- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 77 สังหารผู้น้อย ผู้อาวุโสมาทวงแค้น
บทที่ 77 สังหารผู้น้อย ผู้อาวุโสมาทวงแค้น
บทที่ 77 สังหารผู้น้อย ผู้อาวุโสมาทวงแค้น
หลังจากแยกจากมู่ฉิงและพรรคพวก เฟิงอู๋เฉินหาได้ย้อนกลับเส้นทางเดิมไม่
เขากลับเร่งพลังสุดกำลัง มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกที่สุดของซากโบราณ
เขาเชื่อมั่นว่า ตราทองคำชิ้นเล็กนี้มิอาจดึงดูดความสนใจของหลงหยวนได้ มิหนำซ้ำอาจมีวาสนาอันยิ่งใหญ่รออยู่
บางที ณ ส่วนลึกของซากโบราณแห่งนี้ เขาอาจได้พบคำตอบที่ตนแสวงหา!
ทว่ายังมิทันได้ค้นพบเบาะแสใด เฟิงอู๋เฉินพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้คนหลายสายที่แฝงตัวอยู่รอบด้าน
"ถึงกับตามมาถึงที่นี่ ช่างดื้อด้านดุจวิญญาณร้ายยากสลัดหลุดจริงๆ!"
แต่ก่อนที่เขาจะทันลงมือจัดการ เสียงแผดร้องโหยหวนก็พลันดังขึ้นจากรอบทิศ
"อ๊ากกก!"
"หืม?"
ขณะเดียวกัน สัญชาตญาณอันเฉียบคมของเฟิงอู๋เฉินก็สะท้อนถึงภัยคุกคามที่พุ่งเข้ามาหา
ในเสี้ยวอึดใจที่เขาพลิกกายหลบ สถานที่ที่เขายืนอยู่ก่อนหน้าเพียงพริบตากลับปรากฏปราณกระบี่สายหนึ่งฟาดลงมา กรีดฉีกพฤกษาโดยรอบจนแตกสลายเป็นเศษผุยผง
ฉากเบื้องหน้าทำให้เฟิงอู๋เฉินสูดหายใจเข้าลึก ความหวาดหวั่นแล่นวาบขึ้นในใจ
"สถานที่เช่นนี้เหตุใดจึงปรากฏปราณกระบี่ได้? ช่างน่าสนใจจริงๆ!"
ไม่น่าแปลกใจที่เหล่าผู้แข็งแกร่งไม่ยอมให้บุตรหลานของตนเข้ามาในส่วนลึกของซากโบราณแห่งนี้
เพียงแค่ปราณกระบี่ที่สามารถพุ่งออกมาได้ทุกเมื่อ ก็เพียงพอจะคร่าชีวิตผู้คนได้มากมายแล้ว!
เกรงว่าผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นที่ล้อมเขาเมื่อครู่ คงตกตายใต้รัศมีกระบี่นี้แล้วเป็นแน่
หากมิใช่เพราะตนมีสัมผัสไวต่อปราณกระบี่ เกรงว่าตัวเขาเองก็คงลงเอยเช่นเดียวกัน!
เมื่อมีตัวอย่างของเหล่าผู้โชคร้าย เฟิงอู๋เฉินยิ่งต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นภายในซากโบราณแห่งนี้
ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน เขาเพิ่งตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งนี้โดยแท้จริง
ทั้งค่ายกลกับดักอันซับซ้อน อสูรอาคม และปราณกระบี่ที่ไม่รู้จะโผล่มาจากที่ใด หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราณยุทธ์ทั่วไป เกรงว่าคงม้วยมรณาไปนับสิบครั้งแล้ว
โชคดีที่เขารับรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าจุดหมายที่หลงหยวนชี้นำอยู่ห่างออกไปเพียงไม่ไกล
ฟู่วววว!
เฟิงอู๋เฉินเร่งรุดไปข้างหน้า ทันใดนั้น กระแสลมกรรโชกแรงพลันพัดกระหน่ำจนเขาต้องหยุดฝีเท้า
ต่อมา เสียงตวาดกร้าวดั่งอสนีบาตกึกก้องกลางอากาศ
"ศิษย์สำนักชิงเฉิน! ข้ายังมิได้ไปหา แต่เจ้าเองกลับบังอาจมาให้พบถึงที่!"
เมื่อถ้อยคำจบสิ้น ฝ่ามือทองคำขนาดมหึมาสะท้อนพลังอำนาจราวฟ้าถล่มกดทับลงมา
แรงกดดันอันมหาศาลทำให้ลมหายใจของเฟิงอู๋เฉินติดขัด
"ขั้นทะเลโลหิต!"
ไม่รีรอ เฟิงอู๋เฉินโคจรเจตนากระบี่เต็มกำลัง กระบี่หนึ่งพุ่งสู่ฟากฟ้า แทงทะลุฝ่ามือที่กดทับลงมา
โครมมม!
ฝ่ามือทองคำทลายลง รัศมีกระบี่ของเฟิงอู๋เฉินถูกบดขยี้จนสิ้นซาก
แรงกดอันรุนแรงทำให้เขาถูกบีบให้ต้องทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง สภาพอเนจอนาถยิ่งนัก!
พลังของบุรุษผู้นี้ แม้แต่เย่กู่หลวนแห่งหออันดับหนึ่งในใต้หล้า ก็ยังมิอาจเทียบได้!
"พลั่ก!"
เฟิงอู๋เฉินไอโลหิตออกมา ใช้กระบี่เพลิงสุริยันเป็นที่ค้ำพลางพยายามยันกายขึ้น
เขาแหงนมองขึ้นไป เห็นเพียงชายชราในอาภรณ์ทองคำยืนกลางอากาศ ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ พลังที่แผ่ออกมาทรงอำนาจจนมิอาจต่อต้าน
แม้ร่างกายจะบาดเจ็บ เฟิงอู๋เฉินยังคงจ้องมองบุรุษเหนือศีรษะโดยไม่ปริปาก
"เจ้าหนุ่ม! เจ้าสังหารฉู่อวิ๋นหลานผู้เป็นหลานของข้า! วันนี้…ข้าจะให้เจ้าชดใช้ด้วยเลือด!"
สุรเสียงอันโกรธเกรี้ยวของชายชราเจือพลังวิญญาณและแรงกดดันอันมหาศาล
จนทำให้เยื่อแก้วหูของเฟิงอู๋เฉินปวดร้าว
ฉู่อวิ๋นหลาน!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ เฟิงอู๋เฉินพลันเข้าใจทุกสิ่งทันที
‘สังหารผู้น้อย ผู้อาวุโสมาทวงแค้นรึ!’
"เด็กน้อย! ตายเสียเถอะ!"
"หึ!"
ทว่าในขณะนั้นเอง พลันมีเสียงแค่นเย็นชาและปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานจากฟากฟ้า ดิ่งลงมาสู่เบื้องหน้าของชายชราในอาภรณ์ทองคำ
โครม!
ภายใต้ปราณกระบี่สายนี้ ฝ่ามือทองคำที่เดิมทรงอานุภาพยากหาใดเปรียบ กลับถูกฉีกทำลายราวกับกระดาษบาง สลายหายไปกลางอากาศในพริบตา
ชายชราอาภรณ์ทองคำฉายแววพิศวง
"ใครกัน?"
"เจ้าเฒ่าฉู่หวง! เจ้าคิดจะสังหารเด็กผู้นี้ เจ้าถามความเห็นข้าแล้วหรือ?"
สิ้นเสียงอันคุ้นหู ร่างของลั่วเฟิงกู่ก็พลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขายืนเด่น มือเดียวกำกระบี่ จ้องฉู่หวงอย่างเย็นชา
"เป็นเจ้านั่นเอง!"
เมื่อเห็นลั่วเฟิงกู่ สายตาของฉู่หวงพลันเหลือบไปมองเฟิงอู๋เฉินที่อยู่บนพื้น แววตาลึกล้ำยิ่งขึ้น
"เจ้าเด็กนั่นเป็นศิษย์ของเจ้าหรือ?"
"หึ! ข้าไม่ให้เจ้าฆ่าเขา นั่นหมายความว่าเขาเป็นศิษย์ของข้าอย่างนั้นรึ? ตรรกะของเจ้าช่างน่าขบขันนัก!"
"หึ… เจ้าก็ปลีกตัวจากยุทธภพมานาน หรือเจ้ากับเด็กนี่จะมีความเกี่ยวข้องอื่นอีก?"
"ต้องมีความเกี่ยวข้องให้ได้งั้นหรือ? เช่นนั้น…."
ลั่วเฟิงกู่ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับอย่างหน้าตาเฉย
"อ้อ…เขาเป็นหลานบุญธรรมที่ข้าเพิ่งรับมาไงเล่า เจ้าหนูเฟิง เรียกข้าว่าท่านปู่ให้เจ้าเฒ่านี่ได้ยินสักทีสิ!"
"…"
เฟิงอู๋เฉินหน้านิ่งราวกับปลาตาย มิอาจกล่าววาจาใดออกยามนี้
มุมปากของฉู่หวงกระตุก ใบหน้าแก่ชราของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำเพราะโทสะ
"ฮึ่ย!...เจ้าเฒ่าหน้าไม่อาย! ข้าดูยังไงเด็กนี่ก็ไม่สามารถเปล่งวาจาเช่นนั้นออกมาได้หรอก! เจ้ามองดูมันสิ มันก็มีสีหน้าเดียวกับข้ายามนี้!"
เห็นเฟิงอู๋เฉินยังคงเงียบ ลั่วเฟิงกู่ก็เหลือบมองเขาอย่างไม่พอใจ
"ช่างเถิดๆ… อย่าได้สนใจว่าเด็กนี่เป็นอะไรกับข้า วันนี้ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าฆ่าเขาไม่ได้แน่!"
ลั่วเฟิงกู่หยุดเถียงเหลวไหลกับอีกฝ่าย ตัดสินใจเปิดเผยเจตนาชัดแจ้ง
"แน่นอน หากเจ้าไม่ยินยอม ก็ลองลงมือดู! กระบี่ของข้า… มิได้ลิ้มรสเลือดมานานแล้ว!"
สิ้นคำกล่าว ดวงตาที่เดิมขุ่นมัวของลั่วเฟิงกู่พลันฉายประกายคมกริบ เจตนากระบี่แผ่ออกมาทั่วร่าง เปลี่ยนแปลงบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิง
"ร้ายกาจ!" เฟิงอู๋เฉินอดมิได้ที่จะคลี่ยิ้มแผ่วเบา
‘ตาเฒ่านี่ปกติสงบเสงี่ยมนัก จนข้าเกือบลืมไปว่า… เขาก็เป็นผู้ฝึกกระบี่เช่นกัน!’
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนากระบี่ของลั่วเฟิงกู่ เปลวเพลิงโทสะในดวงตาของฉู่หวงกลับยิ่งลุกโชน
เขาเพียงลำพัง มิอาจแน่ใจว่าจะเอาชนะลั่วเฟิงกู่ได้
หากปล่อยให้เด็กนี่รอดไป นั่นหมายความว่าอัจฉริยะของแคว้นฉู่ต้องตายไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างนั้นหรือ?
ไม่!
เขาไม่ยอมรับมัน!
ฟึ่บ!
ท่ามกลางการเผชิญหน้า กระแสลมพลันพัดผ่าน ราวกับมีผู้มาเยือนอีกคน
ทันใดนั้น เปลวเพลิงร้อนแรงพลันพุ่งทะยานจากที่ห่างไกล ตรงเข้าหาเฟิงอู๋เฉินที่อยู่เบื้องล่าง
"อีกคนงั้นรึ?"
เมื่อเห็นเช่นนั้น ลั่วเฟิงกู่พลันสะบัดมือ ส่งปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งออกไปปะทะเปลวเพลิงนั้นอย่างแม่นยำ
โครมมม!
ภายใต้พลังอันน่าสะพรึง ไฟลุกโชติช่วงจนท้องฟ้าสว่างวาบ
เปลวเพลิงมหึมาปะทุขึ้นเป็นกลุ่มเมฆรูปเห็ดขนาดยักษ์ ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้าอย่างน่าตระหนก!
เกือบจะเป็นเวลาเดียวกัน เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มเมฆทรงเห็ด พลันเร่งโคจรพลัง พุ่งเข้าจู่โจมลั่วเฟิงกู่โดยตรง
บุรุษผู้นี้ เฟิงอู๋เฉินมิได้รู้สึกแปลกหน้า เพราะเขาคือ อดีตจักรพรรดิแห่งแคว้นเฉิน บุรุษที่เคยพบหน้ากันสองครา!
"เฉินเทียนหยวน! เจ้าจะช่วยเจ้าเฒ่าแซ่ฉู่ผู้นี้รึ?"
เฉินเทียนหยวนขณะจู่โจมลั่วเฟิงกู่พลางกล่าวกับฉู่หวงว่า
"ข้าจะรั้งเจ้าเฒ่านี่เอาไว้ เจ้าจงรีบสังหารเด็กผู้นั้นเสีย!"
ชั่วพริบตา เฉินเทียนหยวนก็พุ่งเข้าประชิดลั่วเฟิงกู่
โครม!
สองฝ่ามือปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งเสียงกึกก้องสะท้านฟ้า
"เด็กนี่สังหารผู้สืบสายโลหิตของตระกูลข้า ข้ามิอาจปล่อยให้มันมีชีวิตกลับไปได้!"
กล่าวจบ เฉินเทียนหยวนพลันโคจรพลังวิญญาณทั่วร่าง เตรียมโจมตีครั้งที่สองทันที
ส่วนฉู่หวงก็มิรอช้า มุ่งทะยานลงมาที่เฟิงอู๋เฉินอย่างรวดเร็ว!
"ข้าบอกแล้ว! วันนี้มีข้าอยู่ที่นี่ เจ้าจะฆ่าเขาไม่ได้!"
ทันทีที่ลั่วเฟิงกู่เห็นว่าฉู่หวงกำลังจะลงมือกับเฟิงอู๋เฉิน หัวใจพลันขยับไหว
ในพริบตา กระบี่ในมือพลันหลุดออก พุ่งทะยานสู่ฉู่หวง!
"ถึงกับใช้ทักษะควบคุมกระบี่!"
สีหน้าของฉู่หวงแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
"เจ้าก้าวข้ามขั้นนั้นไปแล้วหรือ?"
ควบคุมกระบี่ คือทักษะอันเป็นเอกลักษณ์ของจ้าวกระบี่ ซึ่งก้าวข้ามขั้นฤทธิ์กระบี่ไปแล้วเท่านั้นจึงสามารถใช้ได้!