เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!

บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!

บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!


ทัพไล่ล่าที่ติดตามมานั้น ผู้นำหน้ามาอย่างไม่รีรอ ก็คือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าฉู่ มือกระบี่ผู้เก่งกาจ ฉู่อวิ๋นหลาน

เพียงพริบตาเดียว เขาก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของเฟิงอู๋เฉิน

“ส่งเคล็ดวิชากระบี่ขั้นราชันมาให้ข้าเสียดีๆ!”

เมื่อถูกฉู่อวิ๋นหลานรบกวน เฟิงอู๋เฉินจำต้องละทิ้งการสังหารหลินหว่านและสหายของนาง หันมาตั้งรับศัตรูใหม่แทน

ในขณะที่คมกระบี่ทั้งสองกระทบกัน เฟิงอู๋เฉินก็ประเมินพลังของอีกฝ่ายได้ในทันที

แม้คนผู้นี้จะมีพรสวรรค์ในกระบี่ไม่น้อย แต่ในท้ายที่สุดก็ยังอยู่เพียงแค่ขั้นปราณยุทธ์ ต่อให้ทุ่มพลังถึงที่สุด ก็คงไม่ต่างจากฉินเฟิงมากนัก

‘หากเทียบกับข้าแล้ว... ยังห่างไกลนัก!’

“ตายซะ!”

ฉู่อวิ๋นหลานแผดเสียงลั่น รัศมีกระบี่บนกระบี่วิญญาณในมือพลันแผ่ขยายออกถึงสามฉื่อ

เฟิงอู๋เฉินมองเห็นกองกำลังไล่ล่าจำนวนมากกำลังรุดใกล้เข้ามา ก็รู้ดีว่ามิอาจเสียเวลาสู้รบกับคนผู้นี้อีกต่อไป

เขาตัดสินใจเดินหน้าสุดกำลัง ทุ่มพลังทั้งหมดลงสู่กระบี่เพลิงสุริยัน บันดาลท่ากระบี่สังหารที่หมายจะตัดสินเป็นตาย!

ภายใต้คมกระบี่นี้ จะต้องมีหนึ่งผู้วายชนม์!

เมื่อสัมผัสถึงความน่าพรั่นพรึงของกระบี่เฟิงอู๋เฉิน ฉู่อวิ๋นหลานเบิกตากว้าง จิตใจพลันสั่นไหว

“เจ้าคิดจะเอาชีวิตแลกชีวิตกับข้าหรือ ? เจ้ามันบ้าไปแล้ว!”

สิ้นคำสบถ รัศมีกระบี่บนกระบี่วิญญาณของเขาก็พลันหดหายลงอย่างเห็นได้ชัด ฝีเท้าที่รุกคืบเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นการถอยหลบอย่างตระหนก

เห็นดังนั้น มุมปากเฟิงอู๋เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด

“หากเจ้าไม่ถอย ข้าก็มีเพียงแปดส่วนที่จะมั่นใจว่าฆ่าเจ้าได้ ทว่าเจ้ากลับถอยหนีเสียเอง!”

“อะไรนะ?!”

ฉู่อวิ๋นหลานตื่นตระหนก เพราะกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินยิ่งมายิ่งเร็ว รวดเร็วจนเขาไม่อาจหลบหนีได้อีกต่อไป

“เจ้า...เจ้ากล้าหรือ! ข้าเป็นองค์รัชทายาทของแคว้นต้าฉู่ หากเจ้าฆ่าข้า แคว้นต้าฉู่ต้อง...!”

เสียงของเขาขาดห้วงลงในอึดใจนั้นเอง

ภายใต้กระบี่ของเฟิงอู๋เฉิน ศีรษะของฉู่อวิ๋นหลานถูกตัดสะบั้น ลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะกลิ้งตกลงสู่พื้นดิน ดวงตายังคงเบิกโพลง

องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าฉู่ อัจฉริยะกระบี่ที่ผู้คนเคยยกย่อง ถูกสังหารลงโดยง่ายในมือของเฟิงอู๋เฉิน

“แค่ก...แค่ก...”

เฟิงอู๋เฉินกระอักไอเบาๆ

เขาหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาจับจ้องไปยังเหล่าทัพไล่ล่าที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว มิรู้ว่าภายในใจนั้นกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่

อีกด้านหนึ่ง เสิ่นหงอีกำลังสู้รบกับเฉินหานซานอย่างดุเดือด ราวกับไม่อาจแยกจากกันได้

“หึ!”

เฉินหานซานแค่นเสียงเย็นชาเอ่ยว่า “ส่งแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันมาเสียเถอะ! แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”

“ฝันไปเถอะ!”

เสิ่นหงอีสะบัดกระบี่สะท้อนแสง ปะทะกลับไปจนเฉินหานซานถอยกรูด ก่อนจะตวาดเรียกเฟิงอู๋เฉินเสียงดังว่า

“ศิษย์น้องเฟิง! มาอยู่ข้างหลังข้า!”

