เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 - “อยากทำธุรกิจครับ แม่!”

ตอนที่ 39 - “อยากทำธุรกิจครับ แม่!”

ตอนที่ 39 - “อยากทำธุรกิจครับ แม่!”


ตอนที่ 39 - “อยากทำธุรกิจครับ แม่!”

“แม่ครับ ผมอยากทำธุรกิจ!”

อาโต้พูดด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ลูกชายคนโตของตระกูลแนสแด็กจ้องตาแม่แท้ๆของตัวเอง พร้อมกับเอ่ยความในใจ

กลอเรียที่กำลังตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือน ท้องใหญ่จนมองเห็นชัด นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้ยินลูกชายวัยสิบขวบของเธอพูดแบบนั้น

ใบหน้าของอาโต้เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ทำให้เธอมั่นใจว่านี่ไม่ใช่แค่คำพูดเล่นๆ

แต่ว่า…

“ทำไมเหรอลูก อาโต้? บอกแม่ได้มั้ยว่าทำไมถึงอยากทำธุรกิจ?”

กลอเรียถามด้วยเสียงนุ่มนวล ผมยาวสีฟ้าอ่อนของเธอปลิวเบาๆ ขณะที่เธอยิ้มละมุน ดวงตาเปี่ยมด้วยความห่วงใย เธอสูงประมาณ 170 เซนติเมตร แม้นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ยังดูสง่างามในแบบที่เจ้าหญิงเท่านั้นจะมี

เธอไม่เข้าใจพฤติกรรมของลูกชายคนโตนัก

เริ่มทำธุรกิจตอนอายุสิบขวบเนี่ยนะ? แม้ว่าอาโตจะมีพรสวรรค์ในเรื่องนี้จริงๆ แต่มันก็ดูจะเร็วเกินไป

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่คิดจะปฏิเสธ เพราะเขาคือลูกชายแท้ๆ และอีกอย่างคือในของตระกูลแนสแด็กเองก็เปิดกว้างในเรื่องนี้

เมื่อเทียบกับอเล็กซานเดอร์น้องชายแล้ว อัตโตมีลักษณะนิสัยคล้ายพ่อคือ รอสส์ มากกว่า แต่สีผมนั้นได้จากแม่ เป็นสีฟ้าอ่อน ส่วนดวงตาเป็นสีดำ และหากใส่แว่น ก็สามารถเล่นบทนักวิชาการได้สบายๆ

##### เปลี่ยนเป็นอัตโตนะครับ เท่กว่า

เด็กชายวัยสิบขวบที่ความสูง 160 เซนติเมตร ยืนอยู่ต่อหน้าแม่ด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย

สุดท้ายก็พูดออกมาอย่างช้าๆ

“ผมแค่อยากให้ท่านพ่อไม่ผิดหวัง…”

เมื่อพูดจบแล้วเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นว่าแม่ยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่มองทะลุทุกความลังเลในใจเขาได้

ภายใต้แววตานั้น อัตโตรู้สึกสบายใจขึ้น จึงค่อยๆ พูดต่อ

“แม่ครับ… ในฐานะลูกชายคนโตของตระกูลแนสแด็ก ตามที่ท่านแม่กับท่านตาทั้งสองบอกไว้ ผมควรจะเป็นคนสืบทอดตำแหน่งของท่านพ่อ เพื่อเป็นผู้นำตระกูล…แต่ผม…ผมไม่มีความคิดอยากจะทำแบบนั้นเลยครับ!”

เขาพูดพลางควักของสองชิ้นออกจากกระเป๋า หนึ่งเป็นแบรีทองคำ และอีกหนึ่งนาฬิกาทองคำ

กลอเรียจำได้ทันทีว่าสองสิ่งนี้เป็นของขวัญที่เธอกับรอสส์มอบให้อัตโตตอนที่พาเขาไปเที่ยวเกาะแห่งท้องฟ้า

“แม่ก็รู้ใช่ไหมครับ… ว่าผมชอบของที่แวววาวมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นอัญมณีหรือทองคำ แค่ได้สัมผัสผมก็มีความสุขแล้ว!”

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุผล อีกส่วนหนึ่งคือเพราะสิ่งของเหล่านี้เป็นของที่พ่อแม่มอบให้ ทำให้ยิ่งมีคุณค่าทางใจจิต

หลังจากพูดจบ อัตโตก็มองแม่ด้วยสายตาเว้าวอน หวังว่าเธอจะเข้าใจเขา

แต่กลอเรียไม่ได้พูดอะไรกลับทันที เธอเพียงลุกขึ้นมายืนต่อหน้าเขา แล้วโอบกอดลูกชายไว้แน่น ก่อนจะพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย

“เพราะพ่อของลูกใช่ไหม… แม่ขอโทษนะ อัตโต แม่รู้ว่าลูกเป็นเด็กดี ลูกพยายามจะแบ่งเบาภาระของพ่อ ที่เอาแต่ยุ่งจนไม่มีเวลาให้ลูก แล้วก็หวังว่าพ่อจะหันมากลับมามองลูกอีกครั้ง”

“แม่รู้ว่าลูกเป็นห่วงพ่อ แต่ลูกไม่ควรปิดบังแม่นะ แม่จะคอยสนับสนุนลูกเสมอจ้ะ…”

กลอเรียรู้สึกไม่พอใจสามีอยู่ในใจนิดหน่อย สมัยก่อนตอนเกาะยังไม่ค่อยมีคน เธอยังมีเวลาว่างดูแลลูกและใช้เวลากับรอสส์ได้บ้าง

แต่พอคนบนเกาะเพิ่มขึ้น เรื่องให้ต้องจัดการก็มากขึ้น เวลาในแต่ละเดือนที่เธอจะได้อยู่กับสามีก็เหลือเพียงไม่กี่วัน

โดยเฉพาะหลังจากมีลูกคนที่สี่ รอสส์แทบไม่ได้ใช้เวลากับโมนา ลูกสาวที่เขาเคยโปรดปราน แล้วปล่อยให้สองผู้เฒ่าดูแลแทน

ขณะที่ลูกชายคนรองอย่างอเล็กซานเดอร์ กลับถูกฝึกฝนอย่างเข้มงวด

แต่ลูกชายคนโตอย่างอัตโตที่เรียนด้านเศรษฐศาสตร์…แทบจะไม่ได้เจอกันเลยในแต่ละสัปดาห์!

พ่อแม่ลูกไม่ค่อยได้พูดคุยกันนัก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานความห่างเหินจะกลายเป็นความเย็นชา

อัตโตรู้ตัวดี เขากลัวว่าพ่อจะผิดหวังที่เขาถนัดแค่เรื่องเรียน และก็อยากให้พ่อภูมิใจในตัวเขาบ้าง

ทุกเช้าเวลาที่กลอเรียไปปลุกลูกชาย เธอมักจะเห็นแบรีทองคำกับนาฬิกาทองคำวางอยู่ตรงหัวเตียงเสมอ มันคือหลักฐานของความรู้สึกนั้น

“ท่านแม่…”

อัตโตพยายามกลั้นน้ำตา แต่ก็อดไม่ไหวเมื่อได้ยินถ้อยคำอ่อนโยนเหล่านั้น ความอ่อนไหวที่ถูกกดไว้ก็พังทลาย น้ำตาไหลพรากไม่หยุด เขาสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของแม่

“ไม่เป็นไรนะลูก แม่จะสนับสนุนลูกเสมอ เดี๋ยวแม่จะคุยกับพ่อคืนนี้…”

“อย่าเลยครับ!”

ยังพูดไม่ทันจบ อัตโตก็ปฏิเสธทันที

เหมือนรู้ตัวว่าเสียงตัวเองแข็งเกินไป เขารีบผละออกจากอ้อมกอด เช็ดน้ำตาแล้วพูดต่อทั้งที่ยังสะอื้น:

“ขอโทษครับแม่… ผมแค่…ยังไม่อยากให้ท่านพ่อรู้ตอนนี้ ผมกลัวว่าท่านพ่อจะคิดว่าผมไม่ตั้งใจเรียน ถ้าแม่จะช่วย…รอให้ผมประสบความสำเร็จก่อนแล้วค่อยบอกได้ไหมครับ?”

“ผมแค่…แค่…แค่…”

อัตโตพูดไม่ออก หาคำอธิบายไม่เจอ ได้แต่จ้องแม่ด้วยสายตาวิงวอน

สิ่งที่ได้รับกลับมาคือมือของแม่ที่ลูบศีรษะเบาๆ ทำให้เขาค่อยๆ สงบลง ยืนสะอื้นเงียบๆ อยู่ตรงนั้น

“จ้ะ แม่จะไม่บอกท่านพ่อเรื่องนี้ แม่จะอยู่ข้างลูกเสมอ!”

กลอเรียยิ้มรับ แต่รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยความเศร้า เธอรู้สึกเสียใจและหดหู่กับความเข้าใจของลูกชายคนโต

เธอควรจะรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และบอกสามีให้รู้ไวๆ ด้วยซ้ำ

เธอรู้จักรอสส์ดี ในฐานะภรรยาคนแรกที่อยู่กับเขามานาน หากรอสส์รู้ เขาจะต้องหาเวลามานั่งคุยกับอัตโตอย่างแน่นอน ค่อยๆ ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนลูกพึ่งพาตัวเองได้

แต่ในโลกนี้ไม่มีคำว่า “ถ้า” สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือคอยสนับสนุน และเตือนรอสส์อย่างเงียบๆ ว่าอย่าเข้าไปยุ่ง

อัตโตเริ่มมีศักดิ์ศรีและความรู้สึกของตัวเอง เขารู้ว่าต้องใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อให้ได้รับการยอมรับ นี่คือราคาของความเป็น “เด็กที่รู้ความ”

ซึ่งในฐานะพ่อแม่…จริงๆ แล้วมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย

“ว่าแต่…ไหนๆ ก็อยากทำธุรกิจแล้ว สนใจบอกแม่ไหมว่ามีแผนยังไง?”

กลอเรียเปลี่ยนเรื่อง อยากฟังแนวคิดของลูก เผื่อจะได้ช่วยชี้ทางก่อนจะพลาดอะไรไป

แต่เธอกลับพบว่าลูกชายของเธอฉลาดเกินคาดในเรื่องธุรกิจ!

“มีครับ! ผมเตรียมไว้แล้ว นี่คือแผแโมเดลธุรกิจแรกของผม ฟังนะครับ!”

พูดจบ อัตโตก็หยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กจากกระเป๋า เปิดออกแล้วเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น:

“ผมติดต่อพี่ซาคาสึกิไว้ล่วงหน้าแล้ว แล้วก็ได้ข้อมูลจากพวกพี่ๆ ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่นอร์ทบลูกับเซาท์บลูแล้วก็เชื่อมโยงกับ…”

เขาใช้กลยุทธ์ “ทหารพาณิชย์” อย่างเต็มรูปแบบ!

จบบทที่ ตอนที่ 39 - “อยากทำธุรกิจครับ แม่!”

คัดลอกลิงก์แล้ว