เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 แววตาอันน่ารังเกียจ

บทที่ 35 แววตาอันน่ารังเกียจ

บทที่ 35 แววตาอันน่ารังเกียจ 


ในสายตาของเขา หออันดับหนึ่งในใต้หล้าวันนี้คึกคักกว่าปกติ เหล่าบุรุษและสตรีจากตระกูลชั้นสูงเดินสวนกันไปมาไม่ขาดสาย

แต่เขา ไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นเลย

สิ่งเดียวที่เขาสนใจ คือเฟิงหนิงอยู่ที่ไหนในตอนนี้!

“นั่นเป็นเด็กสาวของตระกูลใดกัน? ไยถึงซุ่มซ่ามเช่นนี้?”

“ดูจากเสื้อผ้าที่นางสวมใส่ คงมิใช่คุณหนูของตระกูลใด มิแน่อาจเป็นเพียงขอทานที่มาหาข้าวกินเท่านั้น แต่คราวนี้ดันไปสร้างปัญหาให้เจียงเชี่ยนเสวี่ยเข้า หากจะรอดเห็นทีคงยาก!”

“ก็ใช่น่ะสิ! เจียงเชี่ยนเสวี่ยเป็นถึงสาวงามผู้เลื่องชื่อแห่งเมืองหลวง เพียงแค่บรรดาผู้ติดตามของนางถ่มน้ำลายใส่ ก็คงท่วมเด็กสาวนั่นแล้วกระมัง!”

เฟิงอู๋เฉินได้ยินเช่นนั้น ก็รีบเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปดูทันที

ภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็น คือน้องสาวเขาเฟิงหนิงกำลังนั่งอยู่กับพื้นพลางเอามือปิดแก้มข้างหนึ่ง ใกล้ที่ที่นางอยู่มีถาดอาหารหกกระจัดกระจาย

นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว!

“เกิดอะไรขึ้น!?”

เมื่อเห็นเฟิงอู๋เฉิน เฟิงหนิงชะงักไปชั่วขณะ จากนั้น…

น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างไม่อาจควบคุม!

“พี่… ระหว่างที่ข้าถืออาหารกลับมา… จู่ๆ ก็มีคนผลักข้า… ทำให้เสื้อผ้าของพี่สาวผู้นี้เปื้อน… ข้า…ข้ามิได้ตั้งใจ!”

เฟิงอู๋เฉินเงยหน้าขึ้น

ตรงหน้าเขาคือสตรีนางหนึ่งในชุดกระโปรงขาวบริสุทธิ์ดุจธิดาเซียน

มาตรว่านางมีอายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี ใบหน้าหมดจดงดงามไร้ตำหนิ เรือนร่างอรชรโค้งนูนสมบูรณ์แบบ

หากจะกล่าวว่านางเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ก็คงไม่เกินไปแม้แต่น้อย

เมื่อสบตากับนางเพียงชั่วครู่ เฟิงอู๋เฉินก็รับรู้ถึงความเย็นชาอันน่ารังเกียจ

ความเย็นชาของนาง แตกต่างจากความหยิ่งทระนงของเยว่ชิงอิง

มันมิใช่ความเย็นชาของยอดอัจฉริยะ แต่มันคือความโอหังของผู้ที่คิดว่าตนอยู่เหนือผู้อื่น!

แววตาของนาง คือสายตาของคนที่ไม่เคยเห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา!

เพียงแค่นั้น ก็ทำให้เฟิงอู๋เฉินรู้สึกสะอิดสะเอียนแววตานั้นยิ่งนัก

เขาเบือนหน้าหนีจากนางทันที ก่อนจะหันกลับมาช่วยเช็ดน้ำตาให้เฟิงหนิง

ทว่า…

เมื่อเขาเพ่งมองใบหน้าของเฟิงหนิงอย่างถี่ถ้วน แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที!

เพราะที่แก้มของเฟิงหนิง มีรอยฝ่ามือสีแดงฉานปรากฏอยู่ชัดเจน!

พริบตานั้น สีหน้าของเฟิงอู๋เฉินกลับกลายเป็นเย็นยะเยือก

น้ำเสียงของเขา เย็นเฉียบดุจน้ำแข็งในเหมันต์

“ไอ้สารเลวคนไหนเป็นคนตบหน้าน้องสาวของข้า?”

ในขณะที่กล่าววาจา เปลวเพลิงแห่งโทสะของเฟิงอู๋เฉิน ก็ปะทุขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้

เมื่อเห็นพี่ชายแสดงความโกรธ เฟิงหนิงก็เผลอกำชายเสื้อของเขาแน่น

“พี่… ข้าไม่เป็นไร”

เฟิงอู๋เฉินตบไหล่น้องสาวเบาๆ

“เรื่องนี้ปล่อยให้พี่จัดการเองเถอะ”

กล่าวจบ เฟิงอู๋เฉินก็ลุกขึ้นยืน ขวางหน้าเฟิงหนิงไว้อย่างมาดมั่น

“ข้าจะถามอีกครั้ง ไอ้สารเลวคนไหนทำร้ายน้องสาวข้า!?”

เสียงของเขาเย็นเยียบ ประหนึ่งคมกระบี่ที่พร้อมจะเฉือนร่าง

ทันใดนั้นเอง บุรุษหนุ่มในอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากข้างกายเจียงเชี่ยนเสวี่ย

ชายหนุ่มผู้นี้มีใบหน้าซีดขาว ดวงตาขุ่นมัว ร่างกายซูบเซียวราวกับถูกสุราและสตรีสูบกินพลังชีวิตจนหมดสิ้น

เขาแค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาอย่างอวดดี “ข้าตบเอง แล้วมันอย่างไรเล่า? นังแพศยาต่ำช้านี่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ถูกตบเพียงเท่านี้ก็นับว่าสมควรแล้ว! แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อน บิดาข้าคือ...”

“ฟึ่บ!”

ก่อนที่เขาจะได้กล่าวจบ เฟิงอู๋เฉินก็เคลื่อนไหวทันที

“เร็วมาก!”

นั่นคือความคิดเดียวในใจของเหล่าผู้เฝ้ามองเหตุการณ์

เฟิงอู๋เฉินพุ่งเข้าหาชายหนุ่มผู้นั้นประหนึ่งสายลม พริบตาเดียวก็มาถึงตรงหน้า ก่อนซัดหมัดหนักเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง

“ปัง!”

เสียงระเบิดของแรงปะทะดังสนั่น ร่างของชายหนุ่มลอยกระเด็นออกไปก่อนจะกระแทกเข้ากับราวระเบียงด้านหลัง เลือดสดไหลทะลักออกจากปาก

เฟิงอู๋เฉินสาวเท้าเข้าไปโดยไร้ซึ่งความปรานี ก่อนยกเท้าเหยียบใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง

“ต่อให้บิดาเจ้าจะเป็นจักรพรรดิหรืออะไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเจ้าก็มีเพียงหนึ่งชีวิต! ผู้ใดให้ความกล้ากับเจ้ามาตบหน้าน้องสาวข้า!?”

ชายหนุ่มซึ่งใบหน้าอยู่ใต้ฝ่าเท้ายังคงดิ้นรนจะตอบโต้ แต่แรงกดของเฟิงอู๋เฉินหนักหนาเกินไป กระทั่งเสียงร้องครวญครางยังไม่อาจเปล่งออกมาได้ สุดท้ายก็สิ้นสติไป

หลังจากจัดการชายผู้นี้แล้ว เฟิงอู๋เฉินก็หันหลังกลับมา จ้องมองไปที่เจียงเชี่ยนเสวี่ย

สายตาของเขากวาดผ่านทั่วทั้งเรือนร่างของนางอย่างเปิดเผย ไม่มีความลังเลหรือเกรงใจแม้แต่น้อย

“เจ้า! อย่าได้เหลือบมองไปทั่ว! เจียงเชี่ยนเสวี่ยมิใช่สตรีที่เจ้าจะบังอาจล่วงเกิน!”

ชายหนุ่มอีกคนในอาภรณ์หรูหราก้าวออกมา กวาดสายตามองเฟิงอู๋เฉินอย่างดุดัน

แต่เฟิงอู๋เฉินหาได้ใส่ใจไม่

เขายกเท้าขึ้นก้าวไปข้างหน้า ตรงไปยังเจียงเชี่ยนเสวี่ย

“เจ้าคิดจะทำอะไร!?”

“หยุดเขาไว้! อย่าให้เขาเข้าใกล้เชี่ยนเสวี่ย!”

แทบจะในทันที เหล่าชายหนุ่มที่รายล้อมเจียงเชี่ยนเสวี่ยก็กรูกันเข้ามากีดขวาง ร่างของพวกมันยืนเรียงกันเป็นกำแพงมนุษย์

“หึ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่เจ้าทำร้ายนั้นเป็นบุตรชายของเสนาบดีหลิว? เจ้าก่อเรื่องใหญ่แล้ว!”

“ในที่นี้แต่ละคนล้วนมีฐานะสูงส่ง เจ้าเป็นเพียงคนต่ำต้อยกับหญิงชั้นต่ำ คิดจะท้าทายพวกเราเช่นนั้นหรือ…”

“เพียะ!”

เสียงฝ่ามือตบฟาดดังสนั่น ชายหนุ่มคนนั้นกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ ฟันขาวปลิวกระเด็นไปเกือบหมดปาก

“เจ้าเรียกใครว่าหญิงชั้นต่ำ?”

“เจ้าหนุ่ม! เจ้ากล้าทำร้ายบุตรของท่านแม่ทัพจ้านหนาน เจ้าจบเห่แล้ว!”

“โอ้? ข้าเกือบลืมไปว่ายังมีพวกเจ้าเหลืออยู่อีก”

หลังได้ฟังคำขู่ เฟิงอู๋เฉินก็ทำเพียงหัวเราะเย็นชา

ชั่วพริบตาร่างของเขาก็กลายเป็นดั่งสายลมโหมพัด พุ่งเข้าไปในฝูงชนอย่างไร้ซึ่งความลังเล

จบบทที่ บทที่ 35 แววตาอันน่ารังเกียจ

คัดลอกลิงก์แล้ว