เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ตัดรากถอนโคน

บทที่ 22 ตัดรากถอนโคน

บทที่ 22 ตัดรากถอนโคน


หลังจากเฟิงอู๋เฉินกล่าวจบ สีหน้าของเฟิงเทียนรุ่ยพลันเปลี่ยนไป เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองฉายแสงอันประหลาดออกมา

“เจ้าถึงกับมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่างได้เช่นนี้!”

เขาไม่อยากเชื่อเลยว่า เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบหกปีที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับมีสายตาเฉียบแหลมถึงเพียงนี้ จนสามารถมองทะลุแผนการอันแยบยลของเขาได้!

สีหน้าของเฟิงเทียนรุ่ยบัดนี้ดูน่าเกลียดถึงขีดสุด

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็มีเพียงสองทางให้เจ้าเลือก ทางเลือกแรกเจ้ากับเฟิงโม่ร่วมมือกันสืบทอดตระกูลเฟิงให้ยิ่งใหญ่สืบไป จากนี้เจ้าทั้งสองจะเป็นเสาหลักของตระกูล หรือไม่ก็แตกหักกับตระกูลเฟิง เอาให้พินาศกันไปข้าง แล้วข้าจะฆ่าเจ้าเสียตรงนี้!”

“หึ..หึ..”

เฟิงอู๋เฉินแค่นหัวเราะเย็นชา “อดีตประมุข! เมื่อใดที่คนทำผิด ย่อมต้องถูกลงโทษ! เฟิงฉางอี้ปล่อยลูกชายก่อกรรมชั่ว แย่งชิงไขกระดูกเย็นจากน้องสาวของข้า โทษของเขาคือความตาย! เฟิงฉางอวิ๋นสมคบคิดกับตระกูลหลินเพื่อดึงชีพจรวิญญาณของข้า โทษของเขาก็คือความตาย! แล้วตัวเจ้าซึ่งคิดว่าฉลาดล้ำ มองข้ากับน้องสาวเป็นเพียงเศษขยะ คิดว่ามีโทษสถานใดเล่า?”

“เจ้าคิดจะทำอะไร?” เฟิงเทียนรุ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ

เฟิงอู๋เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะตัดรากถอนโคนตระกูลเฟิงของเจ้าให้สิ้น!”

ทันทีที่สิ้นเสียง พลังปราณบนร่างของเฟิงอู๋เฉินเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง เจตนากระบี่ที่ราวกับทะลักทลายปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ แม้แต่เฟิงเทียนรุ่ยก็ไม่อาจระงับความหวาดหวั่นในใจได้

“เจ้ากล้าหรือ!”

“เจ้าสุนัขเฒ่า! หากเจ้ากล้าขัดขวางข้า คนที่จะตายก็คือเจ้า!”

“อะไรนะ…”

เฟิงอู๋เฉินไม่รอช้า เขาปลดปล่อยกระบี่สังหารออกมาในทันใด

เมื่อถูกครอบงำด้วยจิตสังหารและเจตนากระบี่อันน่าสะพรึงกลัว เฟิงโม่ถึงกับร่างทรุดลงกับพื้น สั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุม น้ำตาและน้ำมูกเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า

“ท่านปู่ ช่วยข้าด้วย!”

เฟิงอู๋เฉินแค่นเสียงเย้ยหยัน “วันนี้ ไม่มีใครหน้าไหนช่วยเจ้าได้ทั้งนั้น!”

ในขณะที่กระบี่ของเฟิงอู๋เฉินฟาดฟันเข้ามา เฟิงเทียนรุ่ยเกิดความคิดที่จะขัดขวางโดยสัญชาตญาณ

แต่ทันทีที่สัมผัสถึงจิตสังหารอันรุนแรงจากกระบี่นั้น เขารู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกตรึงอยู่ในหุบเหวน้ำแข็ง

ความรู้สึกนั้นราวกับกำลังเผชิญยมทูตผู้ถือกระบี่แห่งความตาย!

เสียงในหัวของเขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ‘หากข้าไม่หลบ จะต้องจบชีวิตภายใต้กระบี่เล่มนี้แน่!’

ด้วยความหวาดกลัวจนถึงขีดสุด เฟิงเทียนรุ่ยจึงหลีกออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว

แทบจะเป็นเวลาเดียวกันนั้นเอง คมกระบี่ได้เฉือนผ่านแก้มของเขาไป

“ฉัวะ!”

เสียงกระบี่ตัดผ่านเนื้อดังชัดเจน ในชั่วพริบตา ศีรษะของเฟิงโม่พลันหลุดกระเด็นขึ้นสูง!

เมื่อมองร่างไร้วิญญาณของเฟิงโม่ตรงหน้า เฟิงเทียนรุ่ยยืนอึ้งอยู่บนเวทีประลอง สายตาเหม่อมองไปยังเฟิงอู๋เฉินที่ยืนอยู่ตรงกันข้าม

ในชั่วพริบตานั้น เขารู้สึกเหมือนตัวเองแก่ชราลงไปสิบปี

ที่เขาไม่ลงมือช่วยเฟิงโม่ ไม่ใช่เพราะเขาไร้ความสามารถ

ด้วยพลังยุทธ์ของเขา หากเขายอมเสี่ยงสุดชีวิต ไม่แน่ว่าอาจช่วยเฟิงโม่ไว้ได้

แต่เขาไม่กล้า!

ภายใต้เจตนากระบี่ของเฟิงอู๋เฉิน เขาบังเกิดความหวาดกลัว

เขาไม่มีความกล้าที่จะเอาชีวิตตนเองเข้าแลก!

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

แต่สิ่งที่เขาเข้าใจก็คือ ความหวาดกลัวเล็กๆ ในใจเขานั้น ได้บอกชัดเจนแล้วว่า เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิงอู๋เฉินอีกต่อไป

“เจ้า...เจ้ากล้าฆ่าอัจฉริยะของตระกูลเฟิงข้า!”

เมื่อเห็นว่าเฟิงโม่ตายต่อหน้า เฟิงฉางเกิงมีแววตาแดงฉานด้วยบันดาลโทษะ

ก่อนหน้านี้ ตระกูลเฟิงมียอดฝีมือขั้นปราณยุทธ์ถึงห้าคน ด้วยกำลังรบเช่นนี้ จะกล่าวว่าตระกูลเฟิงเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองลั่วเฟิงก็มิใช่เรื่องเกินเลย

แต่บัดนี้ ยอดฝีมือสามคนถูกเฟิงอู๋เฉินสังหาร รวมถึงเฟิงโม่อัจฉริยะผู้โดดเด่นด้วย!

การสร้างอัจฉริยะเช่นเฟิงโม่นั้นช่างยากเย็น

สำหรับตระกูลเฟิงในตอนนี้ ต่อให้ใช้เวลาสิบปีหรือยี่สิบปี ก็ยากจะปลุกปั้นอัจฉริยะเช่นนี้ขึ้นมาได้อีก

ดังที่เฟิงอู๋เฉินกล่าวไว้ กระบี่เล่มนั้นได้ตัดรากฐานของตระกูลเฟิงไปแล้ว!

“ไอ้เดรัจฉาน! ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!”

“เจ้าคนโง่! หยุดเดี๋ยวนี้!”

แต่ก่อนที่เฟิงฉางเกิงจะได้ลงมือ เฟิงเทียนรุ่ยก็ปลดปล่อยพลังปราณออกมาอย่างฉับพลัน พร้อมสะบัดฝ่ามือส่งเฟิงฉางเกิงกระเด็นออกไป

“ท่านพ่อ...”

เฟิงฉางเกิงมองด้วยความสับสน “เหตุใดท่านต้องขัดขวางข้าไม่ให้ฆ่าเด็กคนนี้ด้วย?”

สีหน้าของเฟิงเทียนรุ่ยยิ่งมืดมนลง

‘ฆ่าอย่างนั้นหรือ?’

‘เรื่องมันจะง่ายเพียงนั้นหรือ?’

‘เจตนากระบี่ของเจ้าเด็กนี่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ แม้แต่ข้ายังไม่กล้าสู้ การจะปล่อยให้เฟิงฉางเกิงบุกเข้าหา ก็ไม่ต่างอะไรกับปล่อยให้เขาวิ่งเข้าไปหาความตาย!’

“เฮ้อ...”

เฟิงเทียนรุ่ยถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า

“เจ้าฆ่ายอดฝีมือขั้นปราณยุทธ์ของตระกูลเฟิงข้าสามคนติดกัน ข้าเชื่อว่าความเคียดแค้นในใจของเจ้าได้ระบายออกจนหมดแล้ว หยุดมือเถิด! คำพูดของข้ายังคงเดิม ไม่เพียงเท่านั้น...อีกไม่กี่ปี ตำแหน่งประมุขตระกูลเฟิงก็จะเป็นของเจ้า!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟิงฉางเกิงถึงกับตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

เฟิงเทียนรุ่ย คิดจะยกตำแหน่งประมุขตระกูลให้กับฆาตกรที่เข่นฆ่าคนสำคัญของตระกูลเช่นนี้หรือ?

แต่ในเสี้ยวอึดใจ เฟิงฉางเกิงก็เข้าใจบางสิ่งทันที

‘ใช่แล้ว...สำหรับคนอย่างเฟิงเทียนรุ่ย ความรู้สึกอะไรนั้นไม่มีอยู่จริง!’

‘ในใจของเขามีเพียงผลประโยชน์เท่านั้น!’

ในขณะเดียวกัน เฟิงอู๋เฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยแววเยาะหยันจ้องตรงไปยังชายชราตรงหน้า

‘โลกของผู้ฝึกยุทธ์นั้นโหดร้ายยิ่งนัก หากมัวแต่ยอมอ่อนข้อไปทุกครั้ง ศัตรูก็จะยิ่งได้ใจ มีแต่ต้องแสดงความแข็งแกรงและไร้ปรานี ทำให้พวกมันหวาดกลัวเท่านั้น พวกมันถึงจะยอมเปลี่ยนท่าที!’

‘ข้าคิดออกได้เลยว่า หากข้ายอมรับข้อเสนอของเฟิงเทียนรุ่ยตั้งแต่แรก และทำงานรับใช้ตระกูลเฟิงต่อไป ข้าย่อมไม่ได้รับการยอมรับที่แท้จริง และสักวันหนึ่งประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอย ข้าก็จะกลับไปเป็นหมากที่ถูกสังเวยของตระกูลเฟิงอีกครั้ง!’

“เฮอะ…ฮ่าๆๆๆ”

เฟิงอู๋เฉินหัวเราะเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาผู้คนในลานประลอง เสียงหัวเราะของเขาดังก้องและน่าสะพรึงจนผู้คนรอบข้างรู้สึกขนลุก

“เจ้าหัวเราะอะไร?” เฟิงเทียนรุ่ยขมวดคิ้วถาม

“เจ้าถามว่าข้าหัวเราะอะไร? ข้าหัวเราะที่เจ้ามันโง่เขลา หัวเราะที่เจ้าเอาแต่พล่ามเหลวไหล และหัวเราะที่เจ้าคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป!”

“เจ้า...” เฟิงเทียนรุ่ยสีหน้ามืดมนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จบบทที่ บทที่ 22 ตัดรากถอนโคน

คัดลอกลิงก์แล้ว