- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 15 ฝากเข้าธนาคาร
บทที่ 15 ฝากเข้าธนาคาร
บทที่ 15 ฝากเข้าธนาคาร
บทที่ 15 ฝากเข้าธนาคาร
เฉินเสี่ยวจิ่วได้รับกุญแจรถ ในที่สุดก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ การซื้อรถนี่มันยากลำบากจริงๆ เสียเวลาไปทั้งเช้าเลย
"พวกคุณไปเตรียมรถไว้ให้พร้อม เดี๋ยวผมจะมารับรถอีกเก้าคันในเร็วๆ นี้" เฉินเสี่ยวจิ่วกำชับก่อนจากไป
"เอ่อ.. คุณจะไม่จ่ายด้วยเหรียญอีกแล้วใช่ไหมครับ" ผู้จัดการท้องป่องถามด้วยความเป็นกังวล
"น่าจะเป็นอย่างนั้น" เฉินเสี่ยวจิ่วตอบ
ผู้จัดการท้องป่องถึงกับทรุดฮวบลงไปกับพื้น เหรียญสี่แสนเหรียญก็เล่นงานเขาซะแย่แล้ว ถ้าต้องเจอกับจำนวนที่เพิ่มขึ้นอีกเก้าเท่า เขาคงจะบ้าตายกันเลยทีเดียว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการนับ เรื่องหลังจากนั้นเช่นการขนเหรียญจำนวนมากขนาดนั้นออกไปยังไงก็เป็นปัญหาใหญ่แน่นอน
"เอ่อ คุณท่านครับ ผมแถมการบำรุงรักษาให้สองปี พร้อมชุดแต่งรถหรูครบชุดไปเลยนะครับ แค่รบกวนท่าน.. เอ่อ ได้โปรดอย่าทรมานผมอีกเลย จริงๆ รถที่ร้านอื่นอย่างชวนจื่อหรืออู๋หมานก็ไม่เลวนะครับ ดีกว่า เจียเฟิงของพวกเราเยอะเลยครับ!"
นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ผู้จัดการเมืองรถยนต์กลับมาดูถูกตัวเอง แถมยังผลักไสลูกค้าออกไปแบบนี้ พลังทำลายล้างของการซื้อรถด้วยเหรียญมันสุดยอดเกินไปจริงๆ หนึ่งหรือสองเหรียญมันก็ไม่เป็นไร แต่หลายแสนเหรียญมันก็น่าปวดหัวจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งการนับก็เป็นงานที่ต้องใช้แรงงาน การที่เขาพูดแบบนี้หลังจากพึ่งเพิ่งเหนื่อยกันแทบตายก็คงเป็นเรื่องปกติ
"ผมจะใช้เหรียญซื้อรถหรือไม่.. มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของคุณแล้วครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดอย่างใจเย็น
"คุณท่านเฉินมีข้อเรียกร้องอะไรก็บอกมาได้เลยครับ!"
ตอนนี้ผู้จัดการท้องป่องกลัวเหรียญของเฉินเสี่ยวจิ่วแล้ว เมื่อก่อนยังวางมาด ตอนนี้ลดตัวลงมาเหมือนรุ่นหลานประจบคุณปู่
"พวกคุณที่ขายรถบรรทุกก็น่าจะจะรู้จักคนขับรถที่มีใบขับขี่ B2 บ้างใช่ไหมครับ ช่วยหาให้ผมคนหนึ่งที ผมอยากจะจ้างเขาในระยะยาว" เฉินเสี่ยวจิ่วพูด
"เรื่องนี้ง่ายมากครับ ขอแค่คุณไม่เอาเหรียญมาอีก จะให้ผมหาคนขับรถให้กี่คนก็ไม่มีปัญหา บังเอิญที่ร้านเราก็มีคนขับรถเก่าแก่อยู่คนหนึ่งด้วยนะครับ!"
ผู้จัดการท้องป่องรับปากอย่างเต็มปาก จากนั้นก็โทรศัพท์ไปเรียก "เหยียนเต้า" คนขับรถที่ร้องขอขึ้นเงินเดือนของเมืองรถยนต์ของพวกเขามา
เหยียนเต้าคนนี้อายุเกือบสี่สิบ หน้าตาซื่อๆ เล็กน้อย เพราะค่าจ้างไม่ขึ้นมาสามปีแล้ว จึงมีเรื่องบาดหมางกับผู้จัดการท้องป่อง ผู้จัดการท้องป่องก็เลยอยากจะใช้โอกาสนี้กำจัดภาระนี้
ผู้จัดการท้องป่องกล่าวว่า "เหยียนเต้า แกไม่ได้บ่นว่าค่าจ้างน้อยเหรอ ที่นี่มีลูกค้ารายใหญ่กระเป๋าหนัก ขอแค่เขาพอใจ รายได้ของแกก็ไม่ต้องกังวลแล้ว ถ้าแกเต็มใจที่จะไปกับเขา ฉันจะดำเนินการเรื่องลาออกให้แกเดี๋ยวนี้เลย"
เหยียนเต้ามองไปที่เฉินเสี่ยวจิ่วแล้วถามว่า "คุณท่านครับ ท่านจะให้เงินเดือนผมเท่าไหร่หรอครับ"
เฉินเสี่ยวจิ่วเห็นว่าเขาดูซื่อสัตย์และไม่เป็นภัย จึงพูดขึ้นว่า "อยากได้เท่าไหร่ละครับ ขอแค่ไม่เกินไป ผมก็ตกลง"
"ผมอยากได้หกพัน ตอนนี้ได้ค่าจ้างแค่ 4,000 ลูกไปโรงเรียนก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแล้วครับ!" เหยียนเต้าพูดด้วยความทุกข์
"งั้นผมให้เดือนละหมื่น ต่อไปตั้งใจทำงานกับผม เงินเดือนมีแต่ขึ้นไม่มีลง!" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ถ้าไม่ได้ก็.. อะเอ๋!!? จริงเหรอครับ!? ไปครับ ผมอยากไปทำงานกับท่านครับ!" เหยียนเต้าดีใจเป็นอย่างยิ่งและ รีบพยักหน้าตกลง
ดังนั้น เรื่องราวจึงจบลงที่เฉินเสี่ยวจิ่วสามารถหาคนขับรถดั้มพ์มาได้ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะขับรถเป็น แต่ใบขับขี่ของเขาคือ C1 ไม่สามารถขับรถดั้มพ์ได้
เมื่อเรื่องตกลงกันเรียบร้อย ผู้จัดการท้องป่องก็ดำเนินการเรื่องลาออกให้เหยียนเต้าทันที ครึ่งชั่วโมงก็เรียบร้อย เหยียนเต้าก็จะทำงานกับเฉินเสี่ยวจิ่วตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
ก่อนจากไป ผู้จัดการท้องป่องก็ถามอย่างไม่สบายใจว่า "คุณท่านเฉินครับ เห็นทีว่าร้านเล็กๆ ของพวกเราคนไม่พอ ท่านจะไปซื้อรถที่ร้านอื่นไหมครับ?"
เขากลัวว่าเฉินเสี่ยวจิ่วจะเอาเหรียญมาอีกหลายสิบถุงมาเอารถ เขาคงจะบ้าตาย
"ก็ได้ เห็นแก่ที่คุณรู้เรื่องดี ผมจะไม่มาร้านพวกคุณแล้ว" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ขอบคุณคุณท่านเฉินครับ!" ผู้จัดการท้องป่องกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า..
ไม่มาอุดหนุนก็ยังต้องขอบคุณ เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว..
เฉินเสี่ยวจิ่วส่งกุญแจรถใหม่ให้คนขับรถเหยียนเต้า แล้วให้เขาขับรถไปหาที่กินข้าวก่อน
"รับทราบครับ!"
เหยียนเต้าเองก็ชอบขับรถใหม่ และเขาคุ้นเคยกับรุ่นรถเป็นอย่างดี จึงขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ และเฉินเสี่ยวจิ่วก็นั่งที่เบาะข้างคนขับ
"คุณท่านครับ จะไปกินข้าวที่ไหนครับ ร้านอาหารใหญ่ๆ ไหมครับ" เหยียนเต้าถามหลังจากสตาร์ทรถ
เฉินเสี่ยวจิ่วที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดีเซลดังกระหึ่มก็รู้สึกถึงพลัง เขาจึงรู้สึกว่ารถคันนี้ไม่เลว จึงกล่าวว่า "เอาที่เงียบๆ ก็พอ"
"รับทราบครับ ข้างๆ ก็มีร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่ง มีแต่คนของเมืองรถยนต์มากิน ปกติไม่ค่อยมีคนครับ"
เหยียนเต้าขับรถออกไป ไม่กี่นาทีก็ถึงที่หมาย ที่นี่มีร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่ง ร้านค่อนข้างเปลี่ยวและเงียบจริงๆ
"คุณรีบเข้าไปสั่งอาหารก่อนเลย อยากกินอะไรไม่ต้องเกรงใจ ผมเลี้ยงเอง" เฉินเสี่ยวจิ่วไล่เหยียนเต้าไปก่อนแต่เขายังอยู่ข้างรถ เพราะเขาอยากจะเสกเหรียญให้เต็มคันรถเสียก่อน
ตามการคำนวณน้ำหนักของเหรียญหนึ่งหยวนแต่ละเหรียญคือ 6.3 กรัม รถคันนี้บรรทุกได้ 16 ตัน เท่ากับว่าสามารถบรรทุกเหรียญได้ 2.5 ล้านเหรียญ หรือก็คือ 2.5 ล้านหยวน และรถดั้มพ์ก็ได้ติดตั้งรั้วกั้นเรียบร้อยแล้ว เฉินเสี่ยวจิ่วโบกมือ และรถดั้มพ์ก็ทรุดตัวลงทันที ในกระบะก็เต็มไปด้วยเหรียญจำนวน 2.5 ล้านเหรียญ..
ถึงแม่มันจะเยอะแต่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ฝากเงินเข้าธนาคารได้ก็พอ
จากนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วก็เข้าไปในร้านอาหาร ส่วนเหรียญที่อยู่ข้างนอกเขาไม่กังวล ต่อให้มีคนอยากขโมย เต็มที่ก็คงขโมยไปได้แค่ไม่กี่ร้อยเหรียญ ซึ่งเขาสามารถเสกกลับมาได้ตลอดเวลา
"คุณท่านครับ อาหารที่สั่งไว้พอทานได้ไหมครับ" เหยียนเต้าถาม
บนโต๊ะมีกับข้าวหนึ่งอย่าง ผักหนึ่งอย่าง และซุปหนึ่งอย่าง ปริมาณอาหารน้อยไปหน่อย เฉินเสี่ยวจิ่วจึงสั่งกับข้าวเพิ่มอีกสองอย่าง พวกเขาสองคนสั่งกับข้าวสี่อย่างและซุปหนึ่งอย่าง ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เฉินเสี่ยวจิ่วก็มาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่ได้พิถีพิถันเรื่องมาตรฐานของอาหารการกินมากนัก
และหลังจากกินข้าวเสร็จ เมื่อทั้งสองคนออกมา คนขับรถเหยียนเต้าก็ตกใจ รถเปล่าเมื่อกี้กลับเต็มไปด้วยสินค้าแล้ว ช่างรวดเร็วอย่างกับติดจรวด แถมเขายังไม่ได้ยินเสียงการขนถ่ายสินค้าเลย
"เอ่อคุณท่านครับ บนรถบรรทุกอะไรหรอครับ" เหยียนเต้าถามด้วยความประหลาดใจ
"เหรียญ" เฉินเสี่ยวจิ่วตอบ
"อะไรนะครับ หมายถึงว่าในรถมีแต่เหรียญเหรอครับ! มันจะมีค่าเท่าไหร่กันครับเนี่ย!" เหยียนเต้าตกใจจนเหงื่อท่วมตัว เขาไม่เคยบรรทุกสินค้าที่ "ล้ำค่า" ขนาดนี้มาก่อน
ยังไงซะนี่ก็เป็นของของเจ้านาย เขาแค่มีหน้าที่ขับรถ หลังจากขึ้นรถไป เขาก็ทำตามคำสั่งโดยขับรถไปยังธนาคารฉางเชิ่งที่ใกล้ที่สุด
"คือว่า.. ท่านจะเอาเหรียญทั้งคันรถไปฝากธนาคารหรอครับ เขาจะรับเหรอครับ" เหยียนเต้าถาม
"ถ้าธนาคารไม่ให้ฝากเงิน จะเปิดธนาคารไปทำไม เหรียญของผมพวกเขาจะต้องรับ!" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดอย่างโอหัง
พารถขับไปถึงหน้าธนาคาร เฉินเสี่ยวจิ่วก็ลงจากรถแล้วเข้าไปข้างใน
ธุรกิจของธนาคารยุ่งมาก มีคนกว่ายี่สิบคนถือบัตรคิวรออยู่ข้างใน เฉินเสี่ยวจิ่วไม่มีความอดทนที่จะรอ เขานึกได้ว่าถ้าเป็นเงินฝากจำนวนมาก จะมีช่องทางพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพีโดยเฉพาะ จึงไปหาพนักงานคนหนึ่งในห้องโถง สอบถามเกี่ยวกับเรื่องของลูกค้าวีไอพี
"คุณลูกค้าต้องการจะฝากเงินเท่าไหร่คะ" อีกฝ่ายถาม
"2.5 ล้าน" เฉินเสี่ยวจิ่วตอบ
"อ๋อ ถ้าฝากเงินตั้งแต่ 300,000 ขึ้นไปก็สามารถดำเนินการได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะพาคุณไปหาพนักงานเชี่ยวชาญด้านลูกค้าระดับวีไอพีของเราเพื่อดำเนินการนะคะ!"
พนักงานคนนั้นพาเฉินเสี่ยวจิ่วไปยังช่องว่างที่ว่างอยู่ด้วยความกระตือรือร้น ที่นี่มีผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการนั่งประจำการอยู่ เป็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดเครื่องแบบของธนาคาร มีไฝดำอยู่ที่จมูกเห็นได้ชัดเจน
"คุณจะทำธุรกรรมเงินฝากจำนวนมากเหรอครับ ต้องจะฝากเท่าไหร่ครับ" ผู้จัดการถามด้วยท่าทีที่ดี
"2.5 ล้าน" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ครับ งั้นขอทราบชื่อของคุณด้วยครับ มีบัญชีธนาคารของเราไหมครับ" ผู้จัดการถาม
"มี"
เฉินเสี่ยวจิ่วยื่นบัตรธนาคารและบัตรประจำตัวประชาชนของเขาไป
แต่เมื่อผู้จัดการได้ตรวจสอบแล้วก็รู้สึกสงสัย ยอดเงินสูงสุดในบัตรใบนี้ไม่เคยเกินหมื่นหยวนเลย ยังไงก็ไม่ตรงกับสถานการณ์ที่เขาจะฝาก 2.5 ล้านในคราวเดียวได้เลย หรือว่าถูกลอตเตอรี่กันนะ
แถมเฉินเสี่ยวจิ่วก็ไม่ได้ถือกระเป๋าใหญ่ๆ มาด้วย บนตัวก็ดูไม่มีเงินจำนวนมากขนาดนั้น ทั้งหมดนี้ทำให้เขาสงสัยมาก
"เงินของผมอยู่ในรถข้างนอก" เฉินเสี่ยวจิ่วชี้ไปที่รถบรรทุกเจียเฟิงที่มองเห็นได้ผ่านหน้าต่างของธนาคาร
"อ๋อ นี่เป็นจำนวนเงินที่มาก ผมจะจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดี๋ยวนี้ครับ"
ผู้จัดการธนาคารให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เขารีบตามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนออกมาด้วยกัน เพื่อปกป้องให้เฉินเสี่ยวจิ่วสามารถนำเงิน 2.5 ล้านเข้ามาได้อย่างราบรื่น
---------
---------
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ขออนุญาตชี้แจงเรื่องจำนวนบทต่อหนึ่งหน้านะครับ
พอดีว่าเรื่องนี้ส่วนใหญ่บทนึงจะค่อนข้างสั้น ผมเลยจะขอรวมสองบทใว้ในหนึ่งหน้าเลยนะครับ เวลาที่อ่านไปถึงตอนที่เสียตังจะได้คุ้มค่ากับการซื้ออ่าน
แต่ก็ยังมีบางตอนที่ค่อนข้างยาวผิดปกติ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วก็จะยาวกว่าสองบทรวมกัน ดังนั้นในบางหน้าก็จะมีแค่บทเดียวอย่างเช่นบทที่ 15 เป็นต้น
ดังนั้นถ้าอ่านไปถึงหน้าที่มีบทเดียวก็อย่างพึ่งตกใจกันนะครับ
รับประกันได้เลยว่าหน้าที่มีบทเดียวมีความยาวเท่าหน้าที่มีสองบทแน่นอนครับผม
ขอบคุณที่ติดตามนะครับ