- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!
บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!
บทที่ 75 ฉับพลันเกิดดับ!
ทัพไล่ล่าที่ติดตามมานั้น ผู้นำหน้ามาอย่างไม่รีรอ ก็คือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าฉู่ มือกระบี่ผู้เก่งกาจ ฉู่อวิ๋นหลาน
เพียงพริบตาเดียว เขาก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของเฟิงอู๋เฉิน
“ส่งเคล็ดวิชากระบี่ขั้นราชันมาให้ข้าเสียดีๆ!”
เมื่อถูกฉู่อวิ๋นหลานรบกวน เฟิงอู๋เฉินจำต้องละทิ้งการสังหารหลินหว่านและสหายของนาง หันมาตั้งรับศัตรูใหม่แทน
ในขณะที่คมกระบี่ทั้งสองกระทบกัน เฟิงอู๋เฉินก็ประเมินพลังของอีกฝ่ายได้ในทันที
แม้คนผู้นี้จะมีพรสวรรค์ในกระบี่ไม่น้อย แต่ในท้ายที่สุดก็ยังอยู่เพียงแค่ขั้นปราณยุทธ์ ต่อให้ทุ่มพลังถึงที่สุด ก็คงไม่ต่างจากฉินเฟิงมากนัก
‘หากเทียบกับข้าแล้ว... ยังห่างไกลนัก!’
“ตายซะ!”
ฉู่อวิ๋นหลานแผดเสียงลั่น รัศมีกระบี่บนกระบี่วิญญาณในมือพลันแผ่ขยายออกถึงสามฉื่อ
เฟิงอู๋เฉินมองเห็นกองกำลังไล่ล่าจำนวนมากกำลังรุดใกล้เข้ามา ก็รู้ดีว่ามิอาจเสียเวลาสู้รบกับคนผู้นี้อีกต่อไป
เขาตัดสินใจเดินหน้าสุดกำลัง ทุ่มพลังทั้งหมดลงสู่กระบี่เพลิงสุริยัน บันดาลท่ากระบี่สังหารที่หมายจะตัดสินเป็นตาย!
ภายใต้คมกระบี่นี้ จะต้องมีหนึ่งผู้วายชนม์!
เมื่อสัมผัสถึงความน่าพรั่นพรึงของกระบี่เฟิงอู๋เฉิน ฉู่อวิ๋นหลานเบิกตากว้าง จิตใจพลันสั่นไหว
“เจ้าคิดจะเอาชีวิตแลกชีวิตกับข้าหรือ ? เจ้ามันบ้าไปแล้ว!”
สิ้นคำสบถ รัศมีกระบี่บนกระบี่วิญญาณของเขาก็พลันหดหายลงอย่างเห็นได้ชัด ฝีเท้าที่รุกคืบเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นการถอยหลบอย่างตระหนก
เห็นดังนั้น มุมปากเฟิงอู๋เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด
“หากเจ้าไม่ถอย ข้าก็มีเพียงแปดส่วนที่จะมั่นใจว่าฆ่าเจ้าได้ ทว่าเจ้ากลับถอยหนีเสียเอง!”
“อะไรนะ?!”
ฉู่อวิ๋นหลานตื่นตระหนก เพราะกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินยิ่งมายิ่งเร็ว รวดเร็วจนเขาไม่อาจหลบหนีได้อีกต่อไป
“เจ้า...เจ้ากล้าหรือ! ข้าเป็นองค์รัชทายาทของแคว้นต้าฉู่ หากเจ้าฆ่าข้า แคว้นต้าฉู่ต้อง...!”
เสียงของเขาขาดห้วงลงในอึดใจนั้นเอง
ภายใต้กระบี่ของเฟิงอู๋เฉิน ศีรษะของฉู่อวิ๋นหลานถูกตัดสะบั้น ลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะกลิ้งตกลงสู่พื้นดิน ดวงตายังคงเบิกโพลง
องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าฉู่ อัจฉริยะกระบี่ที่ผู้คนเคยยกย่อง ถูกสังหารลงโดยง่ายในมือของเฟิงอู๋เฉิน
“แค่ก...แค่ก...”
เฟิงอู๋เฉินกระอักไอเบาๆ
เขาหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาจับจ้องไปยังเหล่าทัพไล่ล่าที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว มิรู้ว่าภายในใจนั้นกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นหงอีกำลังสู้รบกับเฉินหานซานอย่างดุเดือด ราวกับไม่อาจแยกจากกันได้
“หึ!”
เฉินหานซานแค่นเสียงเย็นชาเอ่ยว่า “ส่งแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันมาเสียเถอะ! แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”
“ฝันไปเถอะ!”
เสิ่นหงอีสะบัดกระบี่สะท้อนแสง ปะทะกลับไปจนเฉินหานซานถอยกรูด ก่อนจะตวาดเรียกเฟิงอู๋เฉินเสียงดังว่า
“ศิษย์น้องเฟิง! มาอยู่ข้างหลังข้า!”
ขณะเดียวกัน ในฝ่ามือของนางพลันปรากฏแสงสีม่วงส่องประกายออกมา!
“หยกวิชากระบี่!”
เมื่อเห็นแสงม่วงเรืองรองนั้น ดวงตาของเฉินหานซานพลันเบิกกว้าง ราวกับสุนัขหิวโหยที่ได้พบเนื้อสด รีบรุดเข้าประชิดโดยไม่รีรอ
เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นฉากตรงหน้าก็เข้าใจความตั้งใจของเสิ่นหงอีในทันที
คิดไม่ทันสิ้น กายก็ขยับโดยสัญชาตญาณ เขากระชับกระบี่เพลิงสุริยันแล้วพุ่งไปขวางเบื้องหน้านาง ต้านรับกระบี่ของเฉินหานซาน
แกร๊ก!
ขณะเดียวกันนั้นเอง เสิ่นหงอีก็บีบทำลายแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันในมือจนแหลกสลาย
ทันใดนั้น แสงสีม่วงเจิดจ้าพลันระเบิดออก ปกคลุมร่างของนางโดยสมบูรณ์
“อะไร? เจ้าทำลายแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน…”
“ศิษย์น้องเฟิง! หลบไป!”
ทันทีที่ได้ยิน เฟิงอู๋เฉินพลันทะยานกายไปหลบอยู่ข้างหลังนาง
สิ่งที่เห็นคือ เสิ่นหงอีชี้ปลายกระบี่ขึ้นฟ้า กระแสพลังวิญญาณหมุนวนรวมตัวกันเป็นวังวนขนาดใหญ่เหนือปลายกระบี่ ดูดซับพลังปราณและเจตนากระบี่จากโดยรอบอย่างไม่ขาดสาย
รัศมีกระบี่สีม่วงเข้ม… ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นทุกขณะ!
“วิชากระบี่ขั้นราชัน ฉับพลันเกิดดับ!”
เฉินหานซานกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง
เขาคาดไม่ถึงว่าเสิ่นหงอีจะเลือกทำลายแผ่นหยกวิชากระบี่และเข้าใจวิชากระบี่ในสถานการณ์เช่นนี้!
“พลังมหาศาลเช่นนี้… นั่นมันอะไรกัน?”
“เป็นแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน! ถึงกับสามารถเรียกใช้พลังฟ้าดินได้!”
“ถอย! รีบถอยไปให้เร็ว!”
เมื่อรับรู้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของกระบี่นี้ กองทัพไล่ล่าพากันแตกตื่น รีบล่าถอยไปโดยสัญชาตญาณ
แรงกดดันจากตัวเสิ่นหงอียิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัศมีกระบี่ที่กระจุกตัวอยู่บนปลายกระบี่ก็เริ่มบีบอัดจนถึงขีดสุด และแล้ว…
บูม!!!
พลังที่เกินกว่าการควบคุมของนางได้ปะทุออกมาดั่งมหานทีไหลหลาก!
ด้วยระดับพลังของเสิ่นหงอีในตอนนี้ ซึ่งเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณ นางย่อมไม่อาจควบคุมแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันได้โดยสมบูรณ์
ดั่งสายธารที่บ้าคลั่ง พลังอันมหาศาลพลันพวยพุ่งออกไป กวาดทำลายทุกสิ่งเบื้องหน้าอย่างไร้ปรานี!
รัศมีกระบี่ปะทุออกดุจพายุคลั่ง กวาดล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยจั้งโดยไม่เหลือซาก!
ผู้ที่มีพลังด้อยกว่าถูกแรงกดดันของกระบี่นี้บดขยี้จนกลายเป็นเศษธุลีในพริบตา แม้แต่เสียงกรีดร้องยังมิอาจเปล่งออกมา
ยามเมื่อกระแสพลังอันบ้าคลั่งค่อยๆ สงบลง ความเงียบงันก็คืนกลับสู่ผืนแผ่นดิน
ทว่าสิ่งที่เคยตั้งตระหง่านอยู่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงที่ราบเรียบโล่ง รัศมีร้อยจั้งโดยรอบมิหลงเหลือสิ่งใดอยู่เลย
แม้แต่เฟิงอู๋เฉินเองก็ยังต้องทอดถอนใจถึงพลังอันมหาศาลของแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน
“อึก...”
เบื้องหน้าพวกเขา เฉินหานซานองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเฉิน ที่เคยโอหังยโส บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเยี่ยงเศษซาก
อาภรณ์หรูหราที่ปักลายพญาอสรพิษถูกฉีกกระชากจนหมดสิ้น เนื้อหนังบนร่างไร้ซึ่งจุดใดที่สมบูรณ์ โลหิตไหลรินจนทั่วร่างแทบไร้เรี่ยวแรง
ตรงหน้าของเขาปรากฏแสงสีทองริบหรี่ที่คอยคุ้มกันร่างอยู่
เห็นได้ชัดว่าดั่งเช่นองค์ชายเจ็ด เฉินหานซานเองก็มิได้มาลำพัง เขายังมีพลังที่เหล่าผู้อาวุโสแห่งราชสำนักทิ้งไว้ปกป้องชีวิต
เพียงแต่ว่า...เพื่อรักษาเขาจากแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน พลังสำรองที่ว่าได้ถูกเผาผลาญจนหมดสิ้นแล้ว
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากแสงสีทอง
“เจ้าเด็กน้อย...หากเจ้ากล้าทำร้ายเชื้อสายแห่งราชวงศ์เฉิน ต่อให้เจ้าหนีไปสุดขอบฟ้า ข้าก็จะทำให้เจ้าต้องชดใช้!”
เฟิงอู๋เฉินกลับไม่ใส่ใจต่อคำข่มขู่นี้แม้แต่น้อย เขากระชับกระบี่เพลิงสุริยันแน่น แล้วก้าวเดินไปยังร่างของเฉินหานซาน
“เ...เจ้าหนุ่ม...”
ฉัวะ!
ยังไม่ทันที่เสียงปริศนานั้นจะกล่าวจบ ศีรษะของเฉินหานซานก็ถูกสับสะบั้น ปลิวกระเด็นไปไกล!
คนผู้นี้เป็นพวกเจ้าเล่ห์อำมหิต หากปล่อยไว้คงเป็นหายนะในภายภาคหน้า
ส่วนการแก้แค้นของราชวงศ์เฉินน่ะหรือ?
เฟิงอู๋เฉินหาได้สนใจไม่
วันนี้เฉินหานซานต้องมาพบจุดจบเพราะเขา ต่อให้ไว้ชีวิต อีกฝ่ายก็คงตามราวีมิเลิกรา
เช่นนั้นแล้ว... ฆ่าเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า!
อย่างน้อยก็ยังได้ความสะใจ
“ศิษย์น้องเฟิง...”
ยามได้ยินเสียงเรียกอันแผ่วเบานั้น เฟิงอู๋เฉินหันกลับไปโดยไม่ทันคิด
ทันใดนั้น ร่างอรชรในชุดแดงก็โถมเข้ามาสู่อ้อมแขนของเขาโดยไม่คาดหมาย นางหมดสติไปแล้ว!
เพียงสัมผัสลมหายใจ เฟิงอู๋เฉินก็พบว่า ลมปราณในกายของเสิ่นหงอีปั่นป่วนถึงขีดสุด
“แย่แล้ว!”
ด้วยพลังเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณ แต่นางกลับฝืนกระตุ้นแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน เรื่องเช่นนี้ต่อให้เป็นตัวเขาเองยังไม่กล้าทำ!
“ช่างเป็นผู้หญิงที่บุ่มบ่ามสิ้นดี!”
เฟิงอู๋เฉินหยิบโอสถออกมาจากแหวนเก็บของ ยัดใส่ปากตนเองหลายเม็ด แล้วใช้พลังปราณช่วยหล่อเลี้ยงร่างของเสิ่นหงอี
จากนั้น เขาก็แบกร่างของนางขึ้นหลัง ก่อนจะทะยานตัวเข้าสู่ส่วนลึกของซากโบราณ
ไม่นาน เหล่าทัพไล่ล่าที่ถูกแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันข่มขวัญจนต้องล่าถอย ก็ค่อยๆ กลับมายังจุดเดิม
เมื่อได้เห็นสภาพอันยับเยินรอบด้าน เสียงสูดหายใจดังขึ้นทั่วทั้งลาน
“นี่มัน…ปราณกระบี่?! หรือว่าอีกฝ่ายจะเป็นปรมาจารย์กระบี่!?”
“ไม่…เป็นเพราะแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชัน! มันทำให้นางทะลวงขีดจำกัดของตนเองชั่วขณะ จึงสามารถปลดปล่อยปราณกระบี่ได้”
“บัดซบ! แผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้หรือ? ถึงกับทำให้ผู้ฝึกกระบี่ธรรมดาสามารถใช้ปราณกระบี่ได้เชียว!?”
แววตาของทุกคน ลุกโชนด้วยความโลภ
“แล้วเราจะเอาอย่างไรต่อ? ตอนนี้อีกฝ่ายเข้าใจวิชาของแผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันแล้ว เราจะต้านไหวหรือ?”
“หึ! จะกลัวไปไย? นางฝืนใช้แผ่นหยกวิชากระบี่ขั้นราชันด้วยพลังเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณ ต้องได้รับผลกระทบร้ายแรงแน่ๆ! ต่อให้เป็นอัจฉริยะเพียงใด นางก็ไม่มีทางฟันกระบี่ที่สองได้ในเวลาสั้นๆ!”
“แม้ว่าแผ่นหยกวิชากระบี่จะถูกทำลายไปแล้ว แต่เคล็ดกระบี่ยังอยู่ในหัวของนาง! หากจับตัวนางได้…พวกเราสามารถใช้วิชาสืบค้นวิญญาณเพื่อดึงวิชากระบี่ออกมาได้!”
“ไล่ตามต่อไป!”