เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 เยือนชั้นสองของหอกระบี่

บทที่ 32 เยือนชั้นสองของหอกระบี่

บทที่ 32 เยือนชั้นสองของหอกระบี่


“ผูกมิตร?”

เฟิงอู๋เฉินกอดอก สีหน้าเปี่ยมด้วยความขบขัน

“ข้าชื่อมู่ฉิง เป็นผู้ฝึกวิญญาณ แล้วเจ้าล่ะ?”

“ผู้ฝึกกระบี่ เฟิงอู๋เฉิน”

มู่ฉิงพยักหน้าเล็กน้อยโดยมิกล่าวอันใดอีก ก่อนจะมุ่งสมาธิไปที่การรักษาเฟิงหนิง

ผ่านไปเพียงครึ่งถ้วยชา มู่ฉิงลุกขึ้นยืน สีหน้าเผยให้เห็นความเหนื่อยล้าเล็กน้อย

“โชคดีที่มิได้ทำให้เจ้าผิดหวัง นางปลอดภัยแล้ว”

เฟิงอู๋เฉินขยับเข้าไปใกล้ เมื่อได้เห็นสภาพของเฟิงหนิง เขาจึงตระหนักว่าไม่เพียงแค่บาดแผลภายนอก แม้แต่บาดแผลภายในที่รักษาได้ยากก็ถูกรักษาจนหายสนิท

และทั้งหมดนี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ พลังของผู้ฝึกวิญญาณนับว่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง!

“ภายในร่างของนางมีเจตจำนงแห่งไฟที่แข็งแกร่งนัก เจ้าคงใช้ไขกระดูกเย็นกดข่มพลังนั้นไว้สินะ? มิน่าเล่าถึงได้ใส่ใจมันถึงเพียงนี้”

เฟิงอู๋เฉินมิได้ตอบคำถามของนาง เพียงแค่ค่อยๆ ห่มผ้าให้เฟิงหนิงอย่างทะนุถนอม

“เจ้ากำลังจะเดินทางไปยังสำนักชิงเฉินใช่หรือไม่?” หญิงสาวถามขึ้นอย่างกะทันหัน

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?” เฟิงอู๋เฉินย้อนถาม

“ช่างบังเอิญเสียจริง ที่ข้าเองก็ต้องเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่น! พรุ่งนี้เช้าออกเดินทาง เจ้าจะร่วมทางไปกับข้าหรือไม่?”

เฟิงอู๋เฉินกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ แต่หญิงสาวกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน

“อย่าเพิ่งรีบร้อนปฏิเสธไป ขณะนี้พวกเจ้าตกเป็นเป้าของหออาภรณ์โลหิตมิใช่หรือ? เส้นทางไปยังสำนักชิงเฉินนั้นยาวไกล ระหว่างทางมีอันตรายซุ่มซ่อนอยู่มากมาย แต่หากเดินทางไปกับข้า หออาภรณ์โลหิตคงมิกล้าลงมือโดยง่าย!”

“ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถพอจะรับมือพวกมันได้ แต่เจ้าควรคำนึงถึงเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้ด้วยมิใช่หรือ? อีกทั้ง…จ้าวกระบี่ผู้ที่ช่วยเหลือเจ้านั้น เกรงว่าคงไม่อาจลงมือช่วยเจ้าบ่อยครั้งได้กระมัง?”

หลังจากฟังคำพูดของมู่ฉิง ดวงตาของเฟิงอู๋เฉินพลันฉายแววระแวดระวังขึ้นอีกหลายส่วน

หญิงสาวผู้นี้ ภายนอกดูอ่อนโยนบริสุทธิ์ ทว่าแท้จริงแล้วกลับมีความคิดหลักแหลมรอบคอบเกินกว่าที่ควรจะเป็น ในบางแง่ นางอาจอันตรายยิ่งกว่าเย่กู่หลวนเสียอีก

แต่แล้ว…มู่ฉิงกลับเผยรอยยิ้มอ่อนหวานอันดูไร้พิษภัย

“ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะมีจุดประสงค์อื่น พวกเจ้าเพิ่งเอ่ยถึงเรื่องการไถ่โทษมิใช่หรือ? หากเจ้าต้องการ เช่นนั้นจงถือว่านี่เป็นการไถ่โทษจากหออันดับหนึ่งในใต้หล้าก็แล้วกัน”

เฟิงอู๋เฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าว

“ฮ่ะฮ่า… เช่นนั้นก็ดี พรุ่งนี้เช้า ข้าจะรอแม่นางมู่ร่วมเดินทาง”

หลังออกจากห้องของเฟิงอู๋เฉิน มู่ฉิงเดินทอดน่องขึ้นไปยังชั้นสาม

ภายในห้อง เย่กู่หลวนซึ่งบาดเจ็บจนเลือดอาบทั้งตัว เมื่อเห็นมู่ฉิงปรากฏ ก็รีบค้อมกายทำความเคารพทันที

“คุณหนู!”

“นั่งลง”

กล่าวจบ มู่ฉิงยกมือขึ้นเบาๆ พลันปล่อยพลังวิญญาณสีเขียวเข้าสู่ร่างของเย่กู่หลวน

เย่กู่หลวนรู้สึกตกใจและปลื้มปิติไปพร้อมกัน

“ข้าไหนเลยจะกล้ารบกวนคุณหนูให้ต้องลงมือรักษาข้า!”

คิ้วเรียวงามของมู่ฉิงขมวดเล็กน้อย พลางกล่าวเสียงเรียบ

“บาดแผลของเจ้า…ดูเหมือนจะสาหัสกว่าที่เห็นภายนอกเสียอีก”

“อา…” เย่กู่หลวนเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน “ก็เป็นถึงจ้าวกระบี่ลงมือเอง นับว่าข้ายังโชคดีรอดชีวิตมาได้ นั่นย่อมเป็นเพราะอีกฝ่ายเมตตาแล้ว”

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”

คำพูดของมู่ฉิงทำให้เย่กู่หลวนชะงักเงยหน้าขึ้นทันที

“มิใช่เพราะเขาเมตตาหรือ?”

“แน่นอนว่าไม่! กระบี่นั้นมิได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย”

“หากเขาคิดจะออมมือจริง แล้วเหตุใดคนของหออันดับหนึ่งในใต้หล้าที่อยู่ ณ ที่นั้น ล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้น? นั่นย่อมหมายความว่า เขาไม่สนใจที่จะรักษาหน้าให้หออันดับหนึ่งในใต้หล้าแม้แต่น้อย!”

“ส่วนที่เจ้ารอดมาได้นั้น เกรงว่าเป็นเพราะพลังของเขาไม่เพียงพอแล้วกระมัง!”

“ว่าอย่างไรนะ!?”

เย่กู่หลวนตื่นตะลึง ดวงตาเบิกกว้าง

“ความหมายของคุณหนูคือ?”

“จ้าวกระบี่ผู้นั้นมิได้อยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่แรก กระบี่ที่ฟาดออกไปนั้นเป็นกระบี่ที่ข้ามผ่านมิติ หากมิใช่เช่นนั้นแล้ว ด้วยพลังของเขา สถานที่แห่งนี้ในรัศมีร้อยจั้ง เกรงว่าคงมิหลงเหลือซากแม้แต่น้อย”

หลังจากฟังคำอธิบายของมู่ฉิง เย่กู่หลวนก็พลันเข้าใจทุกสิ่ง

บนใบหน้าฉายแววขมขื่นยิ่งกว่าเดิม

“เช่นนั้น หากจ้าวกระบี่ผู้นั้นอยู่ที่นี่จริง ข้าคงมิอาจรอดชีวิตเป็นแน่แท้”

“หนึ่งอุปสรรคคือหนึ่งบทเรียน เจ้าจงจำไว้ว่า ต่อไปหากพบกับบุรุษผู้นี้ จงอย่าเป็นศัตรูกับเขา หากสามารถให้ทางได้ก็จงให้ แม้ต้องเสียเปรียบบ้าง ก็หาได้เป็นปัญหาอันใด”

“ข้าเข้าใจแล้ว…แต่เรื่องที่เขาสังหารคุณหนูตระกูลฉิน จะให้จัดการเช่นไร?”

ได้ยินคำนี้ มู่ฉิงพลันหัวเราะเย็นชา

“จัดการอย่างไรน่ะหรือ? แม้แต่ราชวงศ์เฉินยังไม่กล้าต่อกรกับจ้าวกระบี่ แล้วตระกูลฉินเล่านับเป็นตัวอะไร?”

“เจ้าก็เพียงแจ้งให้พวกเขาทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง ส่วนพวกเขาจะเลือกทำเช่นไร นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขา”

“ข้าเข้าใจแล้ว!”

ในขณะเดียวกัน ภายในห้องของเฟิงอู๋เฉิน

เขานั่งขัดสมาธิ หยั่งจิตสำนึกจมหายเข้าสู่ตันเถียน

เบื้องหน้าของเขา ปรากฏภาพหอกระบี่หลงหยวนลอยเด่นอยู่ แผ่กลิ่นอายเยียบเย็นอำมหิต น่าหวาดกลัวเป็นที่สุด

เฟิงอู๋เฉินเพ่งสมาธิ ควบคุมจิตสำนึกให้ลอยเข้าไปยังชั้นที่สองของหอกระบี่

“เจ้าคงได้ยินที่ข้าพูดใช่หรือไม่?”

“แกร๊ก! แกร๊ก!”

สิ้นเสียงของเฟิงอู๋เฉิน พื้นที่ภายในชั้นที่สองพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โซ่ตรวนโดยรอบส่งเสียงกระทบกันดังสนั่น

“กระบี่ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เป็นฝีมือของเจ้าหรือไม่?”

“ฮ่าฮ่า…”

เสียงหัวเราะเยียบเย็นพลันดังขึ้นจากส่วนลึกของชั้นที่สอง

เพียงแค่เสียงหัวเราะนั้น ก็มากพอจะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่ผู้ฟัง

“ดูเหมือนว่า ฝานเย่จะไม่ได้บอกอะไรกับเจ้าเลยสินะ ฮ่าๆๆ”

‘ฝานเย่?’

หรือว่าฝานเย่จะเป็นชื่อของชายวัยกลางคนผู้นั้น?

ที่แท้แล้วก็เป็นเช่นที่เขาคาดการณ์ไว้ อีกฝ่ายมิได้บอกความจริงเกี่ยวกับหอกระบี่หลงหยวนทั้งหมดแก่เขา!

จบบทที่ บทที่ 32 เยือนชั้นสองของหอกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว