- หน้าแรก
- จุติเทพกระบี่พลิกชะตาสวรรค์
- บทที่ 36 ต่ำทรามเสียยิ่งกว่าเดรัจฉาน!
บทที่ 36 ต่ำทรามเสียยิ่งกว่าเดรัจฉาน!
บทที่ 36 ต่ำทรามเสียยิ่งกว่าเดรัจฉาน!
“เพียะ!”
“เพียะ!”
“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้า ดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งลานอย่างต่อเนื่อง
เฟิงอู๋เฉินลงมือตบเหล่าคุณชายไม่ได้ความทั้งหลายราวกับสั่งสอนเด็กน้อย แต่ละคนกระเด็นปลิวออกไปคนละทิศละทาง ก่อนกระอักเลือดออกมาอย่างน่าสังเวช
ภาพที่ปรากฏทำให้เหล่าผู้ชมรอบข้างตะลึงงันจนตาค้าง
บุรุษเหล่านี้ล้วนเป็นบุตรหลานของบรรดาขุนนางในราชสำนัก!
กระทั่งโอรสขององค์จักรพรรดิเองก็ยังไม่กล้าก่อเรื่องเช่นนี้
เจ้าเด็กนี่ตายแน่!
นี่คือความคิดของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น
หลังจากสั่งสอนเหล่าชายหนุ่มที่ห้อมล้อมเจียงเชี่ยนเสวี่ยจนหมดสิ้น เฟิงอู๋เฉินก็หันไปจ้องมองนางอีกครั้ง
แม้นประจักษ์ถึงพลังอันน่าเกรงขามของเขา แต่ในดวงตาคู่งามของสตรีนางนี้กลับยังคงฉายแววทะนงตนเหนือผู้อื่น
ท่ามกลางความโกลาหล ชุดกระโปรงสีขาวของนางยังคงสะอาดบริสุทธิ์ ราวกับไม่ได้สัมผัสแม้แต่ธุลีดิน
หากแต่มีเพียงรอยคราบน้ำมันเล็กๆ ที่ชายกระโปรง ซึ่งเป็นร่องรอยของอาหารที่หกจากมือของ เฟิงหนิง
เฟิงอู๋เฉินหรี่ตาลง ก่อนหัวเราะเยาะหยัน
“หึหึ… คุณหนูเจียงเชี่ยนเสวี่ยช่างรักความสะอาดเสียจริง”
เจียงเชี่ยนเสวี่ยปรายตามองเขาอย่างเย็นชา “อย่าเข้าใจผิดไป ข้ามิได้คลั่งไคล้ความสะอาดอะไรนัก เพียงแค่ข้าเกิดมาพร้อมกับความไม่ชอบให้สิ่งต่ำต้อยมาสัมผัสร่างกายของข้าเท่านั้น”
“สิ่งต่ำต้อย”
คำพูดของนางช่างหยิ่งผยองนัก!
ในสายตาของเจียงเชี่ยนเสวี่ย ไม่เพียงแต่เฟิงอู๋เฉินและเฟิงหนิง แม้แต่คุณชายตระกูลสูงศักดิ์ที่ห้อมล้อมนางอยู่ ก็ยังไม่อาจอยู่ในสายตาของนาง
เฟิงอู๋เฉินหาได้โกรธเคือง ตรงกันข้าม เขากลับหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
“ฮึ…เป็นเช่นนั้นหรือ? สำหรับเจ้าผู้สูงส่งแล้ว กระทั่งสามัญชนที่เพียงแค่หันมามองเจ้ายามเดินผ่าน ก็คงสมควรถูกลงโทษสถานหนักแล้วกระมัง?”
เขาหยุดเว้นช่วง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแฝงนัยยะลึกซึ้ง
“แต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าสงสัย…”
“ข้าสั่งสอนชายหนุ่มไปสิบสองคนรอบกายเจ้า ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ เจ้ากลับยังคงสะอาดหมดจดไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่น้อย แต่เพราะเหตุใดเจ้าถึงหลบไม่พ้นเศษอาหารที่น้องสาวข้าทำหกได้เล่า? ไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ร่างของเจียงเชี่ยนเสวี่ยถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ดวงตางามสะท้อนแววประหลาดใจ
‘เขา… สังเกตเห็นแล้วอย่างนั้นหรือ?’
ดวงตาของเฟิงอู๋เฉินเป็นประกายคมกริบ เขามองนางเพียงปราดเดียวก็ล่วงรู้ทุกอย่าง
ต่างจากคุณชายเสเพลทั่วไป เจียงเชี่ยนเสวี่ยมีรากฐานมั่นคง ลมหายใจนิ่งสงบ นางคือผู้ฝึกยุทธ์!
ซึ่งระดับของนางอยู่ที่ขั้นปราณยุทธ์ และสิ่งที่นางถนัดที่สุดคือวิชาตัวเบา
ด้วยความเร็วเช่นนั้น ไฉนจึงไม่สามารถหลบเศษอาหารได้?
หากเป็นเช่นนี้ ความจริงก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เฟิงอู๋เฉินยิ้มเย็น “เจ้า… จงใจให้มันเปื้อนกระโปรงของเจ้าใช่หรือไม่?”
“เหลวไหล! ข้าจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร!?” เจียงเชี่ยนเสวี่ยปฏิเสธเสียงแข็ง
เฟิงอู๋เฉินหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขากลับเย็นเยียบ
“เพื่ออะไรงั้นหรือ?”
“ก็เพราะเจ้าชอบให้มีคนมารุมล้อมเจ้า ราวกับเจ้าคือดวงจันทร์ที่เหล่าดาราทั้งหลายต้องแหงนมอง และน้องสาวข้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เจ้าใช้เรียกร้องความสนใจจากเหล่าคนโง่พวกนั้นใช่หรือไม่?!”
เจียงเชี่ยนเสวี่ยคิ้วขมวดแน่น สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
“เหลวไหล!” นางตวาดเสียงแหลม “เจ้ากล่าวหาข้าได้อย่างไร!? ในดินแดนนี้ บุรุษที่ยอมตายเพื่อข้ามีมากพอจะต่อแถวจากที่นี่ไปถึงวังหลวง!”
เฟิงอู๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะ “แต่มันก็เป็นเพียงฝูงคนที่เจ้าเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้าเท่านั้นมิใช่หรือ?”
“เจ้ามองพวกมันเป็นเพียงฝุ่นธุลี เป็นเพียงขยะไร้ค่า แต่กลับใช้พวกมันเป็นเครื่องมือสร้างสถานะของเจ้าเอง”
แววตาของเฟิงอู๋เฉินเย็นเยียบราวกับใบมีดแหลมคม
“เจ้าชอบใช้พวกคนต่ำต้อยที่เจ้าดูแคลนมาเป็นฉากหลัง เพื่อทำให้ตัวเองดูสูงส่งกว่าใคร สูงส่งจนสามารถทำร้ายเด็กสาวที่ไม่รู้ความโดยไม่สำนึกเสียใจอะไรเลย”
เขาสาวเท้าเข้าไปหาเจียงเชี่ยนเสวี่ยอีกก้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
“เจ้ามันช่างเป็นหญิงที่น่าสมเพช… จิตใจหยาบช้าน่ารังเกียจยิ่งนัก! เจ้าน่ะหรือสูงส่ง? หึ! เจ้านั่นแหละ… คือตัวตนที่ต่ำทรามเสียยิ่งกว่าเดรัจฉาน!”
เมื่อคำพูดของเฟิงอู๋เฉินจบลง บรรยากาศรอบข้างพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงเข็มตก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงสูดหายใจเฮือกดังขึ้นจากเหล่าผู้ชม
การดูถูก! นี่เป็นการดูถูกอย่างโจ่งแจ้ง!
บุคคลที่ถูกหยามเกียรตินั้นหาใช่ใครอื่น นางคือเจียงเชี่ยนเสวี่ย!
สตรีผู้เป็นดั่งยอดดวงใจของชายหนุ่มทั้งเมือง!
หญิงงามผู้สมบูรณ์แบบทั้งรูปโฉมและสติปัญญา!
มีบุรุษมากมายเพียงใดที่เฝ้าใฝ่ฝันถึงนาง?
แต่ในวันนี้ ท่ามกลางผู้คนนับร้อย นางกลับถูกชายหนุ่มนิรนามเหยียบย่ำเกียรติอย่างไร้ปรานี!
หากเขาก้าวเท้าออกจากหออันดับหนึ่งในใต้หล้าแม้เพียงก้าวเดียว เขาจะถูกเหล่าผู้ภักดีต่อนางฉีกเป็นชิ้นๆ อย่างแน่นอน!
“บูม!”
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นทำลายความเงียบโดยสิ้นเชิง!
พลังอันมหาศาลปะทุออกมาจากร่างของเจียงเชี่ยนเสวี่ย
สายลมพัดพาเส้นผมและชุดกระโปรงของนางให้ลอยไหว ประกายเพลิงโทสะที่แผ่กระจายจากดวงตาคู่งามยิ่งเพิ่มเสน่ห์จนน่าหลงใหล ผู้คนรอบข้างต่างตะลึงลาน
“หลายปีมานี้ เจ้าเป็นชายคนแรกที่กล้าพูดเช่นนี้กับข้า!”
“ดี! เจ้าทำให้ข้าโกรธแล้ว!”
ดวงตาของเจียงเชี่ยนเสวี่ยเปล่งประกายเยียบเย็น นางจ้องเฟิงอู๋เฉินเขม็ง ก่อนเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้ากล่าวถูก …..บุรุษในเมืองหลวงนี้ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่คู่ควรกับข้า!”
“ผู้ที่จะเป็นสามีของข้าได้ ต้องมีสามสิ่งนี้!”
“ประการแรก ต้องมีปัญญาเฉียบแหลม สามารถคาดการณ์ทุกสิ่งได้ดั่งแผนกลยุทธ์ในมือ”
“ประการที่สอง ต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาได้หนึ่งในหมื่น”
“ประการที่สาม ต้องมีจิตวิญญาณดุจผู้ฝึกกระบี่ ไม่ยอมศิโรราบต่อสิ่งใด!”