เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 คลุ้มคลั่ง

บทที่ 89 คลุ้มคลั่ง

บทที่ 89 คลุ้มคลั่ง


ณ สำนักชิงเฉิน

เยว่ชิงอิงแบกเสิ่นหงอีที่หมดสติไว้บนหลัง ก้าวเดินไปตามทางขึ้นภูเขาหิมะทีละก้าวอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินมาถึงช่วงกลางของยอดเขาอู๋เหิน ทั้งสองกลับพบว่ามีศิษย์ของยอดเขาอือหยางอยู่บนเส้นทาง

เมื่อเห็นเฟิงอู๋เฉิน เหล่าศิษย์ยอดเขาอือหยาง ล้วนเผยแววตาอาฆาต

“มารเฟิง! เจ้ายังกล้ากลับมาอีกหรือ!”

“ศิษย์พี่ทั้งหลาย! เราลงมือพร้อมกัน ฆ่ามันซะ! ล้างแค้นให้ศิษย์พี่ฉินเฟิง!”

ทันทีที่สิ้นเสียง เหล่าศิษย์ขั้นปราณยุทธ์พากันพุ่งเข้ามาพร้อมกัน

เฟิงอู๋เฉินไม่ได้ยั้งมือ ปลดปล่อยหนึ่งกระบี่ออกไป หัวของศิษย์สิบกว่าคนปลิวกระเด็น ร่วงหล่นบนหิมะ เปลี่ยนพื้นขาวบริสุทธิ์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน

เมื่อสังหารศิษย์ขั้นปราณยุทธ์ไปหมดแล้ว พลันพบเห็นเงาร่างของผู้ฝึกยุทธ์อีกกลุ่มหนึ่งพุ่งลงมาจากด้านบนเส้นทาง

คนเหล่านี้กลับล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณ!

“ถึงกับมีผู้ดูแลมาด้วย!”

โดยปกติแล้ว ผู้ดูแลมักมีพลังสูงกว่าศิษย์ทั่วไป อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นปราณยุทธ์ช่วงปลาย จัดว่าเป็นกำลังหลักของสำนัก

ปกติการต่อสู้ระหว่างศิษย์ จะไม่มีผู้ดูแลลงมือเลยแม้แต่น้อย!

ดังนั้นฉากเบื้องหน้านี้ ทำให้เฟิงอู๋เฉินรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

ผู้ดูแลที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้น บรรลุถึงขั้นกายสุวรรณระดับห้า

เมื่อเห็นเฟิงอู๋เฉินพร้อมกับสภาพศพของศิษย์ยอดเขาอือหยางรอบตัว แววตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะ

“มารเฟิง! ในซากโบราณ เจ้าสังหารฉินเฟิง ศิษย์แท้จริงของยอดเขาอือหยางอย่างโหดเหี้ยม! ตอนนี้เจ้ากลับมาฆ่าคนของเรากว่าสิบชีวิต! ยอดเขาอือหยางจะไม่มีวันอยู่ร่วมฟ้ากับเจ้า!”

เสียงคำรามดังกึกก้อง พลันมีผู้ดูแลเจ็ดถึงแปดคนลงมือพร้อมกัน พุ่งเข้าหาเฟิงอู๋เฉิน

ในมือของแต่ละคนล้วนปลดปล่อยวิชายุทธ์ขั้นลึกลับ แสงเจิดจ้า หลากสี ตระการตายิ่งนัก

“วันนี้! ข้าจะทำให้ยอดเขาอู๋เหินของเจ้ามอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เศษหญ้า!”

ทันทีที่ได้ยิน คมตาของเฟิงอู๋เฉินฉายแววเย็นเยียบ

“คนบนเขา! พวกเจ้า… ทำอะไรกับพวกเขาแล้ว!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

ผู้ดูแลขั้นกายสุวรรณระดับห้าหัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจ

“หากเจ้ากลับมาช้าไปอีกหน่อย บางทีอาจได้มีโอกาสเก็บศพพวกมัน แต่ในเมื่อเจ้ากลับมาได้ถูกจังหวะ เช่นนั้นก็ไปลงนรกพร้อมกันเถอะ!”

“อะไรนะ!”

ในชั่วพริบตานั้น นัยน์ตาของเฟิงอู๋เฉินฉายแววสับสนและร้อนรน

‘หรือว่า เฟิงหนิงเองก็…!’

ทันใดนั้นเอง แววตาของเฟิงอู๋เฉินก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะที่ไร้สิ้นสุด

“ตายซะ!”

ฉัวะ!

ภายใต้แรงขับของความโกรธ จิตสังหารของเฟิงอู๋เฉินพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด

เพียงชั่วพริบตา รัศมีกระบี่ที่ปลายกระบี่ของเขาก็พุ่งทะยานออกมายาวถึงห้าฉื่อ!

ด้วยอานุภาพทวีคูณจากทั้งรัศมีกระบี่และวิชากระบี่สังหารที่รวมเป็นหนึ่งกระบี่ฟาดออกไป!

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกายสุวรรณทั้งเจ็ดแปดคนสิ้นชีพในพริบตา!

หลังจากสังหารศัตรูทั้งหมด เฟิงอู๋เฉินพลันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ข้อมือ ดวงตาแฝงแววเคร่งขรึม

ภายในตันเถียนของเขา พลังแห่งหลงหยวนกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง!

วูมมมมม!

ขั้นปราณยุทธ์ระดับเก้า!

เฟิงอู๋เฉิน ไม่มีเวลาสนใจเรื่องการทะลวงพลัง ยกเท้าพุ่งทะยานขึ้นไปบนยอดเขาอย่างรวดเร็ว

“หนิงเอ๋อร์...รอพี่ก่อน! พี่กลับมาแล้ว!”

ขณะเดียวกัน เยว่ชิงอิงที่มองดูฉากเบื้องหน้าอยู่ ดวงตาของนางพลันกระพริบเล็กน้อย

“หลังจากผ่านเหตุการณ์เฉียดตายที่หออันดับหนึ่งในใต้หล้า เขากลับทะลวงพลังได้อีกแล้วหรือ? เพิ่งเข้าสู่ขั้นวิถีกระบี่สูงสุดไม่นาน แต่กลับสามารถปลดปล่อยรัศมีกระบี่ห้าฉื่อได้แล้ว พรสวรรค์ของเขา เหนือกว่าข้าเสียอีก!”

ขณะกล่าว เยว่ชิงอิงเผยรอยยิ้มงดงามที่ยากจะอธิบาย

ดวงตาของนางที่มองแผ่นหลังของเฟิงอู๋เฉินในยามนี้ คล้ายกับสายตาของหญิงสาวที่มองคนรักของตนมิมีผิด

อย่างไรก็ตาม สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ยอดเขาอือหยาง...ช่างโง่เง่าสิ้นดี! หวังว่าพวกเจ้าคงยังไม่ทำเรื่องโง่เขลานัก หาไม่แล้ว...ด้วยนิสัยของเขา เกรงว่าทั้งยอดเขาอือหยางคงต้องถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก!”

เฟิงอู๋เฉินพุ่งทะยานขึ้นไปสุดแรง

เพียงชั่วพริบตา ก็ไปถึงยอดเขาอู๋เหิน ทุกสิ่งยังเงียบสงบดังเดิม

แต่ความเงียบสงบนี้ กลับทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างที่สุด!

“หลิวเฟย!”

“เย่เซียว!”

“หนิงเอ๋อร์!”

เสียงตะโกนกึกก้องไปทั่วทั้งยอดเขา

แต่ในตอนนั้นเอง…พลันมีเสียงฝีเท้าที่วุ่นวายดังขึ้นจากด้านหน้า

เงาร่างหลายคนวิ่งพรวดออกมาจากบริเวณสุสานรกร้างด้วยท่าทางแตกตื่นสุดขีด

“อ๊าาาา!!”

พวกมันแผดร้องลั่นขณะวิ่งหนี สองเท้าสะเปะสะปะไร้ทิศทาง

“อย่าฆ่าข้า! ได้โปรด! อย่าฆ่าข้า!”

เมื่อเฟิงอู๋เฉินหันไปมอง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปเป็นเย็นยะเยือก

เพราะตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของพวกมัน คือศิษย์ของยอดเขาอือหยาง!

“หยุดเดี๋ยวนี้! คนของยอดเขาอู๋เหินอยู่ที่ไหน?!”

“อย่าฆ่าข้า! ได้โปรด! อย่าฆ่าข้า!”

ทว่าพวกมันราวกับเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต แม้แต่สติยังหลุดลอย

หนึ่งในนั้นถึงกับวิ่งเข้ามาชนเฟิงอู๋เฉินอย่างไร้สติ!

ฉัวะ!

เฟิงอู๋เฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ผู้ใดที่กล้าบุกขึ้นยอดเขาอู๋เหิน ย่อมต้องรับผลของการกระทำ!

หลังจากสังหารพวกมัน เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ดวงตาหรี่ลง ก่อนจะก้าวไปทางสุสานรกร้างด้านใน

แต่ยิ่งเข้าไปลึกเท่าใด หัวใจของเขาก็ยิ่งสั่นไหว!

ร่างศพมากมายของศิษย์ยอดเขาอือหยางนอนเกลื่อนอยู่บนพื้น

แต่ละศพต่างถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม

แขนขาขาดกระเด็น ลำตัวถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ มีรอยกระบี่นับไม่ถ้วนลึกถึงกระดูก!

ชัดเจนว่าพวกมันถูกทรมานจนสิ้นใจ ก่อนที่จะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ!

แทบไม่ต้องคิด เฟิงอู๋เฉินเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า!

“ฆ่าให้หมด!”

“ฆ่าให้หมด!”

“ฆ่าพวกมันให้หมด!”

เสียงตะโกนดังขึ้นเป็นระยะ

เสียงนั้นแหบลึก เดียวดาย และสะท้อนก้องไปทั่วสุสานรกร้างแห่งนี้

จนกระทั่งเขาเดินไปถึงสุดปลายสุสาน

กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงก็พุ่งกระแทกเข้ามาทันที!

เบื้องหน้าของเขาคือ กองซากศพมนุษย์ที่สูงเป็นพะเนิน!

แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นส่วนที่ถูกฉีกกระชาก แต่จากการคาดคะเนคร่าวๆ

มีคนตายที่นี่ไม่น้อยกว่ายี่สิบถึงสามสิบคน!

ศิษย์ของยอดเขาอือหยางที่บุกขึ้นมานี้...แทบจะถูกกวาดล้างจนสิ้น!

“ฆ่าพวกมันทุกคน! ฆ่าพวกมันให้หมด!”

ที่ใจกลางของกองซากศพ ปรากฎร่างหนึ่งยืนอยู่

ทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเลือด!

เงาร่างนั้นยังคงแกว่งกระบี่ยาวในมือ ฟาดฟันลงบนซากศพใต้เท้าไม่หยุด

ริมฝีปากของเขาพึมพำถ้อยคำเดิมซ้ำไปมา

เฟิงอู๋เฉินกลืนน้ำลายลงคอ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่กล้าเอ่ยปากเรียกชื่อเขาออกไป

แต่ในตอนนั้นเอง

ร่างนั้นพลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาทอประกายสะท้อน จ้องมองตรงมายังเขา

เฟิงอู๋เฉิน ถึงกับชะงักงัน

“เป็นเจ้าจริงๆ!”

แม้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายจะถูกเลือดปกคลุมไปกว่าครึ่ง

แม้ว่าอาภรณ์ของเขาจะเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าของคนเดิม

แต่เฟิงอู๋เฉินก็ยังคงจำเขาได้เพียงแค่แวบแรกที่ได้เห็น

“เย่เซียว!”

หากไม่ได้เห็นกับตา เขาไม่มีวันเชื่อเป็นแน่

เจ้าขี้ขลาดที่ปกติแม้แต่จับกระบี่ยังไม่กล้า วันนี้กลับแผ่ซ่านอายสังหารอันน่าสะพรึง!

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!

“คนพวกนี้...เป็นเจ้าฆ่าหรือ? แล้วหลิวเฟยกับน้องข้าล่ะ?”

ขณะถามออกไป ฝ่ามือของเฟิงอู๋เฉินเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น

เขากลัว…

กลัวว่าจะได้ยินคำตอบที่ตนเองไม่อยากรับรู้ที่สุด!

“หลิวเฟย…”

“อ๊ากกกกก!!!”

เพียงแค่ได้ยินชื่อนั้น สีหน้าของเย่เซียว พลันบิดเบี้ยวเป็นความหวาดกลัวและบ้าคลั่ง

นัยน์ตาของเขากลายเป็นสีแดงฉาน

“ฆ่า! ฆ่าพวกมัน! ฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน!”

เสียงคำรามต่ำดังกึกก้อง

เย่เซียวยกกระบี่ยาวขึ้น ก่อนพุ่งทะยานเข้าโจมตีเฟิงอู๋เฉินอย่างดุดัน!

แม้ว่าสติสัมปชัญญะของเขาจะเสียไป แต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ

ภายใต้ฝีเท้าของเขาวิชาตัวเบาเก้ามังกรทะยานเมฆา ถูกใช้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ!

ร่างของเขาพลันแยกออกเป็นเงาจางห้าสายบุกจากห้าทิศทาง พลางใช้กระบี่พุ่งแทงเข้ามาพร้อมกัน!

เก้ามังกรทะยานเมฆา เป็นสุดยอดวิชาตัวเบาของยอดเขาอู๋เหิน

หากฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ สามารถใช้ความเร็วอันบริสุทธิ์สร้างเงาพร่าเลือนขึ้น ณ ตำแหน่งเดิมได้

หากบรรลุขั้นสูงสุด สามารถสร้างเงาสะท้อนได้สูงสุดเก้าสาย

จึงถูกเรียกว่า เก้ามังกรทะยานเมฆา!

เพียงเงาสะท้อน อาจไม่นับว่าเป็นอันตราย แต่หากเงาสะท้อนนี้มาพร้อมกับกระบี่ที่พุ่งแทง!

ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!

ในเงาทั้งห้า มีเพียงหนึ่งเงาที่เป็นร่างจริงซึ่งจะโจมตีจริง

หากตัดสินพลาดแม้แต่นิดเดียว... สิ่งที่รออยู่คือความตาย!

จบบทที่ บทที่ 89 คลุ้มคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว