- หน้าแรก
- โคนัน : ทนายสุดโหดกระโดดข้ามโลก
- บทที่ 7 ราชินีแห่งวงการกฎหมาย · ฮิเอริ
บทที่ 7 ราชินีแห่งวงการกฎหมาย · ฮิเอริ
บทที่ 7 ราชินีแห่งวงการกฎหมาย · ฮิเอริ
เซี่ยง หยวนกวง—เป็นคนแปลก
นั่นคือคำจำกัดความที่โคนันมีให้กับทนายความคนแปลกหน้าคนนี้
ในอีกด้านหนึ่งเขาดูลึกลับล้ำลึก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ดูโง่เง่ามาก
สามารถมองเห็นปัญหาและจุดสำคัญของคดีได้ แต่กลับหาทางคลี่คลายมันไม่ได้
“เฮ้อ! ทนายแบบนี้ อยู่รอดในเมืองเบย์กะมาได้ยังไงกันนะ!?”
ทันทีที่โคโกโร่ออกจากเขตสำนักงานของเซี่ยงหยวน เขาก็เริ่มบ่นเสียงดัง
“ถ้าเป็นเอริล่ะก็… เธอไม่มีทางเอาการขู่จะฟ้องร้องมาข่มขู่คนอื่นง่าย ๆ แบบนี้แน่!”
(อ่า… เอริเธอหนะไม่ขู่หรอก เธอจะส่งหมายศาลไปให้เลยต่างหากล่ะ…)
โคนันลอบกลอกตา เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะปัดเสียงบ่นของลุงโมริออกไปจากกระบวนการคิดของตัวเอง
เขาลูบคาง ครุ่นคิดถึงความเกี่ยวโยงระหว่างเซียงหยวนกวงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตนเคยเจอมา
(ถ้าเขาเป็นสมาชิกองค์กรชุดดำ ตอนนั้นเขาน่าจะพยายามฆ่าฉันไปแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้รอดออกมาแบบนี้)
(แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วเขารู้ตัวตนของฉันได้ยังไงกันล่ะ?)
(อืม… เรื่องนี้ซับซ้อนจริง ๆ…)
ดริ๊งด่อง~ ดริ๊งด่อง~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
โคนันเอื้อมมือไปจะหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงอย่างเคยชิน แต่ก็หยุดกะทันหัน
ไม่ใช่มือถือของเขา—แต่เป็นของลุงโมริต่างหากที่กำลังดังอยู่
ติ้ด
สายถูกกดรับ
โคโกโร่หาวออกมาก่อนจะกรอกเสียงงัวเงียลงไปในสาย
“นี่โมริ โคโกโร่ พูดครับ มีอะไรหรือเปล่า?”
“ห้ะ? พยาน? คุณเป็นทนายฝ่ายจำเลย?”
“…คุณล้อผมเล่นใช่มั้ย?”
น้ำเสียงของลุงโมริเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
ในตอนนั้นเอง รัน ก็เริ่มจำได้ว่าเสียงจากปลายสายคือใคร
ใช่แล้ว—คือแม่ของเธอที่แยกกันอยู่กับพ่อมาหลายปี… เอริ
เธอโทรมาหา โคโกโร่ในช่วงเวลานี้ เพื่อพูดถึงเรื่องการว่าความคดีอาญา!?
ตู๊ด~ ตู๊ด~ ตู๊ด~
สายถูกตัดไป
โคโกโร่ถอนหายใจ เขาหันไปมองรันและโคนัน สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
สุดท้ายก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหมดแรง
“เอริมาที่สำนักงานแล้ว เธอเรียกให้เราไปเป็นพยาน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการว่าความคดีต่อไป”
“และจำเลยในคดีนี้ก็คือ…ยานโตะ อิจิโร่ ผู้ที่เพิ่งถูกจับกุมไปเมื่อไม่นานมานี้”
(ยานโตะ อิจิโร่!?)
“ยานโตะ อิจิโร่!?”
โคนันกับรันอุทานออกมาพร้อมกัน—เพียงแต่คนหนึ่งพูดในใจ อีกคนพูดออกมาดัง ๆ
เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย—ยานโตะ อิจิโร่ร่รับสารภาพไปแล้วไม่ใช่เหรอ? น่าจะถูกตัดสินโทษได้ทันที
ทำไมถึงยังต้องมีทนายความ? แถมยังเป็นระดับหัวกะทิอย่างคุณเอริอีก!?
“อืม เรื่องนี้พูดทีเดียวคงไม่จบง่าย ๆ หรอก”
“เรารีบกลับสำนักงานกันก่อนเถอะ”
—อีกด้านหนึ่ง เซี่ยง หยวนกวงก็ได้รับโทรศัพท์เช่นกัน
เขายังไม่ทันได้ดีใจจากการที่ความสามารถด้านการสังเกตของเขาเพิ่มขึ้น เสียงจากปลายสายก็ทำให้เขาอารมณ์เสียในพริบตา
แม่นยำกว่านั้นคือ ใบหน้าเขาเปลี่ยนเป็นหม่นครึ้มในทันที
“…คุณว่า สำนักงานของคุณเอริจะรับทำคดีให้ ยานโตะ อิจิโร่? แล้วผมต้องขึ้นศาลในฐานะพยาน?”
“ก็ได้ งั้นทนายฝ่ายจำเลยเป็นใคร? ใช่คุณเอริรึป่าว?”
ปลายสาย—สารวัตรทาคางิ ส่ายหัวช้า ๆ
แม้ว่าเซี่ยง หยวนกวงจะมองไม่เห็นก็ตาม
“ไม่ครับ ครั้งนี้ทนายว่าความคือทนายใหม่ของสำนักงานฮิเอริ เป็นคดีแรกของเขาเลย”
“แต่ความจริงก็แทบไม่ต่างจากการที่คุณเอริเป็นคนว่าความเอง เพราะเธอจะนั่งในตำแหน่งผู้ช่วยทนายโดยตรง”
“ใครจะสนใจตำแหน่งล่ะ!”
“หลักฐานการกระทำผิดของยานโตะ อิจิโร่โร่ชัดเจนขนาดนั้น จะว่าความอะไรอีก?”
คิ้วของเซี่ยง หยวนกวงขมวดแน่น—นี่มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกของโคนันเลย
คนร้ายรับสารภาพก็ควรถูกตัดสินโทษแล้วถูกโยนเข้าคุกไปสิ
การพิจารณาคดีน่าจะเป็นแค่ขั้นตอนตามรูปแบบ ไม่น่าจะมีทนายหรือพยานจริงจังอะไรแบบนี้—นี่มันเรื่องอะไรกัน!?
“เพราะยานโตะ อิจิโร่เป็นนักธุรกิจชื่อดังในเมืองเบย์กะ เขาใช้เงินจำนวนมากว่าจ้างสำนักงานของคุณเอริให้มาทำคดีให้”
“อ้อ ศาลที่พิจารณาคดีคือศาลแขวงที่ 3 ของเบย์กะนะครับ ทนายเซี่ยง หยวนกวง คุณจะไปเป็นพยานไหม?”
เซี่ยง หยวนกวงกำโทรศัพท์แน่น
เขาตอบหนักแน่น
“ไปแน่นอนครับ ผมต้องไป”
“คุณตำรวจทาคางิ ฝากบอกผมทีว่า ใครเป็นอัยการในคดีนี้?”
“ผมมีเรื่องต้องไปพบเขา!”
แม้ว่าทาคางิจะไม่เข้าใจว่า เซี่ยง หยวนกวงจะทำอะไร
แต่เพราะเขาช่วยไขคดีไปไม่น้อย ทาคางิก็ยังบอกข้อมูลนั้นให้
ถึงสารวัตรเมงูเระจะรู้เข้าก็เถอะ—เดือนไหนเงินเดือนคงได้ปรับลดแน่นอน
แต่ถ้าไม่รู้… ก็คงไม่เป็นไรล่ะนะ
เซี่ยง หยวนกวงวางโทรศัพท์ลงบนแท่น
(นักธุรกิจ? ยานโตะ อิจิโร่? ใช้เงินซื้อโอกาสในการได้รับการแก้ต่างเหรอ?)
(คุณเอริเป็นราชินีแห่งวงการกฎหมาย เป็นตัวแทนที่กดทับวงการทนายโดยสมบูรณ์)
(ถ้าเธอลงมือจริง ๆ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะทำให้ยานโตะ อิจิโร่พ้นผิด)
(แต่ว่า… คดีนี้ คนร้ายก็คือ ยานโตะ อิจิโร่ อย่างไม่มีข้อสงสัย)
(ระบบยังแจ้งว่าได้ทำการ ‘พลิกคดีแรก’ สำเร็จแล้ว—โคนันเองก็วิเคราะห์ว่ายานโตะคือฆาตกร…)
เขาหยิบเข็มกลัดทนายบนโต๊ะขึ้นมา มองมันด้วยสายตาหวั่นไหว
แม้ว่าเมื่อครู่เขาจะตอบตกลงอย่างแน่วแน่ว่าจะไปเป็นพยาน แต่ตอนนี้… เขาก็เริ่มลังเล
ไม่จำเป็นเลยจริง ๆ ไม่คุ้มเลยที่จะเอาค่าพลิกคดีแค่นิดหน่อย ไปเสี่ยงขัดแย้งกับสุดยอดทนายอย่างคุณเอริ
ฮะๆ ก็แค่ปล่อยให้ฆาตกรคนหนึ่งลอยนวลไปได้… เองไม่ใช่เหรอ?
ปัง!
เซี่ยง หยวนกวงทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ ทิ้งรอยบุ๋มไว้บนผิวไม้อย่างเห็นได้ชัด
เขาเงยหน้าขึ้น มองเงาตัวเองในกระจกบานสูง
นึกถึงร่างของนารุโฮโดะ ริวอิจิที่ได้พบในการจับสลากทักษะเมื่อครู่
“…ทนายกับอัยการไม่ใช่ศัตรูกัน จุดมุ่งหมายเดียวกันคือการหาความจริงของคดี แล้วพิพากษาตามกฎหมาย”
“ศาลคือสถานที่ที่ต้องยุติธรรมโดยสมบูรณ์ จะปล่อยให้คนร้ายพ้นผิดในศาลไม่ได้เด็ดขาด!”
“แล้วไงล่ะ—จะเป็นคุณเอริ ราชินีทนายความอะไรก็ตาม ฉันจะลุยกับเธอแน่นอน!”
ปัง!
ประตูสำนักงานถูกผลักเปิด แล้วปิดลงอย่างแรง
เซี่ยง หยวนกวงคว้ากระเป๋าเอกสารกับโทรศัพท์แล้วเดินออกจากสำนักงาน
เขามุ่งหน้าไปยังสำนักงานโมริ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่นั่น
แม้ว่าพวกโมริไม่น่าจะกลับคำให้การ แต่… เผื่อไว้ดีกว่า
ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน
…
หน้าสำนักงานโมริ—โมริ โคโกโร่ยืนสูบบุหรี่อยู่ลำพังที่หัวมุมบันได
เขามองเซี่ยง หยวนกวงที่วิ่งหอบเข้ามาอย่างแปลกใจ
“เจ้าหนุ่ม มาหาฉันทำไม? ก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดถึงเรื่องฟ้องร้องนี่นา”
เซี่ยง หยวนกวงส่ายหัว เขาเรียกหายใจแรง ๆ สักพักก่อนจะเอ่ยถาม
“ผมได้ยินมาว่าฮิเอริจะว่าความในคดีนี้ เธอมาที่สำนักงานโมริแล้วหรือยัง?”
คำถามนี้ โมริ โคโกโร่ตอบได้ไม่ถนัดนัก
เพราะว่า—ฮิเอริได้เปิดประตูออกมายืนอยู่แล้ว มองเซี่ยง หยวนกวงที่อยู่ด้านนอก
ทั้งสองสบตากัน ฮิเอริกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย
“ไม่คิดเลยว่า พยานในคดีนี้จะมีนายด้วย”
(จบตอน)