- หน้าแรก
- มหาเวทย์ผนึกมาร ระบบทางเลือกชีวิต เริ่มด้วยเนตรวงแหวน กระจกเงาหมื่นบุปผา
- ตอนที่ 11 มันกำลังจะระเบิด?
ตอนที่ 11 มันกำลังจะระเบิด?
ตอนที่ 11 มันกำลังจะระเบิด?
ในเวลาเดียวกัน ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
อิจิจิขับรถสีดำ แล่นตามถนนด้วยความรวดเร็ว!
แม้จะเหยียบจนมิดแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้นเลย
“น่าเสียดายจัง~ ดูเหมือนว่าจะตกอยู่ในวิกฤตแล้วนะ” เสียงหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่และดูสง่างามทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
เมเมสวมเสื้อกันลมสีดำซึ่งไม่สามารถปกปิดส่วนโค้งเว้าอันสง่างามของเธอได้ เธอขั่งไขว้ขา ผมสีฟ้าอ่อนของเธอก็ปิดบังใบหน้าอันงดงามของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง
เมื่อกี้เธอเห็นสถานการณ์การต่อสู้ของเซี่ยหลิวและคนอื่นๆได้อย่างชัดเจนผ่านการใช้วิสัยทัศน์ร่วมกับอีกาของเธอ
“คุณหมายถึงว่าเด็กปี 1 ตกอยู่ในอันตรายหรอครับ?”
นานามิเช็ดแว่นของเขา น้ำเสียงของเขาชัดเจนว่าเขาไม่อยู่ในอาการสงบเลย
เมเมค่อยๆหลับตาลง: "อัจฉริยะที่ยากะพูดถึงโดนโจมตีเข้าเต็มๆ แต่คนอื่นๆยังอยู่ดีอยู่"
ไม่ว่าจะผ่านคำบอกเล่าของยากะ หรือวิสัยทัศน์ที่เธอแบ่งปันกับอีกาก็ตาม เธอก็ได้เห็นแล้วว่าเซี่ยเป็นยังไงบ้าง
เด็กใหม่ที่ชื่อเซี่ยหลิวเป็นคนที่มีความสามารถที่น่าทึ่งจริงๆ
“อ่า~ น่าเสียดายจริงๆ อุตส่าห์มีคนที่หล่อขนาดนี้เข้าวงการมาใหมาแท้ๆ”
อิจิจิที่ขับรถอยู่ข้างหน้าก็เหงื่อแตกพลั่กเมื่อได้ยินเรื่องนี้
ครั้งนี้ยากะสั่งมาอย่างชัดเจนว่าต้องช่วยชีวิตเด็กปีหนึ่งทุกคน
จะเห็นได้ว่าคนที่ยากะ มาซามิจิใส่ใจมากที่สุดก็คือคนที่มาใหม่ที่ชื่อเซี่ยหลิว
แต่เมเมก็บอกแล้วว่าเซี่ยหลิวอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง ไม่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่จะโกรธแค่ไหนหากรู้เรื่องนี้
ช่างน่าโมโหจริงๆ! วิญญาณคำสาประดับพิเศษสองตัวโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ในเวลาเดียวกันได้ยังไง
หากโกโจ ซาโตรุไม่ได้ถูกส่งไป เซี่ยหลิวและเด็กคนอื่นๆก็คงไม่ตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ ความแตกต่างระหว่างการปล่อยให้เด็กใหม่ต่อสู้กับวิญญาณคำสาประดับพิเศษกับการส่งพวกเขาไปสู่ความตายคืออะไร มันไม่ต่างกันเลย!
“คุณอิจิจิ รีบๆหน่อยนะคะ ฉันจะได้รีบไปรับเงินหลังจากช่วยเหลือพวกเขาเสร็จแล้ว”
“ครับ! คุณเมเม!”
อิจิจิเหยียบคันเร่ง แล้วรถก็กลายเป็นเหมือนภาพติดตาที่วิ่งไปตามถนน
…….
ขณะที่อิตาโดริและเพื่อนๆกำลังเศร้าโศก ก็มีร่างหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาโดยยังคงสภาพสมบูรณ์
บุคคลนี้ก็คือ เซี่ยหลิว นั่นเอง!
ด้วยการปรากฏตัวของเขา อิตาโดริ ฟุชิงุโระและคุงิซากิพร้อมด้วยวิญญาณคำสาประดับพิเศษต่างก็ตกตะลึง!
อิตาโดริขยี้ตาแล้วพูดว่า "นี่ฉันมองไม่ผิดใช่ไหม? เซี่ยหลิวไม่เป็นอะไรเลย!"
หลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงขนาดนั้น แต่เซี่ยหลิวกลับไม่เป็นอะไรเลยเนี่ยนะ?
นอกจากนี้ เขายังมีรอยยิ้มบนใบหน้า มีท่าทางร่าเริง และแม้แต่เสื้อผ้าของเขาก็ไม่เสียหายเลย! ราวกับว่าการโจมตีเมื่อกี้ไม่ได้มีผลกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว!
ฟุชิงุโระ เมกุมิถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลีกเลี่ยงการโจมตีอันร้ายแรงแบบได้อย่างไร แต่เขาก็ดีใจที่เซี่ยหลิวปลอดภัย
โนบาระก้มหัวลงและไม่พูดอะไร แต่ริมฝีปากสีแดงสั่นเทิ้มของเธอเผยให้เห็นถึงอารมณ์ไม่สบายใจของเธอก่อนหน้านี้
ไอ้เวรนี่มันชอบทำให้คนอื่นเป็นกังวลตลอดเลยหรือไงกัน?
“เป็นไปไม่ได้! ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ!”
วิญญาณคำสาปคำรามด้วยความไม่เชื่อ
แน่นอนว่าด้วยพลังคามุยของเซี่ยหลิว เขาย่อมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว
แต่แรก ด้วยความสามารถในการสังเกตของเนตรวงแหวน เขาได้คาดการณ์การโจมตีจากด้านหลังไว้แล้ว
เขาก็เลยอยู่นิ่งๆไว้ไม่ขยับ
ลักษณะของคามุยคือ ตราบใดที่เขาไม่ได้ริเริ่มลงมือ อะไรๆก็ตามที่โจมตีเข้ามาจะทะลุผ่านร่างกายของเขาไปหมด ในทางกลับกัน หากเขาโจมตี ร่างกายของเขาก็จะกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ!
ขณะที่เขาอยู่ในสภาวะบิดเบือนร่างกาย การโจมตีทุกรูปแบบจะไม่สามารถส่งผลต่อตัวเขาได้เลย ไม่ว่าจะโจมตีจากจุดบอดใดๆก็ตาม!
แต่มันก็ใช่ว่าจะอยู่ยงคงกระพัน มันยังแก้ได้ด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่องยาวนาน5นาที ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำแบบนั้นได้แน่นอน!
แม้ว่าเนตรวงแหวนจะทรงพลัง แต่ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่อง เวลาสูงสุดที่เขาจะรักษาสภาวะบิดเบือนได้คือห้านาที!
หากเกิน 5 นาที จะถึงขีดจำกัด
วิญญาณคำสาปที่ไม่อยากจะเชื่อได้เปิดฉากโจมตีเซี่ยหลิวอีกครั้ง!
"ได้เวลาหยุดเล่นไร้สาระได้แล้ว"
ระหว่างที่เขารับการโจมตีที่ผ่านมา เขาได้ค้นพบจุดอ่อนของวิญญาณคำสาประดับพิเศษนี้แล้ว
เซี่ยหลิวจ้องไปที่ปากที่เต็มไปด้วยเลือดของมัน จากนั้นก็จ้องไปที่กลางลำตัวของมันด้วยตาข้างซ้าย
พื้นที่บริเวณนั้นบิดเบี้ยวและมีวังวนปรากฏขึ้นภายในร่างของวิญญาณคำสาป
ปัง!
เกิดเสียงดังสนั่น จากนั้นบริเวณนั้นก็ระเบิดออกพร้อมกับเลือดสาดกระจาย! ร่างยักษ์ของวิญญาณคำสาปหยุดนิ่งไปทันที จากนั้นก็กระตุกอย่างรุนแรง!
ร่างของเซี่ยหลิวพุ่งตรงไปที่หลุมเลือดบนร่างวิญญาณคำสาปทันที จากนั้นก็ใช้มือล้วงเข้าไปจับบางอย่างออกมา!
เป็นหนอนผีเสื้อที่มีหน้าเหมือนมนุษย์ขนาดเท่ากำปั้นถูกจับไว้ในมือของเซี่ยหลิวอย่างแน่นหนา
มือใหญ่ของเซี่ยหลิวเปรียบเสมือนที่หนีบเหล็ก ทำให้ไม่อาจหลุดออกไปได้ไม่ว่าจะดิ้นรนมากเพียงใดก็ตาม
“แอ่ก...ปล่อยฉันไป…ไอ้ผู้ใช้คุณไสยเจ้าเล่ห์!”
หนอนผีเสื้อที่มีใบหน้าเหมือนมนุษย์ตกใจกลัว : ‘เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน! มันจะรู้ได้ไงว่าฉันซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ต่อให้เดา ก็ไม่ใช่ว่าต้องลองที่ส่วนหัวก่อนหรอ?’
เซี่ยหลิวอดหัวเราะไม่ได้เมื่อมองดูวิญญาณคำสาปขนาดกำปั้นที่อยู่ตรงหน้าเขา เขาไม่คาดคิดว่าจะมีสิ่งเล็กๆแบบนี้ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์อันใหญ่โตนั้น
มันเหมือนกับการขับหุ่นกันดั้มอยู่ เมื่อ"คนขับ"ถูกดึงออกอย่างรุนแรง ร่างขนาดใหญ่ของวิญญาณคำสาปก็หยุดเคลื่อนไหวทันที
เซี่ยหลิวเพิ่มพละกำลังในมือของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าซีดเผือดของวิญญาณคำสาปก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ลูกตาของมันโปนออกมาราวกับว่ากำลังจะระเบิด
เมื่อเซี่ยหลิวจับมันได้ มันก็ถึงคราวตายแล้ว
“ไม่ ปล่อยฉันไป ฉันเคยเป็นมนุษย์นะ ฉันมีพ่อแม่และมีลูก ฉันถูกบังคับให้กลายมาเป็นแบบนี้! ฉันจะไม่กินมนุษย์อีกต่อไป! ไว้ชีวิตฉันด้วย!!”
ใบหน้ามนุษย์ของมันร้องไห้ออกมาและเริ่มร้องขอความเมตตา
เซี่ยหลิวรู้สึกสับสน : ‘วิญญาณคำสาประดับสูงทุกคนสามารถพูดได้คล่องขนาดนั้นเลยเหรอ? แถมยังเล่นบทน่าสงสารได้ด้วยหรอเนี่ย?’
“ฮ่าๆ ฉันเกือบจะสงสารแล้วแหละนะหลังจากฟังสิ่งที่แกพูด แต่...ฉันจะได้รางวัลได้ยังไงถ้าฉันไม่ฆ่าแก”
จากนั้นเขาก็เพิ่มแรงบีบที่มือ!
แกร่กๆๆ! เกิดเป็นเสียงกระดูกหัก จากนั้นหัวทั้งหมดของมันก็แหลกสลายทันที!
เซี่ยหลิวโยนศพไร้หัวออกไป และร่างเปล่าๆของวิญญาณคำสาปขนาดใหญ่ใต้เท้าของเขาก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนกับลูกโป่ง!
เขาเตือนคนทั้งสามข้างล่างว่า “เห้ย! ไอนี่กำลังจะระเบิด อยู่ให้ห่าง”
“โอ้ โอเค......”
อิตาโดริและคนอื่นๆดูมึนงง ก่อนจะถอยกลับไปอย่างเชื่องช้า
พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วเซี่ยหลิวก็จัดการปัดเป่าวิญญาณคำสาประดับพิเศษเรียบร้อยแล้ว?
เซี่ยหลิวรู้ได้ยังไงว่าร่างที่แท้จริงของวิญญาณคำสาปถูกซ่อนอยู่ในร่างใหญ่ๆนั่น?
ทันใดนั้นก็มีคนมาแตะไหล่ของฟุชิงุโระ
“หืม? คุณนานามิ คุณเมเม มาแล้วเหรอครับ”
อิตาโดริและโนบาระเองก็มองดูชายและหญิงที่อยู่ข้างหลังพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
นานามิ เคนโตะพูดอย่างใจเย็น “ถึงแม้ว่าผมจะเกลียดการทำงานล่วงเวลา แต่ว่าในเมื่อนักเรียนกำลังเจอปัญหา ผมก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะครู”
เมเมถือขวานยักษ์ไว้ในมือแล้วเดินนำออกมา เธอบิดสะโพกอย่างเว่อร์วังอลังการขณะเดิน ทุกย่างก้าวของเธอทำให้ผมของเธอแกว่งไปมาราวกับชิงช้า
แต่ก แต่ก แต่ก
รองเท้าส้นสูงส่งเสียงสง่างามและคมชัดเมื่อกระทบพื้น
“นานามิ ทำไมยังยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ รีบจบงานแล้วไปรับเงินจากอาจารย์ใหญ่กันเถอะ”
นานามิเอามือก่ายหน้าผากตัวเอง เธอทำแบบนี้เพื่อช่วยนักเรียนหรือทำเพื่อเงินกันแน่
“ส่วนพวกเธอก็รออยู่ที่นี่ไปก่อน ถ้าร่างเซี่ยหลิวยังอยู่ครบ ฉันจะนำกลับมาเอง”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ อิตาโดริและอีกสองคนก็มีท่าทีสับสน
‘ห๊ะ? ร่างของเซี่ยหลิวเหรอ? ดูเหมือนคุณครูอาจจะกำลังเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง?’
อิตาโดริอธิบายอย่างรวดเร็ว : "คือ... เซี่ยหลิวดูเหมือนจะไม่เป็นไร และอย่าพึ่งไปจุดนั้นเลยครับ วิญญาณคำสาปเหมือนจะกำลังจะระเบิดแล้ว"
ฟุชิงุโระ เมกุมิและคุงิซากิ โนบาระก็พยักหน้าพร้อมกัน และชี้ไปที่วิญญาณคำสาปที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เมเมและนานามิหยุดเดินพร้อมกันและมองดูวิญญาณคำสาปขนาดใหญ่ตรงหน้าพวกเขา
"พวกเธอกำลังจะบอกว่า..."
เมเมผู้ชาญฉลาดคาดเดาความเป็นไปได้ได้อย่างรวดเร็ว และเธอเตรียมที่จะแบ่งปันมุมมองกับฝูงกาบนท้องฟ้าอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของวิญญาณคำกสาปได้ขยายตัวออกไปจนถึงขีดสุดแล้ว!
ปัง!
เกิดเสียงระเบิดที่ดังสนั่น ตามมาด้วยฝนเลือดที่ตกลงมาอย่างหนักจนท่วมทุกคนที่ยืนอยู่
พวกเขารีบใช้พลังไสยเวทเพื่อป้องกันฝนเลือด