เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 หงส์อัคคีมารตื่นขึ้น

บทที่ 104 หงส์อัคคีมารตื่นขึ้น

บทที่ 104 หงส์อัคคีมารตื่นขึ้น


ครั้นสัมผัสถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ร่างของเฟิงอู๋เฉินพลันสั่นสะท้านไปด้วยแรงสะเทือนของหอกระบี่หลงหยวนที่อยู่ภายในร่างกาย คล้ายกับว่ามันกำลังหวาดหวั่นต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เจ้าเด็กน้อย! เจ้าช่างนำปัญหามาให้ข้าจริงๆ! ถึงกับไปดึงดูดตัวตนระดับนี้เข้ามา…”

เสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจสายหนึ่งดังมาจากชั้นที่สองของหอหลงหยวน

“เจ้ากลัวแล้วหรือ?”

“หึ…หากเป็นช่วงที่ข้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เจ้าพวกมดปลวกนี่ เพียงนิ้วเดียวข้าก็สามารถบดขยี้พวกมันได้!”

“สภาพสมบูรณ์?”

เฟิงอู๋เฉิน หัวเราะเย้ยหยัน

“หากกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ได้ ข้าจะจำเป็นต้องให้เจ้าลงมือหรือ? ตอนนี้เจ้ากับข้าเปรียบเสมือนตั๊กแตนที่ผูกติดกัน หากข้าตาย เจ้าก็อย่าหมายว่าจะได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป!”

“เจ้ากล้าข่มขู่ข้า? เจ้าหนูบัดซบ…! ฮึ่ม! ไว้ข้าค่อยสะสางกับเจ้าในภายหลัง ตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว รีบส่งเจตนากระบี่เข้าสู่หอ! ข้าจะช่วยเจ้าสังหารมดปลวกสองตัวนี้เอง!”

แต่ก่อนที่เฟิงอู๋เฉินจะได้ลงมือ เสียงฝีเท้าหนึ่งพลันเร่งรุดเข้ามาจากทิศทางหนึ่ง

ร่างเล็กๆ ของเด็กสาวคนหนึ่งพุ่งตรงมายังตำแหน่งของเฟิงอู๋เฉินอย่างเร่งรีบ

เหล่าผู้คนที่อยู่ด้านหลังของนาง อาทิเสิ่นหงอีต่างพากันเปลี่ยนสีหน้า

“หนิงเอ๋อร์! อย่าเข้าไป!”

ทว่าภายใต้ความตกตะลึงของทุกผู้คน ร่างของเฟิงหนิงกลับทะยานขึ้นมายังเวทีประลองแล้ว

“อย่าฆ่าพี่ชายของข้า!”

เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กที่โผล่เข้ามากะทันหัน กู่กู่เฉิงขมวดคิ้วทันที

“น้องสาวของเจ้าหนุ่มนี่รึ? หึ! เช่นนั้น ข้าก็ต้องถอนรากถอนโคนให้สิ้น!”

สิ้นคำ พลังมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเขา

โครม!

อย่างไรก็ตาม ภายใต้พลังโจมตีอันน่าสะพรึงของกู่กู่เฉิง กลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของร่างพี่น้องคู่นี้ที่ถูกทำลาย

เอี๊ยงงงงง!

ทันใด เสียงร้องของหงส์ดังก้องทั่วฟ้า!

ประกายเปลวเพลิงอันเร่าร้อนพลันพวยพุ่งออกจากร่างของเฟิงหนิง

เปลวเพลิงเหล่านั้นก่อร่างขึ้น ในท้ายที่สุดได้แปรเปลี่ยนเป็นหงส์เพลิงสีดำที่ลอยเด่นอยู่กลางนภา ปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมน

ในเวลาเดียวกัน เมฆมงคลพลันรวมตัวกันเหนือสำนักชิงเฉิน แสงสีรุ้งอันเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วฟ้า

ก่อเกิดเป็นสัญลักษณ์แห่งพรจากสวรรค์!

ร่างหงส์อัคคีมาร… ได้ตื่นขึ้นแล้ว!

หงส์เพลิงที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชติช่วงบนร่างของเฟิงหนิง กลับแผดเผาการโจมตีของกู่กู่เฉิงไปจนหมดสิ้น พร้อมกับครึ่งแขนของเขาที่ถูกเผาผลาญจนไม่เหลือซาก

“อ๊ากกก!”

“แย่แล้ว!”

เสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดของกู่กู่เฉิงดังลั่น ร่างของเขากระเด็นออกไปอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกันเยว่เหลียนซิน ก็ขยับมืออย่างฉับไว ฟันคมสายลมกรีดผ่านอากาศ

ฉัวะ!

คมมีดลมฟันลงอย่างเฉียบคม แขนที่ถูกเปลวเพลิงกลืนกินของกู่กู่เฉิงขาดสะบั้นทันที

แขนข้างนั้นยังไม่ทันร่วงหล่นลงพื้นก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลี

“เปลวเพลิงนี้ร้ายกาจนัก!”

กู่กู่เฉิงเป็นยอดฝีมืออย่างน้อยก็อยู่ในขั้นมัจฉามังกร ถึงกับสามารถซัดลั่วเฟิงกู่ปลิวไปด้วยกระบวนท่าเดียว

แต่แม้จะเป็นยอดฝีมือระดับนี้ เขากลับถูกบีบให้ต้องตัดแขนตนเองเพื่อรักษาชีวิต

เพียงแค่จุดนี้ ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของเปลวเพลิงดำนี้

รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด กู่กู่เฉิงหายใจหอบหนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ขอบคุณคุณหนูเหลียนซินที่ช่วยชีวิตข้าไว้!”

เยว่เหลียนซินไม่ได้สนใจกู่กู่เฉิงเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ขณะเดินเข้าไปหาเฟิงหนิง

ในเวลานี้ เปลวเพลิงดำบนร่างของเฟิงหนิงได้ดับหายไปหมดสิ้น ร่างของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย ก่อนจะรีบเบียดเข้าไปหาพี่ชายของตน

“อย่าฆ่าพี่ชายของข้า!”

เฟิงอู๋เฉินกอดร่างของน้องสาวไว้แน่น ดวงตาที่มองไปยังเยว่เหลียนซินเต็มไปด้วยจิตสังหาร

“หากเจ้ากล้าแตะต้องนางแม้แต่นิดเดียว ข้าจะทำให้เจ้าสำนึกเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้!”

“หึ! ฝีมือไม่เท่าไร แต่ปากกล้าดีนัก!”

หญิงงามแค่นเสียงเย็นชา พลันสะบัดมือออกไปเพียงครั้งเดียว ร่างของเฟิงอู๋เฉินก็ปลิวกระเด็นไปกระแทกกับพื้นอย่างแรงจนกระอักโลหิตออกมา

“เจ้าโรคจิตเฟิง! เจ้าเป็นอะไรหรือไม่!”

เย่เซียวกับหลิวเฟยรีบพุ่งเข้ามาพยุงร่างของเฟิงอู๋เฉินทันที

“พี่ชาย!”

ขณะเดียวกัน เยว่เหลียนซินกลับคว้าข้อมือของเฟิงหนิงเอาไว้ สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

เสียงพึมพำของนางดังก้องเบาๆ

“ไม่ผิดแน่… นี่มันร่างหงส์อัคคีมารในตำนาน! ข้าช่างโชคดีนักที่ได้พบเจ้า!”

นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหญิงตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เด็กน้อย เจ้าชื่ออะไร?”

ดวงตาของเฟิงหนิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่นางก็ยังรวบรวมความกล้าเอ่ยถาม

“หากข้าบอกชื่อของข้า… ท่านจะไม่ฆ่าพี่ชายของข้าใช่หรือไม่?”

หญิงงามพยักหน้าช้าๆ

“ข้าจะไม่ฆ่าพี่ชายของเจ้า แต่เจ้าต้องไปกับข้า… ไปยังที่แห่งหนึ่ง”

เฟิงหนิงส่ายศีรษะโดยไม่รู้ตัว

“ไม่… ข้าต้องอยู่กับพี่ชาย!”

“เจ้าเด็กโง่! หากอยู่กับเขา เจ้าก็จะฝังพรสวรรค์ของตนเอง! เจ้าไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นหรือ?”

เฟิงหนิงกะพริบตากลมโตที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา นางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ข้าอยาก! ถ้าข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็จะปกป้องพี่ชายได้! พี่ชายจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป”

ดวงตาของเยว่เหลียนซินสั่นไหว

นางเริ่มตระหนักได้ว่า เด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้ามีสายสัมพันธ์ต่อเฟิงอู๋เฉินลึกซึ้งเพียงใด

หากนางฆ่าเฟิงอู๋เฉินจริงๆ เด็กคนนี้คงไม่มีทางยอมไปกับนางโดยง่าย

เยว่เหลียนซินถอนหายใจเบาๆ ขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวของนาง

‘ก่อนหน้านี้ ข้าลงมือหนักไป เจ้าหนุ่มนั่นจะไม่ตายไปแล้วหรือ?’

นางหันกลับไปมองโดยสัญชาตญาณ ก่อนที่ดวงตาของนางจะสั่นไหวไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

เฟิงอู๋เฉินไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เขากลับลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

เขากำกระบี่เพลิงสุริยันในมือ ก้าวเดินเข้ามาหานางทีละก้าว…ทีละก้าว…

“ปล่อยน้องสาวของข้า!”

ร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ทว่าทุกก้าวเดินกลับทำให้อายสังหารและเจตนากระบี่แผ่กระจายหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ

“ยังมีแรงลุกขึ้นมาอีกรึ? ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไป”

“ปล่อยน้องสาวของข้า!”

เฟิงอู๋เฉินทวนคำเดิมซ้ำอีกครั้ง ความอำมหิตในดวงตาพุ่งทะยานถึงขีดสุด

ชั่วขณะนั้นเอง เขายกกระบี่เพลิงสุริยันขึ้นชี้ตรงไปที่เยว่เหลียนซิน

“จะไม่มีใครพรากน้องสาวของข้าไปจากข้าได้! ต่อให้เป็นสวรรค์ก็ตาม!”

เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นคำรามกึกก้อง

เขาเคยสาบานไว้!

ชาติภพนี้ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เหตุการณ์ในอดีตหวนกลับมาอีก!

เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เฟิงหนิงพลัดพรากจากเขาอีกครั้ง!

“พี่ชาย! ข้ายอมไปกับพวกเขา!”

ทันใดนั้น เสียงเล็กๆ ของเฟิงหนิงก็ดังขึ้น

เสียงของนางทำให้อายสังหารของเฟิงอู๋เฉินสลายไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้าง มองน้องสาวอย่างไม่อยากเชื่อ

แม้แต่ร่างกายของเขาก็ยังสั่นสะท้าน

“เจ้า… เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

ดวงตาของเฟิงหนิงเต็มไปด้วยความแน่วแน่

“ข้ายอมไปกับพวกเขา!”

“ทำไม? เจ้าไม่อยากอยู่กับพี่แล้วหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินยังไม่ทันพูดจบ เฟิงหนิงก็ขัดขึ้นมา

“ข้าอยาก!”

น้ำตาสองสายไหลรินลงมาจากแก้มเล็กๆ ของเฟิงหนิง

ทันใดนั้นเอง นางก็สะอื้นกล่าวออกมา

“เพราะข้าอยากอยู่กับพี่ ข้าจึงอยากแข็งแกร่งขึ้น! หากข้าแข็งแกร่งพอ พี่ก็ไม่ต้องลำบากเช่นนี้อีก เมื่อถึงตอนนั้น ข้าก็จะสามารถปกป้องพี่ได้! ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงอีกต่อไป…”

เมื่อคำพูดที่มาจากใจจริงของเฟิงหนิงกระทบโสตประสาทของเฟิงอู๋เฉิน ดวงตาของเขาก็เริ่มแดงก่ำ

เขากัดฟันแน่น

“ข้าไม่สน!”

“แต่ข้าสน!”

“ข้าไม่อยากเห็นพี่ต้องเสี่ยงชีวิตเพราะข้าอีก! ข้าไม่อยากให้พี่บาดเจ็บเพราะข้า!”

มือที่กำกระบี่เพลิงสุริยันของเฟิงอู๋เฉิน ค่อยๆ บีบแน่นขึ้น

‘เพราะข้าอ่อนแอเกินไป อ่อนแอจนแม้แต่น้องสาวของตนเองก็ยังไม่อาจปกป้องได้!’

‘หากไม่ใช่เพราะความอ่อนแอนี้ เฟิงหนิงคงไม่ต้องเป็นห่วงข้าขนาดนี้!’

“ให้เป็นไปตามที่หนิงเอ๋อร์ต้องการเถอะ”

เสียงหนึ่งดังขึ้น นั่นคือ เยว่ชิงอิง

ดวงตาของนางแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนกล่าวเสียงสั่น

“สายเลือดของนางได้ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว สำนักชิงเฉินเต็มไปด้วยพลังเย็น ไม่อาจควบคุมเพลิงภายในกายของนางได้อีกต่อไป! วางใจเถอะ ข้าจะดูแลและปกป้องนางให้ดี! แต่เจ้า… อย่าทำให้พวกเราต้องรอนานเกินไปนัก…”

เมื่อเอ่ยประโยคสุดท้าย เสียงของนางสั่นสะท้านเต็มไปด้วยอารมณ์ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่น

เฟิงอู๋เฉินจับกระบี่เพลิงสุริยันไว้แน่น หลับตาลงข่มกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

“เจ้าวางใจเถอะ! วันที่ข้าไปถึงดินแดนเสินโจว จะไม่มีใครแยกเราจากกันได้อีกต่อไป!”

“ตกลง! ข้าจะรอวันนั้น!”

“หึ!”

ทันใดนั้น เยว่เหลียนซินแค่นเสียงเย็นชา คลื่นพลังมหาศาลถาโถมเข้ากดดันเฟิงอู๋เฉิน

“อึก!”

ภายใต้พลังมหาศาลนั้น เฟิงอู๋เฉินกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง

“เจ้าก็เป็นเพียงแค่เด็กจากชนบทอันห่างไกล คิดอวดดีหมายจะอยู่ร่วมกับคนของตระกูลเยว่เช่นนั้นหรือ? ใครให้ความมั่นใจเจ้ากัน?”

………………………

จบบทที่ บทที่ 104 หงส์อัคคีมารตื่นขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว