- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 29 ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วเหรอ
บทที่ 29 ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วเหรอ
บทที่ 29 ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วเหรอ
บทที่ 29 ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วเหรอ
แต่ใครจะรู้ว่าหวังเถียนเถียนที่ดื่มไปเพียงอึกหนึ่ง จู่ๆ ก็ไอออกมา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ค่อยดื่ม
"ขอโทษค่ะ พอดีหนูคออ่อน!" หวังเถียนเถียนกล่าวขอโทษ เธอหายใจเข้าลึกๆ ต้องการที่จะดื่มเหล้าที่เหลือให้หมด
"ดื่มไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนสิ" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
หวังเถียนเถียนยืนกรานอย่างขันแข็ง เธอหลับตา ดื่มไวน์แดงหนึ่งแก้วเหมือนดื่มยา พอหมดแก้วก็วางแก้วลงบนโต๊ะ จากนั้นแก้มก็มีสีแดงระเรื่อ ยิ่งมองดูแล้วก็ยิ่งสวย
"ขอโทษค่ะ ทำให้คุณหัวเราะเยาะแล้ว" หวังเถียนเถียนกล่าวอย่างเขินอาย
"ไม่เป็นไร ผู้หญิงออกมาข้างนอกถ้าไม่จำเป็นก็อย่าดื่ม" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
หวังเถียนเถียนหัวเราะ "พี่เฉินเป็นคนดีจัง คนอื่นมีแต่จะชวนหนูให้ดื่มเยอะๆ"
"นี่เป็นแค่คุณธรรมของผู้ชายคนหนึ่งน่ะ ฮ่าๆ พวกที่คะยั้นคะยอให้ผู้หญิงดื่มเหล้านั่นแหละ เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาไม่ดี" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ฮิฮิ เพราะงั้นหนูถึงบอกว่าพี่เฉินเป็นคนดี เรากินกับข้าวกันเถอะค่ะ!"
หวังเถียนเถียนเริ่มหยิบอาหาร พวกเขาต่างก็หยิบตะเกียบขึ้นมาและลิ้มลองอาหารเลิศรสของร้านนี้
รสชาติอาหารใช้ได้ ทั้งสองคนกินไปคุยไป หวังเถียนเถียนรู้ว่าเฉินเสี่ยวจิ่วเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แถมยังมีน้องสาวบุญธรรมที่ป่วยหนักคนหนึ่ง ทำให้เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก
เฉินเสี่ยวจิ่วก็รู้ว่าหวังเถียนเถียนมาจากตระกูลที่มีการศึกษา พ่อแม่ของเธอต่างก็อยากให้หวังเถียนเถียนตั้งใจเรียน สอบปริญญาโท ปริญญาเอก แต่หวังเถียนเถียนมีความฝันอยากเป็นดารา เธอศึกษาการร้องและเต้นด้วยตัวเองมาโดยตลอด ทำให้ได้รับการต่อต้านจากพ่อแม่ ความขัดแย้งปะทุขึ้นในท้ายที่สุดหลังจากที่เธอเรียนจบมหาวิทยาลัย หวังเถียนเถียนจึงได้เดินทางมายังเมืองชิงโจวเพียงลำพังเพื่อไล่ตามความฝันในการเป็นดารา เซ็นสัญญากับบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่งเพื่อเป็นศิลปิน
แต่เพื่อที่จะบีบบังคับให้เธอกลับไปเรียนต่อ พ่อแม่ของเธอได้ตัดค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตของเธอ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้หวังเถียนเถียนต้องไปทำงานในบาร์ ผู้หญิงคนหนึ่งใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองใหญ่ เป็นเรื่องที่ยากลำบากจริงๆ ต้องขอบคุณที่เฉินเสี่ยวจิ่วที่ช่วยเหลือเธอไว้ในตอนนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่าเธอจะโดนรังแกไปอีกเท่าไหร่
"เดี๋ยวมันจะต้องดีขึ้น เธอจะต้องมีชื่อเสียง!" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะพี่เฉิน"
"ไม่ใช่คำอวยพร แต่เป็นการมองเห็นอนาคตต่างหาก!" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าวอย่างหนักแน่น
"พี่เฉินเป็นหมอดูหรอคะเนี่ย.. ขอบคุณนะคะ!"
หวังเถียนเถียนยกแก้วขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หลังจากชนแก้วแล้ว เธอก็ดื่มไวน์แดงไปอีกครึ่งแก้ว คราวนี้เธอดีขึ้นมากไม่ได้สำลักแล้ว แต่ก็เพราะดื่มไวน์แล้วหน้าแดง มันก็เลยทำให้เธอดูน่ารักมากขึ้นไปอีก
"พี่เฉินทำธุรกิจอะไรหรอคะ เปย์หนูเยอะขนาดนั้น น่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ใช่ไหมคะ" หวังเถียนเถียนถามหลังจากนั้น
"ผมทำธุรกิจเหรียญ" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดติดตลก
"เหรียญหรอคะ!" ดวงตาของหวังเถียนเถียนเป็นประกายขึ้นมา เธอนึกถึงฉากที่เฉินเสี่ยวจิ่วโปรยเหรียญในบาร์วันนั้น เธอพอจะคิดได้คร่าวๆ แล้ว คาดว่าต้องเป็นข้าราชการระดับสูงของธนาคาร ถึงจะสามารถใช้เหรียญทำธุรกิจได้
ต้องบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดที่สวยงาม
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน โทรศัพท์มือถือของหวังเถียนเถียนก็ดังขึ้นมา จู่ๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเธอก็เปลี่ยนสีหลังจากที่เห็นหมายเลขโทรศัพท์ เธอกล่าวขอโทษกับเฉินเสี่ยวจิ่วและไปรับโทรศัพท์ข้างๆ
เฉินเสี่ยวจิ่ววางตะเกียบลงมารอเธอในห้องเงียบมาก เฉินเสี่ยวจิ่วได้ยินจากบทสนทนาเพียงเล็กน้อยของหวังเถียนเถียนว่าคนที่โทรศัพท์มาให้หวังเถียนเถียนรีบไป แถมยังพูดอะไรทำนองว่า “รีบมาหน่อย”, “เปลี่ยนเสื้อผ้า” อะไรทำนองนั้น
“แต่ผู้จัดการหลี่คะ ตอนนี้หนูมีธุระค่ะ ยังไปไม่ได้ค่ะ” หวังเถียนเถียนกล่าวด้วยเสียงต่ำ
คนที่อยู่ปลายสายพูดอะไรอีกสองสามคำ หวังเถียนเถียนวางสาย แล้วนั่งกลับมาที่เดิมด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“มีงานแสดงเหรอ” เฉินเสี่ยวจิ่วถาม
“ผู้จัดการหลี่ของบริษัทให้หนูไปเป็นเพื่อนดื่มเหล้าให้ผู้นำคนหนึ่งค่ะ แถมยังให้หนูใส่กระโปรงสั้นและถุงน่องสีดำ บอกว่าผู้นำคนนั้นชอบแบบนี้...” หวังเถียนเถียนกัดริมฝีปากกล่าว สีหน้าของเธอดูไม่เต็มใจอย่างมาก
“นี่มันผู้ชายที่มีเจตนาไม่ดีชัดๆ ไปแล้วไม่มีเรื่องดีๆ หรอก!” เฉินเสี่ยวจิ่วเตือน
“หนูก็รู้ค่ะ.. แต่ผู้จัดการหลี่บอกว่าถ้าหนูไม่ไป ต่อไปก็.. อย่าหวังว่าจะได้แจ้งเกิด แถมยังไม่อนุญาตให้หนูสตรีมและแสดงในที่สาธารณะอีกแล้วด้วย”
“ไร้เหตุผลชัดๆ!” เฉินเสี่ยวจิ่วโกรธมาก “เขาเป็นแค่ผู้จัดการคนหนึ่งเท่านั้นเอง สามารถมาควบคุมเธอแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”
"แต่ในสัญญาที่หนูเซ็นไว้เขียนแบบนั้นค่ะ ตอนที่หนูมาที่เมืองชิงโจวใหม่ๆ หนูไม่รู้อะไรเลย พอเซ็นไปแล้วถึงรู้ว่าเป็นสัญญาขายวิญญาณห้าปี แม้แต่จะขอยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดก็ไม่ได้ ต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาล" หวังเถียนเถียนกล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้า นี่คือความเจ็บปวดในใจของเธอ เป็นความโง่เขลาที่พลาดไปในวัยเยาว์
เฉินเสี่ยวจิ่วเข้าใจแล้ว คงเป็นบริษัทบันเทิงแห่งนั้นที่หลอกลวงหวังเถียนเถียนที่ไม่รู้อะไรเลย หลอกให้เธอเซ็นสัญญาที่ไม่สมเหตุสมผล เรื่องแบบนี้พบเห็นได้ทั่วไปในสังคม
“ขอโทษนะคะพี่เฉิน วันนี้คงไม่ได้กินข้าวกับคุณแล้ว วันหลังหนูจะเลี้ยงคุณใหม่นะคะ!”
หวังเถียนเถียนหยิบกระเป๋าขึ้นมา เอามือกุมปากแล้วเดินจากไปด้วยความคับข้องใจ เธอไม่อยากจะร้องไห้ออกมาที่นี่ ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ร่อนเร่ในต่างแดน มักจะต้องจำใจทำอะไรที่ไม่ต้องการแบบนี้แหละ
“เดี๋ยวก่อน” เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าวเสียงเข้ม “ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วเหรอ”
หวังเถียนเถียนหยุดฝีเท้า.. เธอตกตะลึงไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป
เฉินเสี่ยวจิ่วยืนขึ้น แล้วหัวเราะเยาะ “สมัยนี้ยังมีนักธุรกิจแบบนี้อยู่อีกหรอ ฉันจะไปเจอผู้จัดการหลี่อะไรนั่นด้วย ฉันอยากไปดูหน่อยว่าเขามีความสามารถอะไรถึงกับบังคับให้เธอไปเป็นเพื่อนดื่มเหล้าได้แบบนี้!”
