- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 102 ความผิดมิอาจแก้ไข
บทที่ 102 ความผิดมิอาจแก้ไข
บทที่ 102 ความผิดมิอาจแก้ไข
ชั่วพริบตาเดียว ร่างของหงส์เพลิงยักษ์ก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง!
บูมมมม!
เพียงอึดใจให้หลัง เปลวเพลิงมหาศาลพลันระเบิดออกราวกับท้องฟ้าถูกฉีกขาด!
หงส์เพลิงถูกทำลายลง เปลวเพลิงแตกกระจายเป็นสายฝนเพลิงที่ตกลงมาจากฟากฟ้า!
จะอยู่หรือดับ…ก็เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น!
นี่แหละคือ แก่นแท้ของกระบวนท่าฉับพลันเกิดดับ!
หลังจากสยบหงส์เพลิงไปแล้ว พลังปราณกระบี่กลับมิได้หยุดยั้ง
ตรงกันข้ามมันยิ่งขยายวงกว้าง กวาดคลื่นพลังทำลายไปทั่วลานประลองในรัศมีกว่าหนึ่งร้อยจั้ง!
“ถอย! รีบถอยเร็วเข้า!”
ผู้ชมรอบลานประลองต่างแตกตื่น พากันถอยร่นไปด้วยความหวาดกลัว
ขณะเดียวกัน หลินหว่านที่อยู่ใจกลางกระแสพลัง หน้าถอดสีจนซีดขาว
เมื่อเห็นปราณกระบี่กำลังพุ่งเข้าใส่ นางพลันพยายามกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้า
แต่แล้วร่างของนางกลับไม่ได้ลอยขึ้น…
ตรงกันข้ามมันกลับดิ่งตกลงมา!
เพราะนางมิได้เปิดทะเลโลหิตในร่างโดยสมบูรณ์ การที่สามารถเหินได้ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นผลของโอสถระเบิดพลัง!
ทว่าหลังจากใช้กระบวนท่าเซียนหงส์อัคคีอาบเปลวเพลิงไปแล้ว พลังของโอสถได้หมดลงทันที!
สิ่งที่หลงเหลืออยู่ภายในร่าง มีเพียงความเจ็บปวดร้าวลึกในแขนขาและอาการไร้เรี่ยวแรง!
กรี๊ดดดด!!
เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างของนางมิอาจต้านทานแรงโน้มถ่วง ร่วงหล่นลงจากอากาศเข้าสู่ลานประลอง
ทันทีที่สัมผัสพื้น
พายุปราณกระบี่กลืนร่างของนางเข้าไปในพริบตา!
เมื่อพายุปราณกระบี่สงบลง ทุกสิ่งบนลานประลองล้วนพังทลาย!
ซากปรักหักพังระเกะระกะ แสดงให้เห็นถึงอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของกระบวนท่าเมื่อครู่
และภายในซากพังทลายนั้น เหลือเพียงเฟิงอู๋เฉินเพียงคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ได้!
ส่วนหลินหว่านนั้น นางไม่เพียงแต่ถูกผลข้างเคียงของโอสถระเบิดพลังเล่นงาน แต่ยังได้รับบาดแผลจากพลังปราณกระบี่ของกระบวนท่าฉับพลันเกิดดับ
พลังยุทธ์ของนางถูกทำลายจนสิ้น!
ร่างกายของนางไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นยังมิอาจทำได้!
เฟิงอู๋เฉินสะบัดกระบี่เพลิงสุริยันเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าไปหานางทีละก้าว
ตั้งแต่วันที่เขาเข้าใจแก่นแท้ของกระบวนท่าฉับพลันเกิดดับ
เขาตั้งใจเก็บมันไว้เป็นไพ่ตายของตน
ไม่คาดคิดว่า เขาจะต้องใช้มันรวดเร็วเช่นนี้
แม้ว่าวิชานี้ไร้ขอบเขต แต่จุดเริ่มต้นของมันเทียบได้กับวิชาขั้นราชัน!
การฝืนใช้กระบวนท่านี้ ด้วยพลังเพียงขั้นปราณยุทธ์ ทำให้ร่างกายของเขาต้องรับภาระมหาศาลเช่นกัน
…
หลินหว่านจ้องมองไปยังเงาร่างของเฟิงอู๋เฉินที่ก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
นางพ่ายแพ้ พ่ายแพ้อย่างหมดรูป!
และสำหรับการประลองเป็นตาย หากพ่ายแพ้ มีเพียงจุดจบเดียวนั่นคือความตาย!
แม้แต่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต นางก็ยังมิอาจเชื่อได้
ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยไร้ค่าในสายตานาง
บัดนี้กลับกลายเป็นอัจฉริยะผู้ฝึกกระบี่ที่สามารถใช้กระบวนท่าขั้นราชันได้!
ส่วนตัวนางเองกำลังจะถูกเขาสังหาร!
ถ้าหาก… เมื่อหนึ่งปีก่อน นางมิได้แย่งชิงชีพจรวิญญาณของเฟิงอู๋เฉินไป
แล้วเลือกที่จะเป็นภรรยาของเขาตามที่ตกลงไว้
ทุกสิ่งจะต่างออกไปหรือไม่?
หนึ่งภรรยาเป็นผู้ฝึกวิญญาณ หนึ่งสามีเป็นผู้ฝึกกระบี่ นี่มิใช่หรือสิ่งที่ควรจะเป็น…
หาไม่แล้ว ตระกูลหลิน…อาจจะได้ก้าวขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของดินแดนชางโจว!
แต่ทว่า…ไม่มีโอสถใดที่สามารถเยียวยาความเจ็บปวดทางใจได้
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันสายเกินแก้ไปแล้ว!
…
ภายในความเงียบงันนั้น
เฟิงอู๋เฉินเดินมาถึงเบื้องหน้าของหลินหว่าน แววตานางเต็มไปด้วยความเสียใจ นางแค่นยิ้มน้อยๆ ก่อนค่อยๆ หลับตาลง ยอมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทว่า แววตาของเฟิงอู๋เฉินกลับไร้ซึ่งความเมตตา เขายกกระบี่เพลิงสุริยันขึ้นสูงหมายยุติลมหายใจนั้น
แต่ในช่วงที่เขาจะลงกระบี่…
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น เสียงลมพัดกรรโชกดังขึ้น!
เงาร่างหนึ่ง พุ่งเข้าหาลานประลองราวกับลูกศรทะยาน!
“ฉือเหลี่ยน! เจ้าคิดจะทำอะไร!?”
เสียงอุทานของเหล่าผู้ชมดังขึ้นพร้อมกัน
ร่างของฉือเหลี่ยนพุ่งเข้าไปโดยไม่ชะลอแม้แต่น้อย!
เพราะกระบวนท่าที่เฟิงอู๋เฉินเพิ่งปล่อยออกมาเมื่อครู่ทำให้เขาหวาดหวั่นถึงขีดสุด!
เขามีลางสังหรณ์อย่างหนึ่ง
ไม่นานจากนี้…หากเฟิงอู๋เฉินก้าวเข้าสู่ขั้นกายสุวรรณ
แม้แต่เขาเอง… ก็อาจรับกระบวนท่านั้นไม่ได้อีกต่อไป!
เขาต้องรีบลงมือ!
ต้องฆ่าเด็กคนนี้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!
ขณะเดียวกัน ยังมีเงาร่างอีกสองสายพุ่งออกมาพร้อมกัน!
หนึ่งคือลั่วเฟิงกู่ อีกหนึ่งคือเยว่ชิงอิง!
สองสายปราณกระบี่อันเยียบเย็นฟาดฟันออกไป ขวางกั้นเส้นทางของฉือเหลี่ยนอย่างพอดิบพอดี!
แต่…ฉือเหลี่ยนได้ตัดสินใจแล้วว่าต้องฆ่าเฟิงอู๋เฉินให้ได้!
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงไปทั่วร่าง!
ภายใต้เกราะเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มกาย เขาไม่สนใจแม้แต่จะหลบเลี่ยงปราณกระบี่ทั้งสองนั้น พุ่งทะยานเข้าไปยังลานประลองอย่างไม่ลังเล!
“สุดยอดวิชาป้องกันขั้นสวรรค์ เกราะอัคคีมาร!”
เยว่ชิงอิงและลั่วเฟิงกู่เบิกตากว้าง รีบเร่งความเร็วพุ่งเข้าขวางหน้าเฟิงอู๋เฉินไว้ก่อนที่ฉือเหลี่ยนจะถึงตัว!
แต่…ใบหน้าของฉือเหลี่ยนกลับบิดเบี้ยวด้วยความอำมหิต!
“วันนี้… ไม่มีใครช่วยมันได้!!”
“ฉือเหลี่ยน! ถอยไปเดี๋ยวนี้!”
ในตอนนั้นเอง เสียงของเจ้าสำนักชางห่าวดังขึ้นจากบนอัฒจันทร์
ฉือเหลี่ยนชะงักไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น!
เขากัดฟันแน่น พลังปราณของเขาไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มสูงขึ้นแทน!
“ขออภัย ท่านเจ้าสำนัก…”
“แต่หลังจากข้าสังหารเด็กคนนี้แล้ว ข้าค่อยรับโทษจากท่าน!”
ในขณะที่กล่าว เปลวไฟที่ลุกไหม้ร่างกายของเขาก็พุ่งสูงขึ้น!
ผิวหนังของเขาเริ่มแตกร้าว จากรอยนั้นปรากฏของเหลวสีแดงเดือดไหลซึมออกมาราวกับเป็นลาวาหลอมละลาย!
“สุดยอดวิชาระเบิดอัคคี!”
บูมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง คลื่นพลังอัคคีมหาศาลแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งลานประลอง!
ในพริบตา ฉือเหลี่ยนกลายเป็นดวงสุริยันขนาดย่อมที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง!
สุดยอดวิชาระเบิดอัคคี คือวิชาที่แลกเปลี่ยนพลังชีวิตตนเองเพื่อปลดปล่อยพลังอันมหาศาล!
มันคือวิชาที่สามารถทำลายศัตรูได้แน่นอน… แต่ตนเองก็ต้องเผชิญกับผลกระทบเช่นกัน!
วิชานี้มีพลังรุนแรงอย่างที่สุด มีรัศมีทำลายกว้างขวางอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!
เฟิงอู๋เฉินที่หมดพลังแล้ว… จะไม่มีทางรอดจากกระบวนท่านี้เป็นอันขาด!
“เจ้าเฒ่าคนนี้… ตั้งใจเก็บงำวิชานี้ไว้ หากหลินหว่านพ่ายแพ้ เขาจะเป็นคนลงมือเอง!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ตายซะเถอะ!!”
ฉือเหลี่ยนหัวเราะก้องด้วยความบ้าคลั่ง
ด้วยระยะใกล้เช่นนี้ แม้แต่ชางห่าวก็ไม่อาจช่วยเหลือเฟิงอู๋เฉินได้ทัน!
แม้ว่าเขาจะต้องรับโทษหนัก
แม้ว่าจะต้องแลกกับร่างกายของเขาที่พังทลาย
ตราบใดที่เขาฆ่าเฟิงอู๋เฉินได้ มันก็คุ้มค่า!
ขณะที่เปลวเพลิงมหาศาลกำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ฟู่วววว!
สายลมกระแสหนึ่งพลันพัดผ่าน เปลวเพลิงที่กำลังลุกโหมพลันชะลอความเร็วลง!
ราวกับทุกสิ่งหยุดนิ่ง แม้แต่กาลเวลาก็ถูกสกัดกั้นไว้ในขณะนี้!
ทั้งสนามเงียบสนิทไปชั่วขณะ ก่อนที่ผู้คนจะส่งเสียงฮือฮาออกมา!
พลังที่สามารถหยุดยั้งยอดฝีมือขั้นทะเลโลหิตระดับสูงสุดได้ มันต้องเป็นพลังระดับใดกัน!?
“เกิดอะไรขึ้น!?”
“หรือว่าเป็นเจ้าสำนักที่ลงมือ!?”
เหล่าศิษย์พากันหันไปทางชางห่าวด้วยความตกตะลึง
แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ
ชางห่าวเพิ่งลุกขึ้นจากที่นั่ง เขายังไม่ได้ลงมือเลยแม้แต่น้อย!
“ฮึ่ม!”
ทันใดนั้นเอง เสียงฮึดฮัดเย็นชา ดังขึ้นจากความว่างเปล่า!
วูมมมม!
พลังลึกลับบางอย่างพลันพุ่งกระแทกใส่ฉือเหลี่ยน!
ร่างของเขาถูกซัดกระเด็นออกไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มร่าง กระแทกเข้ากับหน้าผาของยอดเขาชิงเฉิน
ฟู่วววว!
เปลวเพลิงที่สะสมอยู่ภายในร่างของเขาปะทุออกมา เผาผลาญยอดเขาให้มอดไหม้!
ต้นไม้ที่เคยเขียวชอุ่มเมื่อครู่ บัดนี้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านสีดำสนิท!
หากมองจากที่ไกลๆ อาจดูเหมือนเป็นเพียงพลังที่รุนแรง
แต่…สำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างลั่วเฟิงกู่ เหงื่อเย็นพลันไหลอาบใบหน้าของเขา
เพราะเมื่อครู่ เขาไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
ราวกับทั้งตัวของเขาถูกแช่แข็งในกาลเวลา!
“ดินแดนชางโจวจะมียอดฝีมือระดับนี้ได้อย่างไร!?”
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ห้วงอากาศเหนือเวทีประลองพลันบิดเบี้ยว!
จากนั้นเงาร่างสองสายปรากฏขึ้นกลางอากาศ พวกเขาทั้งสองทะลวงผ่านมิติมาโดยตรง!
‘หรือว่าเป็นยอดฝีมือขั้นมัจฉามังกร!?’
เงาร่างทั้งสองเป็น ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ชายวัยสี่สิบปลายสวมอาภรณ์สีดำสนิท ใบหน้าเรียวยาว จมูกเป็นสันราวเหยี่ยว คิ้วดั่งดาบคู่ มาดของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจแม้ไม่ต้องแสดงออก
ส่วนหญิงสาวดูเหมือนจะอยู่ในวัยสามสิบกว่า อาภรณ์ของนางหรูหราโด่ดเด่น ท่วงท่าสง่างาม และใบหน้างามพิสุทธิ์ ดวงตาคู่เรียวมีเสน่ห์ราวกับดอกท้อ
เพียงแค่นางปรายตามองก็สามารถดึงดูดจิตวิญญาณของผู้คนให้หลงไหลได้ในพริบตา