เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 ความเชื่อใจและการทรยศ

บทที่ 76 ความเชื่อใจและการทรยศ

บทที่ 76 ความเชื่อใจและการทรยศ


เฟิงอู๋เฉินแบกร่างของเสิ่นหงอีเร่งฝีเท้าฝ่าความมืดไปอย่างรวดเร็ว

เพียงครึ่งชั่วยามให้หลัง เขากลับชะลอฝีเท้าลง สองมือกระชับกระบี่เพลิงสุริยันที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในฝ่ามือ

เพราะที่เบื้องหน้าของเขา ปรากฏเงาร่างของชายชราในอาภรณ์ดำผู้หนึ่ง

พลังปราณของอีกฝ่ายลึกล้ำราวห้วงมหาสมุทร มิอาจหยั่งถึง!

‘แข็งแกร่ง!’

นี่คือสิ่งแรกที่ผุดขึ้นในใจเฟิงอู๋เฉิน

“เจ้าก็ต้องการแย่งชิงแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันเช่นกันหรือ?”

“มิใช่” ชายชราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

แม้จะได้รับคำตอบเช่นนั้น แต่เฟิงอู๋เฉินยังไม่ลดความระแวดระวัง

“คุณหนูของพวกเราให้ข้ามาช่วยเจ้า”

“คุณหนูของพวกเจ้า?”

ชายชรามิได้อธิบายให้มากความ เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ กระแสพลังสีเขียวสายหนึ่งพุ่งเข้าหาเสิ่นหงอี

ทันทีที่พลังแสงนี้ซึมเข้าสู่ร่างนาง ลมปราณที่ปั่นป่วนพลันสงบลงอย่างน่าประหลาด

“ผู้ฝึกวิญญาณ?”

“หรือว่าเป็นนาง…”

เฟิงอู๋เฉินพึมพำกับตัวเอง ขณะเดียวกันชายชราก็หมุนกายเดินจากไป

“หากเจ้าอยากให้นางรอดชีวิต ก็ตามข้ามา”

เฟิงอู๋เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเดินตามไป

ด้วยพลังของชายชราผู้นี้ หากคิดทำร้ายเขาจริง คงมิจำเป็นต้องใช้วิธีอ้อมค้อมเช่นนี้

ไม่นานนัก ภายใต้การนำทางของชายชรา เฟิงอู๋เฉินก็มาถึงปากถ้ำแห่งหนึ่ง

ที่เบื้องหน้าปากถ้ำ มีหญิงสาววัยเยาว์นางหนึ่งในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ยืนรออยู่แล้ว

“เป็นเจ้าจริงๆ!”

เมื่อเห็นเฟิงอู๋เฉิน มู่ฉิงพลันเผยรอยยิ้มพลางกล่าวขึ้น

“ฟังจากที่เจ้าพูด ดูท่าเจ้าคงคาดไว้อยู่แล้วว่าเป็นข้า?”

“หากมิใช่ ข้าคงไม่มา”

มู่ฉิงส่ายหน้าเล็กน้อย “เจ้าก็ยังเป็นคนไร้อารมณ์ขันเช่นเดิม รีบวางนางลงเถอะ หากมิได้รักษาในตอนนี้ นางอาจจะได้รับผลกระทบถาวร”

เฟิงอู๋เฉินมิได้กล่าวอันใด เพียงค่อยๆ วางร่างของเสิ่นหงอีลงบนพื้นหญ้าอย่างระมัดระวัง

มู่ฉิงเห็นเช่นนั้นก็มองเขาด้วยสายตาแฝงรอยล้อเลียน

“นอกจากน้องสาวของเจ้า ข้าไม่เคยเห็นเจ้าดูแลสตรีใดเช่นนี้มาก่อนเลย”

เฟิงอู๋เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เพราะนางคู่ควรได้รับ”

“แล้วข้าล่ะ?”

หญิงสาวถามกลับทันที แต่เฟิงอู๋เฉินกลับเงียบ มิได้ตอบอันใด

สีหน้าของมู่ฉิงแปรเปลี่ยนไป รอยยิ้มหดหายคิ้วขมวดเห็นชัดว่าไม่พอใจ แต่นางก็ไม่ถือสาเอาความ เพียงแค่เริ่มลงมือรักษาเสิ่นหงอี ขณะกล่าวต่อไปว่า

“ออกไปจากที่นี่พร้อมพวกเราเถิด แผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันนั้นดึงดูดผลประโยชน์มหาศาล หากเจ้าคิดจะอยู่ในซากโบราณแห่งนี้ต่อไปเกรงว่า…คงไม่ใช่เรื่องที่ดี”

เฟิงอู๋เฉินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องมู่ฉิงตรงๆ ด้วยสายตาลึกซึ้ง

“ข้าเชื่อใจเจ้าได้หรือไม่?”

มู่ฉิงเผยรอยยิ้มบาง “เราสองคนเป็นสหายกันมิใช่หรือ?”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมขึ้นว่า

“แน่นอน... หากเป็นไปได้ ข้าอยากให้เจ้าคัดลอกเคล็ดวิชาในแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันให้ข้าสักชุดหนึ่ง”

“ตกลง!”

เฟิงอู๋เฉินตอบรับทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“เจ้าพาศิษย์พี่ของข้ากลับไปยังหออันดับหนึ่งในใต้หล้า เป็นการแลกเปลี่ยน นางจะถ่ายทอดเคล็ดวิชากระบี่ขั้นราชันให้เจ้า”

“เจ้าไม่ไปกับพวกเราหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินส่ายศีรษะ “ข้ายังมีเรื่องที่ต้องสะสาง”

“เรื่องใด?”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”

“ช้าก่อน!”

เฟิงอู๋เฉินหยุดฝีเท้า “มีอะไรอีกหรือ?”

มู่ฉิงถอนหายใจ ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมาจากแหวนเก็บของ แล้วยื่นให้เฟิงอู๋เฉิน

“เอาไปเถอะ เจ้าคงต้องใช้มัน”

“นี่คือ...?”

“โอสถฟื้นฟูบาดแผลและพลังปราณ”

“ขอบคุณ”

เฟิงอู๋เฉินรับโอสถมา ก่อนจะพุ่งกายหายลับไปในเงามืดทันที

“เฮอะ... ผู้ฝึกกระบี่นี่มันน่าหงุดหงิดเสียจริง” ชายชราที่อยู่ข้างกายมู่ฉิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

มู่ฉิงเพียงแค่หัวเราะเบาๆ “อุปนิสัยของเขาแม้จะเข้ากับผู้คนยาก แต่เขาไม่ใช่คนชั่ว”

ชายชราส่ายศีรษะ “คุณหนู... จิตใจคนยากหยั่งถึง ท่านควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ท่านไม่เคยคิดบ้างหรือว่า หากเขาพ้นจากสถานการณ์อันตรายแล้ว เขาอาจกลับกลอก และไม่ยอมส่งมอบวิชากระบี่ขั้นราชันให้พวกเรา?”

“เขาไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน” มู่ฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “หากเขาทำจริงๆ เช่นนั้นเขาก็คงไม่ใช่เฟิงอู๋เฉินที่ข้ารู้จัก”

ชายชราหรี่ตาลงเล็กน้อย มองสีหน้าของมู่ฉิง “ถ้าเช่นนั้น... เหตุใดคุณหนูถึงต้องใช้แผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันเป็นข้อต่อรอง?”

“เพราะเขาไม่เชื่อใจข้า…” แววตานางประกายความเศร้าแวบหนึ่ง

“หากข้าไม่ยื่นข้อเสนออะไรให้เขาเลย เขาคงไม่รับน้ำใจของข้าแน่…”

ดวงตาของมู่ฉิงสะท้อนความเข้าใจอันลึกซึ้ง “ข้ารู้สึกได้ชัดเจน ว่าในใจของเขามีกำแพงสูงตระหง่าน… กำแพงที่ทำให้เขาไม่อาจเชื่อใจใครได้อีก”

ชายชราเห็นท่าทีนางเช่นนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา “เช่นนั้นหรือ…”

ณ อีกฟากหนึ่งของซากโบราณ หลินหว่านพาร่างบาดเจ็บสาหัสของฉินเฟิงหลบหนีอย่างสุดชีวิต

จนเมื่อแน่ใจแล้วว่าหลุดพ้นจากอันตราย นางก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า หอบหายใจหนักหน่วง

ทุกครั้งที่นึกถึงกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินเมื่อครู่ หน้าผากของนางก็เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น

แต่สิ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวยิ่งกว่ากระบี่นั้น หาใช่เพียงแค่ความคมกล้าของมันไม่

แต่เป็น… จิตสังหารอันเย็นยะเยือกของเฟิงอู๋เฉิน และความก้าวหน้าอันน่าสะพรึงของเขา

ตามข่าวที่หลินชางส่งมาให้ นางยังจำได้ว่า ตอนที่เฟิงอู๋เฉินออกจากเมืองลั่วเฟิง เขายังเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปฐมยุทธ์อยู่เลย!

แต่เพียงแค่สองเดือน…เขากลับพุ่งทะยานไปถึงขั้นปราณยุทธ์ระดับแปด

ถึงขั้นแข็งแกร่งพอที่จะสังหารนางได้แล้ว!

“มารร้ายเช่นนี้ หากปล่อยให้เติบโตต่อไป ข้าย่อมมีแต่หนทางตายแน่แท้!”

“แค่ก… ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

เสียงกระเสาะกระแสะของฉินเฟิงดึงสติของหลินหว่านกลับมา

นางสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความหวาดหวั่นลง แล้วส่ายศีรษะ

“ข้าไม่เป็นไร! ข้าจะไปหาน้ำแถวนี้ มาทำความสะอาดบาดแผลให้ท่าน”

นางเพิ่งจะหมุนตัว ทว่ามือของฉินเฟิงกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่น

“ศิษย์พี่… ท่านทำเช่นนี้…”

แม้ว่าร่างกายของเขาจะบอบช้ำสาหัส แต่ดวงตากลับเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

“ศิษย์น้อง! ตอนนี้เจ้าเข้าใจความรู้สึกของข้าแล้วหรือไม่? เพื่อเจ้า ต่อให้ต้องสละชีวิต ข้าก็เต็มใจ! ได้โปรด… ให้โอกาสข้าสักครั้งเถิด”

คำพูดของฉินเฟิงทำให้หลินหว่านชะงักไป

“ศิษย์พี่… ข้า…”

ฉินเฟิงกลับจับมือนางแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ข้าได้แผ่นหยกที่บรรจุวิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ระดับกลางมาจากในซากโบราณนี้”

“หากเจ้ายอมอยู่เคียงข้างข้า ข้าจะมอบมันให้เจ้า… เป็นของหมั้นหมาย!”

“เคล็ดวิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ระดับกลาง!?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของหลินหว่านพลันเปลี่ยนไป

“จริงหรือ ศิษย์พี่!?”

“แน่นอนว่าจริง หากเจ้ายอมรับข้า ตอนนี้ข้าก็จะ”

ฉึก!

ก่อนที่ฉินเฟิงจะพูดจบ รอยยิ้มของเขากลับแข็งค้าง

ทันใดนั้น ความเจ็บแปลบก็แล่นเข้ามาที่อก

เขาก้มมองลงไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา กระบี่เล่มหนึ่งได้แทงทะลุหัวใจของเขาเสียแล้ว

และคนที่ลงมือนั้น... หาใช่ใครอื่นไม่

นางคือหลินหว่าน!

“ทะ… ทำไม? ทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้กับข้า?”

“ศิษย์พี่…”

น้ำเสียงของหลินหว่านเยียบเย็นถึงขีดสุด นางราวกับกลายเป็นคนละคนไปโดยสิ้นเชิง

“ความผิดของเจ้ามีเพียงเรื่องเดียว...เจ้ามันโง่เขลา ถึงได้เผยเรื่องวิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ออกมา!”

“สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ มิใช่ของที่ใครจะยกให้ผู้อื่นง่ายๆ เหมือนเจ้าหรอกนะ!”

“แต่ว่า… ข้าตั้งใจจะมอบมันให้เจ้าอยู่แล้ว… เจ้า… ทำไมถึงยัง…”

“พลั่ก!”

โลหิตสีสดพุ่งออกจากปากของฉินเฟิง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

“ฮึฮึ! เจ้าดูสารรูปตัวเองในตอนนี้บ้างหรือไม่?”

“เจ้าถูกผู้ฝึกกระบี่ฟันจนร่างเละเทะเช่นนี้ ไม่เพียงแต่หน้าตาพังพินาศ มือเท้าเจ้าก็ใช้การไม่ได้อีกแล้ว! ข้าไม่เคยเห็นค่าของเจ้าแม้แต่ก่อนหน้านี้ แล้วคิดหรือว่าข้าจะมองเจ้าตอนนี้? ฝันไปเถอะ!”

“เจ้า…”

ได้ยินคำพูดเหยียดหยามของหลินหว่าน ฉินเฟิงโกรธจนร่างสั่นสะท้าน

แต่ร่างกายของเขากลับไม่อาจตอบสนองได้อีกต่อไป ทั้งแขนขาไร้เรี่ยวแรง หัวใจถูกทะลวงเขามิอาจพลิกสถานการณ์ได้อีกแล้ว

“เจ้ากล้าทรยศข้า… ไม่กลัวหรือว่าตระกูลฉินจะบดขยี้เจ้าให้แหลกเป็นผุยผง?”

“กลัวสิ! แน่นอนว่าข้ากลัว!”

“แต่ว่าคนที่ฆ่าเจ้าหาใช่ข้าไม่”

“เป็นเฟิงอู๋เฉิน เจ้าเศษสวะนั่นต่างหาก!”

“ข้าเพียงแค่จะใช้วิชายุทธ์ขั้นสวรรค์ของเจ้า เพื่อล้างแค้นให้เจ้า บางที… ตระกูลฉินอาจจะต้องขอบคุณข้าด้วยซ้ำ!”

“เจ้า... นังหญิงอสรพิษ!”

หลินหว่านโน้มตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะค่อยๆ ดึงกระบี่ออกจากอกของเขาอย่างช้าๆ

“เจ้ารู้หรือไม่? เมื่อหนึ่งปีก่อน ในคืนส่งตัวเข้าหอของข้ากับเฟิงอู๋เฉิน...”

“เขาก็มองข้าด้วยสายตาเช่นนี้เหมือนกัน”

“แต่แล้วอย่างไร? สุดท้าย ทั้งเขาและเจ้า... ก็เป็นเพียงแค่ก้อนหินให้ข้าก้าวไปสู่ความแข็งแกร่งเท่านั้น!”

สิ้นคำ หลินหว่านกระชากกระบี่ออกอย่างไร้ปรานี โลหิตพุ่งทะลักออกจากอกของฉินเฟิง

และแล้ว... ร่างของเขาก็สิ้นใจ

ถึงแม้วิญญาณได้หลุดลอยไปแล้ว แต่ดวงตาของเขายังคงเบิกกว้าง เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่ยินยอม!

จบบทที่ บทที่ 76 ความเชื่อใจและการทรยศ

คัดลอกลิงก์แล้ว