“พี่เฉิน...” หวังเถียนเถียนแทบไม่เชื่อสายตา ผู้ชายที่เธอรู้สึกขอบคุณและชื่นชมคนนั้น ตอนนี้ก็กำลังจะช่วยเธออีกครั้ง
“ไปกันเถอะ มีฉันอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัวนะ!” เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าวอย่างมั่นใจ
“ค่ะ!”
หวังเถียนเถียนเช็ดน้ำตาออกแล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น มีเฉินเสี่ยวจิ่วอยู่ด้วย เธอก็ไม่กลัวอะไรแล้ว ไม่รู้ทำไม แต่เธอถึงมีความเชื่อใจอย่างประหลาดต่อผู้ชายที่เคยเจอกันแค่สองครั้งคนนี้.. ว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายเธออย่างแน่นอน
ทั้งสองคนมาที่ชั้นล่าง หวังเถียนเถียนจะไปจ่ายเงิน แต่เฉินเสี่ยวจิ่วยื่นมือห้ามไว้ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาสแกนจ่ายเงิน
“พี่เฉินอย่าทำแบบนี้สิคะ หนูบอกแล้วว่าจะเลี้ยงข้าวคุณ” หวังเถียนเถียนรีบร้อนกล่าว
“มีผู้ชายอยู่ด้วย จะให้ผู้หญิงจ่ายเงินได้ยังไง” เฉินเสี่ยวจิ่วค่อนข้างให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ยืนกรานที่จะจ่ายค่าอาหารเอง
“แต่ว่า แต่ว่ามันเสียมารยาทเกินไปนะคะ!” หวังเถียนเถียนรู้สึกไม่ดีอย่างมาก
“เสียมารยาทอะไรกันล่t ในอนาคตเธอมีโอกาสเลี้ยงฉันอีกเยอะ ฉันรอให้เธอเป็นดาราดังมีเงินเยอะๆ แล้วไปเลี้ยงข้าวฉันที่ร้านอาหารหรูๆ อยู่นะเนี่ย”
“...ค่ะ!”
พอหวังเถียนเถียนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างร่าเริง ต้องบอกว่าเฉินเสี่ยวจิ่วพูดเก่งมาก เพียงไม่กี่คำก็ทำให้หวังเถียนเถียนลืมความเศร้าแล้วกลับมาร่าเริงขึ้นได้
พวกเขาไม่มีรถกันทั้งคู่ เฉินเสี่ยวจิ่วยื่นมือเรียกแท็กซี่ แล้วนั่งรถแท็กซี่ไปยังโรงแรมซี่จี้ที่ท่านผู้จัดการหลี่บอก
“พี่เฉินจะทำยังไงหรอคะ ผู้จัดการหลี่ของบริษัทหนูมีอิทธิพลมากในเมืองนี้ รู้จักคนไม่ค่อยดีหลายคน” หวังเถียนเถียนถามด้วยเสียงเบาในรถ
“แน่นอนว่าต้องไปคุยกับพวกเขาด้วยเหตุผล”
ในใจของเฉินเสี่ยวจิ่วกระจ่างแล้ว ที่ท่านผู้จัดการหลี่คนนี้กล้าใช้สัญญาขายวิญญาณแบบนี้ ก็เพราะมั่นใจว่าเหล่าศิลปินรุ่นเยาว์เหล่านี้คงทำอะไรไม่ได้ คงมีภูมิหลังที่ไมคงมีภูมิหลังที่ไม่กลัวการข่มขู่ แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว เขามีเหรียญเทพอยู่ในมือ เชาสามารถใช้เหรียญกดทับคนให้ตายได้ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ "เงิน" กดทับไม่ได้!
พอถึงโรงแรมซี่จี้ หวังเถียนเถียนก็หาห้องสุดหรูห้องนั้นตามหมายเลขห้องที่ผู้จัดการหลี่บอก เมื่อมาที่หน้าประตู ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของชายแก่เล็ดลอดออกมา ราวกับกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน
“พี่เฉิน...” หวังเถียนเถียนมองไปที่เฉินเสี่ยวจิ่ว ตอนนี้เธอหวังพึ่งพาเขาได้แค่คนเดียวเท่านั้น
“เธอแค่ตามหลังฉันมาก็พอ”
เมื่อพูดจบ เฉินเสี่ยวจิ่วก็ผลักประตูห้องเข้าไปอย่างไม่ลังเล!