!

ครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกเช่นนี้ คือตอนที่เขาอยู่ในคืนที่ยอดเขาอู๋เหินถูกล้างบาง!

ชายหญิงทั้งสองจากดินแดนเสินโจวนี้แข็งแกร่งเกินไป!

แม้เป็นยอดฝีมือสองอันดับแรกของสำนักชิงเฉิน แต่กลับมิอาจทานรับพลังของชายชุดดำได้แม้เพียงหนึ่งกระบวนท่า!

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้ทุกคนภายในลานประลองตกตะลึงถึงขีดสุด!

กู่กู่เฉิงยกฝ่ามือขึ้นเล็กน้อย พลังลึกลับบางอย่างกดทับลงบนร่างของเฟิงอู๋เฉินทันที!

“คุกเข่า!”

“อึกกก!”

เสียงนั้น ดังกระแทกเข้าไปในหูของเฟิงอู๋เฉินราวกับสายฟ้าฟาด!

ทันใดนั้น โลหิตสดๆ พลันไหลทะลักออกมาจากเจ็ดทวารของเขา!

พลังลึกลับที่บดขยี้ลงมา ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะเทือน กระดูกทั่วร่างส่งเสียงแตกร้าวกร๊อบแกร๊บ!

แม้จะรู้สึกราวกับมีพลังหมื่นชั่งถาโถมลงมาทับ แต่ร่างของเขายังคงยืนหยัดไม่ยอมคุกเข่าลงแม้แต่น้อย!

“พลั่ก!”

ในที่สุด โลหิตก็พุ่งออกมาจากปากของเขา ทำเอาร่างโซเซไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยืนตรง!

“พอได้แล้ว!”

หลังจากเงียบงันมานาน เยว่ชิงอิงก็พลันร้องออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด หยาดน้ำตาอาบรินสองข้างแก้ม!

เฟิงอู๋เฉินเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย

ดวงตาของเขามองเห็นหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากหางตาของเยว่ชิงอิง

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเห็นนางร้องไห้…

ในเสี้ยวลมหายใจนั้น หัวใจของเขากลับบีบรัด…มันเจ็บปวดราวหมื่นกระบี่ทิ่มแทง!

ความเจ็บนี้รุนแรงยิ่งกว่าบาดแผลใดๆ ที่เขาได้รับทางกาย!

‘หรือว่า… ข้ารักนางเข้าแล้วจริงๆ!?’

……

“ท่านอาหญิง…”

เสียงของเยว่ชิงอิงสั่นเครือเจือสะอื้นไห้

“ข้าขอร้อง… ได้โปรดอย่าฆ่าเขา!”

เมื่อได้ยินคำร้องขอของเยว่ชิงอิง แววตาของเยว่เหลียนซินกลับเย็นชาไปกว่าเดิม!

“ตั้งแต่เด็กเจ้าเป็นคนไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใด ไม่เคยอ้อนวอนใครมาก่อน แต่วันนี้เจ้ากลับคุกเข่าวิงวอนข้าเพื่อชายผู้นี้งั้นหรือ!?”

เยว่ชิงอิงจ้องมองนางด้วยสายตาที่แน่วแน่

“ท่านอาหญิง! หากท่านต้องฆ่าเขา… เช่นนั้นก็ฆ่าข้าด้วยเถอะ!”

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือฟาดดังสนั่น พานให้ใบหน้าของเยว่ชิงอิงสะบัดไปด้านข้าง!

“นังหลานไม่รักดี! เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังกล่าวสิ่งใด!?”

“เจ้าเป็นทายาทตระกูลเยว่! แต่กลับสูญเสียพรหมจรรย์ให้บุรุษเช่นนี้!”

“เจ้าไม่รู้สึกละอายเลยหรือ!?”

“ไม่ว่าจะเพื่อเจ้า หรือเพื่อศักดิ์ศรีของตระกูลเยว่ เด็กนี่… ต้องตายวันนี้!”

กล่าวจบ เยว่เหลียนซินหันไปสบตากับกู่กู่เฉิง

ชายชุดดำพยักหน้าโดยไม่ลังเลพลังมหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้นในมือของเขา!

จบบทที่ บทที่ 103 ผู้มาเยือนจากเสินโจว

คัดลอกลิงก์แล้ว