- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 11-12 แหย่รังต่อ, ทำภารกิจทดสอบสำเร็จ
บทที่ 11-12 แหย่รังต่อ, ทำภารกิจทดสอบสำเร็จ
บทที่ 11-12 แหย่รังต่อ, ทำภารกิจทดสอบสำเร็จ
บทที่ 11 แหย่รังต่อ
ไม่นานนัก รถตู้ก็แล่นมาจอดที่หน้าร้านขายผลไม้ มีหนุ่มๆ วัยรุ่นที่พันผ้าก็อซไว้ที่หัวและถือท่อนเหล็กลงมาจากรถ พวกเขาคือลูกน้องที่เจ้าของร้านขายผลไม้เฉียวหงเว่ยเรียกมา
เมื่อเฉินเสี่ยวจิ่วเห็นว่าคนที่นำหน้ามาคือชายหนุ่มผมทอง เขาก็หัวเราะออกมาทันที สมกับคำที่ว่า "ไม่ใช่เนื้อคู่คงไม่มาเจอกัน" คนทั้งห้าคนนี้ก็คือคนที่โดนเขาโปรยเหรียญใส่จนสลบไปเมื่อคืนนี้นี่เอง
"เสี่ยวจื่อ นั่นมันคนที่เล่นงานเรานี่!" ชายหนุ่มที่ใส่ต่างหูข้างๆ ร้องเตือนด้วยความตกใจ
คำพูดนี้ทำให้พวกเขานึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อคืนนี้ขึ้นมาทันที ทั้งห้าคนมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความหวาดกลัว โชคดีที่ไม่มีเหรียญตกลงมา
"พวกแกอีกแล้วหรอ จะไปไหนก็ไปเถอะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ!"
เฉินเสี่ยวจิ่วตะโกนเสียงดังพร้อมกับโยนเหรียญที่ส่องแสงระยิบระยับในมือ แสดงพลังอำนาจอย่างเต็มที่
เมื่อคืนนี้เสี่ยวจื่อโดนเฉินเสี่ยวจิ่วสั่งสอนไปถึงสองครั้งจนเกิดความหวาดกลัวในใจ เขาจึงกลืนน้ำลายลงคอ และในที่สุดก็ไม่กล้าเดินเข้าไปข้างหน้า ได้แต่ขู่ตะคอกทิ้งท้ายไว้ว่า "ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันซื้อหมวกกันน็อคก่อน แล้วจะมาสั่งสอนแก!"
เมื่อพูดจบก็ เขารีบวิ่งขึ้นรถตู้หนีไปอย่างทุลักทุเล
เฉินเสี่ยวจิ่วพูดกับเฉียวหงเว่ยที่ยืนอึ้งว่า "เป็นยังไง คนที่แกเรียกมาดูท่าทางจะไม่ไหวนะ มีใครจะมาอีกไหมเนี่ย"
เฉียวหงเว่ยยังไม่ทันได้พูดอะไร โจวเฉียนก็โกรธจนควันออกหู ตะโกนด่าว่า "แกมันน่าไม่อาย ยังมีหน้ามาจีบฉันอีกเหรอ รีบไสหัวไปซะ ไปหาน้องสาวที่กำลังป่วยตายของแกไป๊!"
เดิมทีเฉินเสี่ยวจิ่วตั้งใจจะเลิกราเมื่อซ้อมคนทั้งสองไปแล้ว แต่คำพูดหยาบคายนี้ทำให้เขาหรี่ตาลง ในดวงตามีความโกรธไร้ขีดจำกัด น้องสาวบุญธรรมหยุนเมิ่งซีก็คือจุดอ่อนของเฉินเสี่ยวจิ่ว โจวเฉียนกล้าที่จะดูถูกเธอ เรื่องนี้จึงไม่มีวันจบแน่นอน
ในดวงตาของเฉินเสี่ยวจิ่วเต็มไปด้วยไอสังหาร โจวเฉียนมองด้วยความตกใจ ถอยหลังไปพร้อมกับพูดตะกุกตะกักว่า "แก แกอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ ผู้ชายตัวโตๆ รังแกผู้หญิงมันน่าภูมิใจตรงไหน"
เฉียวหงเว่ยก็ตกใจเช่นกัน เขายกมีดปอกผลไม้ขึ้นมาอย่างสั่นๆ และทำท่าทางข่มขู่
เฉินเสี่ยวจิ่วสามารถซ้อมคนทั้งสองได้อย่างง่ายดาย แต่คำพูดของโจวเฉียนก็ถูกต้อง การทำร้ายผู้หญิงไม่ใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายควรทำ ยิ่งไปกว่านั้น การซ้อมแค่ครั้งเดียวมันยังไม่หายแค้น เขาต้องทำให้คนทั้งสองหมดเนื้อหมดตัว มีชีวิตที่ทรมานแสนสาหัส เพื่อที่จะระบายความแค้นในใจออกไปได้
"ฉันขี้เกียจซ้อมพวกแกแล้ว จะปล่อยให้หายใจทิ้งไปก่อนก็แล้วกัน"
เมื่อพูดจบ เฉินเสี่ยวจิ่วก็หันหลังเดินออกจากร้านขายผลไม้ มาที่สวนสาธารณะนอกหมู่บ้าน ที่นี่มีคุณตาคุณยายมาออกกำลังกายกันมากมาย เขาหยิบเงินพันหยวนที่ได้มาจากโรงแรมออกมาจากกระเป๋า แล้วโบกไปมาในอากาศพร้อมพูดว่า "จ้างวันละ 200 บาท รับสมัครคุณตาคุณยายอายุ 70 ปีขึ้นไป 3-5 ท่าน ยิ่งร่างกายอ่อนแอขี้โรคยิ่งดี!"
การรับสมัครงานแบบนี้มันแปลกประหลาดมาก คนอื่นที่หาคนงานมีแต่ต้องการคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่เฉินเสี่ยวจิ่วกลับต้องการคนชราที่อ่อนแอขี้โรค มันทำให้เขาดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากไปในทันที
คนชราส่วนใหญ่มาจากยุคที่ลำบาก ชอบเก็บเงิน เพราะอายุมากแล้วจึงไม่สามารถไปทำงานได้ แต่ตอนนี้เมื่อมีรายได้พิเศษมาเสนอให้ทำ พวกเขาจึงมาสอบถามข้อมูลกันว่างานนี้มันหนักหรือไม่
"ไม่หนักหรอกครับ แค่ให้แต่ละคนนั่งเก้าอี้ตัวเล็กๆ อยู่ที่หน้าร้านขายผลไม้แห่งหนึ่งเท่านั้นเอง" เฉินเสี่ยวจิ่วพูด
"แค่นี้เองเหรอหนุ่มน้อย ฉันขอสมัครเลย!" คนชราหลายคนยกมือขึ้น
เฉินเสี่ยวจิ่วเลือกชายแก่ที่เดินไม่ค่อยไหวมาสองคน และหญิงชรามาอีกสามคน พาพวกเขามาที่หน้าร้านขายผลไม้ของเฉียวหงเหว่ย
"คุณป้าคุณตาครับ แค่นั่งอยู่ที่หน้าประตูร้านก็พอแล้วครับ!" เฉินเสี่ยวจิ่วกำชับเสร็จก็ไปซื้อเก้าอี้ตัวเล็กๆ พร้อมขนมและน้ำดื่มมาให้คุณตาคุณยาย
"ไอ้เฉิน แกจะเอายังไงกันแน่!" เฉียวหงเว่ยตะโกนมาจากในร้าน
"คุณตาคุณยายอยากมานั่งเล่นตรงนี้เอง มันเกี่ยวอะไรกับฉัน" เฉินเสี่ยวจิ่วไม่สนใจเขาเลย
ด้านคุณตาคุณยายที่ได้รับเงินมัดจำไปแล้วก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อยู่บ้านก็ว่างๆ อยู่แล้ว แต่ที่นี่มีให้กินฟรีดื่มฟรี แถมยังมีรายได้พิเศษให้ทำอีก คุ้มค่าสุดๆ พวกเขาจึงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาอยากมาที่นี่เอง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณตาคุณยายทั้งห้าคนจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่พวกเขาก็ขวางประตูทางเข้าร้านขายผลไม้ ทำให้คนที่ต้องการซื้อผลไม้ เมื่อเห็นแบบนี้ก็เดินหนีไป
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันส่งผลกระทบต่อธุรกิจของร้านขายผลไม้แห่งนี้อย่างมาก
"นี่ พวกคุณป้าคุณตา กลับบ้านไปดีกว่าไหมคะ ทำไมต้องมาเกะกะแบบนี้ด้วยเนี่ย!" โจวเฉียนทนไม่ไหวแล้ว นี่มันเท่ากับเป็นการก่อกวนธุรกิจของแฟนเธอ เธอจึงออกมาไล่คนแก่เหล่านี้
คุณตาคุณยายไม่สนใจใครทั้งนั้น นั่งเรียงกันเป็นแถวแล้วพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เฉินเสี่ยวจิ่วหาที่ร่มๆ นั่งลงดูจากระยะไกล ถ้าคนทั้งสองโง่พอก็อาจจะมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจออกมาในช่วงบ่ายนี้แหละ
มีคำกล่าวว่า การตัดหนทางทำมาหากินของคนอื่นก็เหมือนกับการฆ่าพ่อฆ่าแม่ เดิมทีร้านขายผลไม้ก็ขายไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แต่หลังจากที่คุณตาคุณยายมาถึงก็ไม่มีลูกค้าอีกเลย ทำให้โจวเฉียนและเฉียวหงเว่ยโกรธมาก พวกเขาจึงแจ้งตำรวจให้มาจัดการ
แต่เมื่อตำรวจสองคนมาถึง ก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกคนชราที่แกล้งหูหนวกตาบอดได้ พวกเขามีอายุมากเกินไป ถ้าไปแตะต้องพวกเขาเข้าก็จะเป็นเรื่องใหญ่ การเชิญไปที่สถานีตำรวจก็เป็นการหาเรื่องใส่ตัว ตำรวจจึงอ้างว่าคนชราไม่ได้ก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อส่วนรวม ให้เฉียวหงเว่ยไปเจรจาจัดการเอง แล้วก็รีบหนีไป
พอถึงช่วงบ่าย พวกคนชราก็ยังไม่ไป เฉินเสี่ยวจิ่วจึงส่งผ้าห่มมาให้พวกเขา เหนื่อยก็สามารถนอนพักได้ กินนอนได้ตามสบายไม่ถือว่าเสียงาน
แต่โจวเฉียนที่ทนไม่ไหวแล้ว เธอโดนตบไปสองฉาดจึงไม่กล้าโกรธใส่เฉินเสี่ยวจิ่ว เธอจึงออกมาทะเลาะกับคุณตาคุณยายทั้งห้าคนแทน เธอด่าทอพวกเขาว่า "แก่หัวหงอก" และสบถอื่นๆ อีกมากมาย แถมยังผลักพวกเขาอีกด้วย
แน่นอนว่าคราวนี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว คุณตาที่โดนผลักเอามือกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มลง ส่วนคุณยายที่เหลือพอตกใจก็เกิดอาการกำเริบขึ้นมาพร้อมกันและทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
และแล้วเรื่องราวก็เป็นไปตามบทละครที่เฉินเสี่ยวจิ่ววางไว้ โจวเฉียนผู้หญิงสารเลวนั่นในที่สุดก็แทงรังต่อจนได้
บทที่ 12 ทำภารกิจทดสอบสำเร็จ
เฉินเสี่ยวจิ่วรีบโทรหารถพยาบาลพร้อมกับถ่ายรูปเก็บหลักฐาน การเจ็บป่วยของคุณตาตุณยายในครั้งนี้เกิดจากคู่รักสารเลวนั่นอย่างชัดเจน
ไม่นานนักรถพยาบาลห้าคันก็มาถึง แล้วพาคุณตาคุณยายทั้งห้าคนไปรักษา ญาติของคนชราเหล่านั้นก็ได้รับข่าวแล้วรีบมา แล้วทะเลาะกับเฉียวหงเว่ยและโจวเฉียนอย่างรุนแรง โดยบอกว่าจะฟ้องร้องพวกเขา จะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าบำรุงร่างกายของคนชรา
ต่อมาญาติก็แจ้งตำรวจ ตำรวจพาตัวเฉียวหงเว่ยและโจวเฉียนไปที่สถานีตำรวจเพื่อเจรจากับญาติของคนชรา
ไม่มีอะไรจะต้องเจรจาให้มากความ ค่ารักษาพยาบาลและค่าบำรุงร่างกายของคนชราทั้งห้าคน เฉียวหงเหว่ยและโจวเฉียนต้องรับผิดชอบทั้งหมด ก่อนอื่นต้องนำเงิน 100,000 หยวนมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าก่อน หลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายอีกเท่าไหร่ สรุปแล้วร้านขายผลไม้ก็คงต้องเอาไปจำนำเพื่อหาเงินมาชดใช้
คนชราคนอื่นล้มลงยังไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเลย แต่โจวเฉียนที่ไม่มีสมองกลับเข้าไปผลักและด่าทอคนชราที่เป็นโรคด้วยซ้ำ สมกับคำว่าหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!
เฉียวหงเว่ยเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขานั่งอยู่ในสถานีตำรวจด้วยความเสียใจ ถ้าไม่ใช่เพราะโจวเฉียน เขาจะเจอเรื่องซวยๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน
"เธอมันตัวซวยชัดๆ!" เฉียวหงเว่ยเสียใจ เขาคิดว่าไม่น่าคบกับเธอตั้งแต่แรก พอออกจากสถานีตำรวจ เขาก็ด่าโจวเฉียนเป็นการใหญ่
โจวเฉียนเองก็ไม่ได้มีอารมณ์ดีขนาดนั้น เมื่อโดนด่าทอ เธอก็เข้าตะครุบเฉียวหงเว่ยในทันที ทั้งสองคนต่างก็ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง คนหนึ่งหน้าโดนข่วนจนเป็นรอย คนนึงเบ้าตาฟกช้ำ เรียกได้ว่าเสียหายทั้งคู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องนี้ทำให้คนทั้งสองต่างก็เลิกกันไป
เลิกก็เลิกไป แต่ค่ารักษาพยาบาลพวกเขาทั้งสองคนก็ยังคงต้องแบ่งกันจ่าย โจวเฉียนจึงถูกเฉียวหงเว่ยไล่ออกจากบ้าน ตั้งแต่นั้นมา ความหวังของเธอที่จะเป็นเจ้าของร้านขายผลไม้ก็พังทลายลง งานก็ลาออกแล้ว ที่อยู่ก็ไม่มี แถมยังมีหนี้สินจำนวนมาก ชีวิตหลังจากนี้ของโจวเฉียนคงจะไม่ดีอย่างแน่นอน
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเธอทำตัวสารเลว ไปทำไม่ดีกับเฉินเสี่ยวจิ่วเท่านั้นเอง
ในคืนนั้นทุกอย่างก็จบลง เฉินเสี่ยวจิ่วได้รับการแจ้งเตือนจากเหรียญเทพว่า "ภารกิจทดสอบที่หนึ่ง สำเร็จ ค่าพัฒนา +2%"
ตอนนี้ค่าพัฒนาของเหรียญเทพอยู่ที่ 12% หนทางไปสู่การพัฒนา 100% นั้นยังอีกยาวไกล แต่เฉินเสี่ยวจิ่วก็มีความมั่นใจ เพราะเขาได้รับภารกิจใหม่อีกแล้ว
"ภารกิจทดสอบสอง ที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ลูกผู้ชายที่ยืนหยัดอยู่ระหว่างฟ้าดิน จำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง หาบ้านส่วนตัวให้ได้ภายในสามวัน"
ภารกิจนี้ก็คือการซื้อบ้าน สำหรับเฉินเสี่ยวจิ่วที่มีเหรียญไม่จำกัดนั้นง่ายมาก แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น
เพราะการซื้อบ้านในชิงโจวมีราคาเริ่มต้นที่หลักล้าน เฉินเสี่ยวจิ่วก็ไม่อยากซื้อห้องชุดเล็กๆ ถ้าจะซื้อก็ต้องซื้อเป็นวิลล่าหลังใหญ่ ราคาขายอย่างน้อยก็หลักสิบล้าน
เหรียญหนึ่งหยวนจำนวนสิบล้านเหรียญ คงต้องใช้รถบรรทุกหลายคันถึงจะขนได้ บริษัทอสังหาฯ ก็อาจจะไม่รับ ซ้ำร้ายอาจจะกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศเลยด้วยซ้ำ.. ทางที่ดีที่สุดคือเอาเหรียญไปฝากธนาคาร เพื่อที่จะสะดวกในการซื้อวิลล่าที่เขาต้องการ
"จะซื้อวิลล่า ก็ต้องไปฝากเงินที่ธนาคารก่อน จะไปฝากเงินที่ธนาคาร ก็ต้องใช้รถบรรทุกไปขนเหรียญ งั้นพรุ่งนี้ไปซื้อรถบรรทุกก็แล้วกัน!"
หลังจากที่เฉินเสี่ยวจิ่วตัดสินใจได้แล้ว ท้องฟ้าก็มืดค่ำลง เขาจึงกลับไปพักที่โรงแรมตือฮ่าวอีกครั้ง ก่อนที่จะซื้อวิลล่า ที่นี่ก็คือที่พักชั่วคราวของเขา
ตอนกลางคืนก็เป็นพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์คนเดิมกับเมื่อวานที่เข้าเวรอยู่ พอเธอเห็นหน้าเฉินเสี่ยวจิ่วหน้าเธอก็เขียวไปหมด เมื่อวานเธอนับเหรียญจนมือเป็นตะคริว นิ้วที่บอบบางก็เกิดตุ่มน้ำใส เธอไม่เคยเกลียดเหรียญเท่าตอนนี้มาก่อนเลย
"คะ คุณเฉิน คุณจะพักที่นี่อีกเหรอคะ" พนักงานสาวถามตะกุกตะกัก
"ใช่แล้ว" เฉินเสี่ยวจิ่วยื่นบัตรประชาชน "ห้องเดิมกับเมื่อคืน" เขาพักจนเกิดความผูกพันแล้ว จึงไม่อยากจะเปลี่ยนห้อง
"แล้วก็จะจ่ายเป็นเหรียญ.. เหมือนเดิมเหรอคะ"
"ใช่แล้ว"
พอพนักงานสาวได้ยินว่าต้องนับเหรียญทั้งคืนอีก เธอก็น้ำตาคลอขอร้องทันที "คุณเฉินคะ ช่วยเห็นใจหนูหน่อยนะคะ จ่ายด้วยวิธีอื่นได้ไหมคะ ดูมือหนูสิคะ เมื่อวานนับเหรียญจนเป็นตุ่มน้ำใสหมดแล้ว เจ็บมากเลยค่ะ!"
พอเฉินเสี่ยวจิ่วเห็นก็เป็นอย่างที่เธอว่าจริงๆ การใช้เหรียญไม่จำกัดมันก็สนุกดี แต่การนับเหรียญนั้นเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว ดูเหมือนว่าต่อไปจะต้องหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้แล้ว
ซึ่งเขาก็มีจิตใจโอบอ้อมอารี เห็นพนักงานสาวคนนี้ดูน่าสงสาร เขาก็เลยพูดว่า "ก็ได้ งั้นจัดห้องสแตนดาร์ดให้ผมก็แล้วกัน"
เฉินเสี่ยวจิ่วพูดพลางก็วางเหรียญหนึ่งหยวนจำนวนห้าร้อยกว่าเหรียญไว้บนเคาน์เตอร์ คราวนี้ไม่ต้องวุ่นวายไปนับเหรียญมากมายแล้ว
"ขอบคุณคุณท่านเฉินค่ะ ท่านใจดีจริงๆ!" พนักงานสาวรีบขอบคุณ แล้วจัดการเช็คอินให้เขาด้วยความดีใจ
เฉินเสี่ยวจิ่วจะพักที่ไหนก็เหมือนกัน สามารถช่วยลดภาระให้คนอื่นได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี