เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ผู้ฝึกวิญญาณ

บทที่ 31 ผู้ฝึกวิญญาณ

บทที่ 31 ผู้ฝึกวิญญาณ


ภายในหอกระบี่หลงหยวน กักขังสิ่งใดเอาไว้ เฟิงอู๋เฉินย่อมประจักษ์แจ้งเป็นอย่างดี

ตามที่ชายวัยกลางคนผู้นั้นกล่าว นักโทษที่ถูกคุมขังในหลงหยวนมิใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นผู้ที่สังหารคนมากที่สุด!

เรื่องนี้ เฟิงอู๋เฉินได้พิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเองครั้งยังอยู่ในแดนสวรรค์ไท่เสวียน เมื่อเผชิญหน้ากับชายคลุ้มคลั่งที่หนีออกมาจากชั้นแรกของหลงหยวน

จิตสังหารอันเข้มข้นจนจับต้องได้ในครานั้น ยังคงทำให้เขารู้สึกขวัญผวาไม่หาย

“ชั้นแรกของหลงหยวนถูกปลดพันธนาการแล้ว อีกสามปีโซ่พันธนาการชั้นที่สองก็จะถูกทำลายเช่นกัน เมื่อถึงตอนนั้นย่อมมีเพียงสองผลลัพธ์ หนึ่งเจ้าต้องหลอมกระบี่ที่ผนึกชั้นที่สองเช่นเดียวกับที่หลอมกระบี่เพลิงสุริยันในวันนี้ ทำให้ชีพจรวิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งขึ้น หรือสอง ถูกเจ้าของกระบี่เล่มนั้นสังหาร!”

นี่คือคำพูดที่ชายวัยกลางคนกล่าวไว้

ทว่าจนถึงตอนนี้ เวลายังไม่ล่วงเลยถึงสามปี อีกทั้งผนึกของชั้นที่สองก็ยังมิได้ถูกทำลาย

แต่ผู้ที่อยู่ในชั้นที่สองกลับสามารถลงมือได้!

ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้น หาใช่สิ่งที่เขาจะสามารถต้านทานได้ในยามนี้

นั่นหมายความว่า แม้แต่ชีวิตของเขาในตอนนี้ ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อื่นงั้นหรือ?

ไม่… ไม่ใช่!

เกือบจะในชั่วพริบตา เฟิงอู๋เฉินพลันตระหนักถึงความผิดพลาดในตรรกะของตน

หากผู้ที่อยู่ในชั้นที่สองสามารถลงมือได้ เช่นนั้นเหตุใดถึงไม่ฆ่าเขาโดยตรง?

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงเวลาคับขันที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายของเขา บุคคลผู้นั้นกลับช่วยเขาสยบเย่กู่หลวนเสียด้วยซ้ำ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ที่อยู่ในชั้นที่สอง กำลังปกป้องเขา!

เฟิงอู๋เฉินเริ่มเข้าใจว่า ความลับของหอกระบี่หลงหยวนนั้น ชายวัยกลางคนมิได้บอกความจริงแก่เขาทั้งหมด

หลังจากตวัดกระบี่สุดสะพรึงออกไป หอกระบี่หลงหยวนกลับคืนสู่ความเงียบสงบในพริบตา แม้แต่แสงที่ลอดออกมาตามช่องว่างของโซ่ตรวนก็พลันอ่อนแอลงเล็กน้อย

“พลังของเขาอ่อนลง?”

ดวงตาของเฟิงอู๋เฉินสะท้านไหว ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยอยู่

โดยสามัญสำนึกแล้ว บุคคลที่สังหารผู้คนนับไม่ถ้วนเช่นนี้ ไยจึงไม่ลงมือฆ่าเย่กู่หลวนไปเสีย?

แต่เมื่อมองสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่ว่าผู้นั้นไม่ต้องการฆ่า แต่เป็นเพราะเขาฆ่าไม่ได้ต่างหาก!

ดูเหมือนว่าการฝ่าโซ่ตรวนของหลงหยวนออกมาฟาดฟันหนึ่งกระบี่ จะสร้างความเสียหายให้แก่เขาไม่น้อยเลยทีเดียว

เฟิงอู๋เฉินสูดลมหายใจลึกสงบอารมณ์ภายใน ก่อนจะหันไปมองเย่กู่หลวนที่ยังคงหมอบอยู่กับพื้น โขกศีรษะไปยังทิศทางที่กระบี่พุ่งออกมาโดยมิกล้าขยับแม้แต่น้อย

“เขาไปแล้ว”

เสียงอันแผ่วเบาของเฟิงอู๋เฉินดังขึ้น ทำให้เย่กู่หลวนราวกับได้รับอภัยโทษ กว่าครึ่งค่อนวันจึงกล้าเงยหน้าขึ้น

เมื่อสบสายตากับเฟิงอู๋เฉินอีกครั้ง นัยน์ตาของเย่กู่หลวนพลันปราศจากความหยิ่งผยองของผู้แข็งแกร่งโดยสิ้นเชิง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความต่ำต้อยดั่งเด็กน้อยต่อหน้าผู้มากบารมี

“นี่… เจ้ากับผู้อาวุโสท่านนั้น…”

“ไม่ต้องหยั่งเชิง หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองลงมือกับข้าอีกครั้งสิ!”

เมื่อคำพูดของเฟิงอู๋เฉินจบลง เย่กู่หลวนพลันมีเหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นมาบนหน้าผาก

ลงมือกับเด็กคนนี้อีกครั้งหรือ?

เขากล้าหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่กล้า!

แม้ว่ากระบี่ของยอดฝีมือเมื่อครู่ จะมิได้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องใดๆ กับเฟิงอู๋เฉิน อีกทั้งยังมิได้ปรากฏตัวให้เห็น

แต่เขากลับมั่นใจว่านั่นหาใช่เรื่องบังเอิญไม่

เป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นผู้อาวุโสของเด็กหนุ่มผู้นี้ หรืออาจถึงขั้นเป็นอาจารย์ของเขา!

เขาลงมือสังหารเฟิงอู๋เฉินครั้งหนึ่ง แต่อีกฝ่ายยังเมตตาไว้ชีวิต หากมีครั้งที่สอง เกรงว่าเขาคงไม่อาจรอดชีวิตได้อีก!

เฟิงอู๋เฉินแค่นหัวเราะเย้ยหยัน มิได้สนใจเย่กู่หลวนที่ยืนตัวแข็งอยู่ตรงหน้า แต่รีบตรงไปยังศพของฉินเสี่ยวโหรว รื้อค้นจนพบไขกระดูกเย็น ก่อนจะรีบกลับเข้าไปในห้องของตน

ขณะเดียวกัน ที่หน้าห้องของเฟิงอู๋เฉิน หญิงสาวผู้หนึ่งก็ก้าวขึ้นมาจากชั้นล่าง เมื่อเห็นสภาพของเย่กู่หลวน ดวงตาคู่งามพลันฉายแววแปลกใจ

“เหตุใดจึงบาดเจ็บหนักเช่นนี้? เป็นฝีมือของผู้ใด?”

เย่กู่หลวนยังคงหวาดหวั่น สายตาเหลือบมองไปยังห้องของเฟิงอู๋เฉิน

“เป็นฝีมือของจ้าวกระบี่! แค่ก แค่ก…”

“จ้าวกระบี่!?”

ดวงตาของหญิงสาวฉายแววสั่นไหว คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยว่า

“ข้าเข้าใจแล้ว! เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการ เจ้ารีบไปพักรักษาตัวเถอะ”

เย่กู่หลวน แม้จะเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของหออันดับหนึ่งในใต้หล้า แต่กลับแสดงความเคารพต่อหญิงสาวผู้นี้เป็นอย่างมาก

เขาเพียงพยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม

“ขอรับ!”

หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของเฟิงอู๋เฉิน

ภายในห้อง เฟิงอู๋เฉินนำไขกระดูกเย็นกลับมาสวมไว้ที่คอของเฟิงหนิง ทำให้อุณหภูมิร่างของเด็กสาวค่อยๆ คืนสู่ภาวะปกติ

ทว่า บาดแผลทั่วกายของนางยังคงบาดลึกสะเทือนใจนัก

“นั่นใคร?”

เฟิงอู๋เฉินซึ่งเพิ่งผ่านศึกหนักมา ยังคงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาในห้อง เขาจึงรีบระวังตัวทันที

“อย่าตื่นตระหนกไป ข้ามิใช่ศัตรูของเจ้า”

หลังจากแน่ใจว่าหญิงสาวตรงหน้าไร้จิตสังหาร เฟิงอู๋เฉินจึงลดกระบี่เพลิงสุริยันลง

“มีธุระอันใด?”

หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้พี่น้องเฟิง วางมืออ่อนนุ่มลงบนข้อมือที่หักงอของเฟิงหนิง

พริบตาเดียว แสงสีเขียวสว่างวาบออกจากฝ่ามือนาง อาการบวมแดงของแขนเริ่มทุเลาลง บาดแผลโดยรอบก็ค่อยๆ ฟื้นฟู

“ผู้ฝึกวิญญาณ!?”

เฟิงอู๋เฉินเบิกตากว้างพลัน ลอบสังเกตหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง

ดั่งเช่นผู้ฝึกกระบี่ ผู้ฝึกวิญญาณก็เป็นอีกหนึ่งสายของวิถียุทธ์ที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า

ทว่าความแข็งแกร่งของพวกเขา มิใช่พลังทำลายล้างมหาศาลที่สามารถสังหารศัตรูได้นับหมื่นด้วยกระบี่เดียว แต่เป็นศาสตร์การรักษา ผนึก และพลังลึกลับอัศจรรย์อื่นๆ ที่ยากหาใดเปรียบ

และด้วยเหตุผลบางประการ จำนวนของผู้ฝึกวิญญาณ ยังมีน้อยกว่าผู้ฝึกกระบี่เสียอีก

“ในเมื่อเจ้ารู้จักผู้ฝึกวิญญาณ เช่นนั้นเจ้าก็คงเข้าใจแล้วว่าข้าสามารถรักษาน้องสาวของเจ้าได้”

เฟิงอู๋เฉินมิได้ขัดขวางการรักษาของนาง ทว่าดวงตากลับจับจ้องหญิงสาวผู้นี้ไม่ละไปไหน

“เจ้าก็เป็นคนของหออันดับหนึ่งในใต้หล้าด้วยงั้นหรือ? เช่นนั้นนี่คือวิธีไถ่โทษของพวกเจ้าหรือ?”

“เรียกว่าการไถ่โทษก็คงไม่ถูกนัก คนที่ล่วงเกินเจ้าล้วนตายไปหมดแล้ว แต่หากเจ้ายังไม่พอใจ ต่อให้เจ้าจะรื้อทำลายที่นี่ ข้าก็จะไม่ห้ามปราม สิ่งที่ข้าทำตอนนี้ เป็นเพียงเพราะต้องการผูกมิตรกับเจ้าเท่านั้น”

จบบทที่ บทที่ 31 ผู้ฝึกวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว