เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 74 ผู้เสียสละ

บทที่ 74 ผู้เสียสละ

บทที่ 74 ผู้เสียสละ


เฟิงอู๋เฉินพลางฟื้นฟูพลังวิญญาณ พลางครุ่นคิดถึงมรดกโบราณนี้

หอคอยกระบี่หลงหยวนมีระดับสูงส่งเพียงใด?

นั่นคือสิ่งที่แม้แต่จ้าวสวรรค์ยังต้องอิจฉา!

แม้ว่าวิชากระบี่ขั้นราชันนี้จะนับว่าไม่เลวเมื่ออยู่ในดินแดนชางโจว

แต่หากนำไปวางไว้ในแดนสวรรค์แล้ว กลับไม่อาจนับเป็นสิ่งใดได้เลย

ดังนั้น สิ่งที่สามารถทำให้หลงหยวนตอบสนองได้ ย่อมไม่ใช่เพียงแค่แผ่นหยกแห่งวิชากระบี่นี้

หากเป็นเช่นนั้น หรือจะเป็นตราสีทองเล็กๆ นั้น?

เมื่อความคิดของเฟิงอู๋เฉินมาถึงตรงนี้ เสิ่นหงอีได้สังหารศัตรูขั้นกายสุวรรณไปอีกหนึ่งคน

หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือด เสิ่นหงอีก็เริ่มแสดงอาการอ่อนแรง ความเร็วของนางลดลงเล็กน้อย

“พวกนี้มันไม่กลัวตายกันเลยหรือ?”

เฟิงอู๋เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วจู่ๆ ก็คว้ามือเรียวเล็กดูจหยกของเสิ่นหงอี

ทำให้นางรู้สึกเขินอาย สองแก้มแดงเรื่อขึ้นมาทันที

“ในเวลาเช่นนี้ เจ้า...ทำอะไร?”

ก่อนที่เสียงของนางจะขาดหายไป นางก็รับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งอยู่ในฝ่ามือของตน

“นี่คือ…”

“พวกมันคิดว่าวิชากระบี่ขั้นราชันอยู่ที่ข้า จึงมุ่งไล่ตามข้าเป็นหลัก หากถึงเวลาที่จนตรอกจริงๆ เจ้านำสิ่งนี้หนีไปเสีย!”

เสิ่นหงอีถึงกับตะลึง

นั่นคือวิชากระบี่ขั้นราชัน สมบัติล้ำค่าหาประมาณมิได้ แต่เฟิงอู๋เฉินกลับมอบให้นางอย่างง่ายดายเช่นนี้?

“ไม่ได้! เจ้าคนเดียวจะรับมือกับพวกมันได้อย่างไร?”

“วางใจเถอะ ข้ามีวิธี!”

“แต่ว่า…”

“เชื่อข้า!”

“...”

ชั่วพริบตาต่อมา ทั้งสองหันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบว่ามีเงาร่างปรากฏขึ้นอีกหลายคน

“เฟิงอู๋เฉิน! เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!”

“เป็นพวกมัน?”

ผู้ที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฉินเฟิง หลินหว่าน และองค์รัชทายาทเฉินหานซาน

เฉินหานซานชำนาญในวิชาตัวเบา ความเร็วของเขาเหนือกว่าคนทั่วไป

เพียงพริบตาเดียว ก็เข้ามาขวางเส้นทางของทั้งสองไว้

ขณะที่หลินหว่านและฉินเฟิงก็ใช้โอกาสนี้กระจายตัวไปทางซ้ายขวา ปิดกั้นทางหลบหนี

เมื่อเห็นเช่นนี้ เฟิงอู๋เฉินและเสิ่นหงอีจึงจำต้องหยุดฝีเท้า…

เสิ่นหงอีขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ยอดเขาอือหยางสนิทสนมกับราชวงศ์เฉินถึงเพียงนี้?”

ฉินเฟิงแค่นหัวเราะเย็นชา “ตระกูลฉินของข้าเดิมทีก็เป็นขุนนางแห่งแคว้นเฉิน การรับใช้องค์รัชทายาทมีอันใดไม่สมควร?”

หลินหว่านกล่าวเสริม “คำสั่งจากเจ้าหุบเขาชัดเจน ศิษย์แห่งยอดเขาอู๋เหินต้องถูกสังหาร! ขอเพียงสังหารพวกเจ้าได้ จะร่วมมือกับผู้ใดก็หาได้สำคัญไม่!”

“ลงมือ!”

กล่าวจบ เงาร่างทั้งสามพุ่งเข้าหาเฟิงอู๋เฉินพร้อมกัน

สายตาของเฟิงอู๋เฉินเปล่งประกายเย็นเยียบ กระบี่เพลิงสุริยันปรากฏขึ้นในมือของเขาในพริบตาเดียว ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ กับเสิ่นหงอี “ไปซะ!”

ชัดเจนว่าเขาตัดสินใจจะรับมือทั้งสามเพียงลำพังแล้ว!

ฉัวะ!

เคร้ง!

แต่ขณะที่กระบี่ของเฟิงอู๋เฉินพุ่งออกไปนั้น พลันมีรัศมีกระบี่อีกสายหนึ่งพุ่งออกจากด้านข้างของเขา ปะทะเข้ากับคมกระบี่ของเฉินหานซาน ก่อให้เกิดเสียงปะทะกังวาน

เฟิงอู๋เฉินขมวดคิ้วขณะรับมือกับการโจมตีจากซ้ายและขวา เอ่ยถามออกไป “ทำไมเจ้าไม่ไป?”

ชั่วพริบตาเดียว เสิ่นหงอีก็ได้ต่อสู้กับเฉินหานซานไปหลายกระบวนแล้ว

“ข้าในฐานะศิษย์พี่หญิง จะให้ศิษย์น้องเป็นผู้เสียสละได้อย่างไร? อย่าลืมสิ ข้าเองก็เป็นผู้ฝึกกระบี่เช่นกัน!”

‘ข้าเองก็เป็นผู้ฝึกกระบี่!’

เพียงประโยคสั้นๆ กลับเผยให้เห็นถึงจิตใจอันแน่วแน่ของเสิ่นหงอี

ผู้ฝึกกระบี่ยึดมั่นในวิถีของตน

ในใจของเสิ่นหงอี เฟิงอู๋เฉินมิใช่เพียงสหาย หากแต่เป็นศิษย์น้องที่นางให้ความสำคัญ

หากในยามนี้นางเลือกที่จะหลบหนี หัวใจกระบี่ของนางย่อมแปดเปื้อน

ไม่ว่าเฟิงอู๋เฉินจะรอดพ้นจากวิกฤตนี้หรือไม่ แต่วิถีกระบี่ของนางคงต้องหยุดลงเพียงเท่านี้แน่นอน

ฉินเฟิงและหลินหว่าน แม้ว่าจะอยู่เพียงขั้นกายสุวรรณระดับหนึ่ง แต่หนึ่งคนเข้าใจเจตนาหอก อีกคนมีชีพจรวิญญาณคู่แห่งอัสนีและอัคคี พลังยุทธ์เหนือกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน

แม้แต่เฟิงอู๋เฉินเอง หากต้องรับมือทั้งสองก็ย่อมมิใช่เรื่องง่าย!

“พยัคฆ์กราดเกรี้ยว!”

ฉินเฟิงพุ่งกระบวนหอกออกมา แปรเปลี่ยนเป็นพยัคฆ์คลั่งที่พุ่งโจมตีราวกับพยัคฆ์ลงจากเขา

“วิชาหอกของตระกูลฉินข้ามาจากกองทัพ กระบวนทัพหอกหนึ่งคนกั้นทาง หมื่นคนมิอาจผ่าน เจ้าคิดว่าต้านทานได้หรือ?”

เฟิงอู๋เฉินรับการโจมตีเต็มแรง จนรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาล ทำให้มือของเขารู้สึกชาวูบ

และในชั่วพริบตาต่อมา สายฟ้าสีแดงเพลิงก็พลันแหวกอากาศเข้าหาเขา หลินหว่านจู่โจมเข้ามาด้วยความเร็วราวอัสนีแลบฟ้า!

ชีพจรวิญญาณคู่แห่งอัสนีและอัคคี ทำให้หลินหว่านสามารถควบคุมพลังของทั้งสองธาตุได้อย่างสมบูรณ์แบบ การผสานกันของสายฟ้าและเปลวเพลิง ทำให้พลังทำลายของนางเพิ่มพูนขึ้นเป็นหลายเท่าตัว!

ครืน!

การโจมตีของหลินหว่านโถมลงมา พลังอัสนีอัคคีปะทุขึ้นทันที อาณาบริเวณหลายวาโดยรอบถูกสายฟ้าสีแดงเพลิงกลืนกิน สร้างคลื่นพลังมหาศาล

เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของเสิ่นหงอีเปลี่ยนไป แววตานางฉายความกังวลออกมา

“ศิษย์น้องเฟิง!”

“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า!”

เฉินหานซานพุ่งกระบี่เข้าใส่ ความเร็วราวกับสายลมกรรโชก!

แววตาของเสิ่นหงอีเปล่งประกายเย็นเยียบ นางมิได้แสดงความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย กระบี่ในมือแทงออกไปอย่างไม่ลังเล

เคร้ง!

ปลายกระบี่ของทั้งสองปะทะกัน คลื่นพลังสะท้อนกลับ ทำให้ร่างของทั้งคู่ต้องถอยหลังไปหลายก้าว

เฉินหานซานมองนางด้วยสายตาที่ลุกโชน

“เจ้าเพียงแค่ขั้นกายสุวรรณระดับหนึ่ง กลับสามารถต่อกรกับข้า ซึ่งอยู่ระดับสามได้อย่างสูสี สมแล้วที่เป็นผู้ฝึกกระบี่!”

เสิ่นหงอีแม้ภายในใจยังคงกังวล แต่ก็ไม่แสดงท่าทียอมแพ้

เฉินหานซานแม้มิใช่ผู้ฝึกกระบี่โดยแท้ แต่เขาได้ฝึกฝนวิชากระบี่จนเชี่ยวชาญ ความเร็วและพลังของกระบี่เขา มิได้ด้อยไปกว่าผู้ที่เพิ่งบรรลุเจตนากระบี่เลยแม้แต่น้อย

ทางด้านอีกฝั่ง!

เมื่อพลังอัสนีอัคคีมหาศาลจางหายไป ปรากฏหลุมขนาดใหญ่ที่พื้น แต่กลับไร้ซึ่งเงาร่างของเฟิงอู๋เฉิน

“หืม?”

หลินหว่านตกตะลึงไปชั่วขณะ และในเสี้ยวอึดใจนั้นเอง

คลื่นพลังสังหารของเฟิงอู๋เฉินก็พุ่งเข้าหานางจากด้านหลัง!

“อะไร?”

หลินหว่านสะท้านเฮือก รีบกระตุ้นพลังอัสนีสีแดงเพลิงขึ้นมาป้องกันตนเอง

แต่กระบี่ของเฟิงอู๋เฉินกลับอยู่ห่างจากนางเพียงหนึ่งฉื่อ!

ระยะใกล้เพียงนี้ คิดจะต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกกระบี่…นับเป็นเรื่องเพ้อฝันโดยแท้!

ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่ที่เขาฟาดฟันออกไปคือกระบี่สังหารที่แท้จริง!

“ศิษย์น้องหลิน!”

ในช่วงแห่งความเป็นความตาย เมื่อกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินกำลังจะปลิดชีพหลินหว่าน ฉินเฟิงพลันพุ่งหอกเข้าใส่ ปราณหอกพุ่งกระจายออกมาต้านรัศมีกระบี่

บูม!

เสียงระเบิดดังสนั่น แต่ภายใต้กระบี่ของเฟิงอู๋เฉิน ปราณหอกของฉินเฟิงกลับถูกกลืนกินอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็แตกสลายสิ้น!

“อะไร?”

ฉัวะ!

แม้การโจมตีของฉินเฟิงจะไม่สามารถต้านทานรัศมีกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินได้โดยสมบูรณ์ แต่ก็บรรเทาพลังของมันไปถึงแปดส่วน และที่สำคัญคือ ทำให้ความเร็วของกระบี่ช้าลงชั่วพริบตา

“อ๊ากกก!”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมโลหิตพุ่งกระฉูดสู่ฟ้า

ขณะที่กระบี่กำลังจะฟันลงมา ฉินเฟิงกลับพุ่งเข้ามาขวางหน้าหลินหว่าน!

“อ๊ากกก!”

ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่างจนเขาร้องออกมาอย่างสิ้นสติ

บาดแผลลึกฉีกผ่านร่างซีกซ้ายของเขา เริ่มจากดวงตาซ้าย ลากยาวลงมาจนถึงขา พลังกระบี่ตัดผ่านเส้นชีพจรทั่วร่าง โลหิตทะลักราวสายน้ำ

“หนะ…หนี..ไป...”

ฉินเฟิงรวบสติเฮือกสุดท้าย เอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก

หลินหว่านมองเห็นสภาพอันน่าสยดสยองของฉินเฟิง ใบหน้านางซีดเผือด

เพียงกระบี่เดียว...แทบจะทำลายร่างฉินเฟิงจนแหลกเละ!

และหากมิใช่เพราะฉินเฟิงขวางไว้ กระบี่นี้คงได้ปลิดชีพนางไปแล้ว!

เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูอันน่าสะพรึงเช่นนี้ ในที่สุดแนวป้องกันทางจิตใจของหลินหว่านก็พังทลาย

นางไม่เหลือความกล้าที่จะเป็นศัตรูกับเฟิงอู๋เฉินอีกต่อไป!

“หนี!”

นี่คือความคิดเดียวในหัวของนางตอนนี้

โดยไม่รอช้า นางคว้าร่างที่เต็มไปด้วยโลหิตของฉินเฟิงแล้วพุ่งเข้าสู่แนวป่าทันที

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

เฟิงอู๋เฉินขยับจะไล่ตาม แต่ทันใดนั้นเอง

“เฟิงอู๋เฉิน! ในที่สุดก็เจอเจ้าแล้ว!”

“ส่งมอบวิชากระบี่ขั้นราชันออกมาเสียดีๆ!”

เสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง

เฟิงอู๋เฉินสูดหายใจลึก สีหน้าขมึงทึง การต่อสู้อย่างต่อเนื่องและการหลบหนีไม่หยุดพัก ทำให้เขาใช้พลังไปมากมาย การฝ่าวงล้อมออกไปอีกครั้งในตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องยากแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 74 ผู้เสียสละ

คัดลอกลิงก์แล้ว