- หน้าแรก
- จงสดุดีแก่ออร์คซะ!
- บทที่ 23 – นักรบแห่งออร์คร็อกซ์ (2)
บทที่ 23 – นักรบแห่งออร์คร็อกซ์ (2)
บทที่ 23 – นักรบแห่งออร์คร็อกซ์ (2)
อันมาถึงป้อมปราการออร์คร็อกซ์ในทันที ต้องขอบคุณพลังของเหล่าชาแมน กลุ่มเดินทางเข้ามาในออร์คร็อกซ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหล่านักรบและชาแมนแห่งออร์คร็อกซ์กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการออกรบอยู่แล้ว ตั้งแต่รุ่งสาง ทั่วทั้งป้อมปราการออร์คร็อกซ์ก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
อันกำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาพบใบหน้าที่คุ้นเคย เป็นกรอมนั่นเอง ซึ่งกำลังถูกรายล้อมไปด้วยเหล่านักรบและกำลังตอบคำถามอะไรบางอย่างอยู่ เหล่านักรบซักถามเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจากไป จากนั้นกรอมก็หันมาพร้อมกับถอนหายใจ
อันเดินเข้าไปหาเขา
“เกิดอะไรขึ้นหรอ?”
กรอมมองมาด้วยสีหน้าตกใจ ดวงตาของเขาสั่นระริก
“หา? ท-ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย?!”
“ฉันไปหมู่บ้านบาสก์แล้วก็เจอพวกชาแมนน่ะ”
“……”
“พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่? หรือว่ากำลังจะเกิดสงคราม?”
กรอมหลบสายตาอัน
“...?”
“มันเป็นเพราะฉันเอง”
“หา?”
“ฉัน...บังเอิญไป...” เขาพูดตะกุกตะกักก่อนจะถอนหายใจ “ฟู่ ให้ฉันอธิบายนะ ฉันไปเจออะไรแปลกๆ เข้า”
“อะไรหรอ?”
“ฉันไปทางเหนือน่ะ...”
กรอมเริ่มเล่าเรื่องยาวของตน
เขามุ่งหน้าไปทางเหนือขณะกำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะทำตัวอย่างไรให้เหมือนนักรบ
ทิศเหนือของป้อมปราการออร์คร็อกซ์ไม่ใช่สถานที่สำหรับนักรบฝึกหัดจะไปได้ มีเพียงแรงเกอร์ระดับสูงในหมู่ผู้เล่นเท่านั้นที่จะสามารถรับมือกับอสูรกายอันน่าสะพรึงกลัวที่นั่นได้
ป้อมปราการออร์คร็อกซ์เองก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อสกัดกั้นอสูรกายทางเหนือนั่นแหละ กรอมกำลังเดินเตร็ดเตร่อย่างไร้ทิศทางไปทางเหนือและพบสิ่งแปลกประหลาดเข้าขณะกำลังวิ่งหนีพวกโทรลล์อยู่
มันคือถ้ำในรอยแยกระหว่างโขดหินสองก้อน ที่ซึ่งเขาสามารถซ่อนตัวได้ พวกโทรลล์จากไปเพราะหาเขาไม่เจอ แต่กรอมกลับเข้าไปในถ้ำด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เขาเดินเข้าไปได้ไม่ไกลนักก็พบกับพื้นที่กว้าง คบเพลิงถูกแขวนอยู่ตามผนัง มีเงาร่างมนุษย์ยืนอยู่ตรงนั้น รูปร่างนั้นเหมือนมนุษย์ แต่มันไม่ใช่มนุษย์ แสงจากคบเพลิงเผยให้เห็นใบหน้าที่น่าสะพรึงกลัวของผีดิบเน่าเปื่อยตนหนึ่ง
อัศวินมรณะ!
อัศวินมรณะกระซิบด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก
“ที่นี่...ไม่ใซ่ซถานที่ที่พวกแกร...จะยืนอย่างปลอดภัยได้...ผู้บุกรุกกกก...สมควรจะ...”
กรอมหันหลังแล้ววิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด อัศวินมรณะไล่ตามเขาแล้วเหวี่ยงดาบ ทำให้กรอมยกขวานขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ กรอมถูกพลังมหาศาลซัดกระเด็นไปข้างหลัง แต่อัศวินมรณะก็กลิ้งไปตามพื้นพร้อมกับกรอมเช่นกัน
มืออันเย็นเฉียบของอัศวินมรณะคว้าเข้าที่ไหล่ของกรอม กรอมหวาดกลัวและเริ่มใช้ขวานฟันเข้าที่แขนนั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุด ข้อมือของอัศวินมรณะก็ขาดสะบั้น
“กรรรรอาาาาห์...”
อัศวินมรณะกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ปล่อยเสียงโหยหวนบีบคั้นหัวใจที่รบกวนจิตวิญญาณ
กรอมวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง เสียงตะโกนของอัศวินมรณะยังคงดังตามหลังเขามา เขาวิ่งผ่านอุโมงค์ ออกจากถ้ำ และวิ่งตลอดทางกลับไปยังป้อมปราการออร์คร็อกซ์ เขาใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อหลบหลีกพวกโทรลล์และก็อบลิน
ในที่สุด เขาก็สามารถหายใจได้เต็มปอดเมื่ออยู่หน้ายามผู้พิทักษ์ที่น่าเชื่อถือของป้อมปราการออร์คร็อกซ์ ทว่า สีหน้าของเหล่ายามกลับดูผิดปกติ
“เจ้าเด็กฝึกหัด...นั่นมันอะไรกัน?”
กรอมมองตามสายตาของพวกเขาไปยังไหล่ของตน มือที่เน่าเปื่อยของอัศวินมรณะยังคงเกาะอยู่ที่นั่น
มันเกาะไหล่ของกรอมราวกับยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่กรอมกำลังตกใจ แรงบีบของมันก็ยิ่งแรงขึ้น เล็บของมันเจาะทะลุไหล่ของกรอม กรอมกรีดร้อง
เหล่ายามตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์และแจ้งให้ทันย่ากับเลนอกซ์ทราบ พวกเขาทั้งสองตัดสินใจจัดภารกิจปราบปรามในทันที หากมีอัศวินมรณะเฝ้าอยู่ที่ทางเข้า นั่นก็หมายความว่ามีบางสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าอยู่ภายในถ้ำ
เลนอกซ์คาดเดาว่ามันคือลิช
ความจริงที่ว่ามีลิชอยู่ทางเหนือของออร์คร็อกซ์หมายความว่ามันอาจจะกำลังพยายามทำเวทมนตร์ชั่วร้ายบางอย่าง มันอันตรายมากเพราะยังมีพลังมืดมากพอที่จะส่งผลกระทบต่อมือข้างนั้นได้ แม้ว่ากรอมจะหนีมาถึงออร์คร็อกซ์แล้วก็ตาม ศัตรูเช่นนี้จะต้องถูกสังหารก่อนที่มันจะสามารถสะสมพลังได้มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหล่านักรบก็มารวมตัวกันภายใต้คำสั่งของเลนอกซ์
ดังนั้น การลงเรดจึงถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีกรอมเป็นผู้นำทาง
“นี่มันทั้งหมด...” อันกล่าว “ไม่ใช่ว่ามันคือการลงดันเจี้ยนหรอกหรอครับ?”
การลงดันเจี้ยนถูกเรียกว่าเป็นดอกไม้งามแห่งโลกเกมเสมือนจริง! เอลเดอร์ลอร์ดก็ไม่มีข้อยกเว้น วิดีโอการลงเรดมักจะเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงอยู่เสมอ
“ใช่ แต่ว่า...อันก็จะไปด้วยหรอ?”
“ฉันอยากจะไป”
“มันจะอันตรายนะ นายจะไม่ไปก็ได้นี่นา...”
กรอมทำท่าทางในแง่ลบอย่างมาก กรอมคือคนที่จะดีใจเสมอเมื่อเกมมีความคืบหน้า หรือว่าอัศวินมรณะตนนั้นมันน่ากลัวขนาดนั้นกันนะ?
ขณะที่อันกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ เลนอกซ์กับฮอยต์ก็ปรากฏตัวขึ้นหน้ากองทหาร นอกจากนี้ยังมีออร์คหญิงตนหนึ่งที่อันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เธอคือทันย่า ผู้บริหารป้อมปราการออร์คร็อกซ์
เลนอกซ์มองไปรอบๆ เหล่านักรบและชาแมน ในช่วงเวลาสั้นๆ ออร์คจำนวนมากก็ได้มารวมตัวกันภายใต้ชื่อของเลนอกซ์
อันเต็มไปด้วยความคาดหวัง เลนอกซ์คงจะตะโกนอย่างเร่าร้อนและปลุกขวัญกำลังใจ บางทีอาจจะมีการตบหน้าเพื่อปลุกจิตวิญญาณของพวกเขาด้วยซ้ำ แต่เขากลับสงบนิ่งอย่างไม่คาดคิด
เลนอกซ์เดินไปข้างหน้าและบริเวณนั้นก็เงียบสงัดลง
“เป้าหมายของพวกเราคือดันเจี้ยนอันเดด คาดว่าจะมีลิชอยู่ข้างใน แต่ข้าก็ไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่...”
ออร์คทุกตนตั้งใจฟังเลนอกซ์
“พวกเราต้องทำมัน”
เป็นน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า เหล่านักรบพยักหน้า
“จงเอาชีวิตรอดกลับมา”
เหล่าออร์คชูอาวุธขึ้น ตะโกนพร้อมกัน
“บุล’ทารรรรรรร──────!”
เสียงโห่ร้องดังก้องไปทั่วป้อมปราการออร์คร็อกซ์ เลนอกซ์พยักหน้าแล้วนำทางไป เหล่านักรบและชาแมนตามหลังเขาไป พวกเขาจัดตั้งหน่วยและขบวนทัพตามหลังเลนอกซ์
อันซึ่งอยู่ด้านหลัง สบตากับเลนอกซ์เข้าโดยบังเอิญ
“เจ้าเด็กฝึกหัด”
“ครับ!”
อันรู้สึกประหม่า นักรบฝึกหัดอาจจะไม่มีประโยชน์นัก แต่เขาก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสนี้ อันจ้องมองเลนอกซ์ด้วยแววตาจริงจัง
เลนอกซ์แสยะยิ้ม
“อย่าล้าหลังแล้วก็ตามมาให้ทันล่ะ”
อันก็ยิ้มให้กับคำพูดของเขาเช่นกัน
“เข้าใจแล้วครับ!”
ฮอยต์ยิ้มจากตำแหน่งของเขาที่อยู่ด้านหลังเลนอกซ์ กุลดาวิ่งเข้ามาแล้วทุบหลังอัน ชาแมนคินจูร์ประสาทพรให้กับทั้งหน่วย มันเป็นการรบครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่อันกลายเป็นออร์ค
มีนักรบ 50 ตนและชาแมน 20 ตน ออร์ค 70 ตนเดินทัพผ่านป่า ไหล่ที่กำยำและขนาดตัวที่ใหญ่โตของพวกเขาสร้างพลังกดดันอันรุนแรงขณะที่อันเดินตามหลังพวกเขาไป
กรอมนำทางเลนอกซ์ไปยังสถานที่นั้นขณะที่อันเดินไปกับนักรบคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลัง กุลดายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอัน
“เจ้าเด็กฝึกหัด นี่เป็นการลงดันเจี้ยนครั้งแรกของเจ้ารึ?”
“ครับ”
“มันจะต้องน่าสนใจแน่ๆ คึฮ่าๆๆฮ่าล”
เขาหัวเราะพร้อมกับง้าวที่พาดอยู่บนไหล่
ไม่ว่าจะเป็นเพราะพลังของเหล่าชาแมนหรืออย่างอื่นก็ตาม พลังที่ไม่รู้จักบางอย่างแผ่กระจายไปทั่วทั้งหน่วย อสูรกายที่เจอเป็นครั้งคราวถูกเหล่านักรบออร์คกวาดล้างไปราวกับใบไม้ร่วง
อสูรกายทางเหนือนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกก็อบลินหรือไดร์วูล์ฟ
ตั้งแต่โทรลล์ ตั๊กแตนยักษ์ ไวเวิร์นพเนจร และหนอนที่โผล่ออกมาจากพื้นดิน ล้วนเป็นอสูรกายที่ทรงพลังซึ่งอันคงจะตกเป็นเหยื่อไปแล้วหากเขาอยู่คนเดียว
แต่เหล่านักรบทั้งหมด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวทมนตร์ของชาแมน ก็รับมือกับมันได้อย่างง่ายดาย ขวานของเลนอกซ์นั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นพิเศษ แม้แต่โทรลล์ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวจากการโจมตีของเขาได้
กุลดาผู้ยิ้มแย้มอยู่เสมอก็น่าทึ่งเช่นกัน ขณะที่อันกำลังป้องกันตั๊กแตนยักษ์อยู่ กุลดาก็วิ่งเข้ามาแล้วตัดแขนขาทั้งหมดของตั๊กแตนยักษ์ด้วยเสียงหัวเราะ
ความแข็งแกร่งของเหล่านักรบออร์คนั้นน่าสะพรึงกลัวจริงๆ
ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง มันคือโขดหินที่ตั้งอยู่ใต้สันเขา มีรอยแยกซ่อนอยู่หลังโขดหิน แต่เห็นได้ชัดว่ามีถ้ำอยู่ที่นั่น
เหล่าชาแมนสะดุ้งทันทีที่เห็นถ้ำ
“พลังเวทที่รุนแรงเช่นนี้...”
อันก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลังเช่นกัน เลนอกซ์พูดกับกรอม ผู้นำทางพวกเขามาจนถึงที่นี่
“เข้าไป”
“หา?”
“เจ้าจะไม่เข้าไปรึ?”
“ข้าคิดว่าข้าแค่จะนำทางท่านมาถึงที่นี่...”
“มันจะอันตรายกว่าถ้าเจ้าถูกทิ้งไว้คนเดียว”
เลนอกซ์คว้าคอเสื้อของกรอมแล้วเดินเข้าไปก่อน เหล่าออร์คตามเข้าไปทีละตนผ่านทางเข้าที่แคบ
แสงจากเหล่าชาแมนเผยให้เห็นภายในถ้ำ เหล่านักรบและชาแมนเดินเรียงแถวกันเข้าไป ไม่นานก็ถึงอุโมงค์ที่กว้างขึ้น พวกเขาจัดขบวนทัพใหม่อีกครั้ง มีร่องรอยว่ามีใครบางคนสร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาอย่างประดิษฐ์
อากาศนั้นหนักอึ้ง นี่คือดันเจี้ยน ความรู้สึกอึดอัดเกาะติดอยู่กับร่างของอัน อย่างไรก็ตาม มันก็ยากที่จะเคลื่อนไหว
แล้วอุโมงค์ก็เปิดออกสู่พื้นที่กว้าง คบเพลิงและคริสตัลส่องสว่างภายใน มีเงาของมนุษย์ยืนอยู่ตรงกลาง
“...นั่นมัน?”
มันคืออัศวินมรณะที่โจมตีกรอม อัศวินมรณะยกดาบขึ้น
“พวกแกรรรรรร ออร์รรรรรค...ออกไปจากที่นี่ซะะะะะ....”
เป็นน้ำเสียงน่าขนลุกที่ดูเหมือนจะดังขึ้นมาจากอเวจี อันรู้สึกขนลุกซู่
“มิฉะนั้นนนนน....ความตายอันน่าสยดสยองงงง...จงต้อนรับความเจ็บปวดอันเป็นนิรันดรรรรร์...”
ตัวตนอันน่าสะพรึงกลัว! การคุกคามที่น่าหวาดหวั่น จากนั้นอันก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาดในทันที
“……”
อัศวินมรณะถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะข่มขูเหล่าออร์ค แต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนนักในน้ำเสียงที่น่าขนหัวลุกนั้น
เหล่าออร์คสั่นสะท้าน
“ไม่รู้สึกประหม่าเลยแม้แต่น้อยหลังจากเห็นจำนวนขนาดนี้...มันคืออัศวินมรณะจริงๆ”
“โอ้โห...พอคนแข็งแกร่งตายไป พวกเขาก็กลายเป็นอัศวินมรณะสินะ”
“น่ากลัวจริงๆ พวกเราจะแพ้ไม่ได้”
“อึ่ก...ข้าจะสู้ถึงแม้จะต้องตายก็ตาม บุล’ทาร์...!”
อัศวินมรณะกำลังค่อยๆ ถอยห่างออกไป มันกำลังเดินถอยหลังอย่างแนบเนียนไปยังประตูบานหนึ่ง! หากปล่อยไว้เช่นนี้ มันจะหนีไปได้ไกลกว่าเดิม อันรีบหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วขว้างไปที่อัศวินมรณะ
ปึก!
มันกระแทกเข้าที่ศีรษะของอัศวินมรณะ
กรอกแกรก
ทุกสายตาหันมามองอันครู่หนึ่ง ช่วงเวลานั้นจบลง แต่อันก็ตะโกนออกไปโดยไม่ลังเล
“จับมัน!”
อัศวินมรณะหันหลังแล้วเริ่มวิ่งหนี เหล่าออร์คกลับคืนสติแล้วไล่ตามมันไป ออร์คหลายสิบตนไล่ตามอัศวินมรณะผ่านถ้ำไป นักรบออร์คตนหนึ่งขว้างอาวุธของตน ขวานหมุนคว้างแล้วฟันเข้าใส่อัศวินมรณะ
“กรู๊โอออ...”
อัศวินมรณะล้มลงกับพื้น เหล่าออร์คล้อมรอบมันแล้วการทุบตีก็เริ่มขึ้น
“ด-ด-เดี๋ยวก่อน!” อัศวินมรณะอุทาน
“อะไรวะ ไอ้สารเลวนี่มันพูดจาปกติได้ด้วยหรอ?”
“หรือว่ามันแค่แกล้งทำ?”
ขณะที่เหล่าออร์คยิ่งทุบตีมันหนักขึ้น อัศวินมรณะก็เลิกต่อต้าน เลนอกซ์เดินเข้าไปแล้วคว้าตัวอัศวินมรณะ
“อัศวินมรณะ ใครคือผู้อัญเชิญเจ้ามา?”
“ข้าตอบมิได้รรรร....”
ป้าบ!
“พูดให้มันดีๆ”
“ข-ข้าบอกท่านไม่ได้ ถ้าข้าพูด ข้าจะถูกทำลาย”
“เจ้ามาถึงที่นี่เมื่อใด?”
“ไม่นานมานี้เอง ข้าได้รับคำสั่งให้ป้องกันทางเข้าเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน”
“มีพวกอย่างแกอีกกี่ตน?”
“ตอนที่ข้าถูกอัญเชิญมา มีพวกโครงกระดูกและการ์กอยล์อยู่ด้วย ตอนนี้คงจะมีมากกว่านั้นแล้ว นอกจากนี้ยังมีอัศวินมรณะตนอื่นๆ อีกหลายตน...”
“แล้วลิชล่ะ?”
“ข-ข้าบอกไม่ได้...”
เลนอกซ์ฟาดอัศวินมรณะ ซึ่งกลิ้งไปตามพื้นพร้อมกับเสียงครวญคราง เลนอกซ์มองไปทั่วพื้นที่กว้างด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“แปลก”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ?”
“พวกอัศวินมรณะไม่ได้อ่อนแอขนาดนี้”
“ถ้าอย่างนั้น...”
“มันเป็นกับดัก”
สุดปลายของพื้นที่กว้างนั้นมีประตูบานใหญ่บานหนึ่ง เลนอกซ์เดินเข้าไปใกล้ ประตูนั้นเคลื่อนไหว
ประตูที่ปิดสนิทเริ่มเปิดออกอย่างช้าๆ ราวกับปากที่อ้ากว้างของปีศาจ ความมืดมิดทำให้ไม่มีใครมองเห็นว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“เข้าไป”
จากนี้ไป ไม่มีใครรู้ว่าอันตรายใดๆ อาจจะอยู่ข้างในบ้าง เลนอกซ์นำหน้าไปและเหล่าออร์คก็เดินตามหลังเขาไปอย่างเงียบๆ ดวงตาที่กลวงโบ๋ของอัศวินมรณะซึ่งถูกตัดคอแล้วจ้องมองตามหลังพวกเขาไป