ขณะเดียวกัน ในฝ่ามือของนางพลันปรากฏแสงสีม่วงส่องประกายออกมา!

“หยกวิชากระบี่!”

เมื่อเห็นแสงม่วงเรืองรองนั้น ดวงตาของเฉินหานซานพลันเบิกกว้าง ราวกับสุนัขหิวโหยที่ได้พบเนื้อสด รีบรุดเข้าประชิดโดยไม่รีรอ

เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นฉากตรงหน้าก็เข้าใจความตั้งใจของเสิ่นหงอีในทันที

คิดไม่ทันสิ้น กายก็ขยับโดยสัญชาตญาณ เขากระชับกระบี่เพลิงสุริยันแล้วพุ่งไปขวางเบื้องหน้านาง ต้านรับกระบี่ของเฉินหานซาน

แกร๊ก!

ขณะเดียวกันนั้นเอง เสิ่นหงอีก็บีบทำลายแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันในมือจนแหลกสลาย

ทันใดนั้น แสงสีม่วงเจิดจ้าพลันระเบิดออก ปกคลุมร่างของนางโดยสมบูรณ์

“อะไร? เจ้าทำลายแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน…”

“ศิษย์น้องเฟิง! หลบไป!”

ทันทีที่ได้ยิน เฟิงอู๋เฉินพลันทะยานกายไปหลบอยู่ข้างหลังนาง

สิ่งที่เห็นคือ เสิ่นหงอีชี้ปลายกระบี่ขึ้นฟ้า กระแสพลังวิญญาณหมุนวนรวมตัวกันเป็นวังวนขนาดใหญ่เหนือปลายกระบี่ ดูดซับพลังปราณและเจตนากระบี่จากโดยรอบอย่างไม่ขาดสาย

รัศมีกระบี่สีม่วงเข้ม… ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นทุกขณะ!

“วิชากระบี่ขั้นราชัน ฉับพลันเกิดดับ!”

เฉินหานซานกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง

เขาคาดไม่ถึงว่าเสิ่นหงอีจะเลือกทำลายแผ่นหยกวิชากระบี่และเข้าใจวิชากระบี่ในสถานการณ์เช่นนี้!

“พลังมหาศาลเช่นนี้… นั่นมันอะไรกัน?”

“เป็นแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน! ถึงกับสามารถเรียกใช้พลังฟ้าดินได้!”

“ถอย! รีบถอยไปให้เร็ว!”

เมื่อรับรู้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของกระบี่นี้ กองทัพไล่ล่าพากันแตกตื่น รีบล่าถอยไปโดยสัญชาตญาณ

แรงกดดันจากตัวเสิ่นหงอียิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัศมีกระบี่ที่กระจุกตัวอยู่บนปลายกระบี่ก็เริ่มบีบอัดจนถึงขีดสุด และแล้ว…

บูม!!!

พลังที่เกินกว่าการควบคุมของนางได้ปะทุออกมาดั่งมหานทีไหลหลาก!

ด้วยระดับพลังของเสิ่นหงอีในตอนนี้ ซึ่งเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณ นางย่อมไม่อาจควบคุมแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันได้โดยสมบูรณ์

ดั่งสายธารที่บ้าคลั่ง พลังอันมหาศาลพลันพวยพุ่งออกไป กวาดทำลายทุกสิ่งเบื้องหน้าอย่างไร้ปรานี!

รัศมีกระบี่ปะทุออกดุจพายุคลั่ง กวาดล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยจั้งโดยไม่เหลือซาก!

ผู้ที่มีพลังด้อยกว่าถูกแรงกดดันของกระบี่นี้บดขยี้จนกลายเป็นเศษธุลีในพริบตา แม้แต่เสียงกรีดร้องยังมิอาจเปล่งออกมา

ยามเมื่อกระแสพลังอันบ้าคลั่งค่อยๆ สงบลง ความเงียบงันก็คืนกลับสู่ผืนแผ่นดิน

ทว่าสิ่งที่เคยตั้งตระหง่านอยู่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงที่ราบเรียบโล่ง รัศมีร้อยจั้งโดยรอบมิหลงเหลือสิ่งใดอยู่เลย

แม้แต่เฟิงอู๋เฉินเองก็ยังต้องทอดถอนใจถึงพลังอันมหาศาลของแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน

“อึก...”

เบื้องหน้าพวกเขา เฉินหานซานองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเฉิน ที่เคยโอหังยโส บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเยี่ยงเศษซาก

อาภรณ์หรูหราที่ปักลายพญาอสรพิษถูกฉีกกระชากจนหมดสิ้น เนื้อหนังบนร่างไร้ซึ่งจุดใดที่สมบูรณ์ โลหิตไหลรินจนทั่วร่างแทบไร้เรี่ยวแรง

ตรงหน้าของเขาปรากฏแสงสีทองริบหรี่ที่คอยคุ้มกันร่างอยู่

เห็นได้ชัดว่าดั่งเช่นองค์ชายเจ็ด เฉินหานซานเองก็มิได้มาลำพัง เขายังมีพลังที่เหล่าผู้อาวุโสแห่งราชสำนักทิ้งไว้ปกป้องชีวิต

เพียงแต่ว่า...เพื่อรักษาเขาจากแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน พลังสำรองที่ว่าได้ถูกเผาผลาญจนหมดสิ้นแล้ว

ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากแสงสีทอง

“เจ้าเด็กน้อย...หากเจ้ากล้าทำร้ายเชื้อสายแห่งราชวงศ์เฉิน ต่อให้เจ้าหนีไปสุดขอบฟ้า ข้าก็จะทำให้เจ้าต้องชดใช้!”

เฟิงอู๋เฉินกลับไม่ใส่ใจต่อคำข่มขู่นี้แม้แต่น้อย เขากระชับกระบี่เพลิงสุริยันแน่น แล้วก้าวเดินไปยังร่างของเฉินหานซาน

“เ...เจ้าหนุ่ม...”

ฉัวะ!

ยังไม่ทันที่เสียงปริศนานั้นจะกล่าวจบ ศีรษะของเฉินหานซานก็ถูกสับสะบั้น ปลิวกระเด็นไปไกล!

คนผู้นี้เป็นพวกเจ้าเล่ห์อำมหิต หากปล่อยไว้คงเป็นหายนะในภายภาคหน้า

ส่วนการแก้แค้นของราชวงศ์เฉินน่ะหรือ?

เฟิงอู๋เฉินหาได้สนใจไม่

วันนี้เฉินหานซานต้องมาพบจุดจบเพราะเขา ต่อให้ไว้ชีวิต อีกฝ่ายก็คงตามราวีมิเลิกรา

เช่นนั้นแล้ว... ฆ่าเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า!

อย่างน้อยก็ยังได้ความสะใจ

“ศิษย์น้องเฟิง...”

ยามได้ยินเสียงเรียกอันแผ่วเบานั้น เฟิงอู๋เฉินหันกลับไปโดยไม่ทันคิด

ทันใดนั้น ร่างอรชรในชุดแดงก็โถมเข้ามาสู่อ้อมแขนของเขาโดยไม่คาดหมาย นางหมดสติไปแล้ว!

เพียงสัมผัสลมหายใจ เฟิงอู๋เฉินก็พบว่า ลมปราณในกายของเสิ่นหงอีปั่นป่วนถึงขีดสุด

“แย่แล้ว!”

ด้วยพลังเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณ แต่นางกลับฝืนกระตุ้นแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน เรื่องเช่นนี้ต่อให้เป็นตัวเขาเองยังไม่กล้าทำ!

“ช่างเป็นผู้หญิงที่บุ่มบ่ามสิ้นดี!”

เฟิงอู๋เฉินหยิบโอสถออกมาจากแหวนเก็บของ ยัดใส่ปากตนเองหลายเม็ด แล้วใช้พลังปราณช่วยหล่อเลี้ยงร่างของเสิ่นหงอี

จากนั้น เขาก็แบกร่างของนางขึ้นหลัง ก่อนจะทะยานตัวเข้าสู่ส่วนลึกของซากโบราณ

ไม่นาน เหล่าทัพไล่ล่าที่ถูกแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันข่มขวัญจนต้องล่าถอย ก็ค่อยๆ กลับมายังจุดเดิม

เมื่อได้เห็นสภาพอันยับเยินรอบด้าน เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วทั้งลาน

“นี่มัน…ปราณกระบี่?! หรือว่าอีกฝ่ายจะเป็นปรมาจารย์กระบี่!?”

“ไม่…เป็นเพราะแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน! มันทำให้นางทะลวงขีดจำกัดของตนเองชั่วขณะ จึงสามารถปลดปล่อยปราณกระบี่ได้”

“บัดซบ! แผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้หรือ? ถึงกับทำให้ผู้ฝึกกระบี่ธรรมดาสามารถใช้ปราณกระบี่ได้เชียว!?”

แววตาของทุกคน ลุกโชนด้วยความโลภ

“แล้วเราจะเอาอย่างไรต่อ? ตอนนี้อีกฝ่ายเข้าใจวิชาของแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันแล้ว เราจะต้านไหวหรือ?”

“หึ! จะกลัวไปไย? นางฝืนใช้แผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันด้วยพลังเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณ ต้องได้รับผลกระทบร้ายแรงแน่ๆ! ต่อให้เป็นอัจฉริยะเพียงใด นางก็ไม่มีทางฟันกระบี่ที่สองได้ในเวลาสั้นๆ!”

“แม้ว่าแผ่นหยกวิชากระบี่จะถูกทำลายไปแล้ว แต่เคล็ดกระบี่ยังอยู่ในหัวของนาง! หากจับตัวนางได้…พวกเราสามารถใช้วิชาสืบค้นวิญญาณเพื่อดึงวิชากระบี่ออกมาได้!”

“ไล่ตามต่อไป!”

จบบทที่ บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!

คัดลอกลิงก์แล้ว