- หน้าแรก
- มหาเวทย์ผนึกมาร ระบบทางเลือกชีวิต เริ่มด้วยเนตรวงแหวน กระจกเงาหมื่นบุปผา
- ตอนที่ 9 สมาชิกแสงอุษา โนบาระ!
ตอนที่ 9 สมาชิกแสงอุษา โนบาระ!
ตอนที่ 9 สมาชิกแสงอุษา โนบาระ!
ในวังวน ร่างของเซี่ยหลิวก็ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
"ดูเหมือนว่าเธอจะเจอปัญหาใหญ่แล้วสินะ"
เซี่ยหลิวตบแก้มของเธอเบาๆและพูดอย่างใจเย็น: "เฮ้ อย่าพึ่งไปคิดถึงพี่สาวซาโอริของเธอสิ จัดการกับวิญญาณคำสาปตรงหน้าเธอให้หมดก่อน"
แค่เห็นก็รู้แล้วว่าตอนนี้เธอคงยังไม่ฟื้นจากอาการมึนงงเท่าไหร่
โชคดีที่เขามาได้ทัน
...…หืม?
เอ๋???!
โนาบาระที่ได้สติเช็ดน้ำตาจากดวงตาของเธอแล้วมองไปที่เซี่ยหลิวด้วยความเหลือเชื่อ : "นาย… นายมาได้ยังไง?"
ประตูหน้ายังล็อคอยู่ แถมหน้าต่างในห้องก็ไม่มีบานไหนถูกเปิดหรือพังลงมาเลย
หรือเขาจะปรากฏตัวออกมาจากอากาศบางๆ ?
เมื่อมองดูร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เธอก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัย
‘เดี๋ยวสิ! ไอ้ผู้ชายน่ารำคาญคนนี้รู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังคิดถึงพี่สาวซาโอริ’
‘จะเป็นไปได้ไหมว่าเขารู้จักพี่สาวซาโอริ?’
ทันใดนั้นเอง ก็มีวิญญาณคำสาปตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาเซี่ยหลิว
เซี่ยหลิวจ้องด้วยตาซ้ายของเขา ลวดลายของเนตรวงแหวนเริ่มหมุนวน จากนั้นมันก็เปล่งแสงสีแดงที่แวววาวออกมา!
พื้นที่รอบๆหัววิญญาณคำสาปที่กระโจนมาบิดเบี้ยว และหัวของมันก็ถูกทำลายโดยตรงด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทานได้!
ดั่งแตงโมที่แตก เลือดสาดกระจายทั่วพื้น!
แพล่ะ!
ร่างที่ไร้หัวล้มลง
ดวงตาที่งดงามของโนบาระเบิกกว้าง
นี่มันคุณไสยประเภทไหนกัน ฆ่าได้ทันทีเลยเหรอ?
เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? หัววิญญาณคำสาปถูกแยกออกในพริบตา!
จากนั้นเซี่ยหลิวก็เปิดประตูด่านที่ 1
เพื่อจัดการกับวิญญาณคำสาปเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องเปิดประตูบานที่สองเลย
เซียหลิวคว้าค้อนมาจากมือของโนบาระ แล้วพุ่งเข้าหากลุ่มวิญญาณคำสาปที่เหลือด้วยรอยยิ้มบ้าคลั่ง
“เฮ้! ระวังอันตรายด้วยนะ!”
วิญญาณคำสาปมีถึง 5 ตัวเลยนะ เข้าไปพรวดพราดเลยหรอ?
ใจกล้ายิ่งกว่าตัวเธอเองเสียอีก!
คุงิซากิ โนบาระที่รู้สึกกังวลเล็กน้อยในตอนแรก ก็หยุดกังวลในวินาทีถัดไป
เธอเห็นค้อนของเธอเต็มไปด้วยคราบเลือดวิญญาณคำสาป
ร่างของเซี่ยหลิวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและฉับไว เสียงลมจากการหวดค้อนหอนไปมา เขาสามารถจัดการเหล่าวิญญาณคำสาปที่ทำให้โนบาระตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังได้อย่างง่ายดาย!
‘ว้าว...สุดยอดจริงๆ! ทักษะกายภาพของเขาเหนือกว่าฉันมาก!’
เธอไม่คิดเลยว่าค้อนของเธอจะทำได้ขนาดนี้
‘ฆ่าวิญญาณต้องคำสาปด้วยค้อนอันเดียวงั้นเหรอ ไม่สิ เมื่อกี้เซี่ยหลิวดูเหมือนจะฆ่าวิญญาณคำสาปสองตัวด้วยการฟาดค้อนครั้งเดียว...’
ในไม่ช้า เมื่อหัวของวิญญาณคำสาปตัวสุดท้ายระเบิด ห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด!
เซี่ยหลิวหยิบกระดาษทิชชู่สองแผ่นออกมาแล้วเช็ดเลือดออกจากค้อนอย่างระมัดระวัง
“คืนให้เธอแล้วกัน มันมือดีนะ”
โนบาระรับค้อนกลับมาด้วยความงุนงง
“นาย...เป็นแค่เด็กใหม่ปีหนึ่งจริงๆเหรอ?”
นี่ฝีมือเด็กปีหนึ่งหรอ ให้ตายเธอก็ไม่เชื่อหรอก!
ด้วยความสามารถที่เขาเพิ่งแสดงออกมา นี่มันระดับครูของโรงเรียนแล้วชัดๆ?
หรือจะเป็นไปได้ว่าเซี่ยหลิวชอบเล่นบทหมาป่าห่มหนังแกะ?
ภายในห้อง คุงิซากิเอามือลูบคางแล้วเดินวนรอบๆเซี่ยหลิว
เซี่ยหลิวพูดไม่ออกและหยิบบัตรประจำตัวนักเรียนออกมาจากกระเป๋า
“ใช่แล้ว ดูดีๆสิ ฉันคือนักเรียนชั้นปีที่ 1 ของโรงเรียนไสยเวทนครโตเกียว เป็นผู้ใช้คุณไสยระดับ 4 ตัวจริงเสียงจริง”
โนบาระเอนตัวไปจ้องที่บัตรอย่างละเอียดอยู่นาน
แต่หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว เธอกลับรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่าเดิม
ช่างเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ! เป็นแค่ผู้ใช้คุณไสยระดับสี่เท่านั้น แต่สามารถฆ่าวิญญาณคำสาประดับสองได้อย่างง่ายดาย
แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ
“ฮึ่ม!” ทันใดนั้น เธอก็วางมือบนสะโพกและขมวดคิ้ว ผลักเซี่ยหลิวไปที่มุมห้องและจ้องมองเขาอย่างใกล้ชิด : “บอกฉันมา! นายรู้จักพี่สาวซาโอริได้ยังไง?”
เธอไม่เคยเอ่ยถึงซาโอริกับใครเลย และซาโอริก็ไม่น่ามีเพื่อนผู้ชายเลยด้วย!
ใบหน้าทั้งสองมีระยะห่างกันเพียงยี่สิบเซนติเมตร
ลมหายใจของทั้งสองฝ่ายปะทะเข้าที่ใบหน้าของกันและกัน ทำให้รู้สึกคันเล็กน้อย
บ้าเอ้ย! เขาเพิ่งมาถึงโลกนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน แล้ววันนี้ก็โดนโนบาระผลักจนชิดกำแพงแล้วหรอ?
แต่โชคดีที่เขามีข้อแก้ตัวและอวดอ้างนับหมื่นโดยไม่ต้องคิด!
เซี่ยหลิวยกมุมปากขึ้นและชี้ไปที่ดวงตาของเขา "ฉันมองเห็นอดีตและอนาคตของเธอ"
“หืม? จริงหรอ?”
คุงิซากิ โนบาระจับจ้องไปที่ดวงตาสีแดงของเซี่ยหลิว
ชั่วขณะหนึ่ง เธอรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรง ความรู้สึกกลัว ความกังวล และความเศร้าโศกก็พุ่งเข้ามาในหัวใจของเธอ
เธอเอามือปิดหน้าอกและถอยหลังไปหลายก้าว
"แห่กๆ"
อยู่ดีๆโนบาระเหงื่อชุ่มและรู้สึกหายใจลำบากขึ้นมา
เพียงแค่สบตากันเพียงเสี้ยววินาที เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังตกลงไปในเหวที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ดวงตานั้นช่างน่ากลัวราวกับมีปีศาจซ่อนอยู่ข้างใน!
“นายพูดจริงเหรอ? แล้วอนาคตของฉันล่ะ? มันเป็นยังไง”
เมื่อพูดแบบนั้นแล้ว เธอก็กัดริมฝีปากสีแดงของเธอ
ตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจที่จะเป็นผู้ใช้คุณไสย เธอไม่เคยคิดอยู่แล้วว่าตัวเธอจะมีจุดจบที่ดี!
และไม่แน่ใจเลยว่าจะได้เจอกับพี่สาวซาโอริอีกไหม?
เซี่ยหลิวรู้ว่าโอกาสที่จะหาคนเข้าองค์กรมาถึงแล้ว!
เมื่อกี้เขาเพิ่งใช้ภาพลวงตานิดหน่อย
ถูกต้องแล้ว ในช่วงไม่กี่วันนี้ เขาค่อยๆเชี่ยวชาญในการสร้างภาพลวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ของเนตรวงแหวน
แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับอ่านจันทราของอิทาจิแต่ก็ถือว่าดีพอ!
นอกจากนี้ เซี่ยหลิวยังเชื่อว่าเนตรวงแหวนคู่นี้ยังมีทักษะอีกมากมายที่รอการพัฒนา
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ : “อนาคตของเธอ... ไม่ค่อยดีนัก ซาโอริ พี่สาวสุดที่รักของไม่...”
"พอแล้ว!"
โนบาระปิดหูแน่น ไม่ต้องการที่จะฟังอีกต่อไป
เซี่ยหลิวรู้จักพี่สาวซาโอริได้อย่างง่ายดาย ดูเหมือนเขาอาจจะมองเห็นอนาคตได้จริงๆ
แต่เธอไม่กล้าที่จะฟังอีกต่อไป!
ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้โกหก ตอนจบของพวกผู้ใช้คุณไสยในการ์ตูนนั้นไม่ค่อยดีนัก และโนบาระก็ไม่ได้เจอกับซาโอริเลย
เซี่ยหลิวเมื่อเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปของโนบาระก็พูดต่อว่า “ฉันสามารถทำนายอนาคตได้ ดังนั้นฉันก็เปลี่ยนชะตากรรมได้เช่นกัน แต่...”
คราวนี้ถึงคราวของเซี่ยหลิวที่จะบีบให้เธอจนมุมแล้ว
เมื่อเห็นเซี่ยหลิวจ้องมองเธอด้วยเจตนาที่ไม่น่าจะดีเท่าไหร่ คุงิซากิ โนบาระก็หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย “นายคิดจะทำอะไร? ฉันจะไม่ยอมขายร่างกายของฉันเพียงเพราะอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงไหมหรอกนะ!”
ปากของเซี่ยหลิวกระตุก เขาดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ?
เซี่ยหลิวยกคางของเธอขึ้น : "แค่เข้าร่วมกับแสงอุษาแล้วฉันจะเปลี่ยนชะตากรรมของเธอ"
“แสงอุษา?” โนบาระรู้สึกสับสน เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“แสงอุษาคือแสงแห่งรุ่งอรุณ! มันคือองค์กรที่ยิ่งใหญ่และชอบธรรมที่ต่อสู้กับวิญญาณคำสาป ปกป้องผู้คน และรักษาสันติภาพของโลกด้วยความทุ่มเทโดยที่ไม่เห็นแก่ตัว!”
เซี่ยหลิวเอามือไพล่ข้างหลัง มองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วพูดออกมาอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย!
หลังจากพูดจบแล้ว โนบาระก็มองที่เซี่ยหลิวด้วยท่าทางสงสัย
ชอบธรรม? รักษาสันติภาพของโลกอย่างทุ่มเทโดยไม่เห็นแก่ตัวเหรอ?
“เธอสงสัยเหรอ? เธอรู้ไหมว่าการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนั้นมีราคาสูงมาก ฉันอาจตาบอดได้ด้วยซ้ำ! ในขณะที่เธอไม่ต้องเสียอะไรเลย”
ขอแค่มีคนเข้าร่วมองค์กร ไม่จำเป็นต้องมีข้อกำหนดอื่นใด
แต่ถึงอย่างไร อย่างน้อยสมาชิกของแสงอุษาก็ต้องเข้าร่วมโดยเต็มใจ ไม่เช่นนั้นจะไม่ถูกนับแน่นอน
นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาไม่ใช้ภาพลวงตาเพื่อควบคุมจิตใจของเธอโดยตรง
โนบาระตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกซึ้ง
ถ้าเข้าร่วมจะถือเป็นการทรยศต่อสมาคมผู้ใช้คุณไสยรึเปล่า? คงจะไม่ใช่ไหม?
แต่เซี่ยหลิวก็พูดไว้แล้วว่าเธอไม่จำเป็นต้องออกจากโรงเรียน แต่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งขององค์กรก็เท่านั้น
ไอ้หนุ่มน่ารำคาญคนนี้ มันไม่กลัวเธอจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังเลยรึไง?
แต่......เมื่อเธอนึกถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน ที่อาจไม่ได้เจอกับพี่สาวซาโอริแล้ว…
‘บ้าเอ้ย! ฉันตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว!’
สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะคว้าข้อเสนอนี้ไว้
เซี่ยหลิวยิ้มและยื่นมือออกมา : "ยินดีต้อนรับเข้าสู่แสงอุษา เธอจะไม่เสียใจแน่นอน!"
อีกไม่กี่วินาทีต่อมา แปะ!
ฝ่ามือของโนบาระตบเข้ากับฝ่ามือของเซี่ยหลิว
ตั้งแต่นั้นมา แสงอุษาก็มีสมาชิกเพิ่มหนึ่งคน
ภารกิจก่อตั้งองค์กรแสงอุษาในที่สุดก็มีความคืบหน้าแล้ว!
เหมือนเขากำลังเห็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์กำลังโบกมือให้เขาเลย!
โนบาระ : "องค์กรแสงอุษามีกี่คนอ่ะ?"
เซี่ยหลิวชูสองนิ้วขึ้นอย่างเก้ๆกังๆ : "ตอนนี้ มีแค่เธอและฉันเท่านั้น..."
“จุ๊ๆ~ แสดงว่านายก็ตัวคนเดียวมาตลอดสินะ ฉันก็นึกว่าจะขนาดไหนกันเชียว”
เซี่ยหลิว : "ในอนาคตจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และเธอจะถือเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกไง"
ปัง
ขณะนั้นเอง อิตาโดริก็เตะประตูเหล็กเข้ามา
“เอ่อ...ขอโทษที่รบกวน”
เขากลั้นหายใจแล้วรีบปิดประตูออกไปทันที
ทันใดนั้นเอง โนบาระและเซี่ยหลิวก็ตระหนักได้ว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในท่าทางที่ค่อนข้างจะคลุมเครือไปสักหน่อย
ก่อนที่โนบาระจะเตะเขา เซี่ยหลิวก็ถอยออกมาอย่างสง่างามเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี
หลังจากนั้นไม่นาน อิตาโดริก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเก้ๆกังๆ
“ฮ่าๆ! อย่างที่คาดไว้กับเซี่ยหลิว เขาเก่งจนแม้แต่โนบาระเองก็...”
ก่อนที่อิตาโดริจะได้พูดจบ เขาก็ถูกคุงิซากิ โนบาระเตะออกไป
อิตาโดริแตะก้นที่ชาของเขาแล้วยืนขึ้นด้วยความยากลำบาก : "ไปกันเถอะ วิญญาณคำสาปที่นี่น่าจะได้รับการปัดเป่าหมดแล้ว"
คุงิซากิ โนบาระอุ้มเด็กน้อยที่เป็นลมขึ้นมาและเตรียมจะออกไปจากที่นี่
“ออกไปเหรอ ฉันเกรงว่ามันจะไม่ง่ายขนาดนั้น”
เมื่อเซี่ยหลิวพูดจบ ทั้งอาคารก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง! ราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่!
เมื่อมองผ่านเนตรวงแหวน เราจะเห็นได้ว่าพลังงานคำสาปในอากาศเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มที่จะโหมกระหน่ำ!
“เห ระดับพิเศษงั้นเหรอ?” เขาหันไปมองอิตาโดริและโนบาระ “ระดับพิเศษไม่ใช่อะไรที่พวกนายจะรับมือได้ รีบพาเด็กออกไป กระโดดออกทางหน้าต่างนะ”
“ระดับพิเศษ!” อิตาโดริมีท่าทีตกใจ “ถ้าเราไปแล้วนายล่ะ?”
“ไปกันเถอะ อย่าเป็นตัวถ่วงเขาเลย” คุงิซากิ โนบาระจ้องมองอย่างลึกซึ้งไปที่เซี่ยหลิวซึ่งมีท่าทีสงบ
“อนาคตของฉันอยู่ในมือของนาย โปรดอย่ามาตายที่นี่ล่ะ!”
อิตาโดริยิ่งสับสนเข้าไปอีก “เดี๋ยวก่อน! จะเร็วเกินไปหน่อยไหม? นี่เจอกันแปปเดียวก็ฝากอนาคตไว้ด้วยกันแล้วหรอ